“ใช่ครับ!คุณท่านบอกว่ายังไงก็ต้องให้คุณเพลงเรียนให้จบก่อน จะใช้เงินเท่าไหร่ท่านก็ยอม แล้วเงินที่เก็บเอาไว้ก็เกือบหมดไปแล้ว ตอนที่ส่งไปให้คุณเพลงเป็ค่าเครื่องมานี่ล่ะครับ”
“โธ่! คุณพ่อ! ทำไมไม่บอกเพลงคะ ถ้าเพลงรู้ว่าเป็แบบนี้ เพลงจะไม่เรียนค่ะ เพลงจะรีบกลับมาช่วยคุณพ่อ” เธอรำพึงด้วยความรู้สึกสงสารพ่อยิ่งนัก
“ลุงก็เคยบอกท่านครับ แต่ท่านก็ไม่ยอม สั่งให้คุณพีปิดคุณเพลงไว้ ห้ามให้รู้เด็ดขาด”
“แล้วพี่พีเป็ยังไงบ้างคะ ลุงโป่ง แล้วเอ่อ!ติดคุกมากี่ปีแล้ว”
“หกปีแล้วครับคุณเพลง ต้องโทษทั้งหมดยี่สิบปี แต่เ้าทนายบอกว่าติดจริงๆ คงจะไม่ถึงหรอกครับ ถ้าทำตัวดี ก็ได้รับการอภัยโทษ น่าจะไม่กี่ปี คุณพีน่าสงสารเหลือเกินครับ ตอนติดคุกใหม่ๆ แทบจะบ้า เพราะรับไม่ได้ แต่ตอนนี้ก็ดีขึ้นครับ”
“แล้วเพลงจะทำยังไงดีคะลุงโป่ง” เพราะเริ่มมองไม่เห็นหนทางสว่างแล้ว
“ลุงก็ไม่รู้ครับ ก็ต้องแล้วแต่คุณเพลง แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้คุณเพลงคงต้องไปหาคุณเมธีก่อนครับ เผื่อเขาจะมีทางผ่อนผันเราได้บ้าง ลุงก็พอจะรู้จักแกเหมือนกัน ดูท่าทางแล้วแกก็ไม่ใช่คนเห็นแก่ได้สักเท่าไหร่” โป่งผู้ที่รู้เื่ราวดีเล่าให้เธอฟังต่อ
“ลุงโป่งรู้ใช่ไหมคะว่าบ้านเขาอยู่ที่ไหน ช่วยพาเพลงไปด้วย แต่ตอนนี้เพลงจะไปหาคุณพ่อก่อนค่ะ” ระพีพรรณบอก แล้วก็เดินขึ้นชั้นบนไปห้องของพ่อ
“ผมคงจะให้คำตอบคุณคนเดียวไม่ได้หรอกนะครับคุณระพีพรรณ เพราะผมเองก็ไม่ใช่เ้าของเงินจริงๆ ผมแค่รับมอบอำนาจเขามาอีกทีหนึ่ง คือมีคนเขาอยากจะช่วยคุณกำพล ก็เลยให้เงินผมมาครับ”
เมธีผู้ที่เป็เ้าหนี้บอกเธอ หลังจากเธอโทรมาขอนัดเขาเพื่อที่จะขอผ่อนผันหนี้สินเมื่อวานนี้ และเพื่อเป็การตัดตอนขั้นตอน เขาจำเป็จะต้องบอกระพีพรรณเพื่อเป็การยืนยันว่าเื่ที่เธอมาขอเจรจาเื่หนี้สินเป็อันจะไม่สำเร็จผล เมื่อเธอลงทุนมาหาเขาถึงที่ทำงาน ซึ่งเมื่อก่อนมันเคยเป็ที่ทำงานของพ่อตัวเองมาก่อน
“แล้วคุณเมธีพอจะบอกได้ไหมคะว่าเป็ใคร”
“เอาเป็ว่าผมจะให้ชื่อและเบอร์โทรแล้วคุณก็ไปเจรจากับเขาก็แล้วกันครับ เพราะเมื่อวานผมโทรไปแจ้งไว้แล้ว เขาบอกว่าให้คุณไปหาเขาด้วยตัวเอง” เขาบอกออกไปด้วยสีหน้าที่มีความรู้สึกสงสารทายาทกำพลยิ่งนัก ที่พอกลับมาได้ไม่กี่นาทีก็ต้องมารับรู้เื่หนักๆ แล้ว
“ขอบคุณค่ะ งั้นดิฉันขอตัวนะคะ เราไปกันเถอะค่ะลุงโป่ง” เธอลาเขาด้วยท่าทีนอบน้อม
