ตอนที่ 2 ปรับตัวไม่ทัน
เฉินเป่าฝู ได้โคจรพลังยุทธของมันก่อนที่จะวางมือไปยังจุดตันเถียนของอี้ซวน เพียงได้ััพลังยุทธเฉินเป่าฝูถึงได้รู้ว่าชายคนนี้เป็คนไร้ประโยชน์อย่างเเท้จริง “ถึงกับเป็มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งหรือนี่ แม้แต่จุดตันเถียนก็ไม่มี ข้าก็นึกว่าเป็เทพเซียนจากที่อื่นเสียอีก “
ผู้เป็บิดา รีบทะยานลมมาด้วยความรวดเร็ว ด้วยขอบเขตพลังยุทธของเขาที่เป็ เขตแดนยุทธ์ขั้นต้นเเล้วเพียงไม่กี่วินาทีก็มาถึง เขาได้ใช้เนตรทิพย์ลิขิตตรวจสอบความเป็มาของอี้ซวนทันที ก่อนที่จะคลายกังวล “เพียงเเค่มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง ในเมื่อเจอเเล้วถือเป็โชคชะตา เ้ารักษาชายคนนี้ให้คืนสติเถอะถือว่าทำบุญต่อเหล่าสรรพสัตว์ “
“ท่านพ่อท่านก็ใจอ่อนจริงๆ เห็นอยู่เขาเป็คนธรรมดาช่วยไปก็เปลืองทรัพยากรเปล่าๆ “
“เ้าฟังคำพ่อให้ดี เราเป็ผู้ฝึกยุทธ์ในบางครั้งเราก็ต้องปกป้องคนธรรมดาที่ฝึกยุทธ์ไม่ได้เหล่านี้ ถือช่วยได้เ้าก็ช่วย อย่างไรก็เป็มนุษย์เหมือนกันมิใช่หรือ “
“ลูกนอมรับฟังคำสั่งสอนของท่านพ่อ “
เฉินเป่าฝู ได้ใช้วิชารักษาขั้นพื้นฐานทั่วไปรักษา มันเรียกว่าวิชา ปฐมชีวีเจริญสุข เป็สิ่งที่ผู้ฝึกยุทธ์ต้องเรียนรู้เป็พื้นฐาน มันเเบ่งออกเป็สามวิธีการรักษา
หนึ่ง ปราณสลายพิษ คือ การใช้พลังปราณยุทธ์สลายพิษ ไม่ว่าจะเจ็บป่วย มีไข้หวัด ร่างกายอ่อนเพลีย หมดสติ เเค่ใช้วิชานี้ก็จะหายทันที
สอง ปราณเพิ่มหยิน คือ การปรับพลังหยินในร่างกายมนุษย์ให้มั่นคงและสมบูรณ์
สาม ปราณหยางมั่งคง คือ การเพิ่มพลังหยางในร่างกายให้คงที่
สำหรับเฉินเป่าฝูเเล้ว วิชาปฐมชีวีเจริญสุข ก็คือวิชาที่ง่ายดั่งปลอกกล้วยเข้าปาก
“ท่านพ่อลูกช่วยชีวิต เ้านี้จนมันปลอดภัยเเล้ว ข้าคิดว่าเราไปกันเถอะ 3 เดือนมาเเล้วที่อยู่ในเทือกเขาหลินหลาน”
ผู้เป็บิดาอย่าง เฉินหยางเฟิ่ง กลับสายหน้าไม่เห็นด้วยกับบุตรชาย “ที่ป่าแห่งนี้มีสัตว์อสูรที่อันตราย นำตัวเขาไปด้วยเถอะ ในเมื่อช่วยเเล้วก็ควรช่วยให้ถึงที่สุด “
