สั่งสอน
ภายในห้องรับแขกของคฤหาสน์ตระกูลเย่ ชายหนุ่มอายุสิบเจ็ดปีคนหนึ่งกำลังนั่งรออยู่ในห้องรับแขก ชายหนุ่มคนนี้ย่อมเป็นเย่กู่เฉิง จะพูดไปแล้ว เขาก็มีใบหน้าค่อนข้างเหมือนกับเย่กู่เฉินไม่น้อยเลย
เย่กู่เฉิงแน่นอนว่าไม่ได้นั่งอยู่คนเดียว ข้างเขายังมีชายวัยกลางคนรูปร่างอ้วนพุงโต หัวล้านนั่งอยู่ด้วย เขามีชื่อว่าตู่ฉง เป็นผู้ช่วยที่เย่กู่เฉิงไว้ใจมากที่สุด
“นายน้อย เย่กู่เฉินมาแล้ว” ตู่ฉงพลันเห็นเย่กู่เฉินเดินเข้ามา เขารีบกระซิบบอกเย่กู่เฉิงอยากรวดเร็ว
จากการที่เขาไม่เรียกเย่กู่เฉินว่านายน้อย เป็นที่แน่นอนว่าเขาไม่ให้ค่าหรือราคาใดๆ ต่อเย่กู่เฉินเลย
ถ้าจะให้เขาพูดตามตรง เย่กู่เฉินในสายตาของเขานั้น ไม่ต่างจากขยะไร้ค่าเลย
เย่กู่เฉิงมองไป เห็นพี่ชายของตัวเองก้าวเดินเข้ามานั่งลงที่โซฟาฝั่งตรงข้ามอย่างสงบ
“กู่เฉิง มีธุระอะไรกับฉัน?” เย่กู่เฉินถามเย่กู่เฉิงด้วยเสียงราบเรียบ กับน้องชายคนนี้ตามผลงานนิยายต้นฉบับและในความทรงจำของเขาที่ได้รับมาจากเย่กู่เฉินคนก่อน เย่กู่เฉินไม่ได้สนิทด้วยและความสัมพันธ์ก็ธรรมดามาก แทบจะไม่พูดคุยกัน ราวกับเป็นคนแปลกหน้าต่อกันด้วยซ้ำ
“จะขอพูดตรงๆ เลยแล้วกัน มอบตำแหน่งผู้สืบทอดตระกูลให้ฉัน!” เย่กู่เฉิงใช้สายตาของผู้ที่เหนือกว่ามองเย่กู่เฉิน ขณะที่ส่งสายตาให้ตู่ฉง
ตู่ฉงเข้าใจ รีบหยิบเอกสารพร้อมปากกาออกมาวางไว้บนโต๊ะตรงหน้า เขาไม่ลืมที่จะพูดกับเย่กู่เฉินอย่างเย็นชา “เซ็นซะ! ขยะอย่างแกไม่คู่ควรกับตำแหน่งผู้สืบทอดตระกูลเย่เลยสักนิด นายน้อยกู่เฉิงต่างหากที่คู่ควร!”
กับคำพูดนี้ของตู่ฉง เย่กู่เฉิงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ เขารู้สึกว่าเขาเลือกคนไม่ผิด ผู้ช่วยคนนี้มีความสามารถมาก สามารถไว้วางใจได้ทุกอย่าง
ได้ยินคำพูดที่น่ารังเกียจของตู่ฉง คิ้วของเย่กู่เฉินก็ขมวด เขาคิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะกล้ามากขนาดนี้ แม้แต่นายน้อยใหญ่ตระกูลเย่ หนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ของปักกิ่งยังกล้าด่าว่าขยะ
แต่เขาก็พอเข้าใจได้ว่าทำไม ตู่ฉงถึงได้กล้ามากขนาดนี้ ย่อมเป็นเพราะว่าอีกฝ่ายคิดว่ามีเย่กู่เฉิงหนุนอยู่ เขาจะไม่กล้าทำอะไร
ในผลงานนิยายต้นฉบับดูเหมือนว่าเย่กู่เฉินจะกลัวเย่กู่เฉิงอยู่เล็กน้อย จึงไม่ได้ทำอะไรตู่ฉง
แต่น่าเสียดายที่เขาไม่ใช่เย่กู่เฉินคนนั้น เขายิ้มออกมาอย่างเย็นชา ร้องตะโกนขึ้น “หน่วยรักษาความปลอดภัย!”