“ยินดีครับ ถ้ามีอะไรจะให้ผมช่วยก็รีบโทรมาหาผมตามนามบัตรนี้นะครับ หรือจะไปหาผมที่บ้านก็ได้ ผมก็จะทำงานอยู่ที่บ้านบ้างแต่ก็ไม่ได้ไปทุกวันครับ” เขาบอกเธอ เพราะตัวเขาเองก็ได้รับคำสั่งมาให้มาดูแลกิจการที่โรงงานที่หลุดจำนองไปแล้ว มาั้แ่กำพลล้มป่วยแล้ว
“วันนี้เป็ยังไงบ้างเพลง คุณเมธีเขาว่ายังไง” กำพลที่นั่งเอาหลังพิงหัวเตียงอยู่ ถามลูกสาวขณะที่เธอกำลังป้อนอาหารเย็นให้อยู่นั้น
“ยังไม่ได้เื่ค่ะคุณพ่อ คุณเมธีบอกว่าเขารับมอบอำนาจมาจากอีกคนค่ะ เพราะเงินที่ให้คุณพ่อยืมไม่ใช่เงินแกค่ะ แต่แกก็ให้ชื่อและเบอร์โทรคนนั้นมาแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้เพลงจะไปพบเขาค่ะ คุณพ่อไม่ต้องห่วงนะคะ เดี๋ยวเพลงจะจัดการเอง คุณพ่อทำใจให้สบายๆ นะคะ เพลงกลับมาแล้ว เพลงจะทำทุกอย่างที่จะทำให้เราได้บ้านและโรงงานของเรากลับมาค่ะ”
“แล้วเขาชื่ออะไรล่ะลูก พ่อรู้จักหรือเปล่า”
“ชื่อเจนจบค่ะ เพลงยังไม่โทรไปนัดเลยค่ะ กะว่าเสร็จจากดูแลคุณพ่อแล้วเพลงถึงจะโทรไปค่ะ” เธอบอกตามที่รู้มาจากเมธี
“เจนจบ เหรอลูก ไม่เคยได้ยิน แล้วนามสกุลอะไรล่ะลูก อายุเท่าไหร่ แล้วทำธุรกิจอะไร” เขาซักลูกสาว
“เพลงไม่รู้ค่ะคุณพ่อ ไม่กล้าถามคุณเมธี”
“งั้นพ่อฝากด้วยนะลูก เพลงคือที่พึ่งสุดท้ายของพ่อ แล้วเ้าโป่งไปไหนลูก” เขาถามหาคนสนิท
“เพลงให้ลุงโป่งพักค่ะ วันนี้แกทำหลายอย่างแล้ว พรุ่งนี้เพลงคงจะให้ลุงโป่งอยู่กับพ่อค่ะ เพราะสงสัยเพลงคงจะไปนาน”
“ดีเหมือนกัน ให้เ้าโป่งมันพักบ้าง ถ้าพ่อไม่ได้มัน ป่านนี้ไม่รู้จะเป็ยังไง ดูสิเงินเดือนเงินดาวน์ก็ไม่ได้ให้มันหรอกนะ มันก็ยังจงรักพักดีกับพ่อ เพลงอย่าทิ้งมันนะ มันไม่มีใครเหมือนกับพ่อ อยู่กันมาั้แ่หนุ่มๆ ลูกเมียก็ไม่ยอมมี” กำพลเล่าถึงโป่งด้วยแววตาที่ปลาบปลื้มใจที่สุด ในน้ำใจลูกน้องคนนี้
“ค่ะคุณพ่อ!เพลงเองก็เห็นลุงโป่งมาั้แ่เล็กๆ เพลงจะดูแลลุงโป่งให้เหมือนคนในครอบครัวเราเลยค่ะ” เธอยิ้มให้พ่อด้วยแววตาที่แสนเศร้าเพราะความสงสารพ่อนั่นเอง
+++++
ห้องรับแขกสวยหรู โอ่อ่าทำหน้าที่ตอนรับแขกที่มาเยือนได้เกือบสองชั่วโมงแล้ว แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีเ้าของบ้านโผล่หน้ามาหาแขกเลย นอกจากคนรับใช้ที่เข้ามาแจ้งไว้ว่าให้รอก่อน เพราะเ้านายติดธุระด่วน ยังมาพบไม่ได้
