เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 3 บทที่ 80 ไม่มีวันยอมแพ้

            ลู่เป๋าเหยียนรู้สึกว่าเธอน่ารักสดใสมานานแล้ว?

            ซูเจี่ยนอันทั้งดีใจและตกใจกับคำชมของเขา

            “งั้นนายยังจะจ้องฉันอีกทำไม?”ซูเจี่ยนอันยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม “หรือว่า...?”

            ไม่รอให้เธอพูดจบลู่เป๋าเหยียนก็ดึงเธอลุกขึ้นเดิน

            ลู่เป๋าเหยียนก้าวเท้ายาวๆของเขา ในขณะที่ซูเจี่ยนอันวิ่งซอยเท้าตามไปอย่างเร่งรีบ

            “พวกเราจะไปไหนกัน?”

            “เปลี่ยนชุด”ลู่เป๋าเหยียนตอบสั้นๆ เฉกเช่นทุกที

            “ไม่เล่นต่อแล้วเหรอ”ซูเจี่ยนอันเพิ่งอุ่นเครื่องได้ที่ ทุกอณูของร่างกายกำลังเรียกร้องอยากลงไปเล่นต่อถ้าจะต้องเลิกเล่นตอนนี้คงน่าเสียดายแย่

            “ไปเปลี่ยนชุดก่อนถ้าอยากเล่นอีก เดี๋ยวฉันเล่นเป็นเพื่อน” ลู่เป๋าเหยียนพูดเสียงเฉียบ

            ซูเจี่ยนอันไม่เข้าใจว่าชุดของเธอไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจจึงได้แค่ทำตามสิ่งที่เขาบอก

            สุดท้ายตอนเปลี่ยนชุดเธอเลยอาบน้ำไปด้วยทีเดียว หลังอาบเสร็จร่างกายก็สดชื่นขึ้น ยิ่งได้พัดลมเย็นๆ จากบนยอดเขาก็ยิ่งสบายตัวเธอไม่อยากเล่นกีฬาให้เหงื่อออกอีกรอบ จึงบอกกับลู่เป๋าเหยียนว่าไม่เล่นแล้ว

            ลู่เป๋าเหยียนตามใจเธออย่างหาได้ยากเขาพูดแค่ว่า

            “อืม งั้นไม่เล่นแล้ว”

            เธอจับมือเขาอย่างดีใจ“พวกเสี่ยวซีไปไหนแล้วล่ะ”

            “พวกเขาอยู่ที่ห้องอาหารงั้นพวกเราก็ไปกินข้าวกันเลยไหม” ลู่เป๋าเหยียนตอบ

            ที่คลับเฮาส์แห่งนี้มีภัตตาคารสามแห่งคือ ภัตตาคารสไตล์จีน ตะวันตกและฝรั่งเศส พวกลั่วเสี่ยวซีตอนนี้อยู่ที่ภัตตาคารอาหารจีน

            ภัตตาคารแห่งนี้ไม่ใหญ่มากการตกแต่งนั้นดูเรียบหรู ที่มุมห้องประดับด้วยดอกมะลิที่กำลังบานสะพรั่งดอกไม้สีขาวที่กำลังเบ่งบานส่งกลิ่นหอมจางๆ ใต้แสงอาทิตย์ที่สาดส่องเข้ามาบ่อน้ำด้านนอกมีปลาคาร์ปแหวกว่ายอยู่ท่ามกลางดอกบัวสีชมพูที่ผลิบานอยู่บนผิวน้ำทั้งหมดทั้งมวลนี้ทำให้บรรยากาศในร้านอบอวลไปด้วยความเป็นจีนดั้งเดิม

            ลั่วเสี่ยวซีมาที่นี่พร้อมกันกับฉินเว่ยและพวกเสิ่นเยว่ชวนถึงเธอกับเสิ่นเยว่ชวนจะไม่ได้สนิทกันมากมาย แต่เพราะเธอเข้ากับคนอื่นง่ายคุยกันไม่กี่คำก็เริ่มซี้กับเสิ่นเยว่ชวนอย่างรวดเร็วคนหนุ่มสาวนั่งคุยกันอย่างสนุกสนาน โดยละทิ้งภาระหน้าที่การงานเอาไว้ข้างหลังทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลายสนุกสนาน

            เมื่อลู่เป๋าเหยียนและซูเจี่ยนอันมาถึงเสิ่นเยว่ชวนก็บอกให้พนักงานยกอาหารมาเสิร์ฟหลังจากนั้นจึงหันมาพูดกับลู่เป๋าเหยียน

