ชิบหายแล้ว
เสียงอุทานในใจของฉันดังกึกก้องไปถึงโสตสมอง นี่มันอะไรกัน ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้
“มีอะไรจะแก้ตัวมั้ย”รอยยิ้มหวานเคลือยาพิษของเขาทำเอาฉันหนาวเหน็บไปถึงกระดูก
“พี่อิน??”
“ว้าววว ตอนแรกพี่ก็นึกว่าตัวเองเมาจนสายตาเลอะเลือน คงไม่ใช่สินะ”
“คือ...”ทำไมจู่ๆพี่ชายของฉันถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ตอนนี้เค้าต้องอยู่ที่ฮ่องกงไม่ใช่รึไง
“เวลานี้เด็กนักเรียนควรจะนอนอยู่บ้านไม่ใช่หรือไง แล้วทำไมถึงมานั่งยกแก้วเหล้าที่นี่ล่ะ” เขาควงแก้วเหล้าที่แย่งจากฉันในมือเบาๆ แล้ววางลงอย่างแ่เบา
บ้าเอ้ย มาได้ไงวะ เค้าไม่ควรจะมาเจอฉันในที่แบบนี้สิ
เอาวะ ต้องวิธีนี้แหละ
“พี่อินน คิดถึงจังเลยยย มาั้แ่เมื่อหร่ายยค้า” ฉันโผเข้ากอดเขาแบบที่เขาไม่ทันตั้งตัว เขาก็ในิดๆ จากนั้นก็ค่อยๆประคองตัวให้ฉันยืนขึ้น
“กิว นี่เราเมาอ่อ”
“ไม่เห็นมาววเลยย พี่อินอ่า มาเซอร์พร้ายยกิวอ่ออ”
“กิวไหนยืนดีๆก่อน”เขาจับไหล่ทั้งสองข้างให้ฉันยืนตรง แล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ ขมวดคิ้วเพ่งมองมาที่ฉันอย่างเอาเป็เอาตาย
อะไรของเค้าอีก เดี่ยวก็ความแตกรู้ว่าฉันไม่ได้เมาจริงพอดี
“ง่วงแล้วอ่า” ฉันงองแงทำตัวอ่อนเข้าสวมกอดเค้าอีกรอบ ทำให้เขาเลิกจ้องแล้วเอามือมาโอบตัวประครองฉันไว้แทน ฉันได้ยินเสียงเขาก็ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ จากนั้นก็ยกมือเรียกใครสักคนจากอีกฝ่าก
จิ๊ เซ็งจริง อยู่ดีๆก็โผล่มาทำฉันเสียแผนหมด
“เฮ้ย ไอมาร์ทำไรอยู่ว้ะ”เสียงของบุคคลที่สามแทรกเข้ามา ฉันหันไปดูพบเป็ผู้ชายขาวๆตี๋ๆท่าทางหน่อมแหน่มคนหนึ่ง เหมือนจะเป็คนรู้จักของพี่อิน
“ฉันต้องกลับแล้ว ต้องพาเด็กกลับไปนอน”ประโยคสุดท้ายเค้าเหน็บแนมฉันฉันรู้
“โอ๊ะ น่าคุ้นๆนะเรา เคยเจอกันใช่มั้ย” ไม่เพียงแต่ถามอย่างเดียว แต่เค้ายังยื่นหน้าเข้ามาซะใกล้จนทำฉันใแทบผงะถอยหลัง แต่ได้ไม่ถึงสองวิหน้าพ่อหนุ่มตี๋เค้าก็ถูกผลักจนปลิวด้วยน้ำมือพี่อิน
“จะทำอะไร”
“จะดูหน้าให้ชัดๆเฉยๆ ทำเป็หวง ไอนี่ผลักซะแรง” เขาลูปหัวปอยๆ บ่นพำพัม “แล้วนี่ใคร เด็กอ่อ”
“น้องกูเอง”
“น้องที่ไหนวะ
“ไม่ต้องยุ่ง กูจะกลับบ้านก่อนฝากแกจัดการต่อด้วย มีอะไรก็โทรมา”
“เออๆ”
พี่อินถอดเสื้อนอกของเขามาคลุมร่างให้ และหยิบกระป๋าของฉันขึ้นมาสะพายด้านข้าง จากนั้นก็ค่อยๆประคองร่างที่โอนเอนฝ่าฝูงชนที่กำลังดิ้นเร่าอย่างเมามันกับเพลงออกมาทีละนิด
