บทที่ 16 การประลองรอบที่แปด
เฮ เฮ เฮ
ภายในหอเดิมพันเสียงเฮลั่นของเหล่าผู้ชมดังก้องไปทั่วทิศหอเดิมพันเป็ห้องโถงขนาดใหญ่ภายในเป็ลานประลอง 8 ลานตั้งเรียงกันเป็วงกลมล้อมรอบลานประลองตรงใจกลางที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติ โดยรอบอัดแน่นไปด้วยผู้คนบนที่นั่งชมรอบลานประลองสูงขึ้นไปชั้นสองถูกแบ่งออกเป็ห้องเพื่อลองรับแขกชั้นสูงที่้าความเป็ส่วนตัว
“ การประลองรอบที่ 7 ของวันนี้ ได้ผู้ชนะแล้วคือ เซียงเอ้อ! ”
เสียงประกาศดังออกมาจากชายวัยกลางคนที่รับหน้าที่เป็กรรมการและหลังจากนั้นภายในหอต่างเต็มไปด้วยเสียงเฮโลของผู้ชนะเดิมพันที่ชื่นชมเซียงเอ้อและเสียงด่าทอของฝ่ายที่เดิมพันคู่ต่อสู้แน่นอนว่าสำหรับการประลองแล้วผู้ชนะคือที่สุดผู้แพ้ทำได้เพียงรับคำเหยียดหยามเท่านั้น
กฎการประลองของผู้เข้าประลองในหอเมฆาเบ่งบานคือจัดการประลองทั้งหมด 9รอบต่อวันโดย 8 รอบเพื่อหาผู้ชนะและเข้าสู่รอบสุดท้ายเพื่อการห้ำหั่นกันของผู้แข็งแกร่งโดยนักสู้สามารถเลือกสมัครเข้าสู่ในรอบใดก็ได้ ผู้ชนะของทั้ง 8 รอบล้วนมีเงินก้อนโตเป็รางวัลแต่รอบสุดท้ายล้วนเป็รางวัลที่หน้าสนใจยิ่งกว่า
หลังจากจบการประลองจะเป็่พักและจัดเตรียมการประลองรอบต่อไปของนักสู้แต่ที่จริงแล้ว่เวลานี้ทางหอเมฆาเบ่งบานเปิดโอกาศให้ผู้ที่เสียนั้นไปยังโรงจำนำต่างหากหยางอี้เดินตามสาวใช้เข้ามาภายในหอเดิมพันซึ่งเป็่เวลาเดียวกับที่ผู้คนทยอยกันออกไปยังโรงจำนำด้วยเช่นกันแน่นอนว่าหยางอี้ย่อมได้รับสิทธิ์ในการใช้ห้องชั้นสอง
หลังจากมาถึงห้องหญิงรับใช้บอกกับเขาว่าจะรออยู่หน้าห้องหาก้าอะไรสามารถเรียกได้ทุกเมื่อแล้วก็ออกจากห้องไปหยางอี้ได้ฟังกฎต่างๆจากสาวใช้ระหว่างทางมาแล้วเมื่อมาถึงก็ยืนมองไปยังเบื้องล่างเพื่อสำรวจผ่านกระจกอยู่ครู่หนึ่งเขาย่อมสงสัยในการต้อนรับของหอเมฆาเบ่งบานแต่ก็คิดว่าเป็เพียงเพราะการนำดวงจิตอสูรจำนวนมากมาขายจึงทำให้ได้เป็ลูกค้าชั้นดีโดยมิรู้เลยว่าเื้ัชื่อเสียงของเขาต่างแพร่งพายไปทั่วทั้งเมืองหลวงแล้ว
หลังจากสำรวจครู่หนึ่งหยางอี้ก็ทำตามความ้าของตนเองคือการเข้าร่วมการประลองชายหนุ่มเดินออกจากห้องมาทักทายหญิงรับใช้เล็กน้อยโดยบอกว่ามิต้องตามไปนางจึงยืนรออยู่หน้าห้องรับรองเช่นเดิมเมื่อลงมาหยางอี้มิได้รอช้าตรงไปยังซุ้มรับสมัครผู้เข้าประลองทันที
่เวลานี้มีคนไม่มากนักแต่หยางอี้ยังััได้ว่าคนพวกนี้เองก็มิใช่ย่อยเช่นกันจากที่ฟังมาการประลองรอบที่ 8 ล้วนดุเดือดที่สุดของทุกวัน แม้การสมัครเข้าร่วมนั้นมิจำเป็ต้องรอให้ถึงรอบสามารถสมัครรอบที่้าประลองได้เลยก็จริงแต่พวกที่อาศัยอยู่ในที่แห่งนี้มาเป็เวลานานย่อมไม่รีบร้อน้าประเมินและดูผู้ชนะของแต่ละรอบก่อนตัดสินใจลงแข่งในรอบสุดท้าย
หยางอี้เดินเข้าไปต่อแถวสมัครซึ่งข้างหน้านั้นเป็ชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำร่างกายสูงใหญ่6 คนกำลังยืนต่อแถวกันอยู่ เมื่อหนึ่งในนั้นหันมาเห็นอยางอี้ถ้อยคำสบประมาทต่างๆก็เริ่มดังออกมา
“ เฮ้ เฮ้ เ้าหนูที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่นดึกแล้วเ้าควรไปกินนมมารดาเ้าได้แล้ว ”
“ ฮ่าๆ ”
พวกมันต่างหัวเราะเยาะเย้ยกันอย่างสนุกสนานแต่หยางอี้มิได้ใส่ใจเพียงทำใบหน้าเรียบเฉยโดยไม่แม้แต่จะปรายตามองไปยังพวกมันด้วยซ้ำเมื่อเห็นท่าทีหยิ่งยโสเช่นนี้ทำให้กลุ่มชายเหล่านี้คิ้วกระตุก
เ้าเด็กนี่กล้าเมินพวกข้า ?