            “เสี่ยวซีเป็นคนสั่งอาหารทั้งหมดได้ข่าวว่ามีของโปรดของเจี่ยนอันอยู่ในนั้นด้วยหลายอย่างเลยล่ะ”

            ลั่วเสี่ยวซีได้ยินดังนั้นจึงเคาะโต๊ะทีสองทีและพูดด้วยสีหน้าจริงจัง

            “แหมก็ตอนนี้บอสลู่เป็นเจ้านายฉันนี่น่า บอสคะ คุณสามารถเข้าใจได้เลยค่ะ ว่าสิ่งที่ฉันกำลังทำอยู่คือการประจบประแจง”

            ลู่เป๋าเหยียนเข้าใจสิ่งที่ลั่วเสี่ยวซีกำลังจะสื่อในทันทีจึงถามออกไป

            “เธออยากได้อะไร”

            ลั่วเสี่ยวซียิ้มหวานพลางตอบ“ฉันได้ยินมาว่าอีกไม่กี่วันจะมีงานครบรอบสิบปีของเครือลู่ เรื่องอื่นฉันไม่สนแต่อย่างน้อยตอนนี้ฉันก็เป็นนางแบบในสังกัด เพราะฉะนั้นคุณจะส่งบัตรเชิญให้ฉันด้วยได้หรือเปล่า”

            ศิลปินดาราใต้สังกัด Lu Media มีอยู่นับร้อยนับพันงานเลี้ยงใหญ่ครบรอบสิบปีของเครือแบบนี้ปกติแล้วดารานักแสดงที่จะได้รับเชิญมีเพียงคนดังระดับเดียวกันกับหานรั่วซีเท่านั้น

            ที่ลั่วเสี่ยวซีอยากไปงานนี้เพราะเธอมีเป้าหมายถ้าเรื่องนี้เธอให้ซูเจี่ยนอันเป็นคนออกปาก แน่นอนว่าลู่เป๋าเหยียนจะต้องตอบรับแต่เธอไม่อยากรบกวนเพื่อน จึงลองขอเขาด้วยตัวเอง

            แต่คนที่เอาจริงเอาจังเรื่องงานอย่างลู่เป๋าเหยียนไม่แน่อาจจะไม่ยอมตอบรับเธอง่ายๆ

            ทว่าเขากลับมองหน้าซูเจี่ยนอันหนึ่งทีก่อนตอบไปว่า

            “พรุ่งนี้ฉันจะให้คนส่งบัตรเชิญไปให้”

            ลั่วเสี่ยวซีแทบไม่อยากเชื่อว่าตนจะโชคดีขนาดนี้เธอยิ้มแล้วหันไปมองซูเจี่ยนอันพลางชูสองนิ้วอย่างดีใจ

            อาหารเริ่มถูกทยอยนำมาเสิร์ฟในนั้นมีอาหารหลายอย่างที่ซูเจี่ยนอันชอบมากอยู่ด้วยจริงๆลู่เป๋าเหยียนรู้ดีว่าเธอชอบกินอะไร จึงคีบอาหารเหล่านั้นมาให้เธอ

            “ตอนบ่ายไม่มีธุระอะไรแล้วค่อยๆ กินนะ”

            ซูเจี่ยนอันกินอาหารตรงหน้าพลางถาม“งั้นตอนบ่ายพวกเราจะทำอะไรกัน”

            “พวกฉันต้องคุยงานกันเธอกับเสี่ยวซีลองวางแผนกันดูดีไหม”

            พูดจบเขาก็คีบหมูแดงอบน้ำผึ้งของโปรดของซูเจี่ยนอันใส่ในจานเธอ

            ซูเจี่ยนอันเอียงคอมองเขาอยู่ชั่วอึดใจ

            “โอเคฉันก็อยากคุยกับเสี่ยวซีอยู่พอดี งั้นถ้านายคุยงานเสร็จแล้วเราจะกลับบ้านกันเลยหรือเปล่า”

            ประโยคสุดท้ายช่างเป็นการจี้จุดอ่อนในหัวใจลู่เป๋าเหยียนเข้าอย่างจัง

            “อืม”เขาตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มอบอุ่น

            ขณะที่คนอื่นกำลังแสร้งทำเป็นกินอาหารไม่ก็พูดคุยกันมีเพียงมู่ซือเจวี๋ยเท่านั้นที่ถึงกับช็อกเมื่อได้เห็นภาพของลู่เป๋าเหยียนที่ดูว่านอนสอนง่ายขนาดนี้

