ในขณะที่ริมฝีปากของคนทั้งคู่กำลังขยับเข้าใกล้กันจนเกือบััได้ถึงไออุ่นที่แลกเปลี่ยนผ่านลมหายใจ นัทในร่างฝ้ายหลับตาพริ้ม ร่างกายสั่นสะท้านด้วยแรงอารมณ์ที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรง เขากำลังจะสูญเสียการควบคุมตัวเองให้กับััลวงตาจากร่างเดิมของเขาเอง แต่ในวินาทีที่ความมืดกำลังจะกลืนกินทุกความถูกต้องไปจนสิ้นนั้น…
"นั่น… กำลังทำอะไรกันอยู่น่ะ!"
เสียงสั่นเครือที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงดังขึ้นจากเงามืดด้านหน้าประตูร้าน เสียงนั้นเหมือนเสียงระฆังช่วยชีวิตที่ดึงนัทให้หลุดออกจากภวังค์อันแสนอันตราย นัทสะดุ้งสุดตัว ร่างกายที่เคยอ่อนเปลี้ยกลับมีแรงขึ้นมาฉับพลัน เขายกมือที่สั่นเทาขึ้นผลักแผงอกกว้างของแม่มดในร่างตัวเองออกอย่างแรงจนร่างสูงใหญ่นั้นเซถอยหลังไปสองสามก้าว
นัทหันไปตามเสียงด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดจนไร้สีเื ก่อนจะพบกับ ฝ้ายในร่างของกิ๊ฟ ที่ยืนนิ่งค้างอยู่ตรงทางเข้า มือของเธอที่กำสายกระเป๋าสะพายไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ดวงตากลมโตที่สอดประสานมองมามีเพียงความเ็ปรวดร้าวสะท้อนออกมาอย่างปิดไม่มิด ภาพที่เห็นเมื่อครู่คงไม่ต่างจากใบมีดที่กรีดลงบนกลางใจของเธอ
"ฝ้าย... คือ... มันไม่ใช่อย่างนั้นนะ!" นัทพยายามเค้นเสียงพูดแต่ลำคอกลับตีบตัน ความอับอายและผิดชอบชั่วดีพุ่งเข้าจู่โจมหัวใจจนเขาแทบยืนไม่อยู่
เขารู้สึกน่าสมเพชเหลือเกิน... ที่ต้องมาเห็นภรรยาตัวเองยืนร้องไห้เสียใจ เพราะเห็น 'ร่างของนัท' กำลังจะจูบกับ 'ร่างของฝ้าย' ซึ่งความจริงมันคือตัวเขาเองที่กำลังจะพ่ายแพ้ให้กับปีศาจในคราบตัวเอง นัทอยากจะวิ่งเข้าไปกอดเธอ อยากจะะโบอกว่าเขาเกลียดััเมื่อครู่แค่ไหน แต่ความจริงที่ปรากฏตรงหน้ากลับมีเพียงความบิดเบี้ยวที่เขาไม่สามารถอธิบายให้ใครเข้าใจได้เลยในตอนนี้
บรรยากาศภายในร้านที่เคยร้อนรุ่มด้วยเสน่หาลวงตา กลับพลันเย็นเยียบจนน่าขนลุกเมื่อความจริงปรากฏ ฝ้ายในร่างกิ๊ฟ ก้าวเท้าเข้ามาในแสงสลัวเพียงเล็กน้อย หยดน้ำตาใสๆ เริ่มเอ่อคลอสองเบ้าตา ความเ็ปที่เห็น 'ร่างจริงของเธอ' กำลังเอนกายโอนอ่อนเตรียมรับจูบจาก 'ร่างจริงของคนรัก' ที่ถูกปีศาจสิงสู่นั้น มันรุนแรงและบิดเบี้ยวเกินกว่าจะกลั่นออกมาเป็คำพูด
"ฝ้ายเห็น... เห็นทุกอย่างเลย" เธอพูดด้วยน้ำเสียงแ่เบาแต่บาดลึกยิ่งกว่าใบมีด
"ร่างกายของฝ้าย... พี่นัททำแบบนั้นลงไปได้ยังไง พี่ปล่อยให้เขาย่ำยีร่างกายของฝ้ายแบบนั้นได้ยังไง"
