หลังตื่นนอนแล้ว เธอเข้าครัวทำอาหารเอาไว้รอวามีกลับมากิน ไม่รู้ว่าเขาหายไปไหนั้แ่เช้าแบบนี้ แต่เธอก็ไม่คิดที่จะใส่ใจ เขาอยากจะไปไหนก็ช่างเขาเถิด
ส่วนตัวเธอที่กินอิ่มแล้วก็เตรียมตัวจะขึ้นเขาไปสำรวจรอบบริเวณนี้บ้าง เธอเดินขึ้นไปบนเขาอย่างไม่สนใจใครทั้งสิ้น แต่ยังไม่ทันได้ขึ้นเขาไปไกลก็พบกับสามีของเธอเสียก่อน
" เ้าจะขึ้นไปบนเขาเช่นนั้นหรือ "
" เ้าค่ะ "
" ไม่ต้องไปแล้ว ข้ากำลังจะไปจัดการเื่สำคัญ และเ้าต้องไปกับข้าด้วย " เว่ยหยางเอ่ยบอกกับเธอก่อนจะจับมือของเธอให้ตามลงเขาไป
เมื่อทั้งสองกลับมาถึงบ้านเว่ยหยางก็บอกให้เธอเตรียมตัวออกเดินทางในทันที เนื่องจากทั้งสองสวมใส่เสื้อผ้าชุดเก่าๆจึงไม่มีใครสนใจนัก แต่เมื่อเข้ามาถึงประตูเมือง เว่ยหยางก็สั่งให้คนของเขาไปซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่มาให้ทันที
ชุดที่เธอสวมใส่อยู่ในตอนนี้ใหม่เอี่ยมและสีชมพูสวยรับกับใบหน้าหวานๆอย่างยิ่ง เยี่ยหลินมองชุดที่ตนเองสวมใส่อย่างพอใจ นอกจากนั้นยังมีชุดอื่นไปที่เว่ยหยางบอกให้เธอเลือกเอาไปตามใจชอบ รวมทั้งเครื่องประดับที่เข้าชุดนั้นด้วย
เธอรู้ว่าสามีของเธอไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา แต่ไม่เมื่อเขาไม่อยากบอก งั้นเธอก็จะทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นต่อไปก็แล้วกัน
" นายท่านให้ข้าเตรียมม้าเพิ่มอีกตัวหรือไม่ขอรับ "
" ไม่ต้อง เตรียมรถม้ามาก็พอ "
" ขอรับ "
ไม่นานคนสนิททั้งสองของเขาก็กลับมาพร้อมกับรถม้าคันใหญ่ ที่ภายในบุผ้าอย่างดีกั้นกระแทกและนุ่มนิ่มพอสมควร พวกเขาคิดกันไปเองว่านายท่านอาจจะอยากใช้เวลากับนายหญิงในรถม้า.... !!
หากเว่ยหลางรู้ว่าลูกน้องของตนคิดอะไรไม่เข้าเื่ เขาคงสั่งลงโทษลูกน้องแน่นอน
ตลอดการเดินทางนั้นเว่ยหยางได้พูดคุยกับภรรยาของตนมากขึ้นและรู้นิสัยของนางบ้างแล้ว ซึ่งเขาเองก็ไม่คิดว่านางจะมีความคิดเช่นนั้นได้ แทบไม่เชื่อหูตนเองด้วยซ้ำ ในแคว้นนี้หรือแคว้นไหนๆไม่มีสตรีคนใดคิดจะหย่าสามีแล้วแต่งงานใหม่ อย่างที่นางเอ่ยกับเขาเมื่อวันก่อน แต่นางกลับคิดล่วงหน้าไว้แล้ว เขาได้แค่กัดฟันด้วยความไม่พอใจเงียบๆ
" เว่ยหยางท่านดูนั่นสิ พวกเขากำลังทำอะไรกัน " เยี่ยหลินมองดูคนเ่าั้ที่มุงดูอะไรบางอย่างจึงได้เอ่ยขึ้นถามกับสามีของตนเอง
ไม่นานก็ได้คำตอบเมื่อคนสนิทของเขาเข้าไปถามไถ่จากผู้คนแถวนั้น ว่า บิดาขี้เมาทุบตีบุตรสาวเพราะ้านำไปขายที่หอนางโลมเพื่อนำเงินไปกินเหล้าและเล่นพนัน แต่บุตรสาวไม่ยินยอมจึงได้ทุบตี
เยี่ยหลินได้ยินเช่นนั้นก็หันมาจ้องสามีของตนทันที
" เว่ยหยาง ท่านช่วยเด็กคนนั้นได้ไหม ได้หรือไม่เ้าคะ " เยี่ยหลินใช้น้ำเสียงออดออ้นผู้เป็สามีเพื่อหวังว่าเขาจะยอมช่วยเหลือเด็กหญิงคนนั้น
เว่ยหยางที่ไม่เคยได้ยินนำเสียงเช่นนี้จากภรรยามาก่อนก็ถึงกับสำลักน้ำชาที่กำลังจิบอยู่ ก่อนจะหันออกไปนอกรถม้าเพื่อสั่งคนสนิทไปจัดการ
ผ่านไปสักพัก ต้าฝูก็กลับมาที่รภม้าพร้อมกับเด็กสาว ตามร่างกายเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ
" เ้าชื่ออะไรเด็กน้อย อายุเท่าไหร่ " เยี่ยหลินเอ่ยถาม
" จะ ข้าน้อย ข้าน้อยชื่อ เสี่ยวถงเ้าค่ะ ข้าอายุ 13ปีเ้าค่ะ "
" ต้าฝูเ้าไปซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้นางผลัดเปลี่ยนหน่อยสิ แล้วก็พานางไปอาบน้ำล้างตัวด้วย " เยี่ยหลินเอ่ยบอกกับคนสนิทของสามี
" ขอรับ " ทั้งสองหายเข้าไปในร้านอาภรณ์หน้าตลาดไม่นานก็กลับออกมา
เสี่ยวถงเป็เด็กสาวที่หน้าตาจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโต ขนตายาวเป็แพ หน้าตาน่าเอ็นดูอย่างมาก
เว่ยหยางได้ให้เสี่ยวถงเป็สาวใช้ของภรรยาของเขา แต่นางไม่ได้้าสาวใช้ นางเพียง้าช่วยเหลือเด็กหญิงตรงหน้าเท่านั้น และแน่นอนว่าเสี่ยวถงย่อมไม่ยอมจากไป นางยืนกรานว่าจะติดตามไปรับใช้นายหญิงให้จงได้ เธอจึงรับมาด้วยความจำยอม
การเดินทางสิ้นสุดในวันที่5 ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงเมืองท่าเรือแล้ว
เว่ยหยางให้เยี่ยหลินรอที่โรงเตี๊ยมกับเสี่ยวถง โดยมีต้าฝูคอยเฝ้าคุ้กันอยูด้านนอก ทั้งยังสั่งไม่ให้นางออกไปข้างนอกโดยไม่มีเขาเด็ดขาด
เยี่ยหลินแม้ว่าจะอยากออกไปเดินเที่ยวมากแค่ไหน ก็ไม่กล้าในเมื่อเขาเอ่ยสั่งเอาไว้ด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างดุดัน เธอจึงไม่กล้าจะดื้อรั้นกับเขา