ในมิติวงกตที่ซ้อนทับกันเป็ชั้น ๆ ประกายเมล็ดดาวสีม่วงในจิติญญาของจวินเหรินยังคงส่องสว่างอย่างมั่นคง แม้ร่างกายภายนอกจะยังอ่อนล้าจากการต่อสู้ในห้วงจิต แต่พลังวิถีเทวะนิรันดร์ขั้นแรกได้ไหลเวียนเข้ากับทุกส่วนของร่างกายแล้ว ทำให้เขารู้สึกถึงความสดชื่นที่ค่อย ๆ ฟื้นกลับมา
จวินเหรินยืนนิ่ง มองตามหลังหยวนหลิงที่นางหัวเราะคิกคักแล้วะโหายเข้าไปในชั้นมิติข้าง ๆ ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเพลิงนิรันดร์ที่ยังลอยคลุ้งในอากาศ
เขายกมือขึ้นแตะหน้าอกอีกครั้ง ััถึงพลังของหยกัฟ้าคืนชีพที่ไหลเวียนอย่างเงียบงัน หลังจากได้รับคำอธิบายจากหลิงหว่านเซียน เขาเข้าใจแล้วว่าสมบัติชิ้นนี้มิใช่เพียงเครื่องมือ แต่เป็ส่วนหนึ่งของชะตากรรมที่ผูกมัดเขากับห้วงจักรวาล
'ข้าจะใช้เ้าให้เป็ประโยชน์... มิใช่ให้เ้าควบคุมข้า' จวินเหรินคิดในใจ ก่อนจะหันไปมองรอบตัว มิติวงกตยังคงว่างเปล่าและเงียบสงัด มีเพียงแสงจาง ๆ จากประกายดาวที่ลอยวนเป็พื้นหลัง
แต่แล้ว เสียงฝีเท้าเบาราวใบไม้ร่วงดังขึ้นจากด้านข้าง
ชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง ผิวขาวซีดราวหิมะ ผมยาวสีเงินสลวยถึงเอว สวมเสื้อคลุมสีเทาเข้มปักลายดวงจันทร์เสี้ยว เดินเข้ามาช้า ๆ ใบหน้าหล่อเหลาราวเทพบุตร แต่ดวงตาคู่นั้นว่างเปล่าและเ็าจนทำให้คนมองรู้สึกหนาวสะท้าน
หลานอวิ๋นหยุดยืนตรงหน้าจวินเหริน ห่างออกไปสามจั้ง ดวงตาว่างเปล่ากวาดมองร่างกายของเขา
"เ้า... คือจวินเหริน ศิษย์คนใหม่ของท่านอาจารย์ใช่หรือไม่?"
จวินเหรินขมวดคิ้วเล็กน้อย ััได้ถึงพลังที่แผ่ออกมาจากร่างกายของอีกฝ่าย มันสงบนิ่งแต่ลึกซึ้งราวห้วงน้ำที่ไร้ก้นบึ้ง
"ใช่แล้ว... แล้วท่านคือผู้ใด?"
หลานอวิ๋นยิ้มมุมปากบาง ๆ แต่รอยยิ้มนั้นมิได้ถึงดวงตา
"ข้าชื่อหลานอวิ๋น ศิษย์คนแรกของท่านอาจารย์หลิงหว่านเซียน ข้าได้ยินมาว่าเ้าเพิ่งทะลวงขั้นแรกได้สำเร็จ... ข้าอยากเห็นฝีมือของเ้าสักหน่อย"
จวินเหรินตัวแข็งทื่อเล็กน้อย เขารู้ดีว่าตนเองเพิ่งทะลวงขั้นแรก พลังยังไม่มั่นคงนัก แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ง่าย ๆ
"ท่าน... อยากทดสอบฝีมือข้า?"
