“คุณคิดว่านั่นเป็การใช้ชีวิตในทางที่เลวหรือเปล่าล่ะ” แชด รัสเซลล์ถามด้วยน้ำเสียงเจือหัวเราะ
“สำหรับคุณอาจจะใช่ละมั้ง” ชาร์ลีสรุป “แต่มันอาจจะเป็ผลร้ายสำหรับผู้หญิงที่เขลาพอจะคิดว่าตัวเองสามารถจะเปลี่ยนแปลงความรู้สึกนึกคิดของคุณได้มากกว่า”
“แล้วคุณก็คงจะไม่ยอมเป็คนเขลาคนนั้นเป็อันขาด” เขาต่อด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“โอ...ฉันไม่ใช่คนโง่ขนาดนั้นหรอกน่า” เธอตอบพร้อมกับยิ้มน้อยๆ สายตามิได้ละจากเส้นทางเบื้องหน้าเลยขณะที่รถได้วิ่งเข้ามาใกล้ทางเลี้ยวที่จะเข้าไร่แล้ว ดังนั้นชาร์ลีจึงชะลอความเร็วลง และเลี้ยวเข้าสู่เส้นทางที่เป็ดินปนทราย “ที่นี่คือตำบล เซเว่น บาร์ บ้านไร่ของเราอยู่ห่างจากทางหลวงประมาณ 2 ไมล์”
แม้ว่าเขาจะมิได้ขยับตัว เปลี่ยนจากท่านั่งตามสบายแต่ชาร์ลีก็รู้สึกได้ว่า ขณะนี้เขากำลังตื่นตัวกับสภาพแวดล้อมที่ปรากฏอยู่ดวงตาคู่คมปลาบนั้นบันทึกทุกสิ่งลงไว้ได้ทั้งหมด ทั้งสภาพของไร่ปศุสัตว์แห่งนี้และรั้วที่กั้นอาณาเขตไว้ รวมไปถึงสภาพทุกอย่างที่โคบาลคนหนึ่งควรจะรู้ เพื่อที่จะได้รู้ว่าตัวเองจะต้องทำอะไรบ้าง
ซึ่งชาร์ลีก็มิได้สงสัยในความสามารถของเขาเลยแม้น้อยถ้าจะมีข้อบกพร่องสำหรับบุรุษผู้นี้อยู่ ก็เห็นจะมีเพียงประการเดียวคือสัญชาตญาณที่แสดงออกถึงความปรารถนาที่จะได้ท่องเที่ยวไปเรื่อยๆซึ่งนั่นแสดงให้เห็นว่า เธอไม่ควรจะยึดถือหรือเชื่อมั่นในตัวเขาให้มากจนเกินไปนักซึ่งเมื่อคิดมาถึงเื่นี้ก็ทำให้ชาร์ลีไม่ใคร่สบายใจนักแต่ก็หาเหตุผลไม่ได้ว่าทำไมเธอจึงต้องมีความรู้สึกผิดหวังด้วย
เส้นทางที่ตัดผ่านเข้าไปในบริเวณเขาคดเคี้ยวไปตามลูกเนินจนในที่สุดก็บรรลุถึงบริเวณทุ่งกว้างที่มีบ้านไร่ตั้งอยู่ล้อมรอบด้วยูเาสูงและมองเห็นทัศนียภาพโดยรอบอย่างกว้างไกลนอกเหนือจากตัวบ้านซึ่งเป็อาคารไม้สองชั้นฉาบไว้ด้วยสีขาวแล้วก็จะเห็นโรงนาที่สร้างขึ้นด้วยปีกไม้กับคอกปศุสัตว์และคอกม้าที่สร้างด้วยปีกไม้ในลักษณะหยาบๆแม้มันจะเป็ไร่ปศุสัตว์เล็กๆ แต่ก็ดูทันสมัย ได้รับการดูแลรักษาความสะอาดอย่างดีอันเป็ส่วนหนึ่งแห่งความภาคภูมิใจของชาร์ลีมีลอมฟางซึ่งเก็บเกี่ยวมาั้แ่ฤดูร้อนปีกลายและใช้ไปเพียงแค่ครึ่งอยู่ใกล้ๆกับโรงนา ซึ่งฟางดังกล่าวยังจะต้องเก็บเกี่ยวกันต่อไปในฤดูร้อนปีนี้เสียงม้าในคอกร้องต้อนรับทันที ที่ชาร์ลีขับรถเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าบ้าน
“ที่นี่เราไม่ได้สร้างบ้านพัดสำหรับคนงานไว้”เธอหันไปอธิบายแก่แชด รัสเซลล์ “แต่ในบ้านมีห้องว่างที่คุณจะอยู่ร่วมกับเราได้”