เฉินเป่าฝูกลับไม่เห็นด้วยใบหน้าที่หล่อเหลาปรากฏความเกลียดชัง “ มันเป็เเค่คนธรรมดานะท่านพ่อ ข้าไม่อยากยุ่งเกี่ยว ถึงอย่างไร ผู้ฝึกยุทธ์อย่างพวกเรา ก็อยู่คนละโลกกับพวกชั้นต่ำพวกนี้ “
เฉินหยางเฟิ่งรู้สึกอับจนปัญญา กับนิสัยแบบนี้ของบุตรชายตน แม้บุตรชายคนนี้จะมีข้อดีมากมาย เเต่ถ้าเป็เื่ราวคนธรรมดาไร้การฝึกยุทธ์ด้วยเเล้ว เขากลับรังเกียจ ไม่อยากคบค้าสมาคมเลย
“ ในเมื่อเ้าคิดเช่นนี้พ่อก็จะสอนเจ้มอีกหนึ่งเื่ การช่วยชีวิตคนไม่มีการแบ่งเเยกใดๆทั้งนั้น “ พลังปราณยุทธ์สีเขียวได้กลายเป็กำแพงหิน มันได้ปกป้องอี้ซวนไว้
เฉินหยางเฟิ่งเอ่ยพึมพำในใจ “ พ่อหนุ่มข้าช่วยเ้าได้เท่านี้ ด้วยกำเเพงหินของข้าสามารถปกป้องเ้าจากสัตว์อสูรระดับ ยอดยุทธได้ หวังว่าเ้าจะรอดปลอดภัย “
เฉินเป่าฝู ได้เรียกเรือเหาะขนาดใหญ่ออกมาจากแหวนมิติ ก่อนที่ทั้งสองจะขึ้นเรือเหาะเเล้วออกเดินทางจากไป
อี้ซวนที่หมดสติ ภายในใจของเขาตอนนี้เริ่มที่จะรู้สึกตัวมาบ้าง เเต่ยังคงเป็การกึ่งหลับกึ่งตื่น ทันใดนั้นภาพความทรงจำ ของตนเองก็เริ่มชัดเจนขึ้น เขาจำได้ว่าตนเองได้เห็นภาพที่น่ากลัวภาพหนึ่ง มีบุรุษหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา มันสวมใส่ชุดสีทองสะอาดสะอ้าน เอ่ยกับอี้ซวนว่า “ เ้าพร้อมหยุดข้าหรือไม่ หยุดได้หรือไม่ จะชนะข้าได้หรือไม่ “ บุรุษผู้นั้นกล่าวจบ ก็ได้ใช้พลังยุทธ์ออกมา พลังยุทธ์ของบุรุษหนุ่มได้มารวมกันที่มือ มันได้ต่อยลงไปยังโลกเทียนหนาน แค่หมัดเดียวทำให้ดวงดาวขนาดใหญ่หายไปครึ่งหนึ่ง
อี้ซวนก็โดนพลังหมัดนี้เช่นกัน เเต่สิ่งที่อี้ซวนไม่รู้ ก็คือหมัดนั้นไม่ได้ต่อยมาที่โลกเทียนหนาน เเต่ต่อยมาที่ตัวอี้ซวน พลังจากนั้นพลังยุทธ์ที่มีทั้งหมดของอี้ซวนได้หายไปหมด กลายเป็คนธรรมดา จนตกลงมาจากท้องฟ้า
ในขณะที่อี้ซวนกำบังนีกย้อนความทรงจำ เสียงๆหนึ่งได้ดังขึ้นในความคิดของอี้ซวน กระบี่ดับสูญ กับ กระบี่สะท้านฟ้า เข้ากันได้ นับเเต่นี้ต่อไป ถือเป็หน้าที่ของเ้าที่จะต้องสานต่อ ขอให้โชคดี
อี้ซวนที่หมดสติถึงกับตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขาไม่รู้ว่าทำไมถึงเป็เช่นนี้ เขาไม่อาจหาคำตอบได้ เเต่จิตใจของอี้ซวนก็กลับมาเป็ปกติ ไม่ได้คิดฟุ้งซ่านอีก ในด้านจิตใจของเขาเเล้ว จิตใจนี้ไม่เเพ้ผู้ใดแน่นอนมีเเต่จะเป็หนึ่งไม่เป็สอง