คำพูดของฝ้ายเหมือนค้อนหนักๆ ที่ทุบลงบนกลางใจของ นัทในร่างฝ้าย เขาอยากจะะโบอกเหลือเกินว่าเขาพยายามขัดขืนแล้ว แต่มันกลับเป็เื่โกหกคำโตที่จุกอยู่ที่ลำคอ เพราะลึกๆ แล้วเขารู้ดีว่าเมื่อครู่นี้... จิติญญาชายชาตรีของเขามันเริ่ม 'พ่ายแพ้' และเคลิบเคลิ้มไปกับััรุกรานนั้นจริงๆ
ท่ามกลางความเงียบงันที่ปกคลุมด้วยกลิ่นอายความเศร้า เสียงหัวเราะแ่เบาแต่ฟังดูสะใจก็ดังแทรกขึ้นมาจาก แม่มดในคราบนัท ร่างสูงใหญ่ยืนกอดอกมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยสายตาที่ไร้ความสลดใจแม้แต่น้อย
"หึๆๆ... จะดราม่ากันไปทำไมล่ะ?" แม่มดเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่นัทเคยใช้บอกรักฝ้าย นางยืดตัวตรงอย่างสง่างามก่อนจะก้าวทอดน่องเข้าไปหา ฝ้ายในร่างกิ๊ฟ ราวกับผู้ชนะที่กำลังเดินตรวจแถวเชลยศึก
แม่มดแสยะยิ้มที่มุมปาก—ยิ้มที่นัทมักใช้พึงพอใจในตัวเอง แต่ดวงตากลับเหี้ยมเกรียมผิดมนุษย์
"เธอควรจะขอบคุณฉันนะ 'ฝ้าย'..." แม่มดจงใจเน้นชื่อจริงของเธอช้า ๆ พลางกวาดสายตามองร่างในชุดกิ๊ฟด้วยความสมเพช
"ดูสิ... ร่างกายของเธอน่ะมันตอบสนองต่อฉันได้ 'ยอดเยี่ยม' แค่ไหน แค่ฉันแตะนิดแตะหน่อย แฟนหนุ่มที่เธอรักในร่างสาวน้อยคนนี้... ก็แทบจะละลายคามือฉันอยู่แล้ว"
"หยุดพูดนะ!" นัทตะคอกใส่ด้วยความแค้นสุมอก แต่น้ำเสียงแหลมสูงที่สั่นพร่าของร่างผู้หญิงกลับดูไร้น้ำหนักและน่าเวทนา
แม่มดหันมามองนัทด้วยสายตาเหยียดหยาม ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูนัทด้วยเสียงที่ดังพอจะให้ฝ้ายได้ยินชัดเจนทุกคำ
"ไม่ต้องอายหรอกจ๊ะแม่สาวน้อย ร่างกายนี้น่ะมันจำััของ 'ฉัน' ได้ดีกว่าที่เธอคิดอีก... และฉันก็เริ่มจะติดใจความนุ่มนวลนี่เสียแล้วสิ"
พูดจบ แม่มดก็หัวเราะในลำคออย่างผู้มีชัย นางหมุนตัวเดินทอดน่องออกไปจากร้าน ทิ้งให้ความมืดมิดกลืนหายไปพร้อมกับกลิ่นอายชั่วร้าย ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่เหมือนลิ่มตอกเข็มพิษ กรีดลึกเข้าไปในรอยร้าวของความสัมพันธ์ระหว่างนัทและฝ้ายจนแทบแหลกสลายไม่เหลือชิ้นดี
ความเงียบกลับเข้าปกคลุมร้านกาแฟอีกครั้ง แต่มันเป็ความเงียบที่หนักอึ้งและขมขื่นที่สุด นัทพยายามจะก้าวเข้าไปหาฝ้าย พยายามจะยื่นมือไปััเพื่อปลอบโยน แต่เขากลับชะงักมือไว้ในอากาศ เขาละอายเกินกว่าจะแตะต้องตัวเธอในสภาพนี้ ละอายที่เขาเกือบจะทรยศต่อความรักเพียงเพราะความอ่อนแอของร่างกายและจิตใจ
