พ่อครูจายเปิงไม่เชื่อว่าอาคมของตนโดนถอนออกไปจนหมดสิ้น จึงกู่ตะโกนขู่เหล่าวิญญาณที่มารวมตัวกันต่อหน้าทุกคนณ เวลานี้
“พวกมึงจะต้องโดนอาถรรพ์คำสาปแช่งของกูวิญญาณพวกมึงจะต้องแตกสลาย” พูดพลางก็พยายามที่จะชูมีดเล็กในมือเพื่อร่ายคาถาอาคมแต่ทุกอย่างยังเงียบกริบดังเดิม โหรหนานเมืองอินทร์รู้สึกทึ่งและออกจะประหลาดใจไม่น้อยที่อลินตาไปคลายมนต์สะกดของพวกหมอผีผู้ละโมบตอนไหนเพราะหนานเมืองอินทร์ก็อยู่กับอลินตาแทบจะทุกเวลา
อลินตาปราบกลุ่มหมอผีจ้อมขิ่นแล้วตะบึงมายังถ้ำลึกลับแห่งนี้ ก่อนที่จะทำการกำราบพ่อครูจายเปิงหมอผีชื่อดังแห่งป่ายวมแล้วนอกนั้นเล่าเอาเวลาไหนไปคลายมนต์สะกดอาคม หนานเมืองอินทร์เก็บความสงสัยไว้ในใจไมได้อีกต่อไปจึงเอ่ยถามอลินตาขึ้นในที่สุด
“ไปคลายมนต์สะกดตอนไหนรึ?”นั่นน่ะสิ แม้แต่ปู่โสมเฝ้าทรัพย์ก็ยังแอบงงไปด้วยยังไม่เห็นแม่หญิงคนนี้ทำอะไรเลยแต่ภาพของเหล่าวิญญาณที่ยกมือประนมสาธุการดังก้องป่าพร้อมกับหายวับไปนั้นเป็นสัญญาณบ่งบอกได้อย่างดีว่าไม่ได้ตกอยู่ใต้อำนาจแห่งมนต์ชั่วอีกต่อไปแล้ว
อลินตายิ้มกริ่มเดินเข้าไปใกล้พ่อครูจายเปิงหยิบตุ๊กตาลูกเทพที่เป็นร่างทรงของตัวเองขึ้นมาพร้อมหนีบคอของมันขึ้นมาด้วยจากนั้นก็ยื่นให้กับพ่อครูจายเปิงแต่พ่อครูจายเปิงไม่รับสะบัดมืออลินตาจนตุ๊กตาลูกเทพที่หลุดเทรนสังคมกระเดินไปอีกทาง ยัง ยังจะดื้อ..
อลินตามิได้ใส่ใจกับกิริยาอันเกรี้ยวกราดของพ่อครูจายเปิงเท่าใดนักหญิงสาวเดินตามไปเก็บตุ๊กตาลูกเทพ เพราะว่าเสียดายกว่าจะได้มาฟรีๆเอามาซ่อมแล้วใช้เป็นร่างทรงของเธอใหม่ได้ถึงแม้ว่าสภาพมันจะสยองกว่าตุ๊กตาผีชัคกี้ก็ตามทีตุ๊กตาลูกเทพตอนนี้มีแต่รูพรุนของตะปู แต่ไม่มีตะปูสักกะเล่มเพราะตะปูนั้นได้ฝังอยู่ในร่างกายของพ่อครูจายเปิงหมดทุกเล่มแล้ว
ขณะที่อลินตาเก็บตุ๊กตาก็กำลังจะตอบคำถามของหนานเมืองอินทร์ทันใด.. เสียงทุ้มนุ่มแต่ทรงอำนาจของเจ้าภูแสนก็เอ่ยขึ้นแทนคำตอบของอลินตา
“ข้าคิดว่าข้ารู้...”อลินตาหันมองทางเจ้าภูแสนด้วยสายตาประเมินทันที
“ว่าอลินตาคลายมนต์สะกดของเหล่าวิญญาณตอนไหน?”ทุกคนหันขวับไปทางเจ้าภูแสนพร้อมกันยังกับตุ๊กตาไขลานเพราะอยากรู้เช่นเดียวกัน อลินตายิ้มหวานมองหน้าเจ้าภูแสนเป็นเชิงถามไหนลองบอกให้ฉันฟังหน่อย.. เพราะอยากจะรู้เช่นกันว่าเจ้าภูแสนคนนี้จะฉลาดพอหรือเปล่า
“หมากฝรั่งในปากเธอ..”เจ้าภูแสนชี้ไปที่ปากของอลินตา ก่อนจะพูด