“ เ้าเด็กอวดดี บังอาจเมินพวกข้าเมื่อขึ้นไปแล้วข้าจะทำให้เ้ารู้ถึงความน่ากลัว! ฮ่าๆ ”
“ ฮ่าๆ เ้าเด็กน้อยข้าจะทรมานเ้าอย่างไรดี จิ๊ๆหรือจบการประลองแล้วบิดาผู้นี้จะไปร่วมลิ้มลองรสนมมารดาของเ้าดี? ”
หลังจากพูดจบใบหน้าของมันล้วนเต็มไปด้วยความหื่นกระหายมันค่อยๆแลบลิ้นออกมาเลียลิ้มฝีปากแต่ยังไม่ทันเลียได้สุดปรากฎว่าเด็กหนุ่มเบื้องหน้าหันมามองมันด้วยใบหน้าเ็า จิตสังหารที่พุ่งตรงเข้ามาหามันนั้นทำให้มันถึงกลับชะงักไปวูบหนึ่งและเป็เพียงวูบเดียวเท่านั้นที่หยางอี้พุ่งจิตสังหารออกไปก่อนจะหันกลับไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
‘ อ อะไรกัน จิตสังหารที่รุนแรงแบบนี้ใครเป็คนทำ? ’
ใบหน้าของมันเริ่มปรากฎเม็ดเหงื่อและหันมองไปยังรอบข้างโดยในหัวของมันมิได้คิดสงสัยในตัวหยางอี้เลยเสียด้วยซ้ำไม่นานก็มาถึงคิวของเด็กหนุ่มคณะรับสมัครเหลือบมองมายังหยางอี้แวบหนึ่งก่อนจะหันกลับไปในใจคงคิดว่าเป็พวกเด็กหนุ่มคิดลองวิชาจึงมิได้สนใจมากนักที่ผ่านมาถึงจะไม่บ่อยนักแต่ก็มีบ้างที่เหล่ารุ่นเยาว์สมัครขึ้นประลองเพื่อทดสอบฝีมือของตนเอง
หลังจากลงชื่อสมัครเรียบร้อยหยางอี้ก็เข้าไปยังเขตนักสู้ที่ทางหอจัดไว้ผู้เข้าประลองในรอบที่ 8 นี้ มีประมาณ 80 คนโดยหมายเลขของหยางอี้คือ 67 ตามลำดับแล้วหยางอี้จะขึ้นประลองในสนามที่ 6โดยจะแบ่งเป็ 8 สนามประลอง สนามละ 10 คน และผู้ชนะทั้ง 8 คนจะมาสู้กันในรอบสุดท้ายเพื่อหาผู้ชนะของการประลองรอบที่8
หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วยาม ความวุ่นวายก็กลับมาอีกครั้งเพราะพวกที่ไปยังโรงจำนำเริ่มทยอยกันกลับมาแล้วที่นั่งโดยรอบเริ่มมีคนจับจอง สถานที่ที่คึกคักที่สุดคงหนีไม่พ้นซุ้มรับเดิมพันที่เหล่านักพนันกรูกันเข้าไปเพื่อวางเดิมพันในรอบที่ 8
หยางอี้นั่งรออยู่ในเขตนักสู้โดยมิสนใจสิ่งใดการที่เป็เด็กหนุ่มเข้ามาประลองนั้นย่อมเป็จุดสนใจของผู้คนมิใช่น้อย สำหรับนักสู้ด้วยกันนั้นย่อมมีแต่เสียงเย้ยหยันชวนทะเลาะดังมาตลอดเวลารวมกับหยางอี้ที่ยังคงนั่งหลับตามิได้สนใจสิ่งใดทำให้ผู้คนโดยรอบล้วนหมั่นใส้ไม่น้อยบนห้องรับชมชั้นสองห้องหนึ่งมีชายวัยกลางคนแต่งตัวมีฐานะกำลังนั่งมองไปยังหยางอี้ผ่านกระจกใสของห้องอยู่ที่ด้านหลังนั้นเป็ชายชราสองคนยืนคุ้มกันอยู่
“ หืม รอบนนี้ดูท่าจะได้ชมเื่สนุก เ้าคิดเช่นไร?”ชายวัยกลางคนเอ่ยถามบุรุษหนุ่มที่นั่งอยู่ด้านข้าง
“เ้าเด็กนี่เป็ใครกัน? จากท่าทางแล้วแม้จะโดนยั่วยุแต่ก็ยังสงบได้หลานคิดว่าคงจะมีฝีมืออยู่พอตัว! ”
“ ฮ่าๆ หากเ้าหนุ่มนี่สามารถผ่านเข้ามาเจอกับเ้าได้คงจะสนุกมิใช่น้อยอาจางไปลงเดิมพันข้างเ้าหนุ่มนี่ 100000 เหรียญทอง! ”
“ ขอรับนายท่าน ” หนึ่งในชายชราด้านหลังรับคำก่อนจะออกจากห้องไป
“ ท่านลุงแน่ใจแล้วหรือ? ข้ากลัวท่านจะเสียเงินเปล่าๆ ”
“ ฮ่าๆ เงินเพียงเล็กน้อย อย่างไรในรอบสุดท้ายเ้าก็คงจะมิทำให้ข้าผิดหวังใช่หรือไม่? ”
“ แน่นอนขอรับ”บุรุษหนุ่มกล่าวรับคำด้วยความมั่นใจก่อนจะหรี่ตามองไปยังหยางอี้
“ ขอให้นักสู้ในรอบที่ 8 ลงสนามเพื่อเตรียมพร้อม ”
“ขอให้นักสู้ในรอบที่ 8 ลงสนามเพื่อเตรียมพร้อม ”
เสียงประกาศจากกรรมการดังขึ้น นักสู้ทั้ง 80 คนเริ่มทยอยลงสู่ลานประลองของตน
หยางอี้ขึ้นสู่ลานประลองที่ 6 เมื่อมองไปยังรอบลานประลองหยางอี้เห็นเป็ชายฉกรรย์ 9 คนกำลังยืนยิ้มเหี้ยมพร้อมด่าทอกันไปมาอย่างดุเดือดมีบ้างที่หันมาหาเื่หยางอี้แต่เขามิได้สนใจเพียงยืนรอสัญญาณเริ่มประลองเท่านั้น
