ฟู่!
กระต่ายตัวสีขาวยืนแข็งค้าง ศรีษะของมันถูกตัดขาดเหลือเพียงร่างไร้ิญญายืนนิ่งปล่อยให้เืสาดกระเซ็นออกมาจากลำคอจนราวกับว่ามีฝนเืร่วงตก
ไม่ได้มีเพียงกระต่ายตัวเดียวที่ถูกสังหารด้วยการถูกตัดคอ กระต่ายอีกร้อยตัวที่อยู่รอบๆตกอยู่ในสภาพไม่ต่างกัน เพียงแค่พวกมันไม่ได้ยืนในท่าทางเหมือนกันเท่านั้น
บางตัวล้มลงไปนอนบนพื้นไร้ศีรษะ บางตัวนอนหงายหันมองขึ้นฟ้าไร้หัว แต่ละตัวที่ถูกสังหารล้วนแล้วถูกตัดคอ นับรวมแล้วมีทั้งหมด 999 ร่าง
ฟู่!
กระต่ายตัวสุดท้ายภายในรังล้มลงไปนอนบนพื้นดิน ข้างลำตัวมีศีรษะล่วงตกลงมาก่อน สิ่งที่ตัดคอของมันคือนิ้วมือเล็กๆ แม้แต่มันเองยังตายด้วยท่าทางตะลึงไม่คิดว่ามนุษย์จะใช้เพียงแค่นิ้วในการสังหาร
[ ทำการปลดล็อกพร์ขั้นแรกเสร็จสิ้น ]
“ ให้ตายสิ ใช้เวลาไปตั้งชั่วโมง คงต้องรีบกลับแล้ว ”
เฉินห่าวใช้มือเสยผมไปด้านหลัง ร่างของเขาเต็มไปด้วยเื แม้จะระวังไม่ให้มันััร่างกาย กระต่ายภายในรังแห่งนี้กลับบุกเข้ามาไม่ให้พัก ด้วยเลเวลที่น้อยเขาจึงทุ่มไปที่การสังหารพวกมันแทนการหลบเืที่สาดกระเซ็นออกมาจากร่างจนทำให้ตัวของเขาเต็มไปด้วยเืราวกับตกลงในไปบ่อ
การที่เขาต้องลงมือสังหารกระต่ายนับพัน เนื่องจากว่าเขาลองใช้สกิลของเทรนเนอร์กับตัวเองเพื่อดูแนวทางพัฒนาความแข็งแกร่ง
ในโลกใบนี้เขาไม่สามารถหาสิ่งที่เรียกว่ากระดูกเซียนได้ เขาจึงมองไม่เห็นวิธีที่จะทำให้ตนเองแข็งแกร่งได้เท่าเดิม ดังนั้นแล้วเขาจึงพยายามกระตุ้นพร์ให้ตื่นขึ้น ซึ่งมันมีคุณสมบัติไม่ต่างจากร่างศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าเซียน
การปลดล็อกขั้นแรกสำหรับเขาคือการสังหารสิ่งมีชีวิตด้วยการตัดศีรษะให้ครบ 1,000 ตัว ไม่นับว่าเป็เื่ยากเลย เขาจึงใช้่เวลาในการทดสอบวรยุทธ์โลกเดิมตัดคอกระต่ายเลเวล 5
การสังหารในครั้งนี้เป็เพียงขั้นแรก เขาต้องปลดล็อกอีก 1 อย่างจึงจะปลุกพร์ให้ตื่นขึ้นมาได้
จากการทดสอบทำให้เขาพอใจไม่น้อยเพราะวรยุทธ์จากโลกก่อนหน้าสามารถใช้ในโลกนี้ได้ทั้งหมด โดยไม่จำเป็ต้องเปลี่ยนแปลง
หลังจากมองดูเวลาแล้ว เฉินห่าวจึงรีบเดินทางกลับบ้าน เขากลัวว่าเป่าเป้ยจะตื่นขึ้นมางอแงกลางดึก