“ใช่หรือไม่..?” อลินตามองหน้าเจ้าภูแสนพลางเป่าหมากฝรั่งเป็นลูกโป่งช่างสังเกตใช้ได้ อลินตาหันไปมองทางพ่อครูจายเปิงแล้วพูด
“เมื่อกี้พ่อครูบอกว่าอีกร้อยปีฉันจะชนะพ่อครูเหรอพ่อครูเดาถูก เพราะฉันคือผู้ชนะ ถ้าเทียบอายุแบบไม่ต้องคิดอะไรมากฉันอายุมากกว่าพ่อครูร้อยกว่าปีเชียวนะ และฉันก็ไม่อยากเสียเวลามากเพราะยังมีงานรอฉันอยู่อีกเพียบ ก็เลยเดินทางพร้อมกับเสกยันต์คลายมนต์ดำไปด้วยซึ่งถ้าทำจริงๆ คงใช้เวลาทั้งวันทั้งคืน ฉันก็เลยหาวิธีที่ลัดสั้นและง่ายด้วยการใช้หมากฝรั่งเหนียวๆ หนืดๆ ให้เป็นประโยชน์ ทุกครั้งที่เคี้ยวหมากฝรั่ง ฉันก็เป่ามนต์คลายสะกดไปด้วยเมื่อฉันป้ายหมากฝรั่งไปที่ต้นไม้ต้นใด มีด ลิ่ม ตะปู ก็จะหลุดออกจากต้นไม้ต้นนั้นหรือ..” อลินตาอธิบายแผนการของตน
“รวมทั้งอาวุธต่างๆที่พ่อครูทิ่มแทงวิญญาณเอาไว้ก็จะหลุดออกจากกลางหลังของพวกเขา จากนั้นฉันก็สวดมนต์สำทับบุญกุศลอันดีงามให้กับพวกเค้าเพื่อให้พวกเค้าหลุดจากบ่วงพันธนาการอันชั่วร้ายโดยพลันดังนั้นเมื่อฉันเดินทางมาถึงหน้าถ้ำ มนต์สะกดทุกอย่างที่ขวางทางฉันก็จางไปพอดีเป๊ะกับเวลาที่ฉันคำนวณเอาไว้ยังไงล่ะ...” พ่อครูจายเปิงแหงนมองหน้าอลินตาหมายจะจำหน้านังผู้หญิงคนนี้เอาไว้ก่อนจะกัดฟันพูด
“นี่หมายความว่าแกคำนวณทุกอย่างเอาไว้ตั้งแต่ต้นแล้วอย่างนั้นรึ..?”อลินตายิ้มดุๆ ก่อนจะบอกออกไป
“ไม่ทุกเรื่องเพราะยังมีอีกเรื่องที่ฉันเพิ่งวางแผนเมื่อกี้นี้” ยังไม่ทันพูดจบเสียงร้องโหวกเหวกโวยวายก็ดังกระหน่ำมาไกลๆ คล้ายมีคนกำลังตกใจกับอะไรบางอย่าง
“ช่วยด้วย...! ใครก็ได้ช่วยพวกเราด้วย...!!” พ่อครูจายเปิงเงี่ยหูฟังด้วยความหวั่นวิตกว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีกแล้วเสียงนี้ก็คุ้นๆ เสียด้วยสิยาติ่นกับลูกน้องถึงกับขนลุกเกรียวจะเกิดอะไรอีกล่ะเนี่ยขาก็เจ็บเพราะโดนมีดของยัยปีศาจปักเข้าเต็มๆ เคราะห์ซ้ำกรรมซัดถึงเพียงนี้เลยหรืออลินตายิ้มกริ่มแฝงรอยเจ้าเล่ห์
“มีเรื่องนี้เรื่องเดียวที่อยู่นอกแผนการของฉัน”เสียงร้องโวยวายในความเงียบดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ และถ้าหากทุกคนตั้งใจฟังดีๆก็จะได้ยินเสียงแหลมเล็กเย็นยะเยือกจำนวนมากแทรกเสียงร้องโหวกเหวกโวยวายนั้นมาเป็นระยะๆ
“ก๋อยๆ ก๋อยๆ”อลินตายิ้มใจเย็นก่อนจะเดินไปหาปู่โสมทางด้านหน้าถ้ำแต่ทุกคนดูเหมือนกระวนกระวายกันเต็มเหนี่ยว และเมื่ออลินตาไปถึงปู่โสม พลันสองกุมารน้อยสินเธาว์ และสมุทรก็ปรากฏตัวขึ้นก่อนจะรายงาน
