Druw 027.5 Reshil & Belies of Ados
ปกติมนุษย์นั้นจะเกิดออกมาจากครรภ์มารดาในสถานะที่เรียกว่า ‘ตัว’
และปกติันั้นจะเกิดออกมาจากัตัวเมียที่ฟัก ‘ไข่’ ออกมา
หากทว่า...
‘เขา’ กลับเป็มนุษย์ที่เกิดจากฟองไข่ของั
และ...
‘เขา’ อีกคนเกิดจากครรภ์มนุษย์...แต่ตัวกลับเป็ลูกั!
หากทั้งสองคนเกิดจากมารดาคนเดียวกัน...มารดาที่เป็มนุษย์
นั่นหมายความว่าพวกเขาเป็ ‘พี่น้อง’ กัน เป็สายเืต้องห้าม! สายเือันแสนน่ารังเกียจของมนุษย์ที่แต่งงานกับั ซึ่งการแต่งงานระหว่างมนุษย์และันั้นถือเป็สิ่งต้องห้ามของอาณาจักรควาเซและที่อื่นๆ ที่มีั...นั่นถึงได้เป็ที่มาของ ‘สายเืต้องห้าม’
ผู้ที่ฝ่าฝืนจะต้องได้รับบทลงโทษอันสาสม...
เสียงกรีดร้องและกลิ่นเหม็นไหม้ปลุกให้เด็กชายทั้งสองคนซึ่งมีใบหน้าเหมือนกันให้ตื่นขึ้น เด็กชายทั้งสองผงะเมื่อเห็นหญิงสาวผู้เป็แม่ของตนกำลังถูกชายฉกรรจ์ในชุดเกราะหลายคนทั้งลาก ทั้งตบ ต่อย ทุบ ตี และอีกหลายอย่างเพื่อที่จะทำให้หญิงสาวขัดขืนไม่ได้ และร่างของหญิงสาวผู้นั้นก็ถูกเหล่าชายฉกรรจ์ในชุดเกราะพวกนั้นลากเข้ากองไฟทั้งเป็! เสียงกรีดร้องของหญิงสาวดังขึ้นอีกครั้ง หากแต่ครั้งนี้กลับรวมกับเสียงของเด็กชายทั้งสองที่ร้องะโออกมาพร้อมกันด้วยความเ็ป
“ท่านแม่!!”
ร่างเล็กของเด็กทั้งสองที่มีอายุแค่สี่ขวบวิ่งเข้าไปใกล้กองไฟ หากทว่าร่างของพวกเขากลับถูกเหล่าชายพวกนั้นคว้าตัวเอาไว้ก่อนจะหิ้วขึ้นบ่าอย่างง่ายดายแล้วเดินออกไปจาก ‘บ้าน’ ที่พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน...สามคนแม่ลูก
ในตอนนั้นพวกเขาจำได้ว่าอยากจะขัดขืน...อยากจะแก้แค้นให้ท่านแม่...แต่ก็ทำไม่ได้...
ในตอนนั้นพวกเขาจำได้ว่าร้องออกมา ร้อง...ให้ชายพวกนั้นปล่อยตัว สองมือและฝ่าเท้าทั้งตีและเตะใส่คนที่อุ้มพวกเขา หากแต่อีกฝ่ายกลับไม่ใยดี เหวี่ยงร่างของพวกเขาเข้าไปในที่มืดๆ ที่มีแต่เสียงกรีดร้องแห่งความหวาดกลัวและความเ็ป!
พวกเขากลัว...ด้วยวัยเพียงแค่นี้ พละกำลังเพียงแค่นี้...รอบตัวที่มีแต่ความมืดโรยตัวจนมองไม่เห็นอะไร เสียงกรีดร้องที่ดังอยู่รอบตัวโดยที่มองไม่เห็นว่ามันเป็เสียงของใคร นั่นทำให้เด็กชายทั้งสองคนกอดกันด้วยความหวาดกลัว ในใจก็ร่ำร้องหาแม่ที่พวกเขารู้ดีว่า...พวกเขาไม่มีโอกาสที่จะได้เจอกันอีก
เด็กชายผู้มีศักดิ์เป็ ‘น้องชาย’ สะอื้นออกมาอย่างหมดความอดทน เด็กชายผู้มีศักดิ์เป็ ‘พี่ชาย’ ก็ทำได้แค่ลูบหัวปลอบน้องชายของตนเองเท่านั้น
“อย่าร้องนะเรชีล เ้าต้องเข้มแข็งขึ้น”
ใช่...พวกเขาจะต้องเข้มแข็งขึ้น! เพื่อที่จะหนีออกไปจากที่แห่งนี้!
“ท่านแม่...ท่าน...ฮึก ท่านแม่...”
“ชู่ว์...เรชีล ข้าบอกแล้วอย่างไรว่าเ้าต้องเข้มแข็งขึ้น” เด็กชายคนพี่กระชับอ้อมแขน “พวกเราจะแข็งแกร่งขึ้น...เพื่อแก้แค้นให้ท่านแม่!” ดวงตาสีน้ำตาลไหม้ของเด็กชายวาวโรจน์!
“ฮะ...”
“เพราะฉะนั้น...ตอนนี้พวกเราต้องหาทางหนีเสียก่อน”
เด็กชายคนน้องพยายามกลืนก้อนสะอื้น ก่อนที่เขาจะยิ้มออกมา...ยิ้มแห้งๆ ที่ไร้ซึ่งความรู้สึกยินดี ยิ้มที่มีแต่ความเ็ป
“ดี...ไหนเ้าลองใช้ร่างัให้ข้าดูหน่อย”
เด็กชายคนน้องพยักหน้าแล้วหลับตาลง เพียงครู่เพลิงสีดำก็ครอบคลุมร่างของเด็กชายแล้วร่างมนุษย์ก็กลายเป็ร่างัเพียงชั่วพริบตา! เด็กชายคนน้องลืมตาขึ้น ก้มมองสำรวจร่างกายของตนเองที่ตอนนี้กลายเป็ัจิ๋ว เด็กชายคนน้องเงยหน้าขึ้นมองพี่ชายด้วยความดีใจ และเขาก็พบว่าพี่ชายในตอนนี้ก็อยู่ในร่างัจิ๋วตัวสีดำเช่นกัน
ัจิ๋วตัวพี่ฉีกยิ้มออกมา
“เห็นไหม ทีนี้เราก็ออกไปได้แล้ว” ว่าพลางชี้ไปที่ช่องระหว่างซี่กรงที่กว้างมากสำหรับพวกเขาในร่างั...นั่นก็หมายความว่าพวกเขาสามารถเดินออกไปจากห้องขังนี่ได้อย่างสบายๆ
ัเพลิงดำตัวพี่เดินนำออกไปจากห้องขังโดยมีัเพลิงดำตัวน้องเดินตามหลัง ปฏิบัติแหกคุกที่แม้แต่ผู้ใหญ่ก็ยังทำไม่ได้ก็ได้เริ่มต้นขึ้นและจบลงอย่างเงียบเชียบ...ต้องขอบคุณท่านพ่อผู้ล่วงลับไปแล้วที่เกิดมาเป็ัเพลิงดำ ต้องขอบคุณร่างัที่เป็สีดำทั้งตัวจนพวกเขาสามารถอำพรางตัว...ไม่สิ สามารถเดินออกไปจากที่มืดๆ นี่ได้อย่างสง่าผ่าเผย เมื่อัเพลิงดำตัวจิ๋วทั้งสองออกมาข้างนอกก็ได้พบแสงสว่างอีกครั้ง พวกมันฉีกยิ้มก่อนที่จะกางปีกบินหนีออกไปทันที!
“ลาทีสถานที่มืดๆ ที่ทำให้รู้สึกแย่นั่น! อย่าได้มาเจอกันอีกเลย!”