ในเมื่อไม่เข้าใจก็ปล่อยให้มันเป็ไปตามโชคชะตา เพราะถึงอย่างไร เขาก็เคยเป็ถึงผู้เป็หนึ่งเดียวที่ไร้คู่ต่อกรมาก่อน
แม้อีซวนจะเริ่มได้สติเขาก็ไม่อาจที่จะลุกขึ้นมาได้ มีบางครั้งที่ฝันถึงเื่ราวแปลกๆ ในฝันนั้นเป็ภาพบุรุษคนหนึ่งที่มีใบหน้าธรรมดา ไม่ได้หล่อเหลาเกินไป อาจกล่าวได้ว่าเป็ใบหน้าที่ปกติ แต่ให้ความรู้สึกสบายใจ บุรุษคนนั้นได้ฝึกวิชาต่างๆ มากมาย อี้ซวนรับรู้ได้ว่าตนไม่เคยเห็นมาก่อน มันแปลกใหม่ต่อเขามาก ที่น่าเสียดายคือในฝันนี้มาเพียงสั้นๆก็หายไป มันเป็อย่างนี้ตลอด 3 วัน
ในวันที่ 4 อี้ซวนรู้สึกดีใจมากเพราะครั้งนี้เขาได้ฝันเป็เวลาที่ยาวนาน ฝันครั้งนี้กินเวลาถึง 3 เดือน หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้ฝันอีกเลย แต่ที่หน้าแปลกตันเถียนของเขาที่หายไปได้ปรากฏกระบี่ขึ้นมาหนึ่งเล่ม กระบี่นี้ได้สร้างเส้นพลังปราณกว่าหมื่นสายไปทั่วร่างกายอี้ซวน แม้มันจะมีเส้นปราณที่มีขนาดเล็ก เเต่อี้ซวนรู้สึดได้ว่า ตนได้เข้าสู่ผู้บำเพ็ญยุทธ์เเล้ว
อี้ซวนค่อยๆลืมตาขึ้น เขาขยับร่างกายไปมาจนรู้สึกคุ้นชิน เขาค่อยๆลุกขึ้นก่อนมองไปรอบๆด้วยความสงสัย “ที่นี่คือที่ใดกัน พลังปราณยุทธ์ทำไมถึงได้เบาบางนัก ช่างเเตกต่างจากแผ่นดินกลางจริงๆ
อี้ซวนค่อยๆเดินออกจากเทือกเขาหลินหนาน เส้นทางที่เขาเดินได้หลีกเลี่ยงสัตว์อสูรที่มีความเเข็งแกร่ง ที่เขาทำเช่นนี้ไม่ใช่เพราะเกรงกลัว เเต่เป็ตัวเขาเองที่ไม่เหมือนเดิม ถ้ายังเป็คนเดิมอยู่มีหรือเขาจะสนใจสัตว์อสูรในเทือกเขานี้ เพียงใช้สายตามองก็ฆ่าสัตว์อสูรพวกนี้ได้เเล้ว
ระหว่างเดินทางอี้ซวนก็ก็ได้โคจรพลังปราณยุทธ์ไปด้วย ใบหน้าของอี้ซวนบัดนี้ไม่น่าดูเป็อย่างยิ่ง ในใจก็มืดมนไม่ใช้น้อยนั้นก็เพราะเขาในตอนนี้ อยู่ในขอบเขตรวมปราณขั้นต้น เเต่เดิมที่เคยเป็ถึงขอบเขตจักรพรรดิเทพขั้นสูงสุดกลับต้องมาอยู่ในขอบเขตต่ำสุด เื่นี้ก็ทำให้อี้ซวนยากจะยอมรับได้ เพราะเขารู้ว่าโลกแห่งปราณยุทธ์มีกฎอยู่อย่างหนึ่ง คนแข็งแกร่งจะเป็ที่ยอมรับของคนอ่อนแอ