“กินไปขนาดไหนหะ ถึงได้เมาขนาดนี้”
ชิส์ ไม่ได้เมาสักหน่อย
ทั้งสองพากันเดินแหวกฝูงชนออกไป โดยมีชายผู้หนึ่งคอยเฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆในมุมมืดของร้านไม่ไกลจากทั้งสอง เขาเอ่ยคำพูดออกมาเบาๆ พร้อมยิ้มเย้ยหยัน
“หึ เอาจนได้”
“ปลายังไม่ทันกินเบ็ด เหยื่อหายแล้วหรอวะไอดี”ชายอีกคนที่ชื่อเทนเดินเข้ามาพร้อมบุหรี่ในมือ
“เออ ผิดคาด”
“ใครวะคนนั้น แกรู้จักมั้ย”
“จะไปรู้ได้ไง ก็ยืนอยู่ด้วยกันตรงนี้ น่าแปลกใจชะมัดยัยนี้ไม่เคยเป็แบบนี้นี่ เกิดอะไรขึ้น หึยัยบ้า”
“ออกไปตามดีมั้ย”
“จะบ้าเรอะ อยากตายรึไง” ดีปรามอย่างทันที “แกลองตามไปดูมั้ยล่ะ”เทนฟังแล้วทำหน้าแหยๆใส่
“แต่นายใหญ่เอาตายแน่ไอเวรเอ้ย”
“ค่อยไปอธิบายนายใหญ่ทีหลัง แต่ถ้าตามไปตอนนี้แกได้ตายก่อนแน่ ตอนนี้ดูลาดเลาไปก่อน”
“เออ”เขาตอบรับคำ “ชิ ยัยบ้านี่”
รถสีดำคันหรูแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านของกิว มาร์คัสดับเครื่องยนต์แล้วหันไปมองหญิงสาวที่นั่งมาข้างๆซึ่งได้นอนหลับปุ๋ยมาตลอดทาง ใบหน้าที่เนียนใสถูกแต่งแต้มด้วยสีสันของเครื่องสำอางเพียงเล็กน้อย แต่เธอกลับดูสวยสะกดตาจนไม่อาจละสายตาได้ มาร์คัสลูปปรอยผมของเธออย่างช้าๆ
“ไม่ได้เจอกันซะนาน โตขึ้นขนาดนี้แล้ว” พูดจบก็คลี่ยิ้มออกมาเบาๆ
มาร์คัสลงจากรถฝั่งคนขับแล้วไปเปิดประตูรถอีกข้างและค่อยๆช้อนร่างหญิงสาวออกมาอย่างเบามือเพราะกลัวว่าเธอจะตื่น สายตาก็พลางมองเด็กสาวที่หลับตาพริ้มในอ้อมแขนด้วยสายตาเอ็นดู
ชายหนุ่มผ่านประตูบานใหญ่เข้ามาอย่างง่ายดายด้วยระบบสแกนด์หน้า เขาเดินผ่านโถงตัวบ้านที่เงียบสงัด จนเข้ามาถึงในห้องนอนตรงสุดตัวบ้าน จากนั้นก็วางเธอลงบนเตียงอย่างแ่เบา แล้วค่อยๆหยิบผ้าห่มขึ้นมาบรรจงห่มให้ร่างบาง ก่อนจะเดินเงียบๆจากห้องไป
ทุกอย่างกลับเข้ามาสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง กิวค่อยๆลืมตาขึ้นมามองไปที่ประตู เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่แล้วจึงลุกขึ้นมาควานหาประเป๋าแล้วหยิบมือถือขึ้นมากดเปิดกล่องข้อความ
“กว่าจะไปได้ เกือบหลับจริงๆไปแล้ว” เธอบ่นพึมพำ ทั้งๆสายตายังจดจ่อที่มือถืออยู่
To.D
Gyumila : วันนี้ยกเลิกแผน พวกนายไม่ต้องทำอะไรคอยจับตาดูมันไว้ก็พอ ห้ามติดต่อมาเด็ดขาดฉันจะติดต่อไปเอง
D : เจอผู้ชายไปไม่เป็เลยรึไง
Gyumila : อยากตายหรอ
D :????