ไม่ถึงหนึ่งนาที ชายชุดสูทสีดำห้าคนก็รีบวิ่งเข้ามา ในมือแต่ละคนล้วนถือปืนสั้น พวกเขาทั้งห้าล้วนเป็นหน่วยรักษาความปลอดภัยชั้นยอด ที่ตระกูลเย่จ้างมาด้วยราคาอันแพงหูฉี่
เย่กู่เฉิงกับตู่ฉงตกใจที่อยู่ๆ เย่กู่เฉินก็ตะโกนเรียกให้หน่วยรักษาความปลอดภัยเข้ามา
“นายน้อยใหญ่ นายน้อยเล็ก เกิดอะไรขึ้น?” หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยถาม เขามีชื่อว่าจงเห่อ
เย่กู่เฉินมองจงเห่อ ก่อนชี้นิ้วไปที่ตู่ฉง “ไอ้อ้วนนี่กล้าด่าว่าฉันเป็นขยะ พวกคุณลากมันออกไปหักแขนหักขาให้ฉัน!”
พวกจงเห่อห้าคนตกใจคิดไม่ถึงว่าจะมีคนกินดีหมีหัวใจเสือเข้าไป กล้ามาด่านายน้อยใหญ่ของตระกูลเย่ว่าขยะถึงภายในคฤหาสน์ นี่มันลูบคมกันชัดๆ สีหน้าของพวกเขาเคร่งขรึมลง
จงเห่อใช้สองนี้ตวัดไปข้างหน้า คนสองคนรีบเข้าไปหาตู่ฉงอย่างเร็ว
“กะ...แก!” ตู่ฉงตกใจจนใบหน้าซีดขาวไป เขามองเย่กู่เฉินอย่างไม่อยากจะเชื่อ เย่กู่เฉินกล้าสั่งให้คนทำร้ายตัวเองจริงๆ
ต้องรู้ก่อนนะว่าเขามองคนเป็น รู้ว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าเย่กู่เฉิง เย่กู่เฉินจะรู้สึกกลัวอยู่เล็กน้อย แม้จะถูกด่าว่าอะไรก็เลือกที่จะเงียบ ไม่ตอบโต้ แต่ทำไมครั้งนี้เป็นแบบนี้
“หยุด! ใครกล้าพาคนของฉันไป!” ก่อนที่หน่วยรักษาความปลอดภัยสองคนจะเข้าจับตัวตู่ฉง เย่กู่เฉิงก็ตบโต๊ะตรงหน้า ตวาดออกมาเสียงกร้าว
หน่วยรักษาความปลอดภัยสองคนหยุดลง พร้อมกันนั้น พวกเขาก็มองไปที่จงเห่อ
จงเห่อโบกมือ “พาตัวไป!”
เขาไม่สนใจเสียงตวาดของเย่กู่เฉิงเลยสักนิด คนที่สั่งเขาคือผู้สืบทอดตระกูลในอนาคต ทำไมเขาต้องฟังนายน้อยคนเล็ก ที่ไม่ได้เป็นผู้สืบทอดตระกูลด้วย
หน่วยรักษาความปลอดภัยทั้งสองคนไม่ลังเล พวกเขาเข้าจับตัวตู่ฉงและลากออกไปในทันที
“นายน้อยช่วยผมด้วย!” ตู่ฉงพยายามดิ้นรน แหกปากร้องขอความช่วยเหลือเต็มที่ แต่แรงเขาจะสู้คนของหน่วยรักษาความปลอดภัยสองคนได้ยังไง
สีหน้าของเย่กู่เฉิงบิดเบี้ยวและย่ำแย่ยิ่ง เขามองจงเห่อราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ “แกไม่ได้ยินที่ฉันพูด? ฉันบอกให้หยุด!”