สองพี่น้องัเพลิงดำบินขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความรู้สึกอิสระเสรีเป็ครั้งแรก แล้วดวงตาอันเฉียบคมของพวกมันก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างเบื้องล่าง...บ้านทรงโบราณหลังเล็กหลังหนึ่งที่อยู่ในกำแพงสูงๆ ของราชวังแห่งควาเซนครฝั่งเหนือ บนหลังคาสีเทาหม่นนั่นมีเด็กชายหัวขาวคนหนึ่งนั่งทำหน้าเบื่อหน่ายและผิดหวังอยู่ เด็กชายที่มีอายุพอๆ กับพวกเขา...และที่หน้าประตูของบ้านหลังนั้นก็มีัตัวสีขาวลายสีฟ้าราวกับเมฆบนท้องฟ้านั่งรออยู่
สองพี่น้องรู้ได้ทันทีเลยว่าในบ้านหลังเล็กหลังนั้นกำลังมีเด็กทารกถือกำเนิดขึ้นมาอยู่
หากทว่าทั้งสองก็ไม่ได้สนใจอะไรในเื่นั้นนัก เพราะสองพี่น้องในตอนนี้กำลังสนใจเด็กชายชาวมนุษย์ที่มีผมสีขาวมากกว่า พวกเขาเคยได้ยินท่านแม่พูดเอาไว้ว่าไม่มีมนุษย์คนใดในควาเซที่มีผมสีขาวนอกจากคนแก่และ...ราชินีองค์แรกของตระกูลซาบรีย์ กษัตริย์หญิงแห่งควาเซนครฝั่งเหนือ ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่าเด็กคนนั้นเป็ลูกหลานตระกูลซาบรีย์อย่างนั้นสิ!? ก็น่าอยู่หรอก...ทั้งใบหน้าที่ดูมีราศีทั้งที่ยังเยาว์วัย ยังมีอายุได้เพียงแค่สี่ขวบ ชุดสีขาวที่ถูกตัดเย็บอย่างประณีต เนื้อผ้าที่ดูก็รู้ว่าราคาคงจะแพงไม่น้อย ผมสีขาวถูกหวีจนเรียบยาวประบ่า เด็กชายคนนั้นยืนขึ้นก่อนที่แสงสีขาวสะอาดตาจะครอบคลุมร่างของเด็กชายคนนั้น แล้วสองพี่น้องก็เบิกตาโตเมื่อร่างของเด็กชายคนนั้นกลายเป็ัแสงแล้วบินออกไปอีกทาง!
“นั่นมัน...ข้าไม่ได้ตาฝาดใช่ไหมเบเลียส” ัจิ๋วตัวน้องถามขึ้นอย่างไม่เชื่อสายตา
“อือ...ัแสง...ตัวเป็ๆ” ัจิ๋วตัวพี่ตอบด้วยน้ำเสียงราวกับละเมอ
“แล้วที่ทำหน้าผิดหวังเมื่อครู่...เพราะเขากำลังจะเลือกเด็กคนนั้นเป็คู่หูอย่างนั้นหรือ!”
ทั้งสองชะงัก ัที่อยู่หน้าห้องเมื่อครู่พวกเขาจำได้ว่ามันคือัเมฆา นี่ั์สองตัวเกือบจะแย่งเด็กในห้องนั้นหรือ?
“หรือเด็กในห้องจะเป็สายเืลาเบียร์?” เบเลียสพูดขึ้นเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าตนเคยได้ยินข่าวว่าสายเืของลาเบียร์กับซาบรีย์แต่งงานกัน เพราะฉะนั้นหากสายเืของลาเบียร์จะมาอยู่ที่นี่ก็ไม่แปลก
มีเพียงแค่สายเืของลาเบียร์เท่านั้นที่สามารถดึงดูดั์แบบนี้ได้
สองพี่น้องัเพลิงดำคิดเช่นนั้นแล้วบินต่อไป เมื่อบินมาถึงป่ารกทึบของนครฝั่งใต้ทั้งสองก็ตัดสินใจบินลงไปพักข้างล่างเพื่อเอาแรง เมื่อเท้าถึงพื้น สองพี่น้องก็คืนร่างกลับเป็มนุษย์อีกครั้งแล้วแผ่หลาแนบหลังลงกับพื้นหญ้าสีเขียวขจีอันแสนชุ่มชื้นและร่มเย็น
“อยากจะอยู่ที่นี่ตลอดไปจัง” เด็กชายคนน้องพูด ทว่านั่นก็แค่ชั่วครู่เดียวเท่านั้นก่อนที่เสียงฝีเท้าหลายคู่จะวิ่งตรงมาทางนี้
“เฮอะ! มาอยู่ในที่แบบนี้เองหรือ!!” เสียงใหญ่แหบแห้งคุ้นหูที่ไม่อยากได้ยินดังขึ้น เด็กชายทั้งสองคนผงะใพร้อมกับร่างของพวกเขาที่ถูกหิ้วอีกแล้ว! เด็กทั้งสองดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง...แม้จะรู้ดีว่าถึงจะดิ้นอย่างไรก็ไม่อาจหลุดไปได้อยู่ดี
“พวกมันออกมาได้อย่างไรกันนี่!” ชายฉกรรจ์อีกคนสบถขึ้นอย่างหัวเสีย
ชายฉกรรจ์เ่าั้หิ้วเด็กชายทั้งสองโยนใส่ห้องขังมืดๆ อีกครั้ง...หากแต่คราวนี้กลับมืดกว่าเดิม
เด็กชายทั้งสองสบถอย่างหัวเสียในใจ...หนีก็เหมือนไม่ได้หนี พวกเขาเพิ่งรู้ว่าคุกนี่อยู่ที่นครฝั่งใต้ และพวกเขาก็เพิ่งจะรู้ตัวว่าตนเองบินกลับมาใกล้กับที่คุกนี่มากแค่ไหน! รู้อย่างนี้ไปอยู่ที่นครฝั่งเหนือเสียยังดีกว่า!
เพราะเคยได้ยินคนเขาพูดกันว่าสถานที่ที่อันตรายที่สุด ก็คือสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด
แล้วการแหกคุกรายวันก็เริ่มขึ้นโดยใช้วิธีเดิมๆ แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาใช้วิธีนี้ในการหนีออกมา ทุกครั้งที่โดนจับกลับเข้าไปสถานที่ที่ถูกขังจะมืดมากกว่าเดิมทุกครั้ง หากแต่เด็กชายทั้งสองกลับไม่ละเลิกความพยายามที่จะแหกคุกเ่าั้ พวกเขายังคงแหกคุกต่อไปเรื่อยๆ ทุกวัน ด้วยความหวังว่าสักวันพวกเขาจะต้องหนีพ้น พวกเขาจะต้องเป็อิสระ!
เพื่อที่สักวัน พวกเขาจะกลับมาแก้แค้น!
ชายฉกรรจ์พวกนั้นเป็ทหารของซาบรีย์...กลุ่มคนที่ฆ่าแม่ของเด็กชายทั้งสอง และด้วยความทรงจำที่ว่าท่านพ่อของพวกเขาก็ถูกคนพวกนั้นฆ่าตายเช่นกัน...นั่นทำให้พวกเขาเกลียดชังซาบรีย์ เกลียดชังควาเซ และเกลียดชังมนุษย์!
ในเมื่อพวกมนุษย์หรือแม้แต่ัด้วยกันยังรังเกียจพวกเขา พวกเขาก็จะเกลียดทุกคนด้วยเช่นกัน! พวกเขาเกลียดควาเซ อยากจะทำลายที่นี่ให้ล่มสลายไปด้วยน้ำมือของพวกเขา!
เกลียด! เกลียด!! เกลียด!!!