การฆ่าในครั้งนี้เขาได้ผลึกมานามาจำนวน 235 ก้อน ไม่ใช่มอนสเตอร์ทุกตัวที่มอบผลึกมานาให้กับเขา เฉินห่าวยังไม่ได้ทำการดูดซับเพราะพื้นที่แห่งนี้อันตรายพอสมควร กระต่ายจะบุกพร้อมกันเป็ฝูง เขาจึงไม่มีเวลาดูดซับผลึกมานาเพื่อทดสอบ
แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาสามารถตรวจสอบได้โดยไม่ต้องเสียเวลาทำความเข้าใจเลย สิ่งนั้นคือหนังสือสกิล
การกวาดล้างกระต่ายทำให้เขาได้หนังสือสกิลมา 2 เล่มด้วยกัน อัตราดรอปนับว่าเลวร้ายมากเพราะเขาฆ่ากระต่ายไปมากถึง 1,000 ตัวแต่ได้สกิลเลเวล 5 มาเพียงสองเล่มแล้วยังเป็สกิลเดียวกัน
สกิลที่ได้มานั้นมีชื่อว่า คมเขี้ยวกระต่าย เมื่อติดตั้งเขาสามารถใช้เล็บมือในการโจมตีศัตรูได้ด้วยการข่วน
บริเวณเล็บมือจะถูกเสริมด้วยมานาทำให้การข่วนมีพลังสูงยิ่งขึ้น ต้นไม้ใกล้ๆถูกเขาข่วนทดสอบ ผลปรากฎว่านิ้วของเขาจมเข้าไปลึกถึง 2 นิ้วนับเป็พลังโจมตีที่มากมหาศาล
แต่ถึงอย่างนั้นสกิลกลับด้อยกว่าการโคจรมานาใช้ออกด้วยวรยุทธ์ เพียงแค่เขาใช้มานาคลุมที่นิ้ว สามารถเจาะทะลุไปถึงอีกฝั่งของต้นไม้ที่ต้องใช้คนโอบมากถึง 3 คน เฉินห่าวจึงรู้ว่าสกิลบางอย่าง มีไว้เสริมการโจมตีเท่านั้น ในความทรงจำเ้าของร่าง มีสกิลที่มอบพลังโจมตีรุนแรงให้กับผู้ใช้จำนวนมาก แต่มันก็หายากไม่น้อยแล้วยังมีราคาแพง
การโจมตีหนึ่งครั้งเทียบเท่าการใช้วรยุทธ์เต็มกำลัง ดังนั้นแล้วเขาจึงอยากได้มัน แต่ดูท่าเงินในกระเป๋าจะไม่เพียงพอให้ซื้อมาทดลอง
“ รีบกลับไปหาเป่าเป้ยดีกว่า ”
เฉินห่าวรีบก้าวเท้าเดินให้ไว ในระหว่างนี้เขาพยายามดูดซับมานารอบๆมาเติมให้กับร่างกาย ต่อให้มานาภายในร่างจะใช้ได้เพียง 30 นาทีเท่านั้น เขาสามารถเติมมานาได้เรื่อยๆจากการหยิบจับมานารอบตัวเข้ามาในร่างกาย
การทำเช่นนี้ไม่ได้ทำให้เขามีมานาไร้ขีดจำกัด มันเป็เพียงแค่การยืดระยะเวลาการต่อสู้ออกไปให้นานขึ้นเท่านั้น ร่างกายของเขามีวันเหนื่อยล้า การชักนำมานารอบๆเข้ามาในร่างใช้ความพยายามไม่น้อย มันไม่ต่างจากเขาผลาญพละกำลังเพื่อแลกกับมานา ถึงอย่างนั้นข้อจำกัดในการชักนำมานาเข้าสู่ร่างจะค่อยๆปลดออก ตามเลเวลที่สูงขึ้น
เขาคิดว่ามันจะต้องเป็เช่นนี้ก็เพราะว่าการเลื่อนระดับของผู้บำเพ็ญเซียนทำให้ััปราณรอบๆตัวได้มากขึ้น การที่เขาเลเวลอัพจะต้องััมานารอบๆตัวได้เยอะขึ้น เขาจึงสามารถนำมานาในอากาศมาใช้งานได้เยอะเช่นกัน