Gyumila : ทำตามที่สั่งไม่ต้องพูดมาก แล้วก็ห้ามติดต่อมาเด็ดขาด!!!
พอคุยเสร็จเธอก็ลบข้อความที่คุยไปเพื่อไม่ให้เหลือหลักฐาน
“แล้วอยู่ๆพี่อินโผล่มาได้ยังไง มันไม่ใช่่ที่พวกเขาจะมานี่นา”
ฉันวากิว อายุ 18 ปี เรียนอยู่ชั้นมัธยมปลายปีที่หก เป็เด็กสาวดูโคตรจะธรรมดา แต่ใครจะรู้นั่นเป็เพียงการแสดงให้คนรอบข้างและครอบครัวเห็นเท่านั้น เพราะความจริงฉันทำงานสีดำแทบทุกอย่าง ได้เข้าร่วมกับแก็งมาเฟียั้แ่อายุ 15 ทั้งค้าอาวุธ บ่อนการพนัน และงานที่ในวงการผิดกฎหมายทั้งหมดฉันก็ผ่านมาหมดแล้ว ทั้งเสี่ยง ทั้งอันตราย แต่สำหรับฉันมันกลับสนุกอย่างบอกไม่ถูก จะเรียกว่าเป็ความชอบส่วนตัวก็ไม่ผิด แต่เป้าหมายของฉันไมใช่เงินทองหรอก แต่มันพิเศษสุดๆไปเลย
ฟึบบ
“อ่า ฮ่าๆๆๆ” ฉันเอนตัวนอนแล้วหัวเราะออกมาเหมือนคนบ้า “ผิดแผนไปหมดแฮะ”
วันนี้คงทำอะไรไม่ได้แล้วสิ อาบน้ำนอนดีกว่า
7.00 น.
ติ๊ดๆๆๆๆๆ ติ๊ดๆๆๆๆ
กึก
ฉันตื่นนอนมาในสภาพงัวเงีย ค่อยๆดันตัวเองให้ลุกขึ้นมากดปิดนาฬิกาปลุกที่ดังขึ้นทุกๆวัน พอนั่งพักจนตื่นได้เต็มตาแล้ว ก็ลุกไปเข้าห้องน้ำทำกิจวัตรอย่างเช่นทุกวัน
“วันนี้คงต้องรับศึกหนักแน่ๆ จะบ้าตาย shit!!” ฉันค่อนข้างมั่นใจอย่างเต็มร้อยเปอร์เซ็นว่าวันนี้เค้าต้องมาจัดการฉันเื่เมื่อคืนเป็แน่ และคงจะกระดิกตัวไปไหนไม่ได้อีกสองสามวัน คงต้องรอดูสถานการณ์ไปก่อน จิ๊ น่าหงุดหงิดชะมัด
หลังจากที่ล้างหน้าแปรงฟันจนเสร็จเรียบร้อย ก็ออกไปที่โต๊ะทานอาหาร ซึ่งปกติจะมีแม่บ้านมาทำอาหารและจัดวางไว้บนโต๊ะทุกๆเช้า พอมาถึงก็เห็นป้าแมวกำลังตั้งใจทำอาหารอย่างขมักเขม่น ป้าแมวเป็แม่บ้านคนเก่าแก่สาวใหญ่ใจดีที่อายุตอนนี้ก็ก็ปาเข้าไปเกือบหกสิบแล้ว แกเป็คนคอยดูแลฉันมาั้แ่เด็กแทนป๊ากับม๊าที่อยู่ต่างประเทศ
“ทำอะไรหรอคะป้าแมว หอมไปถึงห้องกิวเลย” ฉันพูดพรอมกับเดินตรงเข้าไปเปิดตู้เย็นแล้วหยิบน้ำเปล่าออกมาดื่ม
“อ่าวคุณหนูทำไมตื่นไวจังเลยคะวันนี้”
“หืม ไม่ไวนะคะ” ป้าแมวทำหน้าแปลกใจแล้วเงยขึ้นไปมองนาฬิกาตรงผนัง
“อ่อจริงด้วย ป้ามัวแต่ยุ่งๆทำอาหาร ก็ลืมดูเวลาไปเลย”