“เพลงตกลงเขาจะมาหรือเปล่านี่ เรารอสองชั่วโมงกว่าแล้วนะ” โสภาที่อาสามาด้วย หลังจากที่ได้รับรู้เื่ราวต่างๆ จากเพื่อนต่างวัยแล้ว
“เพลงก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะพี่โสภา เขาคงจะติดธุระมั้งคะ ว่าแต่พี่โสภามีธุระด่วนที่ไหนหรือเปล่า จะกลับก่อนเพลงก็ได้ค่ะ ส่วนเพลงยังไงๆ ก็คงต้องรอคุยกับเขาให้รู้เื่ก่อน จะได้รู้ว่าจะเอายังไงต่อไป” เธอบอกโสภาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล จนทำให้โสภารู้สึกผิดที่ไม่รู้จักทนรอ
“พี่ไม่มีธุระที่ไหนหรอกเพลง ไหนๆ ก็มาด้วยกันแล้ว ก็เอาให้มันรู้เื่ไปเลย ว่าแต่คุณเจนจบหรือคุณดำที่แม่สาวใช้เขาเรียกเมื่อกี้นี้นี่ จะเป็ยังไงนะ จะตัวดำ หน้าดำ หรือใจดำเหมือนชื่อหรือเปล่านี่ คนอะไรให้แขกมารอได้ตั้งสองสามชั่วโมง” โสภาไม่วายบ่น
“เพลงก็ไม่รู้ค่ะ ลุงโป่งบอกว่าไม่เคยรู้จักเหมือนกัน เพลงก็เพิ่งจะรู้ว่าชื่อเล่นเขาชื่อดำ คุณเมธีบอกแต่ชื่อจริงเท่านั้นค่ะ” เพราะไม่รู้จริงๆ
“ขอโทษนะที่ให้รอ พอดีฉันมีธุระด่วน”
เสียงของผู้ที่ถูกกล่าวขวัญถึงดังมาจากประตูห้องรับแขก ทำให้ผู้รอทั้งสองหันไปหาเ้าของเสียงด้วยความใ แล้วทั้งสองก็แปลกใจไม่แพ้กัน เพราะนายดำที่ทั้งสองคาดหวังเอาไว้ น่าจะเป็คนอายุห้าหกสิบปี แต่ชายที่ปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้านั้น ถ้าจะให้เดาก็ไม่น่าจะเกินสามสิบต้นๆ ทั้งสองยืนให้เ้าของบ้านตามมารยาท
“ไม่เป็อะไรค่ะ ไม่ทราบว่าคุณคือคุณดำใช่ไหมคะ” ระพีพรรณถามเขาด้วยความอ่อนน้อม
“ใช่ฉันคือนายดำ เชิญนั่งสิ” เขาแนะนำตัวเสียงห้วนแล้วนั่งลง พร้อมกับวางซองสีน้ำตาล ที่ด้านในมีเอกสารบรรจุอยู่ลงข้างๆ ตัว
“เธอคือระพีพรรณ ลูกนายกำพลเหรอ” เขาถามไปอย่างนั้น แต่สีหน้าไม่ได้อยากรู้อะไรเลย
“ค่ะ พอดีคุณเมธีบอกว่าคุณดำ เอ่อ...” เธอหยุดแค่นั้น เพราะดูจากสีหน้าของเ้าของบ้านที่มองมาที่เธอ แทบจะไม่มีความเป็มิตรเลยแม้แต่น้อย
“ฉันรู้แล้ว!เข้าเื่เลยก็แล้วกันนะ ฉันไม่ค่อยจะมีเวลามาก” เขาตัดบท
“คือว่าหุ้นกับบ้านที่หลุดจำนองไปเมื่อเดือนที่แล้วน่ะค่ะ ดิฉันจะมาขอความกรุณา ช่วยขยายเวลาให้อีกจะได้ไหมคะ พอดีดิฉันเพิ่งจะทราบเื่ ก็เลยยังไม่รู้ว่าอะไรเป็อะไรค่ะ”
“กี่ปีล่ะ แล้วเธอจะเอาเงินที่ไหนมาใช้ฉัน เงินไม่ใช่น้อยนะ” เขาบอกแต่แววตาแทบจะไม่อยากมองมายังเธอเลย