หนึ่งปีผ่านไปกับการแหกคุก...ในที่สุดคราวนี้พวกเขาก็หนีออกมาจนถึงนครฝั่งเหนือ คราวนี้กว่าทหารพวกนั้นจะมาพบก็คงอีกนาน ัเพลิงดำทั้งสองโบยบินอยู่ครู่หนึ่งก็หวนกลับไปยังที่แห่งนั้น...ที่ที่พวกเขาได้เจอกันเด็กชายหัวขาวผู้เป็ัแสงตนนั้น และคราวนี้พวกเขาก็ยังเห็นัแสงในร่างเด็กมนุษย์นั่งอยู่ที่เดิม ทำหน้าเหมือนเดิม หากแต่คราวนี้กลับมีประกายเศร้าสร้อยในดวงตา แวบหนึ่งก็เปล่งประกายอย่างคนรอความหวัง เป็เช่นนี้สลับกันอย่างว้าวุ่น
แล้วอะไรล่ะ...สิ่งที่ัแสงตนนั้นต้องมานั่งรอเป็ปีๆ ในสถานที่เดิมๆ เช่นนี้ ในความทรงจำของพวกเขามีความรู้หลายอย่างที่พวกเขาได้รับมาจากท่านพ่อ ัแสงไม่ได้มีความอดทนอะไรขนาดนั้นเสียหน่อย
สองพี่น้องัเพลิงดำสบตากันก่อนที่จะบินลงไปหาเด็กชายหัวขาวคนนั้น
“นี่! เ้าน่ะ” เบเลียสลองพูดกับัแสงที่ทำหน้าเบื่อหน่ายกับชีวิตอยู่คนเดียวโดยที่ไม่สนใจพวกเขาเลยสักนิด
เด็กชายผมขาวหันหน้ามาที่พวกเขาพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ เรชีลจึงได้พูดต่อจากพี่ชาย
“เ้ากำลังรอใครหรือ? ปีที่แล้วข้าก็เห็นเ้ามานั่งรอเช่นนี้”
คนถูกถามสะบัดหน้าใส่ หากแต่ดวงตาสีฟ้าเข้มที่มองมาทางพวกเขาทั้งคู่...กลับไม่มีแววรังเกียจหรือรำคาญเลยแม้แต่นิด มีแต่ความนิ่งเฉย สงสัย และงุนงง
…และมีความประหลาดใจบางอย่างปนอยู่ด้วย
ดังนั้นสองพี่น้องจึงพูดต่อไป “เ้ากำลังรุ์อยู่หรือ?”
“...ใช่” เด็กชายหัวขาวตอบทั้งที่ใบหน้ายังหันไปมองทางอื่น
“ทำไมต้องรอเป็ปีๆ ด้วย มนุษย์ไม่มีอะไรดีเลยสักนิด” เบเลียสและเรชีลเริ่มไม่เข้าใจัแสงตนนี้
ปกติัแสง...ไม่ใช่สิ ั์เกลียดมนุษย์ และไม่มีทางเด็ดขาดที่ั์จะมารุ์คนไหนเป็ปีๆ เช่นนี้
ัแสงในร่างเด็กชายหันกลับมา เขาเงยหน้าขึ้นลงมองสองพี่น้องัดำที่ยังคงอยู่ในร่างัแล้วหรี่ตา นิ้วชี้ไปที่เบเลียส “เ้า...เกิดมาก็เป็ัโดยที่ไม่ได้ฟักออกมาจากไข่” เบเลียสชะงักก่อนที่นิ้วของเด็กชายหัวขาวจะชี้ไปที่เรชีล “เ้า...เกิดมาก็มีร่างกายเป็มนุษย์ แต่เกิดจากไข่ของั เ้าฟักออกมาจากไข่หลังจากพี่เ้าเกิดมาได้หนึ่งชั่วโมง และพวกเ้าก็เป็ฝาแฝดกัน”
สองพี่น้องสะดุ้งใที่ัแสงตรงหน้ารู้เื่ของพวกเขาเพียงแค่สบตา...เด็กชายหัวขาวยิ้มออกมา แต่กลับเป็ยิ้มที่พวกเขารู้สึกว่ามันอบอุ่นไปทั้งใจ “พวกเ้าก็เป็ลูกของมนุษย์ไม่ใช่หรือไร...เป็ลูกที่เกิดจากมนุษย์และั แต่ถึงอย่างนั้น พวกเ้าก็เกิดมาจากความรักของพ่อและแม่ของเ้าไม่ใช่หรือ?”
ราวกับคำพูดนั้นได้ซึมซาบเข้าไปในใจของทั้งสอง ดวงตาสีน้ำตาลไหม้สองคู่มองัแสงในร่างเด็กชายชาวมนุษย์ตรงหน้า...ัแสงตรงหน้านั้นไม่ได้ให้ความรู้สึกของัเลยสักนิด ช่างเป็ร่างแปลงมนุษย์ที่เหมือนจริงที่สุด เพราะนอกจากพวกเขาจะไม่สามารถรู้สึกได้ถึงความเป็ัจากอีกฝ่ายเลยสักนิด หนำซ้ำพวกเขายังรู้สึกได้แต่ความเป็มนุษย์ หากในวันนั้นเมื่อหนึ่งปีก่อนพวกเขาไม่เห็นเด็กชายตรงหน้ากลายร่างเป็ัแสงต่อหน้าต่อตาล่ะก็...ต่อให้อีกฝ่ายมาตะล่อมบอกพวกเขาว่าตนเองเป็ัแสงเช่นไร พวกเขาก็ไม่มีทางเชื่อแน่
แถมัแสงตรงหน้ายัง...มีความรักให้กับมนุษย์
“เพราะความไม่รู้ของพวกมนุษย์ทำให้พวกมันจ้องสังหารสายเืต้องห้ามทุกคนั้แ่ที่มีัมารปรากฏตัว พวกมันเลือกที่จะฆ่าผิดตัว ดีกว่าที่ต้องปล่อยให้สายเืต้องห้ามเติบโตขึ้นจนกลายเป็ัมารตนที่สอง” ัแสงเปรยขึ้น นั่นทำให้สองพี่น้องชะงัก “อันที่จริงมันก็ไม่ได้เกี่ยวกับสายเืต้องห้ามเลยสักนิด แต่ข้าก็เข้าใจความรู้สึกของพวกมัน”
“ไม่ได้เกิดจากสายเืต้องห้าม? แล้วทำไมเ้าถึงไม่บอกพวกมนุษย์ล่ะ?” จะได้ไม่มีสายเืต้องห้ามที่ถูกไล่ล่าและถูกปฏิบัติราวกับไม่มีชีวิตเช่นนี้อีก... ประโยคหลังนี้เบเลียสไม่กล้าพูด
“เื่แบบนี้ พูดไปใครจะเชื่อ” ัแสงพ่นลมออกมาทางจมูก สองพี่น้องมองหน้ากัน
เื่นั้นมันก็จริง ไม่มีหลักฐาน พวกมนุษย์ไม่มีทางเชื่อ
“ข้าชื่อเบเลียส ส่วนน้องชายข้าชื่อเรชีล แล้วเ้าล่ะ?”
เด็กชายหัวขาวหน้านิ่ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ “ข้าไม่มีหรอก...ของแบบนั้นน่ะ”
“หา!?”
“คนที่จะเรียกชื่อของข้า...คือคนที่ข้ารอคอย”
ัเพลิงดำทั้งสองมองหน้ากัน
“หมายความว่า...ให้มนุษย์ตั้งชื่อเ้าอย่างนั้นหรือ”
“ชื่อของข้าขึ้นอยู่กับคนคนนั้น...”
