"ลู่ซือ..." เสียงเ้าสำนักดังก้องกังวาล
"เ้าตามไปพบข้า..." ไม่รอให้เสียงก้องกังวาลเงียบลง เ้าสำนักพร้อมเหล่าผู้าุโกับต่างกลับไปยังโถงสำนักทันที
")0("
"มีเหตุอันใดต้องเรียกข้าไปในยามนี้ ..." ลู่ซือใช้ทะยานลี้ ที่ปรับแก้ไขพลังเจตจำนงบางส่วนเหาะกลับไป ชั่วพริบตาก็กลับเข้าสู่โถงสำนัก
"เ้ากลับเข้ามาเมื่อใดกัน" เสียงเ้าสำนักที่กำลังเดินเข้าโถงสำนักร้องะโด้วยความใ ผู้าุโสำนักที่เหาะตามมาต่างก็ใเช่นกัน ด้วยระยะทางจากเขตหลังเขา มายังหน้าสำนัก แม้ว่าไม่ไกลนัก แต่ก็หลายอึดใจ หากแต่ทำไมเ้าถึงได้มาถึงเร็วเช่นนี้
"แปลกใจอันใดเล่า ท่านเ้าสำนัก หาได้มีเหตุใดต้องแปลกใจไป" ลู่ซือกล่าวออกมาด้วยท่าทางเรียบเฉย
"เอาเถิด ข้ามีเื่ที่จะสอบถามเ้า ว่ามันเกิดเหตุอันใด ทำไมฝูงนกอสุนีเพลิงจึงได้รวมตัวที่เชิงหน้าผา และเหตุใดมันจึงมาอย่างพร้อมเพรียงกัน เ้าทำเหตุอันใดกัน"
"ท่านเ้าสำนัก ... เหล่านกเ่าั้ ข้าไม่ได้ทำสิ่งใด ตามที่ท่านรู้ แม้มันจะเป็สัตว์อสุรา แต่มันกลับมีสติปัญญาที่ฉลาด ข้าไม่สามารถที่จะไปบงการหรือสั่งพวกมันได้หรอก พวกมันต่างมาด้วยตัวมันเองทั้งสิ้น"
"เ้าอยู่ใกล้ฝูงสัตว์อสุราเพียงนั้น มันไม่ได้ทำอะไรเ้า แล้วเ้าไปยืนทำอะไร เ้าไม่กลัวโดนทำร้ายหรืออย่างไร" าุโเฒ่าเล่าปังผู้เป็ปู่ของเล่าหานกระแทกไม้เท้าแล้วถามไปยังลู่ซือ
"พวกท่านก็ได้ประจักษ์กับสายตาของพวกท่านอยู่แล้ว ว่าข้ามิได้ทำอะไร หรือแม้กระทั่งพูดคุยกับพวกมันเลย ข้าเพียงเป่าขลุ่ยของข้าเพียงเท่านั้น หาได้ทำสิ่งใดนอกจากนี้เลย" ลู่ซือกล่าวสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด
แน่นอนว่าข้ามิได้ทำอะไร หากแต่พลังที่ขับขานออกไปจากตัวข้าต่างหากเล่า ที่ไปปลุกจิติญญาของพวกมัน ทำให้มันสงบและเพิ่มระดับพลังของพวกมันได้ในยามนี้ ลู่ซือเพียงคิดในใจ หาได้กล่าวอันใดออกไป
ในอดีต มีหลากหลายเหตุการณ์ที่ลี้เฟยได้แก้ไข และแทบจะทุกครั้ง ต่างมีผู้สอบถามสาเหตุถึงเหตุและผล และวิธีการมากมาย คำถามเหล่านี้ เมื่อได้ยินนานเข้านานเข้า ย่อมทำให้เกิดความเบื่อหน่าย