            เรื่องที่ลู่เป๋าเหยียนชอบตามใจซูเจี่ยนอันนั้นเขารู้ดีแต่เขานึกว่าจะเป็นเฉพาะตอนที่ลู่เป๋าเหยียนอยู่กับซูเจี่ยนอันแค่สองคนแต่ในตอนนี้ ต่อหน้าพวกเขาทุกคน ลู่เป๋าเหยียนไม่แม้แต่จะปิดบังมันสักนิด

            “เหอๆ”เสิ่นเยว่ชวนพูดขึ้น “ฉันช็อกจนชินไปแล้วล่ะ”

            มู่ซือเจวี๋ยยกมือนวดขมับวีรบุรุษยากที่จะผ่านด่านหญิงงามดูท่าเขาไม่ควรเผลอใจรู้สึกดีกับสาวงามคนไหนจะดีกว่า

            หลังมื้ออาหารพวกผู้ชายก็แยกตัวออกไปคุยงานลู่เป๋าเหยียนจัดการเปิดห้องรับรองให้กับซูเจี่ยนอันและลั่วเสี่ยวซีพร้อมสั่งให้คนนำผลไม้และขนมนมเนยมาให้ระหว่างที่พวกเธอนั่งคุยกันฆ่าเวลา

            เครื่องเคลือบสามชั้นสุดประณีตที่มีอาหารว่างจัดเรียงอยู่อย่างสวยงามดูน่ารับประทานไอร้อนหอมกรุ่นที่ค่อยๆ ลอยโชยออกมาจากถ้วยน้ำชา ถาดผลไม้ที่มีผลไม้สดวางอยู่เต็มและภาพทิวทัศน์ของป่าไม้เขียวชอุ่มนอกหน้าต่างทั้งหมดนี้ทำให้คนมองรู้สึกสบายใจและผ่อนคลายเป็นที่สุด

            ลั่วเสี่ยวซีกินไปพลางถอนหายใจ

            ซูเจี่ยนอันรู้ดีว่าเพื่อนของเธอถอนหายใจทำไม

            “ฉันรู้ว่าเธอไม่ได้ตั้งใจ”

            “แต่ซูอี้เฉิงคงคิดว่าฉันตั้งใจแน่ๆ”ลั่วเสี่ยวซีพูดพลางกัดมาการอง

            “ชิถ้าฉันอยากทำให้ยัยจางเหมยนั่นบาดเจ็บจนเลิกแข่งไปแล้วล่ะก็ฉันไม่เสียเวลาเล่นกับเธอเต็มกำลังแบบนั้นอยู่ตั้งนานหรอกขับรถชนตั้งแต่ตอนเธอยังนั่งอยู่ในรถบริการก็หมดเรื่อง!”

            ซูเจี่ยนอันเงียบไปชั่วอึดใจ

            “จริงสิฉันยังดูไม่ออกเลยว่าพวกเขามีความสัมพันธ์กันแบบไหน เธอคิดว่าไง?”

            ตามจีบซูเจี่ยนอันมานับสิบปีลั่วเสี่ยวซีขายหน้ามาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความสามารถพิเศษหนึ่งอย่าง นั่นก็คือขอแค่เธอได้เห็นหญิงสาวที่อยู่ข้างกายเขาก็สามารถบอกได้ทันทีว่าพวกเขามีความสัมพันธ์กันแบบไหน

            “เขากับจางเหมยดูมีอะไรพิเศษต่อกันต้มสุกแล้วหรือยังฉันไม่แน่ใจ แต่ว่าพวกเขา...คงต้มสุกในไม่ช้าเข้าให้สักวัน”ลั่วเสี่ยวซีพูดเสียงอ่อนใจ พลางยกมือกุมหน้า “เจี่ยนอัน ฉันรู้สึกเหนื่อยจัง”

            หญิงสาวที่มาปรากฏกายอยู่เคียงข้างซูอี้เฉิงคนแล้วคนเล่าเธอเจอเรื่องแบบนี้เยอะเกินไปแล้ว

            สิบกว่าปีมานี้นี่เป็นครั้งแรกที่ซูเจี่ยนอันได้ยินลั่วเสี่ยวซีบอกว่าเหนื่อยเธอจึงถามเพื่อนออกไป

            “เธอคิดจะยอมแพ้แล้วงั้นเหรอ”

            นิ่งไปชั่วอึดใจลั่วเสี่ยวซีจึงเอามือออกจากใบหน้าและยิ้มให้ซูเจี่ยนอัน

            “วางใจเถอะฉันพยายามมาตั้งนานขนาดนี้ ไม่ยอมแพ้กับเรื่องแค่นี้หรอก! ฉันจะต้องจับซูอี้เฉิงให้อยู่หมัดให้ได้!”