จงเห่อส่ายหน้าไปมา “ขอโทษด้วยนายน้อยเล็ก นี่เป็นคำสั่งของนายน้อยใหญ่ ผู้สืบทอดตระกูลในอนาคต ผมไม่สามารถขัดได้”
จงเห่อพูดขอโทษ ก่อนที่จะหมุนตัวพาคนของเขาออกไป
ตู่ฉงที่ถูกลากออกไปในเวลานี้ เต็มไปด้วยความสิ้นหวังและเสียใจอย่างสุดซึ้ง หากเขารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ เขาจะไม่มีทางพูดแบบนั้นกับเย่กู่เฉินแน่นอน การพูดแบบนั้นมันนำพามาซึ่งหายนะ แม้แต่ตัวของเย่กู่เฉิงก็ช่วยเขาไม่ได้
แต่มาคิดได้ตอนนี้ มันก็สายไปแล้ว ในโลกนี้ไม่มียาสำหรับความเสียใจ หรือว่ามีประตูให้ย้อนเวลา สิ่งที่พอจะทำได้ มีแต่ต้องยอมรับความเป็นจริง ในสิ่งที่ตัวเองทำเท่านั้น!
“คิดจะเลี้ยงสุนัข ก็เลือกพันธุ์ดีๆ หน่อย” เย่กู่เฉินมองเย่กู่เฉิงอย่างเรียบเฉย ในเมื่อไม่เห็นเขาอยู่ในสายตา เขาก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเห็นอีกฝ่ายอยู่ในสายตาเช่นเดียวกัน ไหนๆ เขาก็เป็นตัวร้ายอยู่แล้ว ต้องเล่นให้มันสมบทบาทหน่อย
“แก!” เย่กู่เฉิงโกรธมาก หากว่าการมองของเขาฆ่าคนได้ เกรงว่าเย่กู่เฉินจะถูกฆ่าตายไปนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว
“แกรอก่อน ฉันจะบอกพ่อเรื่องนี้!” แม้จะมีความโกรธมาก แต่เย่กู่เฉิงก็ไม่กล้าลงไม้ลงมือกับเย่กู่เฉิน เหตุผลก็ไม่ได้มีอะไรมาก เพราะเขากลัวเย่กู่เฉินตอบโต้ และกลัวว่าใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาจะเสียโฉม
“เชิญ” เย่กู่เฉินนั่งกระดิกขาอย่างไม่ใส่ใจ
เย่กู่เฉิงฮึดฮัด กำสองมือแน่นเดินออกจากห้องไป
เย่กู่เฉินยิ้ม แม้ว่าเขาจะทำให้เหตุการณ์ต่างออกไปจากต้นฉบับอยู่บ้าง แต่เย่กู่เฉิงต้องถูกเย่ฉูเหวินลงโทษอย่างแน่นอน
ผ่านไปไม่ถึง สิบนาที เย่ฉูเหวิน ซึ่งเป็นชายวัยกลางคนใบหน้าคมคายก็เดินเข้ามาภายในห้องรับแขก พร้อมกับเย่กู่เฉิง
“เฉินเอ๋อร์ พ่อได้ยินว่าแกสั่งหน่วยความปลอดภัยให้หักแขนหักขาตู่ฉง ผู้ช่วยของเฉิงเอ๋อร์เหรอ?” เย่ฉูเหวินมองไปที่ลูกชายคนโต ถามออกมาพลางขมวดคิ้ว
เย่กู่เฉินพยักหน้า “ใช่ ผมสั่งเอง ถ้าพ่อจะถามหาเหตุผลก็มาดูเอาเอง” เย่กู่เฉินชี้นิ้วไปที่กระดาษเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะ
เย่ฉูเหวินขมวดคิ้วแน่นขึ้น เดินเข้าไปหยิบเอกสารขึ้นมาอ่านดู
ทางด้านเย่กู่เฉิงยิ้มเยาะให้กับเย่กู่เฉิน เขาเชื่อว่าพ่อของเขาจะต้องเข้าข้างเขาอย่างแน่นอน เนื่องจากเขาเป็นอัจฉริยะ มีความสามารถมากกว่าเย่กู่เฉินเป็นไหนๆ
แต่น่าเสียดายที่เขาคิดผิด ใบหน้าของเย่ฉูเหวินพลันปรากฏความโกรธ หลังจากที่เขาได้อ่านเอกสาร เขาฉีกมันทิ้งในทันที จากนั้นเดินเข้าหาเย่กู่เฉิง ยื่นฝ่ามือออกตบไปที่ใบหน้าของเย่กู่เฉิงอย่างรุนแรง จนใบหน้าของเย่กู่เฉิงสะบัดไปด้านข้าง!
จบบทที่ 4