ฉันมองดูอาหารบนโต๊ะที่ป้าแมวเตรียมไว้ก็รู้แปลกใจ บนโต๊ะมีอาหารของโปรดของฉันประมาณห้าหกอย่างถูกจัดวางในจานรูปแบบต่างๆอย่างสวยงามน่าทาน แต่ถึงจะชอบยังไง ทั้งหมดนี่มันก็เยอะเกินกว่าที่ฉันจะกินคนเดียวนี่นา
“ป้าแมว ทำไมเช้านี้เตรียมอาหารเยอะจังเลยล่ะคะ จะมีใครมาหรอ” ฉันถามไปด้วยความสงสัย
“ก็เมื่อเช้าเนี้ย คุณมาร์คัสเค้าโทรมาบอกป้าว่าจะมาทานอาหารกับคุณหนู ป้าก็เลยเตรียมทั้งหมดนี่ให้เป็พิเศษเลย เป็ไงคะ น่าทานมั้ย”
อืม เป็อย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด ถึงแม้จะค่อนข้างมั่นใจว่าวันนี้เค้าจะมาจัดการฉันเื่นั้นแน่ๆ แต่ก็ไม่คิดว่าจะมาเช้าขนาดนี้ หนีกลับไปนอนดีมั้ย ????
“อ่อหรอคะ เอ่อ...ว่าแต่ ทำไมมีแต่ของชอบกิวทั้งนั้นเลย....”
“คุณมาร์คัสเค้าเป็คนสั่งเองทุกเมนูเลยค่ะคุณหนู ตอนทำป้าก็ไม่ได้เอะใจอะไร พึ่งมานึกขึ้นได้ตอนทำเสร็จแล้วเนี้ยแหละค่ะ คุณมาร์คัสเนี่ยเป็คนช่างใส่ใจจริงๆเลย คุณหนูว่ามั้ยคะ”ป้าแมวพูดไปยิ้มไปอย่างอารมณ์ดี
“อ่ออ ค่ะ คงงั้นมั้งคะ” ฉันยิ้มเหยๆพร้อมคำตอบ ความรู้สึกของฉันตอนนี้มันช่างกลับกัน ฉันรู้สึกเหมือนกับตัวเองเป็หมูน้อยที่กำลังถูกเ้าของฟามขุนเลี้ยงอย่างดีก่อนจะถูกจับขึ้นเขียงเชือดไปชั่งกิโลขาย ตอนนี้ให้เป็หมูจริงๆซะยังดีกว่า
“ทั้งสองคนคุยอะไรกันอยู่หรอครับ” เสียงของคนที่ฉันไม่อยากได้ยินมากที่สุดในเวลานี้ดังขึ้นมาจากด้านหลัง ฉันหันไปดูก็พบว่าพี่อินเข้ามาพร้อมของเต็มไม้เต็มมือทั้งสองข้าง รอยยิ้มอันร่าเริงของเขาเวลานี้ทำฉันขนลุกชะมัด
“อ่าวคุณมาร์คัสมาแล้วหรอคะ”ป้าแมวแสดงท่าทางดีอกดีใจจนนอกหน้า รีบเดินเข้าไปต้อนรับชายผู้มาใหม่ด้วยรอยยิ้มที่สุดแสนจะมีความสุข “แล้วนี่ถืออะไรมาเยอะแยะคะเนี่ย มาๆส่งมาให้ป้าเร็ว”ป้าแมวพยายามจะแย่งของในมือมาถือเอง แต่ก็ถูกพี่อินปฏิเสธ
“ไม่เป็ไรครับป้าแมว เดี๋ยวผมเอาไปตั้งตรงนู้นเอง”พูดจบเค้าก็เดินตรงไปที่ครัวแล้วเอาของทั้งหมดตั้งไว้บนซิ้งค์วางของ “ผมมีของมาฝากป้าแมวด้วยนะครับ นี่...ชากับอาหารเสริมเอาไว้ทานบำรุงร่างกายนะครับ” พี่อินยกถุงกระดาษใบใหญ่ให้ป้าแมวสองถุง ป้าแมวก็รับไว้ด้วยท่าทางเกรงอกเกรงใจ
