เมื่อเห็นว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวหิ้วของพะรุงพะรังเต็มไม้เต็มมือไหนจะคำพูดที่ออกมาก็แสนจะจริงใจ
อีกอย่างเมื่อมองไปยังคนเจ็บที่นอนบิดไปมาอยู่บนรถสีหน้าดูเ็ปทรมาน เหงื่อผุดออกมาเต็มหน้าผาก
ผู้หญิงคนนั้นจึงจำใจยอมให้ต่งเสี่ยวเสี่ยวขึ้นรถม้ามาก่อน
"พี่ชาย รบกวนขับช้าๆ หน่อยนะคะ"ต่งเสี่ยวเสี่ยวบอกคนขับรถม้าแล้ววางของลงข้างตัวมือหนึ่งกดลงบนตัวป้าที่นอนอยู่ "คุณป้าคะตรงนี้เจ็บไหมคะ?"
ป้าคนนั้นตัวสั่นเทิ้มด้วยความเ็ปแต่ยังคงพยายามบอกอาการของตัวเอง ถ้าเธอเจ็บตรงไหนก็พยักหน้าแรงๆถ้าไม่เจ็บก็ส่ายหน้าอย่างอ่อนแรง
ต่งเสี่ยวเสี่ยวตรวจอาการคร่าวๆ
"ถ้าเธอรักษาไม่ได้ก็ลงไปอย่ามาทำเป็เก่งแถวนี้!" ผู้หญิงคนนั้นแสดงความไม่พอใจออกมาอย่างเห็นได้ชัดเธอกอดอกแน่น แม้แต่กล่องข้าวของต่งเสี่ยวเสี่ยวที่เกือบจะคว่ำเธอก็ไม่คิดจะช่วยจับเลยสักนิด
ในสายตาของเธอต่งเสี่ยวเสี่ยวก็แค่ตั้งใจขึ้นมาขออาศัยรถเท่านั้น
ต่งเสี่ยวเสี่ยวคลำกระเป๋านึกขึ้นได้ว่าลืมซื้อเข็มเงินที่ตั้งใจจะไปซื้อไว้เธอจึงใช้มือกดจุดบนร่างกายป้าคนนััน "คุณป้าคะหนูไม่ได้เอาเข็มเงินมา เลยฝังเข็มให้ไม่ได้ค่ะ"
"ตอนนี้หนูจะกดจุดสองจุดนี้ให้ก่อนเพื่อบรรเทาอาการปวดนะคะ"
พูดจบต่งเสี่ยวเสี่ยวก็กดจุดทั้งสองพร้อมกัน ทุกครั้งที่กดลงเบาๆสีหน้าของป้าก็ดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ทำซ้ำไปสามรอบ เหงื่อเม็ดเล็กๆบนหน้าผากของป้าก็ค่อยๆ ลดลง ป้าลืมตาขึ้นมองต่งเสี่ยวเสี่ยวอย่างอ่อนแรง"ขอบใจมากนะแม่หนู ฉันไม่ค่อยเจ็บแล้วจริงๆ"
พอได้ยินป้าพูดแบบนั้นแล้วต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
จากที่ไม่เชื่อใจในตอนแรกสายตาของผู้หญิงคนนั้นที่มองมาที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็แฝงไปด้วยความนับถือเล็กน้อย
เห็นกล่องข้าวข้างๆ กำลังจะล้มเธอจึงรีบคว้ากล่องข้าวขึ้นมากอดไว้ "น้องสาวเธอนี่เก่งจริงๆ!"
