ลูกเลี้ยงเคียงรัก

    ตอนที่ 15 เด็กฝึกงาน (1/2)

            วันเวลาเลยผ่านไปอีกหนึ่งสัปดาห์ จนถึงวันที่นักศึกษาปีสี่จะต้องเริ่มไปฝึกงานเป็๲วันแรก ทำให้เช้าที่ฟ้ายังมืดอยู่เคียงรักก็ต้องรีบลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเริ่มต้น

            แม้เธอจะเคยไปที่บริษัทมาหลายครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้เธอทั้งตื่นเต้นและกลัวว่าจะไปเข้างานสาย เวลาประมาณตีห้าสี่สิบนิด ๆ เคียงรักจึงอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ จากนั้นก็เดินมานั่งลงหน้าโต๊ะเครื่องแป้งเพื่อเซตผมและแต่งหน้าให้เรียบร้อย กว่าจะเสร็จทุกขั้นตอนและมั่นใจว่าไม่ลืมอะไรเวลาก็ปาไปหกโมงครึ่งแล้ว

            “อ้าว ทำไมวันนี้คุณหนูตื่นเช้าจังเลยคะ ป้าเหมือนได้ยินเสียงปั๊มน้ำทำงาน ป้าก็สงสัยอยู่ว่าใครเปิดน้ำทำอะไรนาน ๆ” อรสาที่กำลังกวาดพื้นบ้านอยู่เงยหน้าขึ้นมาเห็นเคียงรักที่เพิ่งเดินลงมาจากห้องนอนด้วยชุดนักศึกษา

            “วันนี้ฝึกงานวันแรกค่ะ หนูเลยตื่นเต้นนิดหน่อยแล้วก็กลัวกะเวลาไม่ทันด้วย” เคียงรักส่งยิ้มให้แม่บ้าน ซึ่งจริง ๆ เวลานัดคือแปดโมงเช้า เธอเผื่อเวลาเดินทางไว้ชั่วโมงกว่า

            “แบบนี้นี่เอง แต่กับข้าวยังไม่เสร็จเลย คุณหนูรอสักครู่นะคะ”

            “ได้ค่ะ หนูไม่ได้รีบขนาดนั้น ยังไงก็ต้องรอปะป๊าอยู่ดีค่ะ” เพราะเวลาทานข้าวปกติก็คือเจ็ดโมงเช้า ก่อนที่พิธาจะไปส่งเคียงรักที่มหาวิทยาลัยและขับรถไปทำงานต่อ

            “อ้อ คุณเขาก็คงจะตื่นแล้วค่ะ ยังไงป้าขอตัวไปดูกับข้าวก่อนแล้วกันนะคะ”

            “ได้ค่ะป้าสา” เคียงรักพยักหน้ารับก่อนจะเดินไปนั่งที่โซฟา เธออ่านรายละเอียดต่าง ๆ ของบริษัทที่พรินต์ออกมาก่อนหน้านี้ เผื่อโดนถามข้อมูลจะได้ตอบได้

            ปะป๊าพิธาอุตส่าห์อนุญาตเธอเข้าไปฝึกงาน เธอจะทำให้เขาเสียชื่อไม่ได้

            แต่จนถึงวันนี้เคียงรักก็ยังไม่รู้เลยว่าจะได้เข้าไปฝึกงานตำแหน่งอะไร เพราะตอนยื่นใบสมัครเธอระบุขอฝึกในตำแหน่งผู้ประกาศข่าวหรือนักข่าวภาคสนามตรงตามคณะสื่อสารมวลชนที่เธอได้ร่ำเรียนมา แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีอีเมลตอบกลับมาตกลงเธอได้ตำแหน่งไหน ทำให้เคียงรักอาจจะยังหาข้อมูลไม่ครบถ้วนเท่าที่ควร ตลอดเวลากว่าครึ่งชั่วโมงที่รอพิธาลงมา เคียงรักก็นั่งอ่านรายละเอียดสลับกับหนังสือเรียนเพื่อฆ่าเวลา

            “ตื่นนานแล้วเหรอครับ”