หลานอวิ๋นพยักหน้า ยกมือขึ้นช้า ๆ พลังสีเงินอมเทาแผ่ออกมาเป็เกลียวบาง ๆ ลอยวนรอบตัวเขา
"เพียงสามกระบวนท่า... เพื่อดูว่าเ้ามีคุณสมบัติพอที่จะเป็ศิษย์ของท่านอาจารย์หรือไม่"
ในใจของหลานอวิ๋น ความริษยาที่มีต่อหยกัฟ้าคืนชีพแผ่ซ่าน แต่เขาซ่อนมันไว้อย่างแเี ใบหน้าที่หล่อเหลายังคงสงบนิ่งราวน้ำนิ่ง
จวินเหรินสูดลมหายใจเข้าลึก รู้ดีว่าพลังของอีกฝ่ายเหนือกว่าตนเองมาก แต่ก็ไม่อาจถอยได้ เขายกมือขึ้น พลังวิถีเทวะนิรันดร์ขั้นแรกแผ่ออกมาเป็ประกายสีม่วงอ่อน
"ได้... ข้ายอมรับคำท้า"
หลานอวิ๋นไม่รอช้า ก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว พลังสีเงินอมเทาพุ่งทะยานออกมาเป็รูปดวงจันทร์เสี้ยวขนาดั์ หมุนวนราวจักรกลจักรวาลที่บดขยี้ทุกสรรพสิ่ง
'กระบวนท่าแรก จันทรเสี้ยวพิฆาตดารา'
พลังนั้นแผ่กระจายออกไปกว้างใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่รอบตัวจวินเหรินราวกับจะกลืนกินเขาเข้าไปทั้งร่าง
จวินเหรินไม่ยืนนิ่ง เขาหมุนตัวหลบอย่างรวดเร็ว ใช้เล่ห์กลที่เคยฝึกมาในอดีต ทำท่าจะพุ่งเข้าใส่ตรง ๆ แต่กลับเปลี่ยนทิศทางกะทันหัน ยกมือซ้ายขึ้นสร้างเกราะประกายสีม่วง ขณะที่มือขวาเรียก ‘ดาราจักรวาลพิฆาต’ ออกมา
ดาบยาวสีเงินอมฟ้าปรากฏในมือ ลายดวงดาวและกลุ่มดาวหมุนวนรอบตัวดาบ ปลายดาบมีแสงพุ่งออกเป็รูปจักรวาลขนาดย่อส่วน
"รับนี่ไป!"
เขาฟันดาบออกไป พลังดาราจักรวาลพิฆาตแผ่กระจายเป็วงกว้าง กลุ่มดาวนับล้านหมุนวนปะทะกับดวงจันทร์เสี้ยวของหลานอวิ๋น
เสียงะเิดังสนั่นราวฟ้าผ่า มิติวงกตสั่นะเืเล็กน้อย พลังทั้งสองปะทะกันอย่างดุเดือด ประกายแสงสีม่วงและสีเงินอมเทาแผ่กระจายออกไปทุกทิศทาง
หลานอวิ๋นยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าพลังของจวินเหรินเหนือกว่าที่คาด แต่เขาก็เดาทิศทางการหลบและโจมตีของจวินเหรินได้ล่วงหน้า ดวงจันทร์เสี้ยวของเขาหมุนวนรับดาบของจวินเหรินไว้ได้อย่างแเี
‘กระบวนท่าที่สอง จันทราไร้ขอบเขต’
หลานอวิ๋นสะบัดแขนเสื้อ พลังสีเงินอมเทาแผ่ออกมาเป็รูปวงกลมไร้ขอบเขต ราวกับจักรวาลที่ขยายตัวไม่สิ้นสุด มันดูดกลืนพลังดาราจักรวาลพิฆาตของจวินเหรินเข้าไปช้า ๆ ทำให้ดาบในมือของเขาสั่นะเื
จวินเหรินกัดฟัน ใช้เล่ห์กลอีกครั้ง เขาแสร้งทำท่าจะถอยหลัง แต่กลับพุ่งเข้าใกล้หลานอวิ๋นอย่างรวดเร็ว ยกดาบฟันเฉียงลงไปที่ไหล่ขวาของอีกฝ่าย
แต่หลานอวิ๋นเหมือนจะรู้ทัน เขาหมุนตัวหลบได้อย่างง่ายดาย แล้วสวนกลับด้วยฝ่ามือที่แผ่พลังจันทราไร้ขอบเขต กระแทกเข้ากลางอกจวินเหรินอย่างจัง
'อึก!'