พวกเขาไปตามหมอประจำหมู่บ้านมาช่วยบรรเทาอาการปวดหมอแก่ๆ คนนั้นพยายามอยู่ตั้งนาน นอกจากไม่ช่วยให้อาการแม่ของเธอดีขึ้นกลับทำให้ยิ่งเจ็บหนักกว่าเดิม
"อาการของคุณป้าไม่ได้หนักอะไรหรอกค่ะ"ต่งเสี่ยวเสี่ยวครุ่นคิดอยู่สักพัก ก่อนจะพูดออกมา "ถ้าพวกพี่เชื่อใจฉัน ลองไปซื้อยาตามตำรับที่ฉันบอกดูนะคะถ้ายังมีปัญหาก็ค่อยมาให้ฉันฝังเข็มให้"
"ถ้าไปโรงพยาบาลยังไงก็ต้องทำการผ่าตัดเล็ก ถ้าไม่นับเื่ค่าใช้จ่ายแต่สำหรับผู้สูงอายุแล้วการผ่าตัดคงจะทรมานไม่น้อยนะคะ"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดเสียงเบาแล้วคว้าของของตัวเองมาถือเอาไว้ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพวกเขาเอง
ผู้หญิงคนนั้นฟังแล้วก็ยังลังเล
ถึงเธอจะชื่นชมต่งเสี่ยวเสี่ยวแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะเชื่อใจคนแปลกหน้าได้ง่ายๆ
ผู้หญิงคนนั้นรู้สึกสับสนส่วนชายที่ขับรถม้าอยู่ข้างหน้าก็เป็ไม่กล้าตัดสินใจ เขาได้แต่เกาหัวไม่ได้ช่วยเสนอความคิดอะไรที่เป็ประโยชน์เลย
"ป้าเชื่อหนู" ป้าที่นอนอยู่บนรถม้าจับมือต่งเสี่ยวเสี่ยวไว้ "ป้าจะไปซื้อยาตามที่หนูบอก ถ้าไม่ดีขึ้นค่อยไปให้หนูฝังเข็ม"
"แม่!" ผู้หญิงคนนั้นพูดเตือนสติ"เราควรไปหาหมอที่โรงพยาบาลต่างหากถึงเื่วันนี้จะต้องขอบคุณเธอก็เถอะ แต่ว่า..."
"ไม่ต้องพูดแล้ว" ป้าจับมืออีกข้างของผู้หญิงคนนั้นเอาไว้ "เราจะมีเงินตั้งมากขนาดนั้นที่ไหนกันอีกอย่างตอนนี้แม่ก็ไม่เจ็บแล้วจริงๆ แม่เชื่อยัยหนูนี่"
ป้าจับมือต่งเสี่ยวเสี่ยวไว้แน่นผู้หญิงคนนั้นพยายามจะพูดเกลี้ยกล่อม แต่ป้าก็พูดพร่ำไปเรื่อย
"แล้วแต่แม่ก็แล้วกันถ้าเจ็บขึ้นมาก็อีก ถึงตอนนั้นเราก็ค่อยเข้ามาในเมืองอีก!" ผู้หญิงคนนั้นพูดด้วยความไม่พอใจ แล้วหันหน้าหนีไปอีกทาง
ตอนนั้นเอง พวกเขาก็มาถึงในตัวตำบลแล้ว
ต่งเสี่ยวเสี่ยวขอกระดาษและปากกาจากร้านค้าข้างทางจากนั้นก็เขียนใบสั่งยาแล้วส่งให้พวกเขา "ข้างบนมีที่อยู่บ้านหนูแต่หนูอาจจะกลับถึงบ้านตอนเที่ยง พวกพี่อย่าเพิ่งรีบไปนะคะ"
เธอพูดอย่างใจเย็นนอกจากนี้ต่งเสี่ยวเสี่ยวยังกำชับเื่อาหารการกินของป้าด้วย
เห็นว่าใกล้ถึงเวลาแล้วเธอไม่มีเวลาอธิบายอะไรมาก จึงรีบเดินเข้าไปในโรงพยาบาล
พอได้ใบสั่งยามาแล้วผู้หญิงคนนั้นก็อยากจะฉีกทิ้ง แต่ป้ากลับพยุงตัวลุกขึ้นจากรถม้า"แม่จะไปซื้อยา"
"แม่..." ผู้หญิงคนนั้นใเล็กน้อยเธอคิดว่าแม่แค่ไม่เจ็บแล้ว แต่ไม่คิดว่าจะสามารถลุกขึ้นยืนได้
"เราเจอคนดีแล้ว!" ป้าพูดพลางพยุงตัวลงจากรถม้า หญิงสาวคิดว่าแม่ฝืนตัวเองแต่แม่ของตนกลับเดินกะเผลกๆ เข้าไปในร้านขายยาที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยเมตร
เธอได้แต่มองด้วยความตกตะลึงจนกระทั่งชายคนนั้นสะกิดเธอ
"รีบไปดูแม่เถอะ!" ชายคนนั้นพูด เธอจึงตบหน้าผากตัวเองเบาๆ "เหลือเชื่อจริงๆฉันต้องไปดูหน่อยแล้ว"
ตอนที่เธอเดินไปถึงเภสัชกรของร้านขายยาก็จัดยาเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาเกาหัวเบาๆ"่นี้ทำไมมีแต่คนมาซื้อยาตามตำรับประหลาดๆ แบบนี้กันนะ?"