สำหรับความพยายามที่ต้องจ่ายให้กับการชักนำมานามาใช้ เฉินห่าวไม่รู้ว่าจะเพิ่มขึ้นหรือไม่ แต่ที่เขาคิดเอาไว้ ถ้าหากเขาใช้อุปกรณ์ออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับกล้ามเนื้อ ต่อให้ค่าสถานะจะไม่เพิ่ม ความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อที่เพิ่ม น่าจะทำให้เขาชักนำมานาได้มากขึ้นเช่นกัน
สองเท้าเริ่มก้าววิ่ง เขาจำเป็ต้องออกจากเขตอันตรายให้ไว ยิ่งนึกถึงหน้าลูกสาวที่ตื่นขึ้นมาในกลางดึกแล้วไม่เห็นป๊ะป๋ายิ่งทำให้เขาต้องรีบกลับเพราะไม่รู้ว่าเหมยลี่จะรับมือกับเป่าเป้ยน้อยที่กำลังร้องไห้ได้หรือเปล่า
แต่แล้ว
เฉินห่าวพบว่าด้านหน้ามีสายตาคู่หนึ่งมองมาที่เขา มันไม่ใช่สายตาของคนทั่วไปเพราะเต็มไปด้วยจิตสังหาร ต่อให้มันจะปกปิดตัวตนก็ตาม เขารู้ได้เลยว่าชายที่มองมานั้น้าจะฆ่าเขาให้ตาย
ก้าวย่างเงาพันเซียนถูกใช้ออกอย่างเร็วไวทิ้งร่างของเขาเอาไว้ในจุดที่หยุดยืน ร่างจริงวิ่งหนีไปอีกทางโดยอาศัยความมืดมิด
ในระหว่างวิ่งเฉินห่าวโคจรมานาเรียกใช้วรยุทธ์อีกอย่าง มือขวายกขึ้นมาเหนืออกกวาดไปซ้ายทีขวาทีราวกับกำลังใช้มือปัดหยากไย่ ทันใดนั้นเืทั้งหมดที่ติดอยู่ตามตัวก็ถูกฝ่ามือที่โบกสะบัดดูดเข้าไปหลอมรวมกันเป็ก้อนเืทรงกลมสีดำก่อนที่เขาจะทิ้งไว้ข้างทาง
กลิ่นเืคือสิ่งที่ทำให้มือสังหารตามติดเขาได้จึงต้องสลัดกลิ่นนี้ทิ้งไปก่อน
วรยุทธ์ที่เขาใช้เมื่อครู่คือพันฝ่ามือจันทร์ซับซ้อน เขาสามารถส่งฝ่ามือกระแทกศัตรูได้นับพันในเพียงไม่กี่ลมหายใจ ทุกครั้งที่ฝ่ามือกระแทกออกไปจะซ้อนทับกันพร้อมกับเพิ่มน้ำหนักกดทับ ด้วยระดับสูงสุดของเขา เพียงฝ่ามือเดียวสามารถทำลายูเาให้หายไปได้ 10 ลูก
นอกจากจะใช้โจมตีแล้ว มันยังสามารถใช้รวบรวมปราณมาไว้ในจุดๆเดียวได้ เขาจึงพลิกแพลงเล็กน้อยให้มันดึงเืออกมาจากร่างกายจนไม่มีสิ่งผิดปกติติดตามตัว
“ หายไปไหนกัน!? ”
ดวงตาของมือสังหารเผยให้เห็นความสงสัย เมื่อกี้มันเห็นศัตรูวิ่งเข้ามาใกล้ อีกเพียง 100 เมตรจะมาถึงตำแหน่งของมัน แต่แล้วเป้าหมายกลับหายไป มันจึงรู้ว่าอีกฝ่ายรู้ตำแหน่งของตนเองจึงพยายามกวาดตามองหา ทว่าชายที่ควรจะถูกพบตัวกลับหายไปจากสายตา แม้แต่ประสาทััก็เช่นกัน
ติ๊ดติ๊ด!