“วิ่งสู้ฟัดมาแล้วครับแม่..”อลินตาได้ยินก็หัวเราะร่วนด้วยความพึงพอใจ งานใดที่เรารักเราจะทำได้อย่างมีความสุขงานปราบผีก็เช่นกันคิดได้ดังนั้นอลินตาก็เงยหน้าหัวเราะอย่างสาแก่ใจที่แผนการเข้าล็อกไปหมดทุกอย่าง
“หึหึหึหึหึหึหึหึหึหึ....ฮ่าๆๆๆๆๆๆ” สมุนของพ่อครูจายเปิงที่อยู่ไม่ไกลก็แอบกระซิบถามยาติ่นด้วยความไม่แน่ใจ
“แม่หญิงคนนั้นเป็นผีแม่นก่อ..”ยาติ่นส่ายหน้าด้วยความตื่นกลัว เขาเองก็ไม่รู้ว่าแม่หญิงที่ยืนอยู่นั้นเป็นใครมาจากไหนเพราะไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน แต่ยาติ่นรู้เพียงอย่างเดียวนั่นคือ แม่หญิงคนนี้สวย... สวยประหารหั่นศพเป็นที่สุด... และพลันนั้นเอง
“ตึกๆๆๆๆ” เสียงวิ่งของคนหมู่มากก็กรูกันมาทางที่ทุกคนยืนอยู่หน้าถ้ำ เมื่อทุกคนวิ่งมาถึงผู้ชายที่ตาหน้าบ่งบอกว่าเป็นชาวต่างชาติก็หันไปเห็นพ่อครูจายเปิงพอเห็นหน้าพ่อครูเขาก็ร้องไม่เป็นภาษาแล้วเข้าไปหลบหลังพ่อครูจายเปิงรวมทั้งคนอื่นๆ ที่เป็นชาวต่างชาติอีกห้าคน รวมไปถึงคนแบกของซึ่งเป็นลูกน้องของยาติ่นอีกสามคนก็วิ่งตามไปหลบหลังพ่อครูจายเปิงกันเป็นทิวแถวทุกคนที่ไปหลบหลังพ่อครูต่างก็ไม่ได้สังเกตเลยว่าผู้นำของตัวเองสาหัสไม่น้อยและยังไม่ทันได้พูดอะไร
“ตุบ...! ตุบ...!ก๋อยๆ ก๋อยๆ” เสียงกระโดดหนักๆ ที่มีเพียงขาเดียวกับเสียงร้องก๋อยๆ ที่ดังสลับกันก็ตามมาทัน โอ้ว.. คุณพระคุณเจ้า ผีกองกอยนั่นเองหนานเมืองอินทร์หันไปทางพ่อหนุ่มฝรั่งมังค่านั่นทันทีก่อนจะร้องบอก
“ทิ้งทองคำออกไปจากตัวเดี๋ยวนี้”ผีกองกอยไม่ได้สนใจคนอื่นนอกจากกลุ่มที่วิ่งร้องโวยวายมาซึ่งอันที่จริงกลุ่มนี้ก็คือกลุ่มฝรั่งชาวต่างชาติที่มากับพ่อครูจายเปิงแต่แยกไปอยู่บนห้างห่างจากถ้ำเพื่อรอสัญญาณการขนสมบัติหนานเมืองอินทร์หันไปมองทางอลินตา พร้อมส่งสัญญาณเป็นเชิงถามว่าเจ้าใช่ไหมที่เป็นคนทำ
อลินตาหันมองสบตาหนานเมืองอินทร์อันเป็นบรรพบุรุษต้นตระกูลของเธอก่อนจะยักไหล่ไม่รู้สินะก็แค่ให้กุมารทั้งสองขนทองคำของผีกองกอยไปโยนไว้บริเวณโคนต้นไม้ซึ่งพวกนั้นยังนั่งคุยกันไม่ขึ้นไปบนห้างตามคำสั่งของพ่อครูจายเปิงด้วยซ้ำเพราะมัวแต่ห่วงร่ำสุรายาเมากันอยู่หนำซ้ำพอเห็นทองคำแค่ห้าแท่งก็ทำตาลุกยังกับเห็นคลังสมบัติ พากันแบ่งสรรปันส่วนทองคำชนิดที่ไม่ยอมถามหรือสงสัยว่าทองคำนั่นเป็นของใคร ถ้าพวกนั้นไม่โลภ แผนของอลินตาก็ไม่มีทางสำเร็จ ไม่เพียงแต่หนานเมืองอินทร์ที่รู้แต่ทว่าพ่อครูจายเปิงก็เหมือนจะรู้นิดๆ ด้วยเช่นกันว่านี่มันไม่ใช่ความบังเอิญ!