“ตายแล้วคุณมาร์คัส ไม่เห็นต้องลำบากขนาดนี้เลยค่ะ แค่มาป้าก็ดีใจแล้ว”
“ไม่ลำบากหรอกครับ ส่วนทั้งหมดนี้ผมซื้อมาฝากทุกคนเอาแบ่งกันทานนะครับ”เขาชี้ไปที่ของทั้งหมด
ชิส์ ไม่มีของฉันสินะ
“ป้าขอบคุณนะคะสำหรับของฝาก งั้นทั้งสองทานข้าวกันเลยค่ะ ป้าเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว”
“ป้าแมว ทานด้วยกันสิคะ” ถ้าฉันอยู่กับเค้าสองคนคงไม่ได้กินดีแน่นอน
“ไม่ได้หรอกคุณหนู วันนี้มีของจากข้างนอกมาส่งเยอะเลย ป้าต้องไปคอยดู ทั้งสองคนทานให้อร่อยเลยนะคะ ป้าขอตัวก่อน”
“ครับผม ขอบคุณสำหรับอาหารนะครับ”
ฉันมองตามป้าแมวที่กำลังเดินจากไปตาปริบๆ บัดนี้เหลือฉันกับเขาอยู่สองคน
เอาจริงไม่เคยรู้สึกอึดอัดเท่านี้มาก่อนเลย
ฉันหันกลับไปมองหน้าเค้าแล้วยิ้มออกมาแบบแห้งๆ
“ไง ยังไม่ได้ทักทายพี่เลยไม่ใช่หรอ”เขาพูดแล้วก็เดินเข้ามาหยุดตรงหน้าฉัน
“พี่อิน...สบายดีนะคะ”
“สบายดีสิ แต่เราดูไม่ค่อยสบายนะ เป็อะไรรึปล่าว”เขาเอื้อมมือข้างนึงมาจัดลูกผมที่รุงรังตรงหน้าผากให้ฉันแล้วก็ใช้นิ้วโป้งเลื่อนลงมาลูปตรงแก้มเบาๆ
“ไม่เป็ไรเลยค่ะ กิวสบายดีมาก” เขาที่ได้ยินคำตอบฉันก็กระตุกยิ้มออกมาเล็กน้อย
..........
จะพูดอะไรก็ไมพูดสักที ยืนมองอยู่ได้
“เอ่อ......”
“กินข้าวกันเถอะ พี่หิวแล้ว”
พี่อินพูดตัดบทขึ้นมา จากนั้นเขาก็เดินอ้อมไปนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม พอเห็นฉันยืนนิ่งเขาก็ผายมือเชิญให้ฉันนั่งลงอีกฝั่ง
จิ๊ ลีลาจริงๆ เกร็งจะตายอยู่แล้ว
“ค่ะ”ฉันทำตามเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ “พี่อินมาั้แ่เมื่อไรหรอคะ ไม่เห็นบอกกันก่อนเลย”
“ไม่ต้องห่วงหรอก ครั้งหน้าพี่ก็จะไม่บอก”
“พี่อิน....นี่มาเพื่อจับผิดกิวหรอคะ”
“ไม่ต้องมาทำหน้างอแบบนั้น รู้ใช่มั้ยเรายังมีความผิดอยู่”
“.....” บ้าเอ้ย shit!!
“รีบกินเข้าเถอะ วันนี้เธอต้องออกไปกับพี่”
“ไปไหนคะ”
เขาไม่ตอบอะไร เพียงแต่ยิ้มเบาๆ ....สังหรณ์ใจไม่ค่อยดีเท่าไรเลยแฮะ