‘สัญญานะว่ากวินจะดูแลคุณแม่ให้ดีที่สุด” สาริศาเอ่ยขึ้นในวันที่ต้องไปเรียนต่อต่างประเทศพี่มองกวินเป็เหมือนน้องชายคนหนึ่ง กวินจะดูแลคุณแม่แทนพี่สาวคนนี้ได้ไหม’
‘ครับพี่ริต้า ผมให้สัญญา ผมจะดูแลคุณแม่ให้ดีที่สุดครับ’
กวินรู้สึกดีใจที่ได้รับการยอมรับจากครอบครัวที่แสนอบอุ่นนี้ถ้าไม่มีปัญหาเื่พ่อเลี้ยงละก็...ทุกอย่างในบ้านคงสงบสุขมากกว่านี้เป็สิบเป็ร้อยเท่าแน่ๆเขาเองก็เข้าใจดีในความจำเป็ที่ทำให้พี่สาริศาของเราต้องไปอยู่คอนโดแทนที่จะได้อยู่ใกล้ชิดคุณแม่พรพิมล
พ่อเลี้ยงชีกอแถมถูกพี่พนันเข้าสิงแบบนั้นอยู่ห่างเป็ดีที่สุด
กวินเองก็เคยนึกสงสัยทำไมคุณพรพิมลยังอดทนต่อสามีคนนี้เสียเหลือเกิน เขายอมรับว่าแรกๆที่ได้รู้จักคุณอานนท์ เขาช่างเป็คนดีเสียจริงแต่เวลาผ่านไปไม่นานนัก ทุกอย่างก็กลับจากหน้ามือเป็หลังมือคุณพรพิมลก็ตรอมใจแต่ทำเหมือนยอมรับโชคชะตาและมักพร่ำเสมอว่ามันเป็เื่ของเวรกรรม
“ได้เวลาเสิร์ฟของหวานแล้วจ๊ะกวิน”
เสียงพิชชาทำให้กวินตื่นจากภวังค์กวินตอบรับแล้วรีบลุกขึ้นไปยกถ้วยของหวานที่เตรียมไว้มาเสิร์ฟทุกคน
“ได้ยินว่ากวินทำงานพิเศษ่ปิดเทอมจะเอาเงินไปทำอะไรหรือจ๊ะ” พิชชาถามพลางตักลอดช่องน้ำกะทิเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย
“ก็...” กวินยิ้มเขิน
“กวินอยากได้อะไรหรือจ๊ะ”สาริศาถามพร้อมรอยยิ้ม เธอรู้ว่ากวินเป็เด็กดีไม่มีทางที่จะเอาเงินไปทำเื่ไม่ดีแน่ๆ
“ผมตั้งใจว่าจะเก็บเงินแล้วเดินทางท่องเที่ยวครับ”
“จริงเหรอจะไปเที่ยวที่ไหนล่ะ” พิชชาถามอย่างตื่นเต้น
“ผมอยากไปประเทศเทซาเนียครับ”กวินพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง “ผมดูสารคดีท่องเที่ยว ที่นี่เป็ประเทศเปิดใหม่ มีวัฒนธรรมที่แตกต่างจากเรามากผมรู้สึกอยากลองไปเที่ยวต่างประเทศสักครั้งในชีวิตครับ”
น้ำเสียงร่าเริงของกวินทำให้สาริศาฝืนยิ้มออกมามีแต่พิชชาเท่านั้นที่เข้าใจความรู้สึกของเพื่อนสาว เธอจึงพยายามเปลี่ยนเื่คุย แต่ก็ดูเหมือนจะสายไปแล้วเพราะแววตาของสาริศาหม่นร้าวเหลือเกินถึงเธอจะเป็เพื่อนรักที่สุดของสาริศา แต่ก็เหมือนว่าสาริศาจะมีบางอย่างปิดบังเธออยู่เพราะั้แ่ที่สาริศาไปท่องเที่ยวที่เทซาเนียเมื่อหลายปีก่อน สาริศาก็ทำเหมือนว่าไม่้าพูดถึงชื่อประเทศนี้อีก
“เอ่อ...อีกสองสามวันพี่ต้องไปทำงานที่ญี่ปุ่นกวินกับแม่อยากได้อะไรไหมคะ”
“แม่ไม่เอาอะไรหรอกลูกแค่ได้เห็นหน้าลูกแม่ก็มีความสุขแล้ว”
“ผมก็ไม่เอาอะไรครับรองเท้าที่พี่ริต้าซื้อมาให้ก็ยังสภาพดีอยู่เลย”
สาริศาหันมาทางพิชชา“เธอคงเหมือนเดิมใช่ไหมล่ะ”
พิชชาหัวเราะคิกคัก“ถ้าเจอหนังสือภาพสวยๆ ซื้อมาเลยนะ”
“หนังสือจะทับตายอยู่แล้วยังอยากได้หนังสืออีก”
“ก็อย่าถามซิว่าฉันอยากได้อะไร”
“ฉันถามแม่กับน้องชายต่างหาก
“ยัยริต้า!”
คุณพรพิมลอดหัวเราะไม่ได้นอกจากพิชชาแล้วก็ไม่เห็นลูกสาวของตัวเองจะสนิทสนมกับใครเลย หลังจากทานอาหารและยาแล้วนางก็เริ่มจะง่วงนอนสาริศาประคองแม่กลับไปที่ห้องนอนแต่เมื่อเดินออกมากลับเจอหน้าพ่อเลี้ยงที่นั่งที่โต๊ะอาหารอย่างไม่ได้รับเชิญ
“มีของกินดีๆไม่คิดจะเรียกกันเลยนะ” คุณอานนท์แสยะยิ้มที่มุมปาก
“ของเหลือบนโต๊ะถ้าจะกินก็เชิญตามสบายเลย”
“นังนี่! พูดจาให้มันดีๆ หน่อย ยังไงฉันก็เป็พ่อเลี้ยงของแกนะ!!”