"พี่ขอโทษ... ฝ้าย พี่ขอโทษ" นัทก้มหน้าลงจนเส้นผมยาวปรกใบหน้า น้ำตาที่เกิดจากความสำนึกผิดหยดลงบนพื้นไม้ครั้งแล้วครั้งเล่า เขารู้สึกเหมือนโดนตบหน้าซ้ำๆ ด้วยความจริงที่ว่า เขาเกือบจะทำลายทุกอย่างลงด้วยน้ำมือของตัวเอง
เขามองเห็นเพียงปลายเท้าของฝ้ายที่ยังคงนิ่งค้างอยู่ตรงนั้น ความเงียบของเธอมันดังยิ่งกว่าเสียงะโด่าทอ และมันกำลังตอกย้ำว่า รอยร้าวที่เกิดขึ้นในคืนนี้ อาจจะไม่มีวันสมานกลับมาเป็เหมือนเดิมได้อีกเลย
เสียงฝีเท้าของแม่มดจางหายไปในความมืด ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายความเย็นเยียบที่ขัดกับความร้อนระอุภายในร้านกาแฟ นัทในร่างฝ้าย ยืนตัวสั่นเทาอยู่หลังเคาน์เตอร์ บรรยากาศรอบกายบีบคั้นจนเขารู้สึกเหมือนอากาศกำลังจะหมดไป เขาพยายามจะอ้าปากเอ่ยคำขอโทษต่อร่างตรงหน้า แต่เสียงที่หลุดออกมากลับเป็เพียงเสียงสะอื้นที่แ่เบาและสั่นเครือจนน่าสมเพช
เขายกมือเรียวบางขึ้นกุมหน้าอกซ้าย ตำแหน่งที่หัวใจดวงน้อยของฝ้ายยังคงรัวกลองรบอย่างบ้าคลั่ง มันไม่ยอมสงบลงง่ายๆ แม้ศัตรูจะจากไปแล้วก็ตาม นัทเริ่มตระหนักถึงความน่ากลัวที่ซ่อนอยู่ภายใต้ิันุ่มนวลนี้ ความร้อนผ่าวที่ยังคงตกค้างอยู่บน่เอวและต้นคอ—จุดที่ฝ่ามือหนาของแม่มด (ในร่างของเขาเอง) เคยลากผ่าน—มันเหมือนตราประทับที่ยังคงแผดเผาเขาอยู่ไม่เลิกรา
‘ทำไม... ทำไมมันไม่หยุดสั่นสักที!’ นัทด่าทอตัวเองในใจ เขาพยายามใช้จิติญญาของผู้ชายสั่งการให้ร่างกายสงบลง แต่ดูเหมือนเส้นประสาททุกเส้นของร่างนี้จะจดจำััเมื่อครู่ไว้เป็ที่ระลึกไปเสียแล้ว สัญชาตญาณทางกายภาพของฝ้ายกำลังลุกฮือขึ้นต่อต้านเจตจำนงของเขา ฮอร์โมนที่สูบฉีดอยู่ในกระแสเืทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์เกินไปจนน่ากลัว... มันกำลังบอกว่าร่างนี้ยังคง ‘โหยหา’ ััจากร่างของนัทอย่างที่เขาควบคุมไม่ได้เลย
บรรยากาศภายในร้านกาแฟยามดึกเริ่มสว่างขึ้นด้วยแสงจันทร์ที่สาดส่อง ทว่าความหนาวเหน็บในใจคนทั้งคู่ยังไม่จางหาย ฝ้ายในร่างกิ๊ฟ ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาที่คลอด้วยน้ำตาจ้องมองนัทด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป ทั้งสงสาร สับสน และหวาดกลัว เธอขยับก้าวเดินเข้ามาหาช้า ๆ แต่กลับต้องหยุดกึกเมื่อเห็นนัทสะดุ้งและถอยหลังหนีด้วยความละอายใจอย่างรุนแรง
"พี่นัท..." ฝ้ายเรียกชื่อสามีด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าไม่แพ้กัน
"เมื่อครู่นี้... พี่นัทไม่ได้ตั้งใจใช่ไหมคะ?"