บนชั้นสองที่หน้าห้องของหยางอี้หญิงรับใช้ที่เห็นหยางอี้หายไปนานจึงออกจากหน้าห้องเพื่อจะมองหาหยางอี้ เพราะผู้ดูแลหอกำชับไว้ให้ดูแลหยางอี้อย่างดีและเมื่อนางหันหลังเดินออกมาถึงระเบียงก็เหลือบมองไปเห็นหยางอี้อยู่บนลานประลองซึ่งทำให้นางใอย่างมาก
“ตายแล้ว! นั่นคุณชายนี่...ต้องรีบไปรายงานท่านผู้ดูแลแล้ว! ”
เฮ เฮ
เสียงกองเชียร์ดังสนั่นภายในหอเหล่านักพนันต่างร้องเชียร์นักสู้ของตนเองอย่างสุดเสียง
หลังจากนักสู้ทั้ง 80 คนขึ้นสู้เวทีประลองครบแล้วกรรมการก็ประกาศเริ่มการต่อสู้ทันที
เหล่าชายร่างบึกบึนโหมเข้าปะทะกันอย่างสุดกำลังการต่อสู้เป็ไปอย่างดุเดือด เพียงแต่ในเวทีที่ 6 กลับแตกต่าง ด้วยเพราะมีเด็กหนุ่มร่างกายดูแลบอบบางคนหนึ่งยืนอยู่ที่มุมของเวทีทำให้หลายคนเล็งเป้าหมายมายังเขาก่อนแต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้ามาจัดการชายหนุ่มในทันทีเพราะนี่เป็การต่อสู้แบบตะลุมบอนหากมีคนเข้าหาเด็กหนุ่มแล้วใครจะรับประกันว่าจะไม่โดนพวกที่เหลือแทงข้างหลัง?
สุดท้ายกลับกลายเป็ทั้ง 9 คนพุ่งเข้าปะทะกันเองแล้วเหลือเด็กหนุ่มไว้เป็อาหารหวานตบท้ายหยางอี้เพียงยิ้มบางให้กับชายทั้ง9 ที่ดูถูกตนเอง แต่ก็ดีที่มิต้องเปลืองแรง ทุกสายตาจับจ้องไปยังลานประลองในจุดที่มีการปะทะกันอย่างดุเดือดทักษะวิชา กระบวนท่า ถูกใช้ออกอย่างต่อเนื่อง!
หยางอี้ที่ยืนอยู่ในมุมของเวทีประลองเริ่มโคจรทักษะซ่อนจันทร์ดับดาราทำให้บรรยากาศโดยรอบเด็กหนุ่มเริ่มปรับเข้ากับธรรมชาติกระแสลมปราณหมุนวนไปในทางเดียวกับภายนอกตัวตนของเด็กหนุ่มเริ่มค่อยถูกลบเลือนออกจากััของผู้คนไม่นานภายในหอเดิมพันก็มิมีผู้ใดสังเกตุถึงหยางอี้อีกต่อไป ตัวตัวของเขากลับกลายเป็ของไร้ค่าในสายตาของคนอื่น...ถูกมองข้ามอย่างสมบูรณ์!
“ ทักษะของอาจารย์ช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก หากข้าบรรลุถึงขั้นสูงสุดตามตำราบอกว่าสามารถลบกระทั้งกายหยาบให้หายไปได้เลยทีเดียว! ”
นี่เป็ครั้งแรกที่หยางอี้ทดลองใช้ทักษะนี้กลางฝูงชนซึ่งผลของมันน่าประทับใจอย่างมากเขาทำเพียงเฝ้ามองการต่อสู้ของชายทั้ง 9 ที่ห้ำหั่นกันอย่างดุเดือดจนเวลาเลยผ่านไป
ตอนนี้มี 5 ลานประลองที่การต่อสู้จบลงแล้ว ที่ยังเหลือคือลานประลอง ที่ 1 มีนักสู้อยู่ 2คนลานประลองที่ 4 มีนักสู้อยู่ 3 คน และลานประลองที่ 6 ของหยางอี้มีนักสู้อยู่4 คนหยางอี้มองดูชายฉกรรย์ 3 คน ที่ต่อสู้กันอย่างดุเดือด กฎของการประลองรอบคัดเลือกนั้นห้ามใช้อาวุธเพราะการคัดเลือกนั้นแน่นอนว่ามิได้มีเพียงผู้แข็งแกร่งเท่านั้นฉะนั้นแล้วการใช้อาวุธจะทำให้หอเดิมพันกายเป็โรงเชือดพวกไก่หนุ่มเสียเปล่าๆ
กองเชียร์ต่างร้องออกมาอย่างคึกคักสนุกสนานการต่อสู้ที่ใช้หมัดต่อหมัด เท้าต่อเท้าของนักสู้บนเวทีล้วนทำให้เืในกายเดือดพล่าน
“ สู้มันๆ เ้าโล้นหากเ้าชนะข้าจะตบรางวัลให้อย่างงาม ”
“ บัดซบ อย่าไปยอมมัน ตบเ้าโล้นนั่นให้ล่วง ”
“ เฮ้ เ้าั์หากเ้ายอมแพ้ข้าจะให้เ้ามากกว่ารางวัลที่เ้าชนะ! ”
“ มารดาเ้าเถอะ! ”
$^#%@*$)#&^$
เสียงด่าทอ เสียงเชียร์ และกำลังใจรวมไปถึงคำสบประมาทต่างๆนาๆ ดังออกมาจากฝูงผีพนันอย่างต่อเนื่องหยางอี้ที่ฟังอยู่ได้แต่ส่ายหน้า คนพวกนี้เห็นการต่อสู้เป็เพียงเื่พนันเท่านั้น
เวลาผ่านไปไม่นานลานประลองอื่นๆก็จบลงจนเหลือเพียงแค่ลานประลองที่ 6
ตุบ !