            แต่ใครจะรู้ว่าหลังจากนั้นไม่นานลั่วเสี่ยวซีจะได้รู้ว่าชีวิตคนเราก็สามารถพบเจอเรื่องที่สิ้นหวังจนหมดกำลังใจได้เหมือนกันคำพูดที่เธอเพิ่งกล่าวกลับกลายมาเป็นฝันร้ายที่ย้อนเข้ามาทิ่มแทงจิตใจของเธอทุกครั้งที่นึกถึง

            ซูเจี่ยนอันคิดแล้วว่าลั่วเสี่ยวซีคงไม่ยอมแพ้ง่ายๆ

            “จะว่าไปเธอไม่ได้อยากจะแค่ไปเดินเล่นสวยๆ ในงานครบรอบบริษัทหรอกใช่ไหม”

            “แน่อยู่แล้ว!”ลั่วเสี่ยวซีตอบ “ฉันจะต้องเป็นคู่ควงของพี่ชายเธอให้ได้!”

            “แล้วฉินเว่ยล่ะเขาจะทำยังไง” ซูเจี่ยนอันถาม

            “เรื่องของเขาสิคนแบบเขาไม่ขาดคู่ควงหรอกน่า” ลั่วเสี่ยวซีตอบ “ที่วันนี้ฉันมากับเขา ก็เพราะพ่อบังคับล้วนๆแต่ถ้าฉันไม่มาก็คงไม่รู้ว่ามีศัตรูคนใหม่โผล่มาอีกแล้วเพราะงั้นต้องยกความดีความชอบให้พ่อนะเนี่ย!”

            ซูเจี่ยนอันยิ้มไม่ออกลั่วเสี่ยวซีถนัดเรื่องปลอบใจตัวเองที่สุด และคงเพราะสาเหตุนี้ที่ทำให้เพื่อนเธอคนนี้ตามจีบซูอี้เฉิงมาได้ตลอดสิบกว่าปี ทั้งๆ ที่ถูกเขาปฏิเสธมาโดยตลอด

            เวลาช่วงบ่ายผ่านไปอย่างรวดเร็วจากบนยอดเขาสามารถเห็นพระอาทิตย์ที่เริ่มคล้อยต่ำลงอย่างช้าๆ อย่างชัดเจนเมื่อพวกผู้ชายคุยงานกันเสร็จ บรรดาคนไร้คู่ทั้งหลายก็ขอตัวกลับกันหมดเหลือเพียงลู่เป๋าเหยียนกับฉินเว่ยที่เดินเข้ามารับซูเจี่ยนอันกับลั่วเสี่ยวซีที่ห้องรับรอง

            ฉินเว่ยจูงมือลั่วเสี่ยวซีกลับออกไปก่อนในขณะที่ซูเจี่ยนอันยังคงนั่งอยู่บนโซฟา ลู่เป๋าเหยียนเห็นดังนั้นจึงพูดขึ้นว่า

            “ที่นี่มีห้องพักอยู่ถ้ายังไม่อยากกลับจะค้างที่นี่สักคืนก็ได้”

            ซูเจี่ยนอันคิดถึงวันพรุ่งนี้แต่ก็คิดถึงมาการองตรงหน้า แต่ท้ายที่สุดเธอก็ตัดสินใจได้ เธอปัดมือเบาๆ พลางลุกขึ้น

            “กลับกันเถอะพรุ่งนี้นายต้องทำงาน แถมฉันเองก็ต้องตามนายไปบริษัทอีก”

            ในที่สุดลู่เป๋าเหยียนก็ได้รู้ว่าทำไมเธอไม่ยอมลุกขึ้นเสียทีเขาสั่งให้คนนำรถมาจอดที่หน้าประตู และก็ได้เจอกับมู่ซือเจวี๋ยพอดี

            มู่ซือเจวี๋ยยืนพิงรถแลนด์โรเวอร์สีดำสนิทด้วยท่าทีน่าเกรงขามทั้งๆ ที่เขาดูเป็นคนสบายๆ แต่รอบกายกลับมักเต็มไปด้วยรังสีอันตรายจนทำให้คนอื่นไม่กล้าเข้าใกล้

            เขาเดินมาหาซูเจี่ยนอันและยื่นนามบัตรส่งให้เธอ

            “ผมลืมเอานี่ให้คุณฝากด้วยนะครับ”

            ซูเจี่ยนอันก้มมองนามบัตรร้านอาหารหม้อไฟตรงหน้าอย่างเซอร์ไพรส์

            “คุณจะมาเปิดร้านสาขาที่เมือง A จริงๆ งั้นเหรอ”

            มู่ซือเจวี๋ยนิ่งไปก่อนตอบ

            “ครับจะเปิดในอีกหนึ่งอาทิตย์”

            “ฉันจะไปแน่นอนค่ะ!”