นัททรุดตัวลงพิงเคาน์เตอร์อย่างคนไร้เรี่ยวแรง เขาซบหน้าลงกับฝ่ามือแล้วร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาจกลั้น
"พี่... พี่ไม่รู้ ฝ้าย พี่ไม่รู้จริง ๆ แต่นัทสาบานว่านัทรังเกียจมัน พี่อยากจะซัดหน้ามันให้หงาย แต่พอมันัั... ร่างกายของฝ้ายมันกลับ... มันกลับไม่ฟังพี่เลย"
เขาเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสับสนและหวาดกลัวอย่างรุนแรง
"พี่เริ่มกลัวแล้วฝ้าย พี่กลัวว่ายิ่งพี่อยู่ในร่างนี้นานเท่าไหร่ 'นัท' ที่เป็สามีของฝ้ายจะค่อย ๆ หายไป พี่เริ่มแยกไม่ออกแล้วว่าความรู้สึกวูบวาบเมื่อกี้มันคือสิ่งที่ร่างกายฝ้าย้า หรือจริงๆ แล้ว... จิติญญาข้างในของพี่มันกำลังเปลี่ยนไปตามร่างกายนี้กันแน่"
ฝ้ายมองดูสามีที่กำลังเผชิญกับพายุทางจิตวิทยาที่แสนสาหัส เธอรู้ดีว่าความเปราะบางและสัญชาตญาณตอบสนองของผู้หญิงนั้นรุนแรงเพียงใด และเมื่อมันมาผสานกับจิตใจที่เป็ผู้ชายซึ่งไม่เคยชินกับการจัดการอารมณ์ที่ละเอียดอ่อนและรวดเร็วเช่นนี้ มันจึงกลายเป็นรกที่ยังมีลมหายใจ
"มันคือกับดักของยัยแม่มดค่ะพี่นัท" ฝ้ายพยายามเค้นเสียงปลอบใจแม้หัวใจตัวเองจะยังสั่นสะท้าน
"เขา้าให้เราแตกคอกัน ให้พี่นัทเกลียดตัวเอง และให้ฝ้ายเลิกเชื่อใจพี่นัท... เราต้องไม่ยอมแพ้นะคะ เราต้องไม่ตกหลุมพรางที่มันขุดไว้"
บทสนทนาจบลงเพียงแค่นั้น แต่ความหวาดหวั่นในใจของนัทกลับขยายตัวลามเลียไปทั่วร่างราวกับมะเร็งร้าย เขากวาดสายตามองไปรอบร้านกาแฟที่ครั้งหนึ่งเคยเป็สถานที่สร้างฝันของเขาและคนรัก แต่วันนี้มันกลับกลายเป็คุกที่กักขังิญญาของเขาไว้ในร่างที่เริ่มจะควบคุมไม่ได้
ขณะที่เดินไปหยิบกระเป๋าเพื่อเตรียมกลับบ้าน ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัวและค้างเติ่งอยู่ตรงนั้นอย่างน่าสยดสยอง... ถ้าหากเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่ได้ถูกขัดจังหวะล่ะ? ถ้าแม่มดรุกรานเขาหนักกว่านี้ในที่ลับตาคน? จิติญญา ‘ความเป็ชาย’ ที่เขาเคยมั่นใจนักหนา จะยังคงเป็เกราะกำบังให้เขาได้นานแค่ไหน ท่ามกลางกระแสธารของฮอร์โมนที่พุ่งพล่านอยู่ในร่างนี้
นัทก้มมองมือเรียวบางของตัวเองในกระจกเงาสลัว... มือที่เพิ่งจะโอบรัดลำคอของร่างเดิมตัวเองไปเมื่อครู่ เขาเริ่มหวาดกลัว ‘วินาทีถัดไปจากนี้’ หวาดกลัวการที่ต้องเดินออกจากร้านแล้วกลับไปเผชิญหน้ากับปีศาจในคราบตัวเองต่ออีกครั้ง กลัววันและคืนที่ยาวนานซึ่งเขาต้องสูญเสียการป้องกันภายใต้ความมืดที่ไร้ทางหนี โดยมีสัญชาตญาณหญิงสาวที่เริ่มจะมีอำนาจเหนือเจตนารมณ์ คอยกระซิบเรียกหาเ้าของเดิมอยู่ทุกลมหายใจ
‘หรือสุดท้าย...’ นัทคิดด้วยใจที่สั่นสะท้านจนแทบจะคงสติไว้ไม่ได้ ‘จะเสียตัวให้ร่างกายตัวเอง... แล้วกลายเป็ผู้หญิงคนหนึ่งไปตลอดกาลจริง ๆ’
ความคิดนั้นสว่างวาบขึ้นมาเป็คำถามที่ไร้คำตอบและเย็นเยียบยิ่งกว่าหยดน้ำตา ทิ้งให้เขายืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความมืดมิดที่เริ่มโอบล้อมร้านกาแฟเอาไว้ พร้อมกับหัวใจดวงน้อยในทรวงอกที่ยังคงเต้นระรัวด้วยจังหวะที่เขาไม่ได้เป็คนกำหนดเองอีกต่อไป... และเขารู้ดีว่าพายุที่แท้จริงนั้น ยังมีมาอีกหลายระลอกแน่
(จบบทที่ 11)