เสียงร่างใหญ่ั์ของชายที่ถูกเรียกว่าเ้าั์ล้มลงบนพื้นเวลา ก่อนจะเผยให้เห็นร่างของชายหัวโล้นที่ยืนหอบอยู่ด้านหลังทั่วทั้งตัวมันเต็นไปด้วยร่องรอยาแและคราบเื มันค่อยๆตั้งตัวให้ตรงก่อนจะเผยรอยยิ้มชูกำปั้นขึ้นเพื่อแสดงถึงชัยชนะ!
เฮ เฮ
นักพนันฝ่ายเ้าโล้นต่างร้องตระโกนด้วยความสุขเ้าโล้นหมุนตัวไปรอบด้านเพื่อแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของมันแต่แล้วเื่ที่มันคิดมิถึงก็เกิดขึ้นเมื่อมีเงาสายหนึ่งมาปรากฏเื้ัทำให้ขนมันลุกเกรียวด้วยััอันหน้ากลัว
ปัก !ร่างเ้าโล้นค่อยๆเอนลงกับพื้นพร้อมกลับดวงตาของมันที่ค่อยๆพล่าเลือน
ตุบ !
เสียงร่างอันกำยำกระทบกับพื้นลานประลองเปรียบดังสัญญาณที่บอกให้ทุกคนเงียบเสียงฉับพลันบริเวณรอบลานประลองที่ 6 กลายเป็เงียบสนิททุกคนล้วนอยู่ในอาการงุนงงทำไมอยู่ๆเ้าโล้นถึงสลบฟุบไปกับพื้นเวที?เ้าหนุ่มนี่มาจากไหน?
อาการงุนงงปรากฎขึ้นกับผู้ชมรอบลานประลองที่ 6 ยิ่งพวกที่พนันกับเ้าโล้นไว้หน้าตาล้วนบิดเบี้ยวจนน่าเกลียดพวกมันพึ่งดีใจได้เพียงชั่วครู่ ยังมิได้คิดด้วยซ้ำว่าจะเอาเงินไปทำอะไรต่อ!
“ เฮ้ เ้าเด็กนี่ก็เป็นักสู้ลานที่ 6 เช่นกัน !ว่าแต่ก่อนหน้านี้มันไปอยู่ไหนมา? ”เสียงบางคนดังขึ้นทำให้คนอื่นๆเริ่มนึกออกว่าหยางอี้ก็เป็หนึ่งในนักสู้เช่นกัน
“บัดซบ เ้าขี้โกง ”
“ใช่แล้ว มันต้องโกงแน่ๆ ”
“เด็กน้อยเช่นมันหากไม่โกงต้องถูกตบล่วงไปนานแล้ว ”
เสียงด่าทอเริ่มดังขึ้นจากพวกที่พนันฝ่ายเ้าโล้นหยางอี้เพียงยักไหล่มิได้สนใจก่อนหันหน้าไปทางกรรมการให้ประกาศผลกรรมการนั้นยังงงอยู่เช่นกันมันเดินเข้ามาหาอยางอี้ก่อนจะกล่าวขึ้นอย่างจริงจรัง
“เ้าหนู ก่อนหน้านี้เ้าไปอยู่ไหนมา?เ้ารู้ใช่ไหมว่าหากโกงในหอเดิมพันจะถูกหอเมฆาเบ่งบานลงโทษอย่างหนัก! ”
เมื่อได้ยินหยางอี้ขมวดคิ้วทันทีคิดในใจว่ากรรมการที่นี่ช่างไม่ได้เื่เอาเสียเลย
“ ผู้าุโ ข้านั้นอยู่บนเวทีแห่งนี้ตลอดมิได้กระทำผิดกฎแต่อย่างไร”หยางอี้ยังคงตอบกลับไปอย่างสุภาพ
“ ฮึ่ม เ้าเด็กปากแข็ง ตาแก่คนนี้เฝ้ามองลานประลองแห่งนี้อยู่ตลอดเ้าคิดว่าข้าหูตาฟ่าฟางหรือไร?”ชายชราผู้เป็กรรมการกล่าวออกมาอย่างรุนแรงทำให้หยางอี้เริ่มไม่พอใจหากใครดีมามันย่อมดีตอบแต่คนที่หาเื่มันย่อมมิใช่!