ัที่ไม่มีคู่หู...ไม่สิ พวกเขาเป็คู่หูกันเอง ัที่ไม่ต้องตามหาหรือรอคอยคู่หูอย่างพวกเขาไม่อาจเข้าใจความรู้สึกของัแสงตนนี้ได้ แต่ที่พวกเขาสงสัยก็คือ...
“เ้าเกิดมาได้ห้าปีแล้วแต่ยังไม่เลือกคู่หู แล้วอย่างนี้เ้าจะเลือกคู่หูได้หรือ? ปกติต้องเลือกั้แ่เ้าเกิดมาเลยไม่ใช่หรือไร” เพราะิญญาของทั้งสองจะผูกพันกันั้แ่ตอนนั้น
หรือว่าัแสงตนนี้เกิดก่อนเวลา? อืม ถึงพวกเขาจะไม่เคยได้ยินเื่แบบนี้มาก่อน แต่มันก็มีความเป็ไปได้!
ัแสงไม่ตอบแต่เสหน้าไปทางอื่น พร้อมกับเสียงเด็กทารกดังขึ้น เด็กชายหัวขาวก็ถอนหายใจออกมาอย่างผิดหวัง...อีกครา
“ไม่ใช่” เด็กชายขมวดคิ้ว “ทำไมคนในห้องถึงไม่ใช่ลาเบียร์? ซาบรีย์รับสนมเพิ่มรึ?” เขาพึมพำกับตัวเองก่อนที่จะกลายร่างเป็ัแล้วบินออกไปโดยไม่ร่ำลาสองพี่น้อง
ทั้งสองมองไปยังหน้าประตู แล้วพวกเขาก็เห็นัทองนั่งรออยู่หน้าห้อง
สองพี่น้องัเพลิงดำมองหน้ากันอีกครั้งพลางยักไหล่ คราวนี้พวกเขาลงไปสู่พื้นดินของนครฝั่งเหนือ หึๆ ทหารพวกนั้นคงไม่รู้หรอกว่าเด็กเล็กอย่างพวกเขาจะมีปัญญาหนีมาจนถึงนครฝั่งเหนือแบบนี้!
พวกเขากลายร่างเป็มนุษย์ แต่พอออกเดินได้แค่ไม่กี่ก้าว...
“พวกมันอยู่ที่นี่!”
“จับมัน!!!”
ตุบ!! ร่างของเด็กทั้งสองถูกส่งกลับเข้าคุกมืดเหมือนเดิม...อีกครา
อย่างว่องไวเสียด้วย!
“ให้ตายสิ! พวกมันใช่วิธีไหนออกไปได้ทุกวันเนี่ย!!!” พวกทหารสบถอย่างหัวเสียแล้วพากันเดินออกไป
เด็กชายทั้งสองมองหน้ากัน “สงสัยพวกเราต้องอัพสกิลหลบหนีให้มากขึ้นกว่านี้แล้วล่ะ”
การแหกคุกรายวันดำเนินมาได้อีกห้าปี...จนตอนนี้พวกเขาถูกจับเข้ามาขังในส่วนที่ว่ากันว่าลึกที่สุดในคุกมืด ไร้ซึ่งแสงสว่างจนแทบจะไม่รู้เวลา ไร้ซึ่งผู้คน ความมืดที่โรยตัวลงมานั้นทำให้ดวงตามองอะไรไม่เห็นราวกับคนตาบอด โชคดีที่พวกเขาชินกับความมืดเสียแล้วเลยมองเห็นได้รางๆ ที่นี่มีเพียงแค่อากาศชื้นๆ ที่ทำให้รู้สึกไม่สบายตัวและน่าอึดอัด เสียงกรีดร้องด้วยความเ็ปและหวาดกลัวอย่างบ้าคลั่ง บางคนถึงกับใช้หัวชนลูกกรงเลยทีเดียว! เด็กชายทั้งสองสะดุ้งเฮือกใ ที่นี่มันน่ากลัวชะมัด!
พอเด็กทั้งสองลองสังเกตดูรอบตัว...ต้องบอกว่าพวกเขาอยู่ในที่ที่ ‘เกือบ’ ลึกสุดต่างหาก เพราะห้องที่หันหน้าเข้าหาทั้งสองฝั่งที่อยู่ข้างๆ เขาต่างหากถึงจะเรียกว่า ‘ลึกที่สุด’
และที่พวกเขาไม่ได้อยู่ในนั้น...เพราะในนั้นมีคนคนหนึ่งอาศัยอยู่ก่อนแล้ว
เส้นผมสีขาวบริสุทธิ์ที่สามารถทำให้มองเห็นได้ง่ายแม้จะอยู่ในที่มืดดูยุ่งเหยิงและไม่ได้รับการดูแล ดวงตากลมโตสีฟ้าเข้มที่ดูใสราวกับลูกแก้ว เด็กคนนั้นอยู่ในชุดสีขาวที่มีรูปทรงคล้ายๆ กับชุดนักโทษ เด็กน้อยคนนั้นนั่งสัปหงกแล้วล้มตัวนอนอย่างไม่อยากฝืน
วินาทีที่พวกเขาสบกับดวงตาคู่นั้น ราวกับว่าการรอคอยของพวกเขาได้สิ้นสุดลงแล้ว
ทั้งสองยกมือขึ้นจับหน้าอก ไม่เข้าใจว่าความรู้สึกนี้มาได้อย่างไร
ว่าแต่...เด็กคนนั้นหน้าตาคุ้นมาก
เด็กชายทั้งสองขมวดคิ้วมุ่น...ทว่านึกอย่างไรก็นึกไม่ออกว่าเคยเจอคนหน้าตาแบบนี้ที่ไหน ทั้งสองมองเด็กคนนั้น ดูอย่างไรเด็กคนนั้นก็เพิ่งจะมีอายุได้เพียงแค่สี่ขวบ แถมยัง...ดูไร้เดียงสายิ่งกว่าพวกเขาในวัยนั้นเสียอีก แต่ทำไมเด็กคนนี้ถึงได้ถูกจับมาขังในสถานที่ที่ลึกที่สุดของคุกมืดกันล่ะ?
เหมือนจะมีแสงสว่างส่องเข้ามาที่นี่ เด็กชายทั้งสองหันไปมองที่มาของแสงนั่น...แล้วพวกเขาก็ต้องใ สิ่งที่พวกเขาสามารถเห็นได้ชัดในความมืด สีขาวที่เห็นนั้นไม่ใช่แสงสว่าง แต่เป็ัแสงที่พวกเขาเจอครั้งสุดท้ายเมื่อห้าปีก่อนต่างหาก! แต่พวกเขากลับต้องขมวดคิ้วอีกครั้ง...ร่างที่เล็กราวกับพวกเขาตอนมีอายุสี่ขวบนั่น...เป็ไปได้อย่างไร!? ในเมื่อร่างัของัแสงตนนั้นเมื่อห้าปีก่อนยังดูโตกว่านี้เสียอีก
มันเกิดเื่อะไรขึ้นกัน!?
เด็กน้อยในห้องลึกสุดกระเด้งตัวขึ้นเมื่อสังเกตเห็นัแสงตนนั้นเดินเข้าไปในห้องของตน จากร่างัตัวอ้วนกลมป้อกนั่นกลายเป็ร่างมนุษย์อายุสี่ขวบ! แถมในปากก็ยังคาบถุงที่บรรจุขนมปังที่เพิ่งอบเสร็จใหม่ๆ กับนมสดสองขวด สองพี่น้องตาโตอย่างไม่เชื่อสายตา
ทั้งสองหน้าตาเหมือนกันราวกับเคาะออกมาจากพิมพ์เดียวกัน! เหมือนยิ่งกว่าพวกเขาสองคนที่เป็แฝดกันเสียอีก!