สาริศากัดฟันกรอดๆถ้าไม่เกรงใจแม่ละก็...เธอไม่ยอมให้ใครพูดจาแบบนี้แน่ๆ แต่เธอก็ไม่อยากให้แม่สะดุ้งตื่นเพราะเสียงเอกับพ่อเลี้ยงทะเลาะกันสาริศาจึงหันไปหยิบกระเป๋าสะพายขึ้นคล้องไหล่แล้วหันไปพยักหน้ากับพิชชาที่เตรียมตัวจะกลับั้แ่เห็นหน้าคุณอานนท์เข้ามาในบ้านแล้ว
“เฮ้ๆจะไปก็ไม่ว่าหรอกนะ แต่เอาเงินไว้ให้ใช้บ้างซิ” คุณอานนท์ะโไล่หลัง“ฉันดูแลแม่แกอยู่นะ”
สาริศาหันขวับไปมองด้วยแววตาวาวโรจน์เล่นเอาอีกฝ่ายไม่กล้าเอ่ยปากพูดอะไรหญิงสาวเดินออกมาด้วยความหงุดหงิดผิดกับตอนเข้าบ้านลิบลับ
อานนท์มองลูกเลี้ยงสาวเดินจากไปพ้นรั้วบ้านแล้วก็ถอนหายใจโล่งอกเดี๋ยวนี้สาริศาดูแข็งกร้าวกว่าแต่ก่อนมาก ไม่ใช่เด็กหญิงที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตายอมทนให้เขาดุด่าทุบตียังไงก็ได้อีกแล้วอารมณ์หงุดหงิดจากที่เสียเงินจากบ่อนการพนันทำให้เขาอยากจะโวยวายให้บ้านพัง แต่ไอ้บ้านเท่ารูหนูก็ไม่รู้จะหันไปทำอะไรที่ไหนได้หันไปเจอเ้ากวินก็เอาแต่ทำหน้านิ่งเหมือนไม่เห็นเขาอยู่ในสายตา
“เฮ้ย! คนบ้านนี้มันเป็อะไรกันไปหมดวะ”
อานนท์บ่นแล้วเดินเข้าไปห้องภรรยาแต่เมื่อเห็นนางหลับอยู่เขาก็กระตุกยิ้มที่มุมปากออกมา “ขอกันดีๆไม่ให้ก็ต้องค้นกันเสียหน่อย ดูซิว่าซ่อนเงินไว้ที่ไหนบ้าง”
ชายวัยกลางคนที่กลิ่นตัวคละคลุ้งไปด้วยแอลกอฮอร์เริ่มค้นตามตู้เสื้อผ้าลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้ง โต๊ะข้างเตียงนอน และอีกหลายๆที่ที่คิดว่าภรรยาจะซุกซ่อนเงินไว้ แต่เขาก็ไม่พบอะไรเลย นานหลายนาทีต่อมาจนเขานั่งหอบหายใจแรงเพราะความเหนื่อยอ่อน
“โอ๊ยอะไรกันเนี้ย! บ้านนี้มันไม่มีอะไรเลยหรือไงวะ” อานนท์สบถหยาบคายอีกหลายคำแล้วลุกขึ้นเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าเพื่อหยิบเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนอาบน้ำพลันสายตาของเขาก็บังเอิญไปเห็นกล่องเล็กๆถูกซุกอยู่ระหว่างผ้าคลุมไหล่ของภรรยาของเขามือหนาหยิบกล่องกำมะหยี่ออกมาเปิดดูแล้วดวงตาของเขาก็วาวโรจน์ด้วยความยินดีกับสิ่งที่เห็น
“คิดเรอะว่าจะซ่อนฉันได้!!”
การจราจรในกรุงเทพฯแน่นขนัดจนคล้ายเป็ความเคยชินของคนที่ใช้ชีวิตในเมืองหลวงแห่งนี้ รวมทั้งสาริศาและพิชชาด้วย
“ฉันไม่เข้าใจแม่ของเธอเลยจริงๆนะริต้า”พิชชาถอนหายใจ
“ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน”สาริศาถอนหายใจหนักๆ แล้วขับรถออกมาจากบ้านของแม่ “แม่ก็คงมีเหตุผลของแม่นั้นแหละ”
“เห็นแบบนี้ฉันขออยู่เป็โสดไปจนตายดีกว่า” พิชชาขยับแว่นสายตาชิดใบหน้าแล้วเหลือบมองเพื่อนสาว“เธอก็เหมือนกัน พักผ่อนบ้างล่ะ อย่าเอาแต่ทำงานเดี๋ยวไม่สบายเอา”
“ฉันรู้ตัวเองดี...ไม่มีใครจะดูแลฉันได้ดีเท่าตัวฉันเองหรอกจ๊ะ”
สาริศาฝืนยิ้มออกมาเธอมองถนนที่เต็มไปด้วยรถรามากมาย แต่หัวใจเธอยังคิดถึงถนนเส้นเล็กๆที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมแปลกตาของชาวทะเลทราย
บางสิ่งบางอย่างก็เป็ไม่สามารถจะหาเหตุผลมาอธิบายได้เสมอไป.