“เช่นนั้นคงเป็เพราะเ้าแก่จนหูตาเลอะเลือนกระมังจึงมองมิเห็นข้า ”
หยางอี้ตอบกลับไปอย่างเรียบเฉยทำให้ชายชราผู้เป็กรรมการโกรธจนหน้าแดงมันง้างมือออกตั้งใจจะตบสั่งสอนหยางอี้ให้รู้จักสูงต่ำ
“เ้าเด็กเหลือขอ วันนี้ข้าจะสั่งสอนเ้าแทนบิดาเ้าเอง! ”
เมื่อเห็นการกระทำของมันหยางอี้เพียงหรี่ตามองโคจรลมปราณเตรียมรับมือแต่ก่อนที่กรรมการาุโจะได้ลงมือก็มีชายคนหนึ่งมาปรากฎตัวข้างมันทำให้มันหยุดมือและกระซิบบางอย่างบอกกับกรรมการาุโ
“ ฮึ่ม! ผู้ชนะเวทีที่ 6 หยางอี้! ” เสียงประกาศดังออกมาจากปากของชายชราก่อนที่มันจะหมุนตัวเดินจากไปได้หันกลับมาพูดกับหยางอี้
“ความอวดดีไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงจะทำให้เ้าเจ็บตัว เ้าเด็กเหลือขอ! ”หยางอี้เพียงยักไหล่ก่อนจะเดินลงจากเวทีไป
ที่มุมระเบียงแห่งหนึ่งบนชั้นสอง หญิงสาวรับใช้ที่ถูกส่งมารับใช้หยางอี้เฝ้ามองดูเหตุการณ์อยู่ตลอดเม็ดเหงื่อผุดขึ้นเต็มใบหน้าของนาง
“ เฮ้อ ท่านผู้ดูแลเมื่อไหร่ท่านจะมาถึงหัวใจข้าจะวายก่อนกระมัง ”
ทางด้านล่างเวทีประลองในส่วนซุ้มของกรรมการชายชราที่มีปากเสียงกับหยางอี้เดินลงเวทีเข้ามานั่งภายในซุ้มอย่างหัวเสีย
“หมายความว่ายังไงตาแก่ฮง? ข้าอยู่บนเวทีประลองยังไม่สังเกตุเห็นเ้าเด็กนั่นเ้าแน่ใจรึว่ามันมิได้โกง?”ด้านข้างของชายชราเป็ชายชราอีกคนที่สวมชุดรัดรูปของกรรมการเช่นเดียวกันมันมีร่างท้วมรวมกับผมกลางกระหม่อมที่ล้านเตียนจนเป็เอกลักษณ์
“จริงสิตาแก่จิ้ง ข้ากับท่านหัวหน้าหอสังเกตเ้าเด็กนั่นอยู่ตลอดเวลามันยืนอยู่ตรงนั้นตลอดจริงๆ เพียงแต่บรรยากาศรอบตัวกลับแปลกประหลาดนัก! ”
“ แปลกยังไง? ” ผู้ถูกเรียกว่าตาแก่จิ้งกล่าวออกมาอย่างสงสัย
“ ข้าและหัวหน้าหอััถึงลมปราณของมันไม่ได้เลยแม้แต่น้อย...ราวกลับว่าตัวตนของมันกลมกลืนไปกับบรรยากาศโดยรอบ! ”
“ข้าคิดว่าเ้าเด็กเหลือขอนั่นต้องใช้ลูกไม้บางอย่างในการเล่นตุกติกเ้ามิหน้าให้คนมาห้ามข้า! ”ชายชราจิ้งกล่าวออกมาอย่างไม่สบอารมณ์
“เฮ้ๆ เ้าโง่ เ้าคิว่าเ้าเป็ใคร หากทำเช่นนั้นมิเป็การเสียเกียรติของหอเมฆาเบ่งบานเรารึ?”ชายชราฮงกล่าวออกมาเพื่อเตือนสติสหายของมัน
“เหอะ! ถึงอย่างนั้นข้าไม่ปล่อยเ้าเด็กปากดีนั่นง่ายๆแน่ ”
“เ้านี่นะ แก่จนจะลงโรงยังจะทะเลาะกับเด็ก”พูดจบชายชราฮงก็ส่ายหน้าให้กับสหายของมันก่อนจะลุกออกไป
“เ้าเด็กน้อย ข้ามีอีกหลายวิธีที่จะจัดการเ้า หึหึ ”
ด้านหยางอี้หลังลงจากลานประลองแล้วก็กลับมานั่งยังพื้นที่รับรองนักสู้ชายหนุ่มนั่งหลับตาโดยมิได้สนใจสายตามากมายที่จับจ้องมาเลยแม้แต่น้อย จนผ่านไปไม่นานเมื่อทุกอย่างพร้อมกรรมการก็ประกาศให้ทั้ง8 คนขึ้นสู่ลานประลองที่ 9 ซึ่งอยู่ใจกลางของลานประลองทั้ง 8 โดยกฎยังคงเหมือนเดิมเป็การตะลุมบอนเพียงแต่ในรอบนี้นั้นสามารถใช้อาวุธได้
หยางอี้ก้าวขึ้นมาบนเวทีและััได้ทันทีถึงจิตสังหารจากอีก 7คนที่มุ่งเป้ามายังตัวเขาหยางอี้ไล่มองชายเบื้องหน้าทั้ง 7 ก่อนจะไปหยุดที่กรรมการตัดสินของรอบนี้นั่นก็คือชายชราจิ้งคนเดิมที่หยางอี้เคยมีเื่ด้วยมันมองมายังหยางอี้พร้อมยิ้มให้อย่างเย้ยหยันทำให้หยางอี้เข้าใจได้ว่าทำไมตนจึงเป็เป้าหมายของชายทั้ง7 เบื้องหน้า
หยางอี้ยกยิ้มขึ้นที่เล็กน้อย นี่คือสิ่งที่เขา้าเช่นกันเหตุผลที่มายังหอเดิมพันมิใช่มาเพียงเพื่อรับชมอยู่แล้วหลังจากการฝึกกว่าครึ่งปีที่ผ่านมาตัวเขาแทบจะทนไม่ไหวที่จะได้ประลองวัดฝีมือกับคนอื่น
“การประลองหาผู้ชนะรอบที่ 8 เริ่มได้ ”
สิ้นเสียงกรรมการชายทั้ง 7 ไม่รอช้าพุ่งเข้าหาหยางอี้ทันที แม้หลายคนจะไม่สบอารมณ์ที่ชายชาตรีเช่นพวกมันต้องมาลุมกลุ้มเด็กหนุ่มเพียงคนเดียวอยู่บ้างแต่จะทำไงได้เ้าเด็กนี่ดันไปหาเื่กับรองผู้ดูแลหอแห่งนี้
“โหสิ โหสิ เ้าหนู มันเป็คำสั่ง ”
“เฮ้อ ข้าว่าเ้ารีบยอมแพ้เสียเถอะพวกข้าไม่อยากเสียเวลา ”
“ใช่ๆ เด็กน้อย ข้าไม่อยากรังแกเด็กหรอกนะ ”
“เฮอะ ลำบากนักก็หลบไป ฮี่ๆ บิดาผู้นี้ชื่นชอบการกระทืบเด็กยิ่งนักฮ่าๆ ”
หลายคนพยายามพูดเพื่อให้หยางอี้ยอมแพ้ไปแต่ไหนเลยเด็กหนุ่มกลับยิ้มเหี้ยมมิได้ฟังคำพวกมันแม้แต่น้อยเมื่อได้เป้าหมายแรกหยางอี้ก็เริ่มลงมือทันที
ย่างก้าวมายา์!