อุปกรณ์สำหรับตรวจสอบคลื่นพลังงานนำออกมาใช้งาน ทันใดนั้นมันก็พบจุดสีแดงกำลังวิ่งหนีไปอีกทาง ถึงจะเป็การวิ่งอ้อม เป้าหมายการวิ่งกลับเป็ทางที่เข้ามา มันจึงไม่รอช้าใช้ความเร็วที่เหนือกว่าวิ่งออกไปดักรอ ภารกิจของมันคือการสังหารเป้าหมายให้ได้ภายในป่า การสังหารจึงต้องจบลงก่อนที่เฉินห่าวจะออกจากพื้นที่แห่งนี้
“ ง่ายไปไหม ? ”
ความสงสัยเผยบนใบหน้าของเฉินห่าว ชายที่ปลดปล่อยจิตสังหารวิ่งจากเขาไปแล้ว มันไม่ควรง่ายดายเช่นนี้ เขาไม่เชื่อว่าชายที่ปลดปล่อยความ้าฆ่ามากมายจะหนีไป จิตสังหารท่วมท้นขนาดนี้ จะปล่อยออกมาได้ก็ต่อเมื่อเจอเป้าหมายที่ต้องลงมือ
เขาเคยเผชิญหน้ากับเซียนมามากมาย จึงไม่มีทางมองพลาด เมื่อคิดขึ้นได้ว่าศัตรูอาจจะไปดักรอเขาที่หายไป เฉินห่าวจึงเปลี่ยนเส้นทางวิ่งโดยหวังว่าจะออกจากป่าใกล้กับทางที่เขามา แต่แล้วเขาก็พบว่ามีการเคลื่อนไหวห่างออกไปราว 500 เมตร สิ่งที่กำลังเคลื่อนไหวคือชายที่หนีเขาไปเมื่อครั้งก่อน
“ ที่แท้มันไม่ได้หนี แต่มันพยายามไปดักหน้า มันทำได้ยังไงกัน ”
เฉินห่าวมั่นใจแล้วว่าตนเองหลบสายตาของมันพ้น เขาจึงลองค้นความทรงจำเ้าของร่าง ก่อนจะพบต้นตอ
ในโลกเซียนมีของวิเศษที่ใช้ตามรอย การจะลบร่องรอยต้องใช้ของวิเศษพลังเทียบเท่ากัน
แต่โลกนี้มีสิ่งที่ดีกว่าของวิเศษที่ว่า มันสามารถตรวจหาเป้าได้ด้วยสิ่งที่้เรียกว่าเรดาร์ ถ้าจะหลบเรดาร์เขาก็ต้องมีชุดเกราะที่สร้างมาต่อต้านมัน เขาจึงไม่สามารถหลบหนีพ้น ต่อให้จะลบตัวตนไปแล้วก็ตาม
“ น่าสนุกดีนี่ แต่วรยุทธ์ของฉันไม่ได้กระจอกแบบนั้นหรอกนะ มาดูกันว่าเรดาร์ของแกจะยังตรวจหาฉันเจอหรือเปล่า ”
เฉินห่าวหลับตาแล้วโคจรมานาตามวรยุทธ์ร่างเงาซ่อนเซียน ทันใดนั้นเงาที่เท้าก็พุ่งขึ้นมาคลุมร่างจนผิวของเขาดำราวกับถ่าน หลังจากใช้วรยุทธ์ปกปิดตัวตนเฉินห่าวจึงรีบวิ่งไปอีกทางพลางสังเกตศัตรูที่พยายามจะสังหารเขาเช่นกัน
อีกฝ่ายไม่ได้เคลื่อนไหว มันยังคงหลบอยู่บนยอดของต้นไม้ เขากลับไม่ได้แสดงความดีใจเพราะคิดว่าอีกฝ่ายคงยังไม่คิดจะเคลื่อนไหว การที่เขาััเลเวลของมันไม่ได้คงเพราะมีเลเวลที่สูงกว่าอย่างแน่นอน
