หานเฟยหลงเดินทางรอนแรมอยู่หลายวันกว่าจะถึงที่หมาย เพียงรถม้าวิ่งเข้าเขตแดนเมืองชิงโจว ผ้าม่านก็ถูกเปิดออกด้วยมือขององค์ชายั เพื่อชมวิวทิวทัศน์ข้างทางว่าเป็อย่างไรบ้าง
เวลาพลบค่ำออกตระเวนเที่ยวชมเมืองยามราตรี โดยมีองครักษ์คู่ใจเดินตาม และไม่พลาดที่จะไปยังหอฝูเกอ
นั่งดื่มสุราท่าทีเยือกเย็นไร้ความรู้สึก ไม่สนใจการแสดงที่อยู่ตรงหน้า สตรีเหล่านี้ถึงแม้จะงดงามมากเพียงไร
ก็มิอาจดึงดูดใจเขาได้เลยสักคน ไม่มีผู้ใดเลอโฉมไปกว่ากู้อี้นัวอีกแล้ว จึงใช้แค่หางตาเหลือบมองเท่านั้น
ถึงจะเพิกเฉยต่อพวกนาง แต่ใบหน้าหล่อเหลาที่เป็เอกลักษณ์ กลับดึงดูดใจหญิงสาวทั้งหลายได้เป็อย่างดี
จนพากันมุ่งตรงมาหา และต่าง้านั่งร่วมโต๊ะกับเขา ทว่ามิอาจมีผู้ใดเข้าใกล้ได้ ด้วยอี้หลุนยืนขวางทางไว้หมดแล้ว
"คุณชายข้า เพียงมานั่งดื่ม แม่นางทั้งหลายโปรดกลับไป"
หนึ่งในกลุ่มสาวงามกล่าว: "นั่งคนเดียวน่าเบื่อจะตาย ให้พวกเราคนใดคนหนึ่ง อยู่คุยเป็เพื่อนไม่ดีกว่าเหรอ"
"ไม่ต้อง คุณชายข้า ชอบอยู่เงียบๆ"
ถึงจะถูกไล่สาวงามทั้งหลายก็ไม่ยอมไปไหน ยังคงยืนอยู่ที่เดิม ทำหน้าตาเศร้าสร้อย อี้หลุนผู้ไม่มีความอ่อนโยน
กำลังจะดึงกระบี่ออกมาขู่ แต่ก็ต้องหยุดชะงักลง เมื่อได้ยินเสียงหานเฟยหลง "อี้หลุน! ให้นางเข้ามา"
พอหานเฟยหลงอนุญาต หญิงงามผู้นั้นก็ไม่รอช้ารีบเดินไปทันที ส่วนคนที่เหลือก็ได้แต่ยืนทำตาละห้อย
รู้สึกอิจฉาผู้ที่ได้ใกล้ชิดกับองค์ชายั นางย่อตัวลงเล็กน้อย เปล่งเสียงอ่อนหวานออกมา หวังจะให้เขาหันมาสบตาสักครั้ง"คุณชาย"
แต่ทุกอย่างก็ไม่เป็อย่างที่คิด หานเฟยหลงยังคงนั่งนิ่งสายตามองไปทางอื่น และไม่เชิญให้นั่งด้วย
นางรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย ที่เขาไม่เชิญให้ร่วมโต๊ะด้วย จำใจต้องยืนอยู่อย่างนั้น
ตัวหานเฟยหลงเอง ก็เอาแต่ยกจอกสุราขึ้นดื่มอยู่หลายจอก กว่าจะยอมพูด "เ้าอยู่ที่นี่มานานแล้วใช่ไหม"
"ใช่! เ้าคะ"
"กี่ปี"
"เจ็ดปี ที่ข้าอยู่ที่นี่"
"ถ้าเช่นนั้น คงรู้ทุกเื่ของที่นี่ใช่ไหม! "
"แน่นอนอยู่แล้ว ข้า ิเอ๋อร์ ดาวเด่นประจำหอฝูเกอ เื่น้อยใหญ่ข้ารู้หมด"
องค์ชายัไม่ได้กล่าวอะไรออกไปในทันที เขาวางจอกสุราที่อยู่ในมือลง มุมปากกระตุกเล็กน้อย หันหน้าสบตากับิเอ๋อร์ แววตานั้นแฝงไปด้วยความเ้าเล่ห์ "งั้นข้าขอถามอะไรหน่อยได้ไหม? "
ิเอ๋อร์เลิกคิ้วขึ้นนิดหนึ่งเหมือนจะประหลาดใจ"เื่อะไร! หากไม่เกินกำลังก็จะตอบ"
"ผู้หญิงที่เล่นพิณขงโหว คืนพระจันทร์เต็มดวง นางเป็ใคร? "
ิเอ๋อร์ส่ายศีรษะเบาๆ "เื่นั้น ข้าไม่รู้"
องค์ชายัไม่เชื่อคำพูดของหญิงสาวสักเท่าไหร่ จึงถามย้ำ"ไม่รู้จริงๆ "
แต่ิเอ๋อร์ก็ยังยืนยันคำเดิม ว่าไม่รู้จริงๆ เื่ที่หานเฟยหลงถาม ต่อให้ถามใครในที่นี้ ก็เหมือนกันหมด
ทุกครั้งที่มาดีดพิณมักเร้นกายอยู่หลังม่าน ผู้ที่จะเข้าใกล้ ก็มีเพียงคนรับใช้ของนางเท่านั้น กล่าวมาถึงตรงนี้ิเอ๋อร์ก็หยุดพูด รู้สึกว่าตัวเองจะมากเกินไปแล้ว
เื่ของหญิงสาวลึกลับผู้นี้ เ้าของหอฝูเกอ เคยกำชับไว้นักหนา ไม่จำเป็ก็อย่าเที่ยวพูดอะไรมากมาย ถ้าไม่เช่นนั้นนางจะไม่มาเล่นที่นี่อีกเลย "คุณชายขอโทษด้วย ข้าพูดได้เพียงเท่านี้"
"ไม่เป็ไร เมื่อไม่สะดวกพูดต่อ ก็ช่างเถอะ แต่ข้า ขอถาม อีกสักสองประโยค"
หานเฟยหลงไม่สนใจ อีกฝ่ายหนึ่งจะตอบตกลงหรือไม่ "ทำไมนางต้องมาดีดพิณ ในคืนพระจันทร์เต็มดวงด้วย"
ิเอ๋อร์จำใจตอบไป"ดูเหมือนว่าจะมีความหลัง กับคืนพระจันทร์เต็มดวง"
"แล้วถ้าอยากรู้เื่ราวของนาง จะถามใครได้บ้าง"
คำถามนี้ของหานเฟยหลง ก่อให้เกิดความเงียบปกคลุมไปทั่วบริเวณ เวลานี้ิเอ๋อร์ลำบากใจที่สุด จนรู้สึกแน่นหน้าอกหายใจติดขัด
สีหน้าท่าทางเยือกเย็น หนักแน่นดังภูผา แววตากล้าแกร่งดังเหล็กขององค์ชายั เสมือนบีบหญิงสาวให้ต้องยอมพูดออกมา "ผู้ที่รู้ มีเพียงคนเดียว คือเ้าหอฝูเกอ"