ท่าเท้าอันรวดเร็วถูกใช้ออกอย่างฉับพลันหยางอี้หายไปโผล่อยู่ด้านหน้าชายร่างใหญ่ที่พูดว่าชอบกระทืบเด็กทันทีมือขวาโคจรลมปราณหละวันคว้าจับเข้าที่กระพุ้งแก้มของมันแล้วค่อยค่อยยกให้มันลอยขึ้น
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นฉับพลันทำให้อีก 6 คนที่เหลือใและรีบฉากหลบออกไปด้านนอกเหลือเพียงหยางอี้และชายที่ถูกจับไว้อยู่ในวงล้อม
ด้วยแรงบีบอันมหาศาลรวมกับความร้อนที่มือของหยางอี้ทำให้ชายร่างโตดิ้นพล่านอย่างทุรนทุรายสภาพดูน่าอนาถไม่น้อย
“ฮี่ๆ พี่ชายนั้นคิดเหมือนข้าพอดี ข้านั้นก็ชื่นชอบในการกระทืบผู้ใหญ่เช่นท่านเหมือนกัน! ”
ตูม !
สิ้นคำหยางอี้ออกแรกทุ่มร่างมันลงกับพื้นเวทีประลองอย่างแรงจนพื้นเวทีรอบๆร่างของมันเกิดเป็รอยแตกร้าวอีก 6 คนที่เหลือถึงกับยืนกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากแน่นอนว่าพวกมันทุกคนเป็ผู้ฝึกปราณระดับปราณก่อตั้งจิตแถมไอ้คนที่ไปคนแรกยังอยู่ในขั้นกลางเสียด้วย แม้จะเป็ทีเผลอแต่การสลบโดยการทุ่มเพียงครั้งเดียว...เ้าเด็กนี่เป็ใครกัน?
“ เอาล่ะพี่ชายเรามาสนุกกันดีกว่า ”หยางอี้หันมาพูดกับอีก 6 คนที่เหลือ
“ ฮึ่ม! ก็แค่เด็กเพียงคนเดียว เ้าโง่นั่นมันประมาทเอง พวกเ้าเข้าโจมตีพร้อมกันดูว่ามันจะรอดได้อย่างไร!”หยางอี้มองไปยังต้นเสียงด้วยใบหน้าเรียบเฉยชายชราจิ้งที่พูดออกมาอย่างแ่เบาพอให้คนบนลานประลองได้ยินเท่านั้น
นี่ชัดเจนแล้วเ้าแก่นี้คิดจะจัดการเขา!หยางอี้เพียงหันไปยังชายชราจิ้งและขยับปากเล็กน้อยโดยมิได้ออกเสียงก่อนจะพุ่งเข้าหาอีก6 คนที่เหลือโดยมิสนใจใบหน้าของชายชราที่เดี๋ยวแดงเดี๋ยวเขียวด้วยความโกรธเลยแม้แต่น้อย
ปัง ปัง ปัง
เสียงการปะทะกันของร่างกายดังก้องไปทั้งหอเดิมพันเพียงแต่ที่แตกต่างคือไม่มีเสียงเชียร์แม้แต่น้อยกลับกลายเป็ความเงียบที่เกิดจากการตกตะลึงเด็กหนุ่มบนลานประลองร่ายรำกระบวนท่ารับมือกับชายร่างใหญ่ทั้ง6 คนได้อย่างหมดจดและงดงามทุกท่วงท่าเป็ไปอย่างธรรมชาติชายชราจิ้งเองก็อยู่ในอาการตกตะลึงเช่นกันมันมิคาดคิดว่าเด็กหนุ่มผู้นี้จะกระทำได้ถึงเพียงนี้!
“ ข้าว่าได้เวลาแล้ว ”สิ้นคำหยางอี้ซัดฝ่ามือเข้าหาชายทั้ง 6 ทีละคนโดยเคลื่อนไหวร่างกายหลบคมอาวุธและหมัดที่ประดังเข้ามาหาอย่างต่อเนื่อง
ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง
ร่างใหญ่ทั้ง 6 ร่างที่ลุมล้อมกระเด็ดออกไปคนละทางเหลือทิ้งไว้เพียงเด็กหนุ่มหน้าคมยืนมือไพล่หลังสองตาจับจ้องไปยังกรรมการจิ้งอย่างเย้ยหยัน
“ ผู้าุโประกาศผู้ชนะได้แล้วกระมัง?”ชายชราพลันได้สติจากอาการตกตะลึงแต่เมื่อมองเห็นสายตาดูถูกจากเด็กหนุ่มเบื้องหน้าก็ยิ่งทำให้มันเดือดดาลก่อนจะแค่นเสียงออกมา
“เฮอะ! เ้าเด็กน้อยอย่าได้อวดดีนักกับความสามารถเล็กน้อยข้าสามารถบี้เ้าดังแมลงได้ทุกเมื่อ! ”
“ฮ่าๆ สงสัยท่านคงจะแก่จนเลอะเลือนแล้วจริงๆข้าถามอีกอย่างแต่กลับตอบอีกอย่าง”เมื่อได้ยินดังนั้นอารมณ์โกรธของมันก็ปะทุขึ้นทันที มันพุ่งเข้าไปหา หยางอี้โดยไม่ลังเลแต่ก่อนจะถึงตัวก็มีร่างท้วมของชายชราฮงมาขวางไว้
“ตาแก่จิ้งที่นี่คือหอเดิมพันนะ!เ้าลงไปก่อนเดี๋ยวข้าจัดการเอง ”ชายชราจิ้งพลันได้สติจากความโกรธก็มองไปยังหยางอี้อย่างเกลียดชังก่อนจะแค่นเสียงและลงจากเวทีไป
“ ผู้ชนะในรอบที่ 8 คือ...หยางอี้ อีกครึ่งชั่วยามจะเป็การประลองหลักเพื่อหาผู้ชนะของวันนี้ขอให้ทุกท่านเตรียมตัวให้พร้อม!”ชายชราฮงประกาศผู้ชนะและกำหนดการออกมาก่อนจะหันไปมองยังหยางอี้ด้วยสายตาแปลกประหลาดและถอนหายใจออกมา
“เฮ้อ เ้าหนุ่มอย่าได้ทำให้เื่มันยุ่งยากนัก ”พูดจบมันก็เดินลงจากเวทีไปส่วนหยางอี้นั้นมิได้ใส่ใจมากนักเมื่อลงจากเวทีก็มุ่งหน้ากลับห้องรับรองบนชั้น 2ทันที