            เสียงที่ดังขึ้นข้างหลังทำให้เคียงรักต้องหันหน้าไปมองและส่งยิ้มหวานให้ พิธาอยู่ในชุดทำงานเหมือนทุกวันคือ เสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงผ้าชิโนสีเข้มกำลังเดินล้วงกระเป๋าตรงมายังเธอ

            “อรุณสวัสดิ์ค่ะปะป๊า วันนี้หนูตื่น๻ั้๹แ๻่ตีห้าเลย”

            “ตื่นเช้าจังเลยครับ หนูตื่นเต้นเหรอ” พิธาถามพลางเดินไปหย่อนตัวนั่งลงข้างหญิงสาว

            “ใช่ค่ะปะป๊า หนูกลัวจะเข้างานสายในวันแรกก็เลยตื่นมาเตรียมตัวแต่เช้าค่ะ” เคียงรักเก็บเอกสารที่กำลังอ่านลงในกระเป๋าเป้แล้วรูดซิปปิดให้เรียบร้อย

            “หกโมงก็ทันมั้งครับ ไม่ต้องตื่นเต้น” พิธาว่าพร้อมกับลูบศีรษะทุยของเธอไปด้วย

            “ค่ะ หนูว่าเราไปทานข้าวกันดีกว่านะคะ เจ็ดโมงแล้ว” หญิงสาวลุกขึ้นสะพายกระเป๋า

            “ครับ งั้นก็ปะ แต่หนูลืมหรือเปล่าครับว่าตอนเช้าที่เจอหน้ากันต้องทำอะไรหนึ่งอย่างก่อน” พิธายืนขึ้นตามแล้วจับไหล่เล็กของเคียงรักเพื่อยื้อเธอเอาไว้ไม่ให้ไปไหน จนกว่าหญิงสาวจะทำในสิ่งที่เขาตั้งกฎเอาไว้ก่อนหน้านี้

            “แหะ ๆ หนูลืมค่ะปะป๊า” เคียงรักยิ้มแหย แม้จะทำมาหนึ่งเดือนกว่าแล้วแต่หญิงสาวก็ไม่ชินเอาซะเลย

            “อย่าลืมบ่อยครับเด็กดี ไม่งั้นปะป๊าจะลงโทษเราข้อหาไม่ใส่ใจ” พิธาขู่อย่างไม่จริงจังนัก

            “ค่า” เคียงรักขานรับทราบ ก่อนจะเขย่งตัวและดึงบ่าแกร่งให้เขาโน้มหน้าลงมาใกล้เพื่อจะได้หอมแก้มปะป๊าของเธอ

            กฎที่ทุกตอนเช้าเจอกันต้องทำเป็๞กฎที่ปะป๊าตั้งขึ้น นั่นก็คือต้องหอมแก้มเขาซ้ายขวาอย่างละหนึ่งฟอดใหญ่ทุกเช้า

            รวมถึงเขาเองก็ต้องทำเหมือนกัน

            ฟอด ฟอด เสียงที่ดังจากการกระทำของหญิงสาวที่หอมแก้มสากฟอดใหญ่เร็ว ๆ ตอนแรกเธอก็เขินๆ เพราะเขาบอกว่าที่หอมกันแบบนี้ไม่ใช่ในสถานะลูกเลี้ยงกับพ่อเลี้ยง แต่เป็๞สถานะเมียปะป๊า

            “ชื่นใจจังเลยครับ” พิธายิ้ม ทุกเช้าที่มีเมียเด็กมาหอมแก้มแบบนี้เขาจะกระชุ่มกระชวยหัวใจเสียเหลือเกิน ซึ่งพิธาเองก็ไม่ปล่อยให้ตัวเองได้เปรียบคนเดียว

            เขาก็เอียงหน้าและสลับหอมแก้มนุ่มนิ่มซ้ายขวาของเคียงรักฟอดใหญ่เช่นกัน

            “พอแล้วค่ะปะป๊า ไปทานข้าวได้แล้วนะ” เคียงรักยิ้มเขินแต่ก็ต้องรีบทำเวลาเพราะตอนนี้เขากำลังจะทำให้เธอไปเข้างานวันแรกสาย