            ซูเจี่ยนอันให้คำมั่นสัญญาเธอยิ้มกว้างอย่างสดใส รอยยิ้มที่ฉายอยู่บนใบหน้างดงามของเธอทำเอาคนมองรู้สึกเพลินใจไปด้วย

            มู่ซือเจวี๋ยเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมลู่เป๋าเหยียนถึงได้พยายามทำทุกอย่างเพียงเพื่อให้เธอคนนี้ดีใจ

            เขาแย้มยิ้มหายากออกมา

            “ขอตัวก่อน”

            ซูเจี่ยนอันโบกมือลาจากนั้นจึงยื่นนามบัตรให้ลู่เป๋าเหยียนดู

            “เขาบอกว่าอีกหนึ่งอาทิตย์จะเปิดร้านแล้วล่ะ!”

            ลู่เป๋าเหยียนไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมเธอถึงได้ดีใจขนาดนี้กับแค่การเปิดร้านอาหารเล็กๆ ร้านหนึ่งเขาเปิดประตูรถอย่างเนือยๆ

            “ขึ้นรถก่อนพวกเราจะได้กลับบ้านกัน”

            ซูเจี่ยนอันขึ้นรถอย่างว่าง่ายลู่เป๋าเหยียนเข้าไปนั่งข้างหลังกับเธอ จากนั้นรถจึงค่อยๆ เคลื่อนตัวมุ่งหน้ากลับไปยัง Dingya Mountain Villa

            ปกติซูเจี่ยนอันมักจะนอนกลางวันเป็นกิจวัตรเนื่องจากวันนี้เธอเล่นเทนนิสช่วงเช้าไปชั่วโมงกว่า แถมตอนบ่ายก็นั่งคุยกับลั่วเสี่ยวซีโดยตลอดพอขึ้นรถจึงเริ่มง่วง ลู่เป๋าเหยียนจับศีรษะเธอให้ซบลงบนไหล่ของเขา

            “นอนเถอะถึงบ้านแล้วจะเรียก”

            “อืม”

            เธอกอดแขนเขาพลางซบลงบนไหล่ราวกับหมีโคอาล่าที่เจอต้นไม้ใหญ่ของตนและไม่นานก็หลับไป

            ลู่เป๋าเหยียนหยิบผ้าห่มมาคลุมให้ซูเจี่ยนอันเมื่อมองเธอยามหลับ เขารู้สึกสงบอย่างประหลาด

            รถค่อยๆ เคลื่อนตัวลงจากภูเขาไม่เกินหนึ่งชั่วโมงก็กลับมาถึงบ้าน เพราะกลัวจะรบกวนซูเจี่ยนอันคนขับรถจึงลงจากรถมาเปิดประตูให้ลู่เป๋าเหยียนอย่างเงียบเชียบ

            ในขณะที่ลู่เป๋าเหยียนกำลังจะอุ้มเธอลงจากรถซูเจี่ยนอันก็ขยี้ตาสะลึมสะลือตื่นขึ้นพอดีเมื่อเธอมองออกไปนอกกระจกหน้าต่างก็ยิ้มออกมา

            “ถึงบ้านแล้ว”

            “อืม” ลู่เป๋าเหยียนชักมือกลับทันทีและลงรถไปพร้อมกับเธอ

            แสงพระอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้าส่องสะท้อนบนกำแพงบ้านจนกลายเป็นสีทองอ่อนสวนดอกไม้ที่มีดอกไม้น้อยใหญ่กำลังผลิบานอย่างสวยงามไม่ว่าจะมุมไหนก็ทำให้คนมองรู้สึกได้ทันทีว่าได้กลับมาถึงบ้านอันอบอุ่นแล้ว

            จู่ๆ ซูเจี่ยนอันก็เข้ามาจับมือลู่เป๋าเหยียนเขาไม่รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ที่แน่ๆ เขาเห็นแววตาบางอย่างที่แตกต่างไปจากทุกทีนัยน์ตาของลู่เป๋าเหยียนเจือความขบขันเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276