สุดท้ายจึงใช้วิธีการแก้ไขผ่านทางขุมพลังปราชญ์อริยจิตต์แทน แม้ในกาลนั้น ขุมพลังจิตของลี้เฟยได้ก้าวสู่ระดับสูงกว่าระดับปราชญ์อริยจิตต์ หากแต่ก็ใช้เพียงไม่เกินระดับนี้
ใยข้าต้องขี่ช้างจับตั้กแตน ใยต้องเหวี่ยงแหจับปลาในไห ช่างเป็เื่ที่ไม่จำเป็ เป็เื่ที่ไม่คุ้มค่าที่จะต้องทำ ไม่ใช่เื่ยากเย็นอันใดเลย ไม่จำเป็ต้องสิ้นเปลืองแรงแต่อย่างใด
"แล้วไยเ้าไม่กลัว หากแต่ยังเป่าขลุ่ยได้ท่ามกลางฝูงสัตว์อสุรา" าุโเฒ่าเล่าปัง ยังคงคลางแคลงใจ และด้วยถ้อยคำที่ได้รับฟังจากหลานชายมาตลอด ทำให้รู้สึกไม่ถูกชะตากับลู่ซือแต่อย่างใด
"ท่านทั้งหลาย บ้านพักของข้าอยู่ใกล้เขตหุบเหว ข้าอยู่ที่นั่น และข้าก็เป่าขลุ่ยเช่นนั้นตามปกติ ข้าไม่ได้ทำอะไรผิดแผกใด ๆ"
"แต่ก็เป็ไปได้ว่า ฝูงนกอสุนีเพลิง อาจชอบในบทเพลงที่ข้าบรรเลงก็เป็ได้" ลู่ซือกล่าวไปตามความจริง
หากแต่ความจริงนี้ จะมีผู้ใดเชื่อนั้น เป็สิ่งที่ยากจะเป็ไปได้ เด็กชายวัยเจ็ดปี จะมีตบะพลังมากพอที่จะทำให้สัตว์อสุรานับพันขึ้นมาจากหุบเหว ขึ้นมาปรับระดับพลัง จะเป็ไปได้อย่างไร
เมื่อได้ยินคำอธิบายต่าง ๆ แล้ว เ้าสำนักและผู้าุโต่างรับรู้ด้วยเหตุและผลตามที่ลู่ซือได้กล่าวมา แต่ก็ใช่ว่าจะนิ่งนอนใจ หากแต่ไม่รู้จะยกเหตุหรือผลอันใดมาขัดแย้ง ที่สำคัญ ไม่ได้มีหลักฐานหรือประจักษ์พยานใด ๆ ที่บ่งบอกว่า ทั้งหมดเป็การกระทำของลู่ซือ
อีกทั้งนกอสุนีเพลิง ก็มิได้อาละวาดทำร้ายสำนักหรือผู้คนแต่อย่างใด เมื่อคิดดี ๆ แล้ว พวกมันเพียงแค่มารวมตัวและปรับรากฐานพลังของพวกมัน ให้กล้าแข็งขึ้น ในดินแดนแห่งใด จะมีเหตุการณ์เฉกเช่นนี้อีกได้เล่า
"นี่อาจจะเป็เหตุการณ์ปกติที่เป็ไปได้ของฝูงนกอสุนีเพลิง เพียงแต่พวกเราอาจไม่เคยรับรู้มาก่อนก็เป็ได้ และครั้งนี้อาจเป็ครั้งแรกและอาจจะเป็ครั้งเดียวที่่ชีวิตพวกเราจะได้เห็นก็เป็ได้"
"เ้ากลับไปเถอะ ไม่มีอะไรแล้ว" เ้าสำนักโบกมือให้ลู่ซือออกไปได้ แต่เหล่าาุโสำนัก ยังคงปรึกษาหารือข้อสรุปร่วมกัน ถ้าไม่ได้เป็ตามที่พวกเราคาดไว้เช่นนั้น มันจะเป็เหตุอันใดได้อีก
สุดท้ายก็ยังคงหาข้อสรุปไม่ได้ ไม่นานนัก ลานโถงสำนักก็เงียบลง ทุกคนได้แต่แยกย้ายกลับไปทำหน้าที่ของตน