สุนัขตัวหนึ่งวิ่งออกมาจากใต้ร่มเงา กระดิกหางริกๆเมื่อเห็นชาร์ลี แต่พอเห็นว่ามีคนแปลกหน้าก้าวลงมาจากรถบรรทุกด้วยมันก็เริ่มส่ายจมูกฟุดฟิดอย่างระแวงสงสัย ยืนขาเกร็งคำรามเข้าใส่เขาอยู่แต่พอได้ยินเสียงแชดที่พูดกับมันอย่างอ่อนโยนเ้าสุนัขตัวนั้นก็แยกเขี้ยวราวจะยิ้มให้และกระดิกหางต้อนรับซึ่งชาร์ลีสังเกตเห็นอากัปกิริยาของมันอยู่ เพียงแต่มิได้พูดอะไรออกมาเธอออกเดินนำไปยังบันไดที่ทอดขึ้นสู่ระเบียงเงียบๆ
ทิ้งสัมภาระของตนไว้ท้ายรถนั้นก่อนและเดินตามชาร์ลีตรงไปยังตัวบ้าน เขาเดินด้วยท่าทางที่ไม่รีบร้อนอะไรนักขณะเดียวกันก็กวาดสายตาพิจารณาดูบริเวณไร่กับสิ่งปลูกสร้างต่างๆ อยู่และเมื่อเขาหันมาประสานสายตากับเธออีกครั้ง แววในดวงตาคู่สีฟ้าก็บอกถึงความพอใจมุมปากกดลึกลงเป็รอยยิ้มจางๆ
“รู้สึกว่าคุณกับพี่ชายช่วยกันบริหารงานไร่นี่ได้อย่างดีมากทีเดียว”เขาเอ่ยขึ้นราวตั้งข้อสังเกต
“ค่ะ เราก็อยากจะคิดอย่างนั้นเหมือนกัน” ชาร์ลีมิได้เสแสร้งแกล้งทำเป็เขินอายกับคำชมของเขาและความเป็คนตรงไปตรงมา ทำให้เธอตอบออกไปเช่นนั้นเธอก้าวขึ้นบันไดพร้อมกับเชื้อเชิญว่า “เข้ามาสิมารู้จักกับพี่ชายของฉันก่อน ฉันอยากจะให้คุณดูห้องที่คุณจะพักด้วย”
เขาเดินตามขึ้นบันไดไปยังระเบียงบ้านด้านหน้าเสียงฝีเท้าสะท้อนอยู่บนพื้นไม้ ชาร์ลีเอื้อมไปเปิดบานประตูมุ้งลวดเดินนำไปในห้องด้านหน้าโดยมีแชดเดินตามไปติดๆมีเสียงไม้ค้ำดังมาจากห้องนอนชั้นล่าง
“นั่นเธอใช่ไหม ชาร์ลี” เสียงพี่ชายร้องถามออกมาตามมาด้วยเสียงไม้ค้ำที่กระทบพื้นอยู่เป็จังหวะขณะที่เขาเดินออกมายังห้องโถงด้านหน้า ก่อนที่ชาร์ลีจะทันอ้าปากตอบเขาก็พูดต่อมาว่า “บ้าจริงๆหายหัวไปไหนมาทั้งวัน...ก็ไหนว่าจะไปแค่ 2-3 ชั่วโมงล่ะ”
“บังเอิญมันเสียเวลามากกว่าที่ฉันคิดไว้น่ะสิ”ชาร์ลีตอบ แต่ก่อนจะอธิบายอะไรมากไปกว่านั้นพี่ชายของเธอก็ปรากฏตัวขึ้นตรงประตูโค้งที่ติดต่ออยู่กับห้องโถงด้านนอก ชาร์ลีบอกไม่ถูกว่าเธอควรจะโมโหหรือหัวเราะเมื่อเห็นสภาพอันแสนลำบากลำบนของพี่ชายขาขวาของเขาหุ้มไว้ด้วยเฝือกโดยตลอด เสื้อเชิตผ้าฝ้ายกลัดกระดุมไว้แค่ครึ่งเดียวชายเสื้อออกมาห้อยอยู่ข้างนอก แต่ก็ปิดบังกางเกงในแบบขาสั้นที่เขาสวมไว้ไม่มิดในมือถือกางเกงยีนไว้ตัวหนึ่ง เมื่อเห็นคนแปลกหน้ายืนอยู่ข้างชาร์ลีต้นคอและใบหน้าเป็สีแดงริ้วๆ ขึ้น
“รู้จักคนงานใหม่ของเราหน่อยสิ แกรี่” ชาร์ลีพยายามกลั้นยิ้มไว้ด้วยเกรงว่าพี่ชายจะเกิดเสียอารมณ์ขึ้นมา “คุณนี่เขาชื่อแชด รัสเซลล์อ้อ..แล้วก็คนขาหักที่ยังเปลือยอยู่แค่ครึ่งตัวนั้นเป็พี่ชายฉันเองชื่อแกรี่คอลลินส์” ตอนที่เธอหันมาทางแชด รัสเซลล์ เธอเห็นแววขันปรากฏขึ้นในดวงตาแต่ก็ถูกอำพรางลงอย่างรวดเร็ว