หยางอี้นั่งพักอยู่ในห้องรับรองชั้นสองโดยมีสาวรับใช้ยืนรออยู่หน้าห้องแม้จะไม่ได้ใช้แรงมากมายแต่ชายหนุ่มก็เลือกจะโคจรปรับพลังปราณให้พร้อมที่สุดก่อนต่อสู้ในรอบสุดท้ายตอนนี้หยางอี้มาถึงจุดสูงสุดของปราณก่อตั้งจิตในขั้นกลางแล้วหากจะทะลวงไปขั้นสูงหยางอี้คาดว่าคงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งเขาตัดสินใจว่าจะใช้่เวลาในการอยู่กับวิหาร์เพื่อทะลวงผ่านรวมไปเื่ของทรัพยากรในการฝึกฝนด้วย
“ ข้ามีเวลาหนึ่งเดือนในการฉกฉวยสิ่งต่างๆจากสำนักหวังว่าคงจะไปได้ด้วยดี ”
ก๊อก ก๊อก
หยางอี้หันไปทางประตูห้องก่อนจะกล่าว เชิญ ให้ผู้มาใหม่ก้าวเข้ามา
“คุณชายหยางเป็อย่างไรบ้าง? หอเดิมพันของเราถูกใจท่านหรือไม่ ?”เป็ผู้ดูแลหอแห่งนี้ปู้หยุนนั่นเองที่เข้ามาทักทายหยางอี้ แม้ชายหนุ่มแปลกใจอยู่บ้างแต่ก็ตอบกลับไปอย่างสุภาพ
“แน่นอน! ที่หอเดิมพันของท่านนั้นถูกใจข้าเป็อย่างมาก ผู้าุโมีธุระอะไรกับข้าหรือป่าว? ”
“ ฮ่าๆ เช่นนั้นก็ดี ข้าเพียงหมดธุระเื่งานแล้วจึงคิดจะมาตรวจดูที่นี่เสียหน่อยเมื่อเห็นว่าคุณชายได้เข้าร่วมประลองด้วยข้าจึงถือโอกาสมารับชมด้วยตัวข้าเอง”ปู้หยุดพูดออกมาด้วยรอยยิ้มอย่างชื่นชม
“ ผู้าุโกล่าวเกินไปแล้ว...เชิญท่านนั่งก่อน ”
หลังจากนั้นทั้งสองก็พูดคุยกันถึงเื่ต่างๆปู้หยุนที่ได้รับรายงายจากหญิงรับใช้ก็ไม่ลืมจะกล่าวถามหยางอี้ว่ามีใครมาทำให้ไม่พอใจหรือไม่หยางอี้นั้นก็เพียงบอกว่าเื่เล็กน้อยมิได้ใส่ใจอะไร ทำให้ปู้หยุนรู้สึกชื่นชมนิสัยของหยางอี้มากกว่าเดิมหลังจากครบครึ่งชั่วยามหยางอี้ก็ขอตัวลงไปยังสนามประลองโดยปู้หยุนนั้นจะรอชมการต่อสู้อยู่ที่ห้องรับรองของหยางอี้
‘ เหตุใดทางหอจึงดูใส่ใจข้านัก? คงมิใช่เพียงเพราะการซื้อขายดวงจิตอสูรอย่างเดียวเป็แน่’
เมื่อลงมาถึงบริเวณลานประลองหยางอี้ก็รอในที่นั่งหมายเลข8 ที่ถูกเตรียมไว้ให้ผู้ชนะของทั้ง8 รอบ หยางอี้มองไป 7 คนที่นั่งรออยู่ก่อนแล้วซึ่งทั้ง 7 ก็มองมายังชายหนุ่มเช่นกันใน7 คน ประกอบด้วย ชาย 5 หญิง 2 หนึ่งในหญิงสาวทั้งสองมองมายังหยางอี้อย่างสนใจเธอเป็หญิงวัยกลางคนสรีระยั่วยวนแต่งกายด้วยชุดวาบหวิวเผยสัดส่วนอันเย้ายวนของเธอ
หญิงสาวอีกคนที่ดูนิ่งเฉยเมื่อสังเกตเด็กหนุ่มไม่นานเธอก็หันกลับไปชายสามคนนั้นมองเพียงแวบเดียวเช่นหญิงสาวก็หันกลับไปอีกสองคนคือชายชราและบุรุษหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาอายุราว 20 ปีสองสายตาที่จ้องมองมาหยางอี้ััได้ถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน หนึ่งคือสายตาชื่นชมจากชายชราและอีกหนึ่งคือสายตาปองร้ายร้ายจากบุรุษหนุ่มหยางอี้ยิ้มบางให้กับชายชราและเลือกเมินบุรุษหนุ่มอย่างชัดเจน
“นี่พ่อหนุ่มน้อยมานั่งข้างๆพี่สาวสิจ๊ะ ”
หยางอี้มองไปยังสตรีผู้เย้ายวนก่อนจะปฎิเสธออกไปอย่างสุภาพทำให้นางแสดงอาการขัดใจเล็กน้อย
“เมื่อมาครบแล้วต่อไปจะเป็การจับฉลากเพื่อเลือกคู่ต่อสู้ขอให้ทุกคนเลือกหยิบแผ่นป้ายคนละหนึ่งแผ่น ”
ทั้ง 8 คนเดินไปยังป้ายไม้ทั้ง 8 แผ่นที่วางปักอยู่ในกระถางไม้ก่อนจะเลือกหยิบมาคนละหนึ่งป้ายหยางอี้หยิบได้หมายเลข4 โดยป้ายทั้ง 8 จะมีเลข 1 ถึง 4 อย่างละหนึ่งคู่ ผู้ที่ได้หมายเลขเดียวกันจะต้องประลองกันในรอบต่อไปหยางอี้จับได้เลข4 โดยคู่ต่อสู่คือชายวัยกลางคนสวมชุดรัดรูปของนักสู้ที่ไม่ได้สนใจหยางอี้เมื่อตอนมาถึงทั้งสองจะขึ้นต่อสู้ในรอบที่ 4 โดยรอบแรกนั้นเป็หญิงสาวทั้งสองคนที่ลักษณะต่างกันสุดขั้ว
เมื่อทั้งสองขึ้นสู่เวทีกรรมการก็ประกาศเริ่มต่อสู้ทันทีการต่อสู้รอบสุดท้ายนั้นไม่มีกฎแต่อย่างใดสามารถทำได้ทุกอย่าง กลอุบาย อาวุธกระทั่งสังหารก็ทำได้เช่นกัน!