“ในเมื่อไม่สามารถกลับไปสู่ขอบเขตเดิมได้ ก็ควรจะเดินไปที่ละเก้า เริ่มต้นฝึกใหม่ “
ในขณะที่อี้ซวนกำลังเดินออกจากเทือกเขา อสูรหมาป่าเงินได้เข้ามาโจมตีอี้ซวนอย่างเงียบงำ เท้าทั้งสี่ของหมาป่ารวดเร็วจนอี้ซวนรู้สึกได้ถึงพลังธาตุวาโย
ใบหน้าอี้ซวนไร้ความเกรงกลัว เขามองการเคลื่อนไหวของหมาป่าเงินอย่างไม่กระพริบตา ทันใดนั้นเขาก็รับรู้ได้ว่าที่เเท้ หมาป่าเงินตัวนี้ เป็สัตว์อสูรขั้นรวมปราณระดับกลางที่กลายพันธุ์ใกล้จะกลายเป็หมาป่าวายุ
แต่ทันใดนั้นเสียงๆหนึ่งได้ดังขึ้นมาใจในอี้ซวน” วิชากระบี่สะท้านฟ้า จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อรวบรวมพลังธาตุทั้ง 7 อย่าง “
อี้ซวนมึนงงไปเล็กน้อยเขาจำได้ว่า ในฝันไม่มีเสียงนี้ดังขึ้น จะให้เขาหันไปมองต้นเสียงในเวลานี้ไม่มีทาง เพราะเขายังต้องป้องกันตัวจากหมาป่าเงินอยู่
หมาป่าเงินที่วิ่งไปมารอบๆ อี้ซวนมันตัดสินใจได้เเล้วว่าเหยื่อในวันนี้ของมัน เป็เเค่คนไร้ค่า ไม่อาจฝึกพลังยุทธ์ได้ มันกระโจนเข้าไปคิดหมายกัดท้องของอี้ซวนให้ตาย
อี้ซวนเห็นการโจมตีนี้ของหมาป่าเงิน ก็รู้สึกสับสนไม่น้อย หมาป่าเงินถ้าในเื่การโจมตีเรียกได้ว่าชำนาญเป็อย่างมาก เเต่เหตุใดมันถึงได้โจมตีตน แบบเหมือนนักล่าสัตว์ก็ไม่ปาน” แต่ในเมื่อมันเข้าโจมตีแบบง่ายๆเช่นนี้ก็ดี จะได้จัดการง่ายๆ”
โคจรปราณยุทธ์เข้าในร่างกาย ตันเถียนที่เป็กระบี่ของเขาเริ่มมีเเสงสีดำ เเสงนี้กระจายไปตามเส้นพลังปราณ ก่อให้เกิดพลังยุทธ์ขึ้นมาที่ปลายนิ้วชี้ของอี้ซวน
อี้ซวนมองพลังยุทธของตนเอง ก็อดสายหน้าไม่ได้ เพราะพลังยุทธ์ที่ตนเองใช้ได้ตอนนี้ เรียกได้ว่าไร้ค่าจริงๆ “ในเมื่อมีพลังยุทธ์จำกัดก็ควรใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด “
สายตาอี้ซวนมองหม่าป่าเงินที่กำลังกระโจนเข้ามา สายตาของเขาจับจ้องไปที่หัวใจของหมาป่าเงิน ก่อนที่อี้ซวนจะพุ่งทะยานไปหาหมาป่าเงิน
หนึ่งมนุษย์ หนึ่งหมาป่า เผชิญหน้ากันมือขวาของอี้ซวนปลายนิ้วชี้ได้เกิดเเสงกระบี่สีดำขนาดจิ๋วขึ้นมา “ดัชนี่กระบี่ดับสูญ”
กระบี่มายาขนาดจิ๋วได้พุ่งโจมตีหัวใจหมาป่าเงิน ในขณะที่ฟันอันแหลมคมของหมาป่าได้เฉียดท้องของอี้ซวนไป