มือของัแสงตนนั้นลูบหัวเด็กคนนั้นอย่างอบอุ่น เด็กคนนั้นก็ยิ้มร่าเริงออกมา...ทั้งๆ ที่ถูกขังอยู่ในที่มืดๆ ไร้ซึ่งแสงสว่างและกาลเวลาแห่งนี้
ทำไมกัน?
ทว่ารอยยิ้มนั้น...กลับทำให้พวกเขารู้สึกดี
เพราะอะไร?
แล้วเรชีลกับเบเลียสก็ต้องใอีกครั้งเมื่อเด็กคนนั้นพูดภาษาัออกมา! ทั้งยังเป็ภาษาัโบราณที่สูญหายไปแล้ว...และในปัจจุบันก็มีเพียงแค่ั์เท่านั้นที่สามารถใช้ภาษานี้ได้
สองคนในห้องนั้นยิ้มแย้มออกมาอย่างมีชีวิตชีวา ไม่สนใจกับบรรยากาศมืดๆ รอบๆ เด็กคนนั้นเรียกชื่อของัแสงว่า ‘ไดร’ ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่าเด็กคนนั้นคือคู่หูของัแสงตนนั้นสินะ...คนที่ัแสงตนนั้นรอคอย
เสียงท้องร้องของพวกเขาดังขึ้น นั่นทำให้เด็กทั้งสองที่กำลังกัดขนมปังอยู่หันกลับมาที่พวกเขา เด็กชายหัวขาวเลิกคิ้วขึ้นเหมือนจะจำพวกเขาได้แต่ก็ไม่ได้ทักตอบ...ส่วนเด็กอีกคนเลิกคิ้วสงสัยก่อนที่จะหันไปมองัแสงที่นั่งอยู่ข้างตน ราวกับว่าัแสงตนนั้นจะรู้ว่าในใจของเด็กคนนั้นกำลังคิดอย่างไร มันจึงพูดขึ้น
“ท้องร้องหมายความว่าเ้าของที่มาของเสียงกำลังหิว”
เด็กชายทั้งสองคนขมวดคิ้ว...อะไรกัน แม้แต่เสียงท้องร้องก็ไม่รู้จักอย่างนั้นหรือ
มือเล็กเอื้อมหยิบขนมปังอีกก้อนในถุงก่อนจะยื่นให้พวกเขา สองพี่น้องมองอย่างไม่เข้าใจ ัแสงในร่างเด็กชายมองตรงมาที่พวกเขาด้วยสายตาดุๆ เมื่อเห็นว่าพวกเขาไม่ยอมรับขนมปังไปเสียที!
“นางให้ขนมปังพวกเ้าแล้ว พวกเ้าก็รีบไปสิ” ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าัแสงตนนั้นกำลังหงุดหงิด
มนุษย์ที่ัแสงตนนั้นรอคอย...เป็คนแบบนี้เองหรือ...
ทั้งสองคนยิ้มออกมา
มันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรเลย...ไม่สิ ต้องบอกว่าเด็กคนนี้ไม่เลวเลยจริงๆ!
ว่าแต่... ‘นาง’ อย่างนั้นหรือ!? เด็กคนนั้นเป็ผู้หญิงเรอะ!?
แต่ถึงอย่างไรก็ช่าง...เพราะนั่นคือการพบกันครั้งแรกของพวกเขาทั้งสี่คน
“เ้าชื่ออะไรหรือ?” เด็กน้อยหัวขาวถามเขาด้วยน้ำเสียงอยากรู้ ดวงตาเป็ประกายด้วยความสนใจ ไม่มีแววเสแสร้งเลยแม้แต่นิด
“ข้าชื่อเบเลียส น้องข้าชื่อเรชีล”
เด็กหญิงย่นคิ้ว “นั่นมันชื่อันี่”
เบเลียสแค่นหัวเราะ “พวกข้าไม่มีหรอก...ชื่อของมนุษย์น่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นเ้าก็ชื่อแบล็ค ส่วนน้องเ้าก็ชื่อเชลสิ เพราะสำหรับข้า พวกเ้าคืุ์! เป็สมาชิกของ ‘ครอบครัว’ คนใหม่ของข้า!” เด็กหญิงหัวขาวพูดด้วยรอยยิ้มสดใส
ในตอนนั้นเอง...ความรู้สึกอบอุ่นที่ไม่ได้รับมานานนับั้แ่ตอนที่ท่านแม่ของพวกเขาจากไปก็ได้กลับเข้ามาอยู่ในหัวใจของพวกเขาอีกครั้ง...คำว่า ‘ครอบครัว’ ที่เด็กคนนั้นพูดออกมาอย่างไม่รังเกียจ และนั่นก็ทำให้พวกเขาสาบานในใจเงียบๆ ...ว่าพวกเขาจะซื่อสัตย์ต่อคนคนนี้...ตลอดไป
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม...
พวกเขาจะยอมละทิ้งความแค้นในครั้งนี้ไปก็ได้ หากเด็กคนนี้้า
“เ้าเป็สายเืต้องห้ามหรือ?” ดารูวาร์...เด็กหญิงคนนั้นถามเขาเมื่อพวกคนรู้จักกันมาได้หลายวันแล้ว
และนั่นทำให้เขารู้ว่า...เด็กคนนั้นแทบจะไม่รู้เื่อะไรในโลกภายนอกเอาเสียเลย
น่าสงสาร...
“ใช่ อีกทั้งพวกเรายังเป็คนบาปอีกด้วย ท่านแม่ของพวกเราเป็คนบาปน่ะ” เชลยิ้มเศร้า “พวกเราก็เลยมีตราบาปั้แ่กำเนิด จิตมารของพวกเราก็เป็จิตมารบริสุทธิ์”
“อ้อ...” ดารูวาร์ลากเสียงยาว “ถ้าอย่างนั้นก็เหมือนกับข้าน่ะสิ!”
แขนเรียวเล็กข้างซ้ายถูกยื่นออกมานอกกรง นั่นทำให้เชลและแบล็คชะงักเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ตรงข้อมือ...
“เกล็ดั...” ทั้งสองละเมอ มันใสเหมือนกับเกล็ดของัแสง แต่...ไม่ใช่ พวกเขารู้ดีว่านั่นไม่ใช่เกล็ดของัแสง แต่เป็ของัตนนั้น...ัที่น่าจะสูญพันธุ์ไปแล้ว! “เ้ามีเกล็ดนั่นได้อย่างไร เ้าเป็เดอารุสไม่ใช่หรือ...!!” เด็กชายทั้งสองคนชะงักเมื่อพูดมาถึงตรงนี้
ดารูวาร์เป็เดอารุส...แถมยังมีเกล็ดของัตนนั้น...นั่นก็แสดงว่า...!!!
“นางเป็ผู้สืบทอดของผู้ชายคนนั้น...” แบล็คพูดด้วยน้ำเสียงเบาหวิว
ความจริงที่ได้รับรู้นี้ทำให้เด็กชายทั้งสองยิ่งต้องให้ความคุ้มครองดารูวาร์มากขึ้นไปอีก
ในที่สุดก็เจอ...คนที่ท่านแม่ของพวกเขาบอกเอาไว้ คนที่พวกเขาจะต้องปกป้อง คนที่เป็เ้าชีวิตที่แท้จริงของพวกเขา! หนำซ้ำยังเป็ดารูวาร์...คนที่พวกเขาสาบานว่าจะซื่อสัตย์จนกว่าชีวิตจะหาไม่
นั่นทำให้พวกเขาทำหน้าที่นั้นด้วยความเต็มใจยิ่ง
กาลเวลาผันผ่านไปอย่างรวดเร็ว พวกเขาได้อยู่กับดารูวาร์ได้แค่ไม่ถึงปี...นางก็จากพวกเขาไป
จากไปในโลกเบื้องล่างอันแสนกว้างใหญ่ไพศาลเพราะความไร้ความรับผิดชอบของพวกซาบรีย์...และเ้าพวกผู้พิทักษ์ทรยศพวกนั้น!