เนื่องจากพี่ชายของเธอไม่มีทางที่จะหลีกเลี่ยงสถานการณ์อันน่าอึดอัดใจนี้ได้ดังนั้น เขาจึงแสร้งทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้เสีย ผงกศีรษะเบาๆขณะที่ทวนชื่อบุรุษแปลกหน้าคนนั้นอยู่
“รัสเซลล์ คุณเป็คนแถวนี้งั้นรึ” แกรี่ขมวดคิ้ว พยายามทบทวนความคิดอยู่แต่ก็ดูเหมือนจะนึกอะไรไม่ออกเอาเสียเลย
“เปล่าหรอกครับ” แชดตอบสั้นๆเพียงแค่นั้น
“ตามฉันมาทางนี้เถอะ แชด” ชาร์ลเอ่ยขึ้นพร้อมกับเดินนำไปยังบันไดที่ทอดขึ้นสู่ชั้นบน “ฉันจะชี้ห้องให้คุณ”
“ก็ดีเหมือนกัน” เขาเปลี่ยนสายตาจากพี่ชายไปมองน้องสาวรู้อยู่แก่ใจว่าชาร์ลีกำลังช่วยแกรี่ให้พ้นจากสภาพอันน่าอึดอัดใจนั้นอยู่
ประตูอันเป็ทางไปสู่ห้องบันไดเปิดกว้างอยู่ชาร์ลีเดินนำเขาขึ้นบันไดไปหยุดอยู่ตรงห้องโถงของชั้นบนเมื่อแชดเข้ามาหยุดยืนอยู่เคียงข้าง ดูเหมือนห้องนั้นจะดูแคบลงไปถนัด ชาร์ลีต้องใช้เวลาอยู่เป็ครู่จึงได้รู้ว่าความรู้สึกเช่นนั้นเกิดขึ้นเนื่องจากความชิดใกล้นั่นเอง และโดยเฉพาะ่ไหล่กว้างๆกับเรือนกายที่สูงตระหง่านนั้น เธอเดินไปเปิดประตูที่อยู่ตรงกับบันไดพอดี
“นี่เป็ห้องน้ำ” เธอเอ่ยขึ้นทั้งที่ไม่จำเป็จะต้องอธิบายถึงประโยชน์ในการใช้สอยของห้องนั้นและชี้ไปยังตู้ที่อยู่ใต้อ่างล้างหน้า “ผ้าเช็ดตัวกับของใช้อื่นๆอยู่ในนั้น” เธอเห็นเขามองไปยังขวดโลชั่นและพวกเครื่องสำอางที่ตั้งไว้บนเคาน์เตอร์แต่ก็มิได้เอ่ยปากอนุญาตให้เขาร่วมใช้ด้วย “ห้องนอนของคุณอยู่ทางขวามือนี่”เขาถอยออกมาจากประตูห้องน้ำและเดินตามชาร์ลีไป
เมื่อชาร์ลีเดินเข้าไปในห้อง ที่มอบหมายให้เขาพักอาศัยนั้นเธอพบว่าตัวเองพยายามหลีกเลี่ยงที่จะไม่เดินเข้าไปใกล้บริเวณที่ตั้งเตียงนอนขนาดสองคนไว้และเดินไปยังตู้เสื้อผ้าแทน
“ในนี้มีผ้าห่มอยู่ชั้นบนซึ่งคุณหยิบออกมาใช้ได้เลย นอกจากนั้นก็มีไม้แขวนเสื้อด้วยถ้าคุณ้าใช้มากกว่าที่มีอยู่ในตู้ คุณก็บอกฉันก็แล้วกัน”
เมื่อเธอหันกลับมานั้น จึงได้เห็นว่าจริงๆแล้วเขาไม่ใคร่ให้ความสนใจกับเื่ที่เธอกำลังพูดอยู่เท่าไรนักเขากำลังกวาดสายตาไปรอบๆ ห้อง มองดูเครื่องเรือนบ้าง พิจารณาดูรูปที่ติดอยู่ข้างฝาผนังบ้างและรวมทั้งสิ่งของกระจุกกระจิกที่ตั้งอยู่บนโต๊ะหัวเตียงและโต๊ะเครื่องแป้งซึ่งจริงๆ แล้วมันก็มิได้มีอะไรพิเศษเกินไปกว่าข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็ทั่วไปเลยซึ่งชาร์ลีออกจะรู้สึกแปลกใจที่เห็นเขาให้ความสนใจแก่สิ่งต่างๆ ในห้องนั้นอย่างเกินความจำเป็