การที่อี้ซวนหลบการโจมตีของหมาป่า ร่างกายเขาได้กระเเทกกับต้นไม้ เสียงกระเเทกดังสนั่นต้นไม้ขนาดใหญ่ถึงกับสั่นไหวไปมา ในขณะที่หมาป่าเงินก็สิ้นใจ ตายตกไปแบบนี้
อี้ซวนค่อยๆเดินไปยังศพหมาป่าเงิน ก่อนที่จะคว้าแก่นพลังออกมา ทันใดนั้นเสียงที่เคยได้ยินก่อนหน้าก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง “แก่นสัตว์อสูรที่มีธาตุวาโย สามารถหลอมมันเข้ากับตันเถียนภายในได้ จะสามารถเปิดใช้ ก้าวเทวาลัย เเละวิชากระบี่สะท้านฟ้าขั้นพื้นฐานได้ “
อี้ซวนไม่คิดให้มากความ ได้หลอมแก่นสัตว์อสูรทันที ภายในตันเถียนของเขาตอนนี้สูบเอาพลังธาตุวาโยไปอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นพลังปราณยุทธ์ในร่างกายก็เริ่มใสสะอาดมากขึ้น อี้ซวนรับรู้ได้ว่าตนมีปราณยุทธ์มากกว่าเก่ามันเพิ่มขึ้นมาถึง 1 เท่าตัว
เเละเเล้วภาพวิชา ก้าวเทวาลัยก็ได้พาอี้ซวนเข้าสู่ความฝันอีกครั้งหนึ่ง ในฝันปรากฏภาพบุรุษหนุ่มคนเดิมที่ให้ความรู้สึกสบายใจ กำลังฝึกก้าวเทวาลัย อี้ซวนตั้งใจดูอย่างยิ่ง ด้วยความฉลาดของเขาเพียงดูเเค่ครั้งเดียวก็จำได้หมดเเล้ว ถึงกับเอ่ยชมออกมา “ เป็วิชาที่ร้ายกาจอย่างมาก มันร้ายกาจกว่าวิชา เคลื่อนคล้อยดับตาม ของเขามากนัก วิชาเคลื่อนไหวเช่นนี้ ถ้านำมารวมกัน คงจะกลายเป็สุดยอดวิชาเคลื่อนไหว แม้เเต่ผู้อยู่ขอบเขตยอดยุทธ์ก็ยากจะตามทัน “
เสียงพูดเดิมดังขึ้นมาในจิตใจอี้ซวนอีกครั้งหนึ่ง “พลังธาตุไม่พอ ไม่อาจเปิดใช้ กระบี่สะท้านฟ้าได้ “ สิ้นเสียนี้อี้ซวนรู้สึกว่า ตนพลาดโอกาศดีเเล้ว “เห็นทีเขาต้องหาพลังธาตุทั้งเจ็ดให้ได้โดยเร็วเเล้ว เพราะตอนนี้อี้ซวนอยากศึกษา วิชากระบี่สะท้านฟ้าจนตัวสั่น “
“ก่อนอื่นต้องฝึกฝนวิชาเคลื่อนไหว ให้สำเร็จก่อนออกไปจากเทือกเขานี้ ! “
อี้ซวนไม่เสียเวลาเขาเริ่มที่จะฝึกฝนทันที เเม้ว่าพลังปราณยุทธ์ที่มีอยู่จะเพิ่มขึ้นมา เเต่อย่างไรก็ถือได้ว่าน้อยนิดอยู่ดี เพียงใช้ย่างก้าวเทวาลัย พลังยุทธ์ในร่างกายก็หายไปหมด ต้องรอให้ปราณยุทธ์ในร่างกายกลับคืนมาถึงจะฝึกฝนได้อีกครั้ง
ฝึกฝนครั้งที่ 201
ครั้งที่ 222
ครั้งที่ 299
ครั้งที่ 3000 !