นั่นยิ่งทำให้พวกเขาเกลียดซาบรีย์มากขึ้นไปอีก!
ทั้งสองคนตัดสินใจแหกคุกออกมาด้วยวิธีเดิมที่ยังคงใช้ได้ผลเป็อย่างดี และคราวนี้...พวกเขาก็ตัดสินใจที่จะหนีไปเบื้องล่าง บนพื้นโลกที่มีแต่มนุษย์และสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์ ด้วยความหวังว่าสักวัน...พวกเขาจะได้เจอกับดารูวาร์และไดรลูเกียร์อีก
แต่พวกเขาก็ไม่สามารถออกไปได้นาน ถูกจับกลับมาอีกแล้ว!
"สุดขอบอาณาจักรควาเซอยู่ที่ไหนกัน" เชลถามแบล็คด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย
เขานอนเอามือรองหัว ส่วนเท้า...กระตุกเบ็ดที่ขยับเพราะมีเหยื่อมาติด เ้าปลาตัวโตลอยละลิ่วเข้าถังข้างตัวราวกับจับวาง นิ้วเท้าที่คีบเบ็ดอยู่ตวัดสายเบ็ดลงน้ำอีกครั้ง
หากนักตกปลามืออาชีพมาเห็นภาพนี้เข้า พวกเขาต้องร้องไห้แน่ๆ
สองพี่น้องัเพลิงดำหนีออกมาได้สามวันแล้วแต่ยังไม่ถูกเจอตัว ไม่สิ ต้องบอกว่าไม่มีใครมาตามตัวพวกเขากลับต่างหาก
อยู่ๆ พวกผู้คุมก็ถูกเรียกตัวออกไปทั้งหมด ทำไมพวกมันไม่รู้ว่าพวกเขาหนีออกมาแล้ว ดังนั้นสองพี่น้องจึงกล้ามาตกปลาอย่างสบายอารมณ์ริมแม่น้ำแห่งหนึ่งของนครฝั่งเหนือเช่นนี้
"ไม่รู้สิ พวกเราหามาสามวันแล้วแต่ก็ไม่เจอ" แบล็คที่นั่งตกปลาดีๆ ถอนหายใจ
"อยู่ในแดนต้องห้ามของนครฝั่งเหนือกับนครฝั่งใต้"
ทั้งสองสะดุ้งเมื่อเสียงที่ไม่คุ้นหูเอ่ยตอบคำถามของพวกเขา เมื่อหันกลับไปมอง พวกเขาก็ต้องเบิกตากว้าง
"ดารูวาร์!? ไม่ เ้าไม่ใช่ดารูวาร์!"
"โอ้? พวกเ้าเป็เพื่อนของน้องสาวข้าจริงๆ" เด็กชายในชุดเ้าชายเต็มยศยิ้ม "ข้าชื่อดารีเซย์ เป็พี่ชายแท้ๆ ของนาง"
"ฮะ!?" สองัเพลิงดำเอานิ้วแคะหูพร้อมกัน เมื่อครู่พวกเขาได้ยินอะไร?
ยอมรับว่าคนตรงหน้ามีหน้าตาเหมือนกับดารูวาร์กับไดรลูเกียร์มาก ที่ไม่เหมือนคือคนคนนี้มีผมสีทองเหมือนาาแห่งนครฝั่งเหนือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
ดารีเซญ์หัวเราะเมื่อเห็นท่าทางของทั้งสอง อืม หน้าเหมือนแล้วยังทำท่าเหมือนกันอีก!
"ดารีเซญ์เป็พี่ชายแท้ๆ ของดารูวาร์ ไม่ใช่ของเก๊เหมือนเ้าดราโก้"
สองพี่น้องเงยหน้าขึ้นมองตามเสียง พวกเขาจึงเห็น...ัเมฆาตัวจิ๋วที่เกาะหัวดารีเซญ์อย่างเกียจคร้าน มันอ้าปากหายใจราวกับว่าร้อนนักหนา
เมื่อเห็นัเมฆาตัวนี้ พวกเขาจึงนึกถึงวันที่พวกเขาเจอกับไดรลูเกียร์ครั้งแรก และพวกเขาก็เข้าใจ
คนตรงหน้าคือพี่ชายแท้ๆ ของดารูวาร์จริงๆ ต่อให้ดารูวาร์ไม่ใช่ลูกของาาแห่งซาบรีย์ แต่เขาก็ยังเป็พี่ชายมารดาเดียวกันกับดารูวาร์!
มิน่า ทำไมหน้าเหมือนกันขนาดนี้
จะว่าไป คำว่า 'ของเก๊' ที่ัเมฆาใช้เรียกดราโก้ พวกเขาชอบมาก! อยากจะลุกขึ้นปรบมือจริงๆ
"เ้าลุกขึ้นมาดีๆ ก่อนได้หรือไม่? คุโรวไม่ชอบอากาศแถวนี้ พวกเราจะคุยกันได้ไม่นาน" ดารีเซญ์ถามเชลด้วยรอยยิ้ม
ัเมฆาไม่ถูกกับอากาศร้อนชื้น ซึ่งแม่น้ำแห่งนี้มีอากาศร้อนชื้นแม้จะเป็วันที่มีอากาศดีอย่างวันนี้ เชลจึงลุกขึ้นนั่งดีๆ ตามคำขอของอีกฝ่าย
ก็นะ เ้าชายผู้มีสายเืลาเบียร์ครึ่งหนึ่งขอมาทั้งที อีกทั้งยังให้เกียรติมาหาพวกเขาด้วยตนเองอีก
"ข้าจะส่งพวกเ้าไปยังโลกด้านล่าง ข้าเชื่อว่าด้วยความเป็เพื่อนของพวกเ้า พวกเ้าต้องหาน้องสาวของข้าเจอ"
สองพี่น้องชะงัก พวกเขามองดารีเซญ์อย่างไม่ไว้ใจ "ทำไมต้องให้พวกเราไปหานาง"
คงไม่ใช่ให้พวกเขาตามดารูวาร์กลับมาหรอกนะ
"พวกเ้าก็รู้ว่านางเป็ 'อะไร' เพราะอย่างนั้นหน้าที่ของพวกเ้าคือปกป้องนาง กำจัดพวกซาบรีย์และทุกคนที่จะพานางกลับมา!"
คำพูดของคุโรวทำเอาสองพี่น้องตาค้าง เดี๋ยว เดี๋ยวนะ...
"มีสัญญาิญญาโลหิตตราเอาไว้ พวกเราฆ่าพวกมันไม่ได้" แบล็คส่ายหน้า ไม่อย่างนั้น พวกเขาฆ่าพวกมันไปนาาแล้ว!