เนื้อหาที่อาจารย์สอนเขาไม่มีส่วนผสมที่แปลกประหลาดแบบนี้เลย
"ฮึๆ" ป้ายิ้มออกมาเล็กน้อย"มีคนคิดแบบนี้เหมือนกันสินะวิชาแพทย์ไม่จำเป็ต้องมีสูตรตายตัว ขอแค่รักษาหายก็พอ"
พูดจบผู้หญิงคนนั้นก็ประคองแม่ของเธอเดินจากไปอย่างช้าๆ
ต่งเสี่ยวเสี่ยวรีบร้อนเข้าไปในโรงพยาบาลตอนที่เข้าไป เธอก็รู้สึกเ็ปจากแผลเน่าเปื่อยตรงแขน
เธอเพิ่งสังเกตว่าตัวเองถกแขนเสื้อขึ้นมาตอนไหนก็ไม่รู้
เธอรีบดึงแขนเสื้อลงมาพอตรวจดูแล้วว่าไม่มีอะไรผิดปกติเธอจึงยิ้มและหิ้วกล่องข้าวเข้าไปในห้องพักผู้ป่วย
พอได้ยินเสียงฉินไห่หยางและฉินไห่เยว่ก็ะโลุกขึ้นจากเก้าอี้ ฉินซู่ก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น
ตอนกลางวันเขางีบหลับไปเด็กสองคนจึงเล่นกันอยู่ในห้องพักผู้ป่วย
"มาเถอะ มากินข้าวกัน!" ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดพลางเปิดกล่องข้าว "วันนี้โชคดีจริงๆที่เจอรถม้าอีกคัน อาหารเลยยังร้อนอยู่วันนี้แม่ตั้งใจทำไก่ตุ๋นเห็ดหอมมาให้พวกลูกเลยนะ"
"พวกลูกไม่รู้หรอกว่าวันนี้แม่โชคดีแค่ไหน"ตอนที่เปิดกล่องข้าวต่งเสี่ยวเสี่ยวยังคงเล่าเื่ราวในวันนี้ไปเรื่อยๆ "แม่ไปเดินเล่นในป่าเจอกระต่ายกับลูกหมูป่า ที่มาติดกับดักสัตว์เอาไว้"
"แล้วแม่ก็เจอลูกไก่ตัวเล็กๆอีกสองสามตัว กับแม่ไก่ตัวใหญ่ด้วย แม่คิดไว้แล้วว่าจะเลี้ยงลูกไก่เอาไว้..."
ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดถึงเื่ราวในวันนี้ไปเรื่อยๆอันที่จริงก็เพื่อปกปิดความเ็ปที่มือ
เธอดึงแขนเสื้อลงมาปิดแผลเดิมทีก็แผลเน่าเปื่อยอยู่แล้ว พอแขนเสื้อเสียดสีกับแผล ก็ยิ่งรู้สึกเจ็บขึ้นไปอีก
เธอจึงทำได้แต่หาเื่คุยเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
ฉินซู่สังเกตเห็นความผิดปกติในทันทีเช่นเดียวกับฉินไห่หยาง ทำไมต่งเสี่ยวเสี่ยวถึงดูท่าทางลุกลี้ลุกลนเหมือนคนที่ไปทำความผิดมา...
ไม่สิ เหมือนกำลังปิดบังอะไรบางอย่างมากกว่า?
พูดจบแล้ว ทั้งสามคนก็ยังยืนนิ่งต่งเสี่ยวเสี่ยวได้แต่หัวเราะพลางส่ายหน้า "พวกเธอไม่หิวเหรอ?"
ทุกคนถึงได้รู้สึกตัวฉินไห่เยว่เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม "หอมจังเลยค่ะ"
ขณะที่พูดอยู่อีกฝ่ายดันหันมาแล้วเผลอชนเข้ากับแผลของต่งเสี่ยวเสี่ยว เธอสะดุ้งเฮือกทั้งตัวสีหน้าเปลี่ยนไปทันที แต่ก็รีบเก็บอาการกลับมาเป็ปกติอย่างรวดเร็ว
"ไห่เยว่หิวแล้วเหรอ" เธอพูดก่อนจะหยิบชามขึ้นมา "งั้นแม่ตักน้ำแกงให้ก่อนนะซดน้ำแกงแล้วค่อยกินข้าว ท้องจะได้สบายขึ้น"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวยังไม่รู้ตัวว่าสีหน้าและการกระทำเมื่อครู่นี้ได้ทรยศเธอไปแล้ว
ฉินซู่และฉินไห่หยางต่างก็สังเกตเห็นพิรุธของเธอ