อี้ซวนที่บัดนี้ ราวกลับเป็ิญญาผี แค่ก้าวเดียวก็หายวับไปทันที ร่างของเขาได้มาปรากฏที่ห่างจากเดิมถึง 10 กิโลเมตร อี้ซวนเอ่ยพึมพำออกมาด้วยความเสียดาย “ก้าวเเรกของวิชาเทวาลัย สามารถเดินก้าวเเรกได้ 20 กิโลเมตร แต่วิชาที่ผสมผสานของตนนี้ กับทำได้ 10 กิโลเมตร ถือได้ว่าร้ายกาจอย่างยิ่งแต่ก็ใช้พลังยุทธ์ไปไม่น้อย เห็นที่ควรจะหาพลังธาตุเพิ่มไม่เช่นนั้น พลังปราณที่มีอยู่ในตันเถียนก็จะไม่พัฒนาขึ้นอีก “
ทันใดนั้นเสียงะโขอความช่วยเหลือ ได้ดังขึ้นในป่าที่อยู่ห่างจากอี้ซวนไม่มากนัก “ช่วยข้าด้วย ช่วยเหลือข้าที “
อี้ซวนหันหน้าไปทางเสียงก่อนที่จะแอบเคลื่อนที่ไปดูราดราว ว่าเกิดอะไรขึ้น
“ฮ่าๆ ตะโดนดังๆ ไม่มีใครช่วยท่านได้หรอก เ้าจะรีบไปไหนคุณหนู ที่นี้ไม่มีใครหรอกเชื่อข้าเถอะ ถ้าท่านยอมเป็ภรรยาข้า ข้าจะดูแลท่านเป็อย่างดี “
“ไอ้คนเลวเช่นเ้า ข้าขอยอมตายดีกว่า ที่จะยอมให้เ้าย่ำยี “
ชายหนุ่มมองประเมินหญิงสาวตรงหน้า ก่อนที่จะเห็นส่วนเว้าส่วนโค้งของหญิงสาว ความกระหายในกามอารมณ์ ได้ปะทุขึ้นเหมือนูเาไฟะเิ มันกระโจนเข้ามาหมายคิดลิ้มลองหญิงสาว
แต่ในขณะที่มันคิดจะได้ขืมขืนหญิงสาว หัวของมันได้หลุดออกจากลำคอ เืสาดกระจายไปทั่วบริเวณ
หญิงสาวที่เห็นภาพอันน่าสดสยอง ใบหน้าขาวๆของนางถึงกับซีดเซียว ก่อนที่จะสลบไปด้วยความใ
อี้ซวนออกมาจากหลังก้อนหินขนาดใหญ่ เขามองศพชายหนุ่ม ก่อนที่มือทั้งสองจะไปกระชากถุงมิติของบุรุษหนุ่มมา ภายในถุงมีหินิญญาระดับต่ำกว่า สามหมื่นก้อน มีหินิญญาระดับกลางสองร้อยก้อน หินิญญาระดับสูง สามก้อน และพลึกธาตุอัสนีถึง ยี่สิบก้อน
ใบหน้าอี้ซวนปรากฎความยินดี เขาได้ใช้หินิญญาระดับสูงมาเพิ่มพลังยุทธ์ของตนเองแต่ทันใดนั้นเข้าก็ต้องเสียใจ เพราะหินิญญาไม่ได้ช่วยด้านการเพิ่มพลังยุทธ์ของเขาเลย กลับกลายเป็ิญญาของเขาที่เเข็งแกร่งขึ้น
อี้ซวนเกิดความสงสัย “มันไม่ควรที่จะเป็เช่นนี้ “