จวินเหรินกระเด็นถอยหลังไปสามจั้ง เืซึมที่มุมปาก แต่พลังวิถีเทวะนิรันดร์และหยกัฟ้าคืนชีพช่วยยึดร่างกายไว้ไม่ให้าเ็หนัก
เขาลุกขึ้นยืน ดวงตาคมกริบฉายแววมุ่งมั่น
"กระบวนท่าที่สาม... ข้าจะไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ"
หลานอวิ๋นหัวเราะเบา ๆ แต่เสียงหัวเราะนั้นเ็าราวน้ำแข็ง
"ดี... มาดูกันว่าเ้าจะทำอะไรได้บ้าง"
เขาไม่รอให้จวินเหรินลงมือก่อน พุ่งเข้าใส่ด้วยกระบวนท่า ‘จันทราแตกสลาย’ พลังสีเงินอมเทาแตกกระจายออกเป็เสี้ยวดวงจันทรานับพัน พุ่งทะลุทะลวงราวฝนดาวตกที่ปกคลุมพื้นที่ทั้งหมด
จวินเหรินรู้ดีว่าหลบไม่ได้หมด เขาใช้ ‘ดาราจักรวาลพิฆาต’ หมุนวนรอบตัว สร้างเกราะกลุ่มดาวที่หมุนวนรับเสี้ยวจันทราเ่าั้ แต่พลังของหลานอวิ๋นเหนือกว่ามาก เกราะเริ่มร้าวราน จวินเหรินรู้สึกถึงแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามา
เขากัดฟัน ใช้เล่ห์กลสุดท้าย แสร้งทำท่าว่าจะยอมรับพลังตรง ๆ แต่กลับใช้พลังวิถีเทวะนิรันดร์สร้างภาพลวงตาของตัวเอง แล้วตัวจริงหลบออกไปด้านข้าง ฟันดาบสวนกลับเข้าใส่หลังของหลานอวิ๋น
แต่หลานอวิ๋นเหมือนจะเดาได้ล่วงหน้า เขาหันตัวกลับมาทันที ยกฝ่ามือซัดพลังจันทราแตกสลายเข้าใส่จวินเหรินอย่างเต็มกำลัง
เสียงะเิดังกึกก้อง มิติวงกตสั่นะเืรุนแรง ประกายแสงสีม่วงและสีเงินอมเทาแผ่กระจายออกไปไกลหลายสิบจั้ง พื้นอวกาศรอบ ๆ เริ่มบิดเบี้ยวราวกับจะแตกสลาย
จวินเหรินกระเด็นกระแทกพื้นมิติ เืพุ่งกระจายจากปาก ร่างกายสั่นเทิ้ม แต่พลังหยกัฟ้าคืนชีพช่วยฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว
หลานอวิ๋นยืนนิ่ง พลังสีเงินอมเทายังคงลอยวนรอบตัว เขาไม่ได้าเ็แม้แต่น้อย แต่สีหน้ากลับฉายแววไม่พอใจ
"สามกระบวนท่า... แต่เ้าทำให้ข้าต้องใช้พลังมากกว่าที่คิด ดูท่าหยกัฟ้าคืนชีพจะช่วยเ้าได้มากจริง ๆ"
จวินเหรินลุกขึ้นยืนช้า ๆ หอบหายใจหนัก แต่ดวงตายังคงมุ่งมั่น
"ท่าน... แข็งแกร่งยิ่งนัก ข้ายอมรับ"
แต่หลานอวิ๋นไม่ฟัง เขายกมือขึ้น พลังจันทราไร้ขอบเขตแผ่ออกมาอีกครั้ง ราวกับจะไม่หยุดเพียงสามกระบวนท่า
"ข้าจะเห็นให้ชัด... ว่าหยกชิ้นนั้นมีพลังมากเพียงใด!"
พลังสีเงินอมเทาพุ่งทะยานออกมาเป็คลื่นั์ ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด ราวกับจะกลืนกินจวินเหรินเข้าไปทั้งร่าง การทดสอบฝีมือเลยเถิดกลายเป็การต่อสู้ที่แทบจะฆ่ากันตาย
จวินเหรินยกดาบขึ้นรับ พลังดาราจักรวาลพิฆาตแผ่กระจายออกไปเป็จักรวาลขนาดย่อส่วน ปะทะกับคลื่นจันทราไร้ขอบเขตอย่างรุนแรง
เสียงะเิดังสนั่นต่อเนื่อง มิติวงกตสั่นะเืรุนแรงยิ่งขึ้น ชั้นมิติบางชั้นเริ่มร้าวราน ประกายแสงทั้งสองสีแผ่กระจายออกไปไกลนับร้อยจั้ง ทำให้พื้นอวกาศบิดเบี้ยวราวกับจะพังทลาย
หยวนหลิงที่ซ่อนตัวดูอยู่ใกล้ ๆ ตาโตด้วยความใ นางรีบยกคฑาขึ้น แต่ก่อนที่นางจะทำสิ่งใด เสียงคำรามดังกึกก้องราวฟ้าผ่าก็ดังขึ้นจาก้า
"หยุดเดี๋ยวนี้! เ้าทั้งสองคิดจะทำลายมิติวงกตของท่านเทวราชหรืออย่างไร!"