สตรีผู้เ็านั้นนางใช้กระบี่เป็อาวุธส่วนสตรีผู้เย้ายวนใช้แส้เป็อาวุธทั้งสองอยู่ในระดับก่อตั้งจิตขั้นกลางเช่นเดียวกัน การต่อสู้เป็ไปอย่างสูสีจนกระทั่ง่สุดท้ายผู้คนก็ตกตะลึงเพราะหนึ่งในทั้งสองใช้ออกด้วยกระบวนท่ากระบี่พิรุณ ซึ่งเป็หนึ่งในวิชาประจำตระกูลชีซึ่งเป็ตระกูลขุนนางระดับสูงของเมืองหลวง และสุดท้ายการต่อสู้ก็จบลงด้วยชัยชนะของนาง
หยางอี้ชมการประลองอย่างสนใจ มันเป็เวลานานมากแล้วที่เขามิได้มีโอกาสได้รับชมการต่อสู้เช่นนี้รอบที่สองเป็ชายชราและชายวัยกลางคนที่ขึ้นสู่เวทีเสียงเชียร์ดังสนั่นไปทั่วทั้งหอเดิมพัน หยางอี้พึ่งตระหนักได้จากผู้คนที่พูดคุยกันว่าชายชรานั้นเป็คนดังของหอเดิมพันแห่งนี้ ด้วยสถิติการเป็ผู้ชนะมากว่า 50 ครั้งและพ่ายแพ้เพียง 3 ครั้งเท่านั้นและ 3 ครั้งที่พ่ายแพ้นั้นเพราะว่ามีสุดยอดอัจฉริยะของเมืองหลวงเข้าร่วมการประลองด้วย
“ าุโชู สู้ๆ ”
“ ตาแก่ชูจัดการมัน ”
เสียงเชียร์เป็ไปอย่างคึกคักทำให้อีกฝ่ายนั้นโมโหไม่น้อยเพราะั้แ่ขึ้นมามีแต่เสียงเชียร์ของฝ่ายชายชราการต่อสู้ดำเนินไปเพียงไม่นานก็จบลงตามที่คาดไว้เป็ชายชราชูเอาชนะได้อย่างง่ายดาย หยางอี้ที่ลอบสำรวจพลังปราณของชายชราพบว่าอยู่ในระดับก่อตั้งจิตขั้นปลายแล้วอีกเพียงเล็กน้อยจะสามารถตัดผ่านไปยังระดับปฐีได้!
รอบที่สามเป็บุรุษหนุ่มกับชายวัยกลางคนร่างโตเมื่อก้าวขึ้นเวทีฝ่ายบุรุษหนุ่มเต็มไปด้วยเสียงโห่ร้องชื่นชมเช่นกัน มันคือ จุยสงหลานชายของ จุยฮวางผู้ดำรงตำแหน่งอำมาตฝ่ายซ้ายของราชวงศ์!จุยสงนับเป็อัจฉริยะของเมืองหลวงซึ่งตำแหน่งของมันคือ อันดับที่ 17 ของรุ่นเยาว์ผู้ก้าวถึงระดับก่อตั้งจิตขั้นสูงด้วยอายุเพียง19 ปี!
เมื่อเริ่มการประลองเพียงชั่วครู่เท่านั้น จุยสงใช้เพียงมือเปล่าในการซัดฝ่ายตรงข้ามกระเด็นล่วงเวทีประลองอย่างงดงามเรียกเสียงโห่ร้องก้องไปทั้งหอเดิมพันมันหันมามองหยางอี้ด้วยสายตาเย้ยหยันเหมือนการบอกให้รู้ว่าหยางอี้มิอาจเทียบเคียงกับมันได้
หยางอี้เพียงถอนหายใจและมิได้สนใจมันก่อนจะลุกขึ้นเดินขึ้นเวทีประลองในจังหวะที่เดินสวนกันจุยสงก็พูดขึ้น
“เ้าหนูรีบยอมแพ้ซะ...หากเ้ามาเจอข้าแน่นอนข้าจะไม่ปราณีเ้า! ”
หยางอี้หรี่ตามองไปยังจุยสงอย่างสับสน เ้านี่มันเป็บ้าอะไร?ข้ากับมันยังไม่รู้จักกันเสียด้วยซ้ำเหตุใดจึงมาหาเื่ข้า? อย่างไรก็ตามหยางอี้ก็ตอบกลับไปเสียงเย็นเยียบหากใครมาหาเื่ตัวเขาย่อมมิอยู่เฉยให้ถูกรังแกแน่นอน!
“ ข้าก็จะไม่ปราณีเช่นกัน!”