"พวกเ้าทำได้ เพราะแม่ของพวกเ้าเป็มนุษย์ซึ่งเป็ชาวควาเซ มันไม่ได้มีส่วนไหนบอกว่าห้ามลูกครึ่งฆ่านี่" คุโรวหัวเราะให้กับช่องโหว่ของสัญญา
"ถ้าอย่างนั้นดารูวาร์ก็ทำได้!" สองพี่น้องัเพลิงดำดวงตาเป็ประกาย ทว่าัเมฆากลับส่ายหน้า
"นางฆ่าคนอื่นได้ แต่ฆ่าสายเืเดียวกันไม่ได้ เพราะอย่างนั้นในตอนที่นางฆ่าญาติของตัวเอง นางถึงได้รับผลสะท้อนกลับมากขนาดนั้นอย่างไรล่ะ"
เชลกับแบล็คคิดตาม...มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ดารูวาร์โกรธจนฆ่าญาติของตัวเอง หลังจากนั้นดารูวาร์ก็นอนซมเหมือนคนตายเป็เวลาสามวัน
ดูเหมือนว่าคุโรวจะมองออกมาทั้งสองไม่เข้าใจว่าเพราะอะไร เขาจึงพูดต่อ
"เพราะว่าไดรลูวาร์เป็ตัวแทนเจรจาทำสัญญานี้กับซาบรีย์ ดังนั้นไดรลูวาร์และสายเืของเขาจึงถือว่าเป็ชาวั์ ในสัญญามีข้อหนึ่งระบุเอาไว้ว่าสายเืของลาเบียร์จะไม่ทำร้ายซาบรีย์"
"!!!" ทั้งสองใ พวกเขาไม่เคยรู้เื่นี้เลย
"เปลี่ยนกลับคืนร่างัแล้วเข้ามาหลบในเสื้อคลุมของข้า ข้าจะพาเ้าไปยังโลกเบื้องล่าง ท่านพ่อดึงเ้าพวกนั้นไว้ได้ไม่นาน พวกเราต้องทำเวลา"
นาทีนี้สองพี่น้องจึงรู้ว่าาาซาบรีย์ได้กลายเป็ผู้สมรู้ร่วมคิดกับพวกเขาเสียแล้ว ที่พวกผู้คุมหายไป เป็เพราะถูกาาซาบรีย์เรียกไปใช้งาน
ตลอดทางที่เดินไปยังแดนต้องห้ามของนครฝั่งเหนือ คุโรวเป็คนเล่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้สองพี่น้องัเพลิงดำฟัง พวกเขาได้รู้เื่บางเื่ที่ไม่รู้ รวมถึง 'สาเหตุ' ที่ั์ไม่ฉีกสัญญาิญญาโลหิตทิ้งทั้งที่พวกซาบรีย์ละเมิดสัญญาก่อน และสาเหตุที่าาซาบรีย์มาช่วยพวกเขา
...นับว่าเ้านั่นยังมีความเป็คนอยู่
แดนต้องห้ามถูกซ่อนอยู่หลังราชวังแห่งซาบรีย์ ดังนั้นดารีเซญ์จึงให้พวกเขาหลบซ่อนในผ้าคลุมจึงจะสามารถพาเข้าราชวังได้ มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ดารีเซญ์หยุดเดิน นั่นทำให้สองพี่น้องอดที่จะยื่นหัวออกมามองไม่ได้
ภาพที่เห็น ทำเอาทั้งสองกลั้นหัวเราะจนปวดท้อง
ไรเซอร์ หลานชายคนเดียวของซันโดรกำลังถูกดารีเซญ์กระทืบ ส่วนคุโรวก็ม้วนตัวกลางอากาศส่งลูกถีบให้ฟีนอลอย่างสวยงาม ท่ามกลางสายตาคนนอกที่ถอยหลังหนีด้วยไม่อยากถูกลูกหลง พร้อมกับเสียงซุบซิบดังว่า 'เอาอีกแล้ว'
นั่นทำให้พวกเชลรู้ว่าลูกหลานของพวกผู้พิทักษ์ทรยศพวกนั้นถูกดารีเซญ์ทำร้ายเช่นนี้ทุกครั้งที่เจอหน้า
อืม ก็สมควร สมน้ำหน้า!
เื่วุ่นวายผ่านพ้น ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงแดนต้องห้าม ัเพบองดำทั้งสองกลับมาอยู่บนพื้น ทว่ายังอยู่ในร่างัอยู่
"ฝากดูแลนางด้วย"
"แน่นอนอยู่แล้ว!" เชบกับแบล็คยืดอก ก่อนจะะโออกจากพื้นที่ยืน ลงไปยังท้องฟ้าตรงหน้า
นาทีนั้น พวกเขาได้ยินคำพูดที่เปี่ยมไปด้วยความเศร้าใจของดารีเซญ์ดังขึ้นเป็ประโยคสุดท้าย
"ดูแลนางให้ดี แทนพี่ชายไม่ได้เื่อย่างข้า"
น้ำเสียงนั้นทำเอาเชลกับแบล็คชะงักจนลืมกระพือปีก จนร่วงมาครึ่งทางนี่แหละพวกเขาถึงตั้งสติได้ กระพือปีกอย่างเอาเป็เอาตายจนหน้าแดง
พวกเขามาถึงพื้นเบื้องล่างที่ถูกเรียกว่าโลกมนุษย์...แต่มันเป็ที่ไหนกันล่ะ!? ตอนนี้พวกเขาอยู่ส่วนไหนของพื้นโลกเบื้องล่าง!? เพราะไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน พวกเขาจึงเดินทางไปเรื่อยโดยแบล็คจะอยู่ในร่างัจิ๋วหลบอยู่ในเสื้อคลุมของเชล และเชลก็ปรากฏตัวในร่างมนุษย์...เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ ‘การล่าั’ ขึ้น เพราะสำหรับคนเบื้องล่างแล้วัเป็สัตว์ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว
พวกเขาเดินทางไปมาข้ามทวีปนู้น ทวีปนี้เป็เวลากว่าห้าปี ฝึกฝนฝีมือในด้านต่างๆ เรียนรู้วัฒนธรรม วิถีชีวิต การเอาตัวรอดหรืออื่นๆ ตามสถานที่ที่เดินทางผ่าน ปรับตัวให้เข้ากับบุคคลอื่นๆ จนกระทั่งถึงปีที่เจ็ด...เขาก็มาเจอกับสิ่งปลูกสร้างสีขาวสะอาดสุดแสนอลังการของอาณาจักรไหนสักแห่ง เขารู้แต่เพียงว่ามันทำให้คนเฝ้ามองจิตใจสงบลง หากแต่กับเขาและแบล็ค...ที่นี่ทำให้จิตใต้สำนึกของพวกเขาตื่นตัวตลอดเวลา ไม่อาจสงบจิตใจได้!
“ที่นี่...” แบล็คเอ่ยขึ้นมาอย่างคาดไม่ถึง
“มันอยู่ที่นี่...ที่ไหนสักแห่งในอาณาจักรนี้” เชลต่อประโยคของอีกฝ่าย ดวงตาสีน้ำตาลไหม้ทอประกายวาวโรจน์
ทั้งสองคิด...หากเป็ที่นี่...หากเป็ที่นี่ละก็...พวกเขาจะต้องได้พบกับดารูวาร์อีกครั้งอย่างแน่นอน ไม่ช้าก็เร็ว!
เสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลัง นั่นทำให้แบล็ครีบมุดเข้าไปซ่อนในเสื้อคลุมแบบนักเดินทางของเชล เชลหันขวับไปมอง...เขาก็พบกับชายคนหนึ่ง เขามีเรือนร่างอันสูงใหญ่และให้ความรู้สึกแข็งแกร่ง เขามีเรือนผมสีน้ำตาล ดวงตาสีนิลดูเ้าเล่ห์มองตรงมายังเขาด้วยความสงสัย
“เ้ามีธุระอะไรกับศาสนจักรหรือ?” ชายคนนั้นถามออกมา
“ศาสนจักร?” เชลทวนคำอย่างสงสัย อืม เขาไม่เคยได้ยินคำนี้เลยแฮะ
“ก็สิ่งปลูกสร้างสีขาวใหญ่โตที่เ้าเงยหน้าขึ้นมองได้สักพักนั่นละ” ชายหนุ่มพยักพเยิดไปทางที่เชลกับแบล็คหลงมองอยู่นาน
ใบหน้าของเชลเริ่มขึ้นสีระเรื่อด้วยความเขินอาย “คือ...ข้าอยากจะไปทำงานที่นั่น”
เหตุผลนี้น่าจะทำให้เขากับแบล็คสามารถอยู่ที่นี่ได้...