จากการลอบตรวจสอบเลเวลของเ้าหน้าที่หยาง เขาสามารถทำได้ต่อให้อีกฝ่ายจะพยายามตรวจสอบ ทว่าชายชุดดำคนนี้ซ่อนเลเวลจากเขาได้ มันจะต้องมีเลเวลมากกว่าเ้าหน้าที่หยางแน่
“ มันไปไหนอีกแล้ว !? ”
บนใบหน้าของมือสังหารเผยให้เห็นความกังวล พยายามใช้มือทุบเครื่องค้นหาพลังในทันที เป้าหมายหายไปจากเรดาร์ไม่ว่าจะลองเปิดปิดเครื่องก็ยังไม่สามารถหาอีกฝ่ายพบ มันจึงพยายามใช้ตาตัวเองมองดูรอบๆแต่ก็ไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด
เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายอาจจะพกไอเทมที่ทำให้ซ่อนตัวตนจากเรดาร์มันจึงตัดสินใจวิ่งออกจากป่าเพราะมั่นใจว่าเป้าหมายจะต้องขึ้นรถที่สถานีอย่างแน่นอน
แม้การสังหารจะเอิกเกริก ถ้าหากสังหารเป้าหมายได้ ภารกิจของมันก็นับว่าเสร็จสิ้น สถานีติดพื้นที่ล่าไม่ได้ขึ้นตรงกับทางการ มันจึงไม่กลัวว่าจะมีคนเข้ามาขวาง การสังหารฮันเตอร์ภายในสถานีจึงเป็เื่ปกติ
“ ให้ตายสิ ดูเหมือนมานาจะไม่พอ ”
เฉินห่าวหลบข้างโขดหิน อีกเพียง 100 เมตรจะถึงสถานี เขามองเห็นฮันเตอร์มากมายแล้วยังััได้ว่าชายที่คิดจะสังหารเขาหลบอยู่ในสถานี การโผล่หน้าออกไปอาจจะถูกสังหาร เขาจึงตัดสินใจหลบก่อนแล้วค่อยหาวิธีหนีใหม่
อย่างไรก็ตามมานาติดตัวจากเลเวล 1 ดูเหมือนจะน้อยไป เขาใช้วรยุทธ์ร่างเงาซ่อนเซียนได้เพียง 5 นาทีมานาก็หมดลงแล้ว ทั้งๆที่มันใช้กับวรยุทธ์อย่างอื่นได้นานถึง 30 นาที
“ อัพมานา 1 หน่วยก็แล้วกัน ”
แต้มสถานะ 1 หน่วยจากเลเวล 1 เพิ่มให้กับค่าสถานะมานา ตามคำแนะนำของฮันเตอร์ระดับสูง ทุกๆ 10 เลเวลควรจะอัพค่าสถานะมานา 2 หน่วย เพื่อให้พวกเขามีมานาเพียงพอในการใช้สกิล
ทันทีที่อัพค่าสถานะมานา เฉินห่าวพบเพียงแค่ว่าปริมาณมานาในร่างกายเพิ่มขึ้น แต่ความสามารถในการชักนำมานาจากภายนอกเข้ามาเติมเต็มยังคงเท่าเดิม เขาจึงนั่งนิ่งๆรอคอยให้มานาฟื้นฟูกลับมาเต็ม ต่อให้เขาจะได้โพชั่นจากการสังหาร การนำออกมาใช้ตอนนี้อาจจะเป็การเสียเปล่า
“ ไม่คิดจะให้ฉันกลับสินะ อยากรู้จริงๆว่าใครจ้างมันมา ”
เขาเลเวลน้อยกว่า ค่าสถานะโดยรวมก็เช่นกัน หาก้าสังหารเขาจะต้องล่อมันกลับไปที่ตึก แต่ดูเหมือนเขาจะทำเช่นนั้นไม่ได้เพราะมันเลเวลสูง เฉินห่าวจึงมองหาวิธีที่จะกลับไปเงียบๆแทน โดยที่มันหาเขาไม่เจอ