“แล้วไม่ทราบว่าคุณดำมีแนวทางพอจะแนะนำดิฉันได้ไหมคะ ว่าจะให้ดิฉันทำยังไง คือว่า!เอ่อ!บ้านกับโรงงานคุณพ่อท่านรักมากค่ะ ดิฉันก็เลยไม่อยากจะให้มันหลุดมือไป”
“ใครๆ เขาก็รักของๆ เขาทั้งนั้นล่ะ แล้วพ่อเธอไม่เคยเอาของๆ ใครเลยหรือยังไง พอถึงคราวของตัวเองบ้างทำจะมาโอดครวญ ขอยืดเวลา” เขาอดไม่ได้ที่จะพูดถึงคนที่ตัวเองเกลียดเข้าไส้มานานนับสิบๆ ปี!ไม่มีเสียงโต้ตอบจาก ระพีพรรณ เพราะเธอแทบจะไม่เข้าใจว่าเขาพูดถึงเื่อะไร
“เอาอย่างนี้ก็แล้วกันนะ ฉันมีข้อเสนอให้เธออยู่สองทาง หนึ่งคือหาเงินมาไถ่ หรือสองทำงานใช้หนี้ฉัน เมื่อครบกำหนดเธอก็เอาสมบัติพ่อเธอกลับไปได้” เขาเสนอด้วยสีหน้าเฉยเมยไม่แยแสคนตรงหน้าแม้แต่น้อย
“หมายความว่ายังไงคะ” หญิงสาวหันไปหาโสภาด้วยความงง
“ฉันไม่ชอบพูดอะไรซ้ำๆ ทางเลือกที่หนึ่งนับจากวันนี้ไปอีกสิบห้าวัน ฉันให้เวลาเธอหาเงินมาไถ่คืน ทางที่สองทำงานใช้หนี้ รายละเอียดของงานอยู่ในนี้”
เขาพูดแล้วก็โยนซองสีหน้าตาลใส่หน้าเธอ ทำให้โสภาเริ่มรู้สึกไม่ดีกับการกระทำของเ้าของบ้าน ที่ดูจะไม่มีมารยาทเอาเสียเลย แต่ระพีพรรณก็ไม่ได้ใส่ใจ รีบหยิบเอาซองสีน้ำตาลขึ้นมาดู แล้วก็อ่านสัญญาแต่ยังไม่ทันที่จะได้รู้เื่อะไร เขาก็เอ่ยขึ้น
“ฉันคงไม่มีเวลามารอให้เธออ่านเอกสารหรอกนะ เอาเป็ว่าเธอกลับไปดูเองที่บ้านก็แล้วกัน ถ้าตกลงตามข้อหนึ่งก็อีกสิบห้าวัน เอาเงินห้าสิบล้านมาคืนฉันที่นี่บ่ายโมงตรง ต้องมาให้ตรงนะ ฉันไม่ชอบคุณผิดนัด ถ้าเธอมาช้าแม้แต่นาทีเดียวฉันจะถือว่าเธอไม่รับข้อเสนอฉัน และทุกอย่างก็จะเป็ของฉันทั้งหมด ทั้งๆ ที่ตอนนี้มันก็เป็อยู่แล้ว หรือถ้าเธอเลือกข้อสอง อีกสิบห้าวันเธอก็มาพบฉันที่นี่เวลาเดียวกัน พร้อมๆ กับทำตัวให้พร้อมที่จะทำงานให้ฉันทันทีแค่นี้นะ ขอตัว!” สิ้นคำเขาก็ลุกเดินไป แต่ก็ไปยังไม่ทันพ้นประตูเขาก็หันมาอีก
“อ้อ! แล้วถ้าเธอเลือกข้อสอง วันที่เธอมา ช่วยหาใครก็ได้มาเซ็นต์รับรู้และเป็พยานด้วย” แล้วเขาก็เดินออกไป ทิ้งให้ทั้งสองมองตามออกไปด้วยความงงไม่แพ้กัน
“มีอะไรในนั้นเพลง พี่ล่ะไม่ชอบอีตานี่เลยให้ตายสิ” โสภาอดรณทนไม่ได้
“ไปเถอะค่ะพี่โสภา” เธอไม่ตอบอะไร ได้แต่ดึงเอาแขนโสภาให้ออกมาจากห้องรับแขกของบ้านหลังใหญ่ด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยจะยินดีนัก
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ

สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น
E-Book พร้อมโหลดแล้วค่ะ