“?”
“ข้าทำอาหารได้นะ! ข้าเป็เชฟ!” เชลรีบบรรยายสรรพคุณของตัวเอง หากแต่ชายหนุ่มตรงหน้ากลับเผยยิ้มอย่างยินดีขึ้นมาเมื่อเชลบอกว่าตัวเองเป็เชฟ
“ถ้าอย่างนั้นเ้าก็ไปเป็เชฟประจำหอเซาท์ก็แล้วกัน! ที่นี่อยู่ในอาณาเขตของหอเซาท์ และพวกข้ากำลังอยากได้เชฟเพิ่มขึ้นมาอีกคนพอดี อ้อ ข้าชื่อชาเอล แล้วเ้า?”
“ข้าชื่อเชล ข้าเป็คนเร่ร่อน”
“คนเร่ร่อน...อย่างนั้นเ้าก็เดินทางไปด้วย เป็เชฟไปด้วยสินะ” ชาเอลยิ้ม เขารู้สึกทึ่งในตัวเชลไม่น้อย ชายหนุ่มเชิญให้เชลเดินตามเขาเข้าไป...ภายในราชวังของอาณาจักรมอลโนวา ชาเอลเล่าเื่และกฎระเบียบทุกอย่างเมื่อต้องอยู่ที่หอเซาท์นี้ ซึ่งเชลก็สามารถเรียนรู้งาน การวางตัว และเข้ากับคนอื่นๆ ได้เร็วจนน่าใ
เวลาผันผ่านไปได้เกือบหนึ่งปี การคัดเลือกทหารฝึกหัดเข้าวังก็ได้เริ่มต้นขึ้น แล้วเชลกับแบล็คก็ต้องใ...เมื่อหนึ่งในสมาชิกใหม่ของหอเซาท์...หนึ่งในนั้นคือดารูวาร์กับไดรลูเกียร์!
ดารูวาร์...ไม่สิ ตอนนี้นางคือดรูว์ ดรูว์มีผมสีน้ำตาลแดงไม่ใช่สีขาว ผู้ที่มีรอยยิ้มสดใสอยู่ท่ามกลางเหล่าเพื่อนใหม่ที่เป็มิตรกับเธอ...อย่างใจจริง หนึ่งคนหนึ่งัลอบมองภาพนั้น อดที่จะยกผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำตาด้วยความปลื้มปริ่มไม่ได้
ดีแล้ว…ดีแล้วละ เด็กคนนั้นเจอกับพวกนิสัยไม่ดีมามากพอแล้ว อย่างน้อยตอนที่อยู่ที่นี่ เด็กคนนั้นก็ยังมีความสุขบ้าง
ยกเว้นเ้านั่น...เ้าคนเ็าที่ไม่แม้แต่จะคุยกับดรูว์ แต่มันกลับได้เป็คู่หูของดรูว์ เ้าผู้ชายที่ชื่อฟรองเซ่!
“นั่นเ้ากำลังคิดอะไรอยู่น่ะ” เมื่อแบล็คที่โผล่หัวออกมาตรงขอบหมวกเชฟที่เชลสวมอยู่เห็นว่าน้องชายของตนเองหลบอยู่ในมุมมืดพร้อมกัดฟันกรอดราวกับกำลังข่มอารมณ์ไม่ให้ฆ่าใครสักคน ดวงตาสีน้ำตาลไหม้ของแบล็คมองตามสายตาของน้องชายก็ที่จะร้องอ้อออกมาก “เ้ากำลังคิดแผนสังหารเ้าหนุ่มนั่นอยู่อย่างนั้นหรือ”
เ้าน้องชายไม่ตอบแต่จ้องอีกฝ่ายด้วยดวงตาที่ดูขึงขังมากกว่าเดิม แบล็คถอนหายใจยาว
“หากเ้าทำเช่นนั้น ดารูวาร์ต้องโกรธเ้าแน่ๆ”
ดูเหมือนว่าคำพูดนั้นจะได้ผลชัดเจน เพราะเชลละสายตาไปจากฟรองเซ่ทันทีและหมกมุ่นอยู่กับการทำอาหารตามใบสั่ง
“นั่นเ้าทำอะไรน่ะ” แบล็คถามเมื่อเชลเริ่มทำอาหารรสเบากว่าที่ใบสั่งเขียนเอาไว้
“จานนี้ของดารูวาร์...แม้ดารูวาร์จะไม่ค่อยมีความรู้สึก แต่นางก็มักจะชมว่าข้าทำอาหารอร่อย” เชลยิ้มออกมาอย่างอบอุ่น แบล็คมองน้องชายของตนอย่างรู้สึกภูมิใจ
พวกเขาชอบอาหารอร่อยๆ และกลิ่นหอมๆ ของมัน ตอนนั้นพวกเขาลองทำอาหารกินเองและลองให้ดารูวาร์กับไดรลูเกียร์ลองชิม...ซึ่งสองคนนั้นก็บอกว่าอร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมา
เพียงเพราะคำชมของสองคนนั้น นั่นเป็จุดเริ่มต้นที่ทำให้พวกเขาพยายามทำอาหารมากมายหลังจากที่หนีออกมาจากควาเซ พัฒนาฝีมือให้เก่งกาจขึ้น เพื่อที่จะเป็ประโยชน์กับสองคนนั้นยามเมื่อได้เจอกันอีก
และในที่สุด...พวกเขาก็ได้เจอกันอีก
ตอนนั้น...ในตอนที่ดรูว์กลับมาจากป่าเวทมนต์ ่ดึกของวันนั้นดรูว์ลงมาหาอะไรใส่ท้องพอดีแล้วก็มาเจอกับเขาที่นั่งคุยเล่นกับแบล็คอย่างไม่รู้จักหลับจักนอน
“นั่น...เชลกับแบล็คนี่นา!” ดารูวาร์ส่งยิ้มสดใสให้พวกเขาเหมือนดั่งเช่นในตอนนั้น...ตอนที่พวกเขาพบกับครั้งแรก
“ไม่ได้เจอกันนาน โตขึ้นเยอะเลยนี่” ไดรลูเกียร์ในร่างัแสงตัวจิ๋วเกาะอยู่บนไหล่ดรูว์เอ่ยพลางส่งยิ้มอย่างคนคุ้นเคยมาให้พวกเขา
เชลกับแบล็คยิ้ม...ยิ้มด้วยความดีใจที่ดารูวาร์ไม่ลืมพวกเขา แม้ว่าความทรงจำบางส่วนของเธอจะถูกไดรลูเกียร์ลบและบิดเบือนออกไป
ค่ำคืนนั้นราวกับว่า่เวลาแห่งอดีตได้หวนกลับคืนมาอีกครั้ง แม้ที่นี่จะไม่ใช่ควาเซ...ที่ที่พวกเขาเคยใช้เวลาร่วมกัน หากแต่พวกเขากลับรู้สึกราวกับว่า่เวลาที่ถูกพวกซาบรีย์่ชิงไปนั้นได้กลับคืนมาอีกครั้ง
่เวลาที่พลัดพราก...
่เวลาที่เ็ป...
่เวลา...ที่ผันผ่านไปอย่างรวดเร็ว
่เวลาเหล่านี้ได้ทำให้พวกเขาแข็งแกร่งขึ้น และพวกเขาก็เชื่อ...ว่าหากได้อยู่ด้วยกันเช่นนี้แล้ว พวกเขาจะแข็งแกร่งขึ้น พวกเขาจะไม่พ่ายแพ้ให้กับใคร และไม่มีใครมาพรากพวกเขาจากกันได้อีก!
จนกว่า...ความตายจะมาพรากใครสักคนให้ต้องจากไป...