ร่างสูงใหญ่กำยำ ผิวสีทองแดงราวกับทองคำหลอม ผมสีแดงเพลิงสยายยาว กล้ามเนื้อบึกบึนราวูเา พุ่งลงมาจากชั้นมิติ้า เขาสวมเพียงกางเกงหนังสัตว์อสูรและผ้าคาดเอว สะพายขวานั์ที่ใหญ่กว่าตัวคนทั่วไป ขวานนั้นแผ่พลังเพลิงร้อนแรงราวูเาไฟปะทุ
หงส์เพลิงหยวน ผู้พิทักษ์ฝั่งตะวันออกของมิติแรกเริ่มแห่งห้วงนิรันดร์ ยืนกั้นระหว่างจวินเหรินและหลานอวิ๋น ขวานั์ในมือสั่นะเื พลังเพลิงหยวนแผ่ออกมาปกคลุมพื้นที่ทั้งหมด ดับคลื่นพลังทั้งสองลงทันที
หลานอวิ๋นขมวดคิ้ว สีหน้าเ็าแต่ลดมือลง
"เพลิงหยวน... เ้ามาแทรกแซงอันใดกัน? นี่เป็เพียงการทดสอบฝีมือระหว่างศิษย์เท่านั้น"
หงส์เพลิงหยวนหัวเราะก้อง เสียงดังราวฟ้าร้อง กล้ามเนื้อบึกบึนสั่นไหวตามจังหวะหัวเราะ
"ทดสอบฝีมืออะไรกัน! เ้าทั้งสองเกือบทำลายมิติวงกตไปแล้ว! ถ้าท่านเทวราชรู้เข้า เ้าจะถูกลงโทษหนักแน่ หลานอวิ๋น!"
จวินเหรินหอบหายใจ มองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาประหลาดใจ พลังที่แผ่ออกมานั้นร้อนแรงและบ้าคลั่ง แต่แฝงไว้ด้วยความยุติธรรม
หงส์เพลิงหยวนหันมองจวินเหริน ยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว
"เ้าหนู เ้าไม่เป็ไรใช่ไหม? พี่ชายคนนี้เห็นเ้าต่อสู้ได้ดีนัก! แต่ถ้าจะสู้กันจริง ๆ ต้องมาสู้กับข้าเสียก่อน! ฮ่า ฮ่า ฮ่า!"
หยวนหลิงะโออกมาจากที่ซ่อน วิ่งเข้าไปกอดขาหงส์เพลิงหยวน
"ท่านพี่! เ้ามาช้าไปหน่อยนะ! แต่ขอบคุณที่มาห้ามพวกเขา!"
หงส์เพลิงหยวนลูบหัวน้องสาวเบา ๆ แต่ด้วยความบ้าบิ่นของเขา การลูบนั้นเกือบทำให้นางเซ
"หลิงเอ๋อร์! เ้าอยู่ที่นี่ด้วยหรือ? ดีแล้ว หลังจากนี้เรามาร่ำสุราด้วยกันดีกว่า! ข้ามีสุราเพลิงหยวนชั้นดีจากห้วงนิรันดร์มาด้วย!"
หลานอวิ๋นถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะหันหลังจากไป ร่างเลือนหายเข้าไปในชั้นมิติ
"ครั้งนี้... ข้าจะยอมหยุด แต่ครั้งหน้า... ข้าจะเห็นให้ชัดว่าเ้าหนูผู้นี้มีดีอะไร"
จวินเหรินยืนนิ่ง มองตามหลังหลานอวิ๋นไป ดวงตาฉายแววครุ่นคิด
หงส์เพลิงหยวนตบไหล่จวินเหรินเบา ๆ แต่ด้วยพลังของเขา มันเกือบทำให้น้องชายใหม่เซ
"อย่าสนใจมันเลย เ้าหนู! มาร่วมดื่มสุรากับข้าเถิด! หลังต่อสู้อะไรจะดีไปกว่าสุราอีกเล่า! ฮ่า ฮ่า!"
หยวนหลิงหัวเราะคิกคัก ดึงแขนจวินเหริน
"พี่จวินเหริน มาด้วยกันสิ! พี่ชายเพลิงหยวนของข้าดื่มสุราเก่งนัก แต่ข้าจะไม่ให้เ้าดื่มมากหรอก!"
จวินเหรินยิ้มบาง ๆ รู้สึกถึงความอบอุ่นที่แปลกประหลาดจากพี่น้องคู่นี้
แต่ในใจ เขายังคงครุ่นคิดถึงการประลองเมื่อครู่ และความริษยาที่ซ่อนอยู่ในดวงตาว่างเปล่าของหลานอวิ๋น