บทที่ 22 เปิดร้านแล้ว
ซ่งเส้าเส้ามองผู้คนที่เดินผ่านไปมาตามท้องถนน ทว่าไม่มีใครหยุดหน้าร้านของนางเลยแม้แต่คนเดียว แต่ละคนก็แค่มองผ่านๆเท่านั้น ทำให้นางเริ่มร้อนใจ จึงลองะโขายของแต่ก็ยังไม่ค่อยกล้าเต็มที่
"ขายตันปิ่งผักป่าเ้าค่ะ ตันปิ่งผักป่าอร่อย สด สะอาดเ้าค่ะ" ซ่งเส้าเส้าะโเบาๆ
"แม่ค้าท่านนี้ ข้าว่าเสียงของเ้าคงมีแต่ยุงเท่านั้นที่ได้ยิน และต่อให้ยุงได้ยิน มันก็ให้เงินเ้าไม่ได้อยู่ดี"
ซ่งเส้าเส้ามองไปตามเสียง ก็พบว่าคนที่พูดมิใช่ใครอื่น คือลู่จินโม่นั่นเอง
"หมอยาตัวน้อย เมื่อวานข้านึกว่าท่านล้อเล่น นี่ท่านมาจริงๆหรือ" ซ่งเส้าเส้าถามด้วยน้ำเสียงไม่อยากจะเชื่อ
"จะล้อเล่นได้อย่างไร ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าจะมาหาเ้า"
นี่บ่งบอกได้ว่านางตั้งใจเป็สหายกับเส้าเส้าอย่างแท้จริง!
"เ้าขายอะไรหรือ"
ลู่จินโม่พูดพลางเดินไปที่ตะกร้าของซ่งเส้าเส้า ซ่งเส้าเส้ารีบเปิดผ้าขาวออก
"ตันปิ่งผักป่าเ้าค่ะ"
"ตันปิ่งผักป่าหรือ?"
ซ่งเส้าเส้าพยักหน้าอย่างภาคภูมิใจ
"ส่วนผสมของมัน ... ผักป่านี่ข้ารู้จัก ไข่ไก่ข้าก็รู้จัก แต่ตันปิ่งผักป่านี่คืออะไรหรือ"
ซ่งเส้าเส้ายิ้มออกมา เ้าไม่รู้จักก็ไม่แปลกหรอก เพราะนี่มันอาหารจากศตวรรษที่ 21
"ตันปิ่งผักป่าก็คืออาหารที่ทำจากผักป่า ไข่ไก่ และแป้งสาลีเ้าค่ะ"
"แล้วมัน...อร่อยไหม" ลู่จินโม่ถามอย่างลังเล
"ท่านลองชิมดูสิเ้าคะ"
ซ่งเส้าเส้าพูดพลางหยิบตันปิ่งผักป่าชิ้นหนึ่งให้ลู่จินโม่
ลู่จินโม่ไม่เื่มาก รับมาแล้วก็กินทันที
"เป็อย่างไรบ้างเ้าคะ" ซ่งเส้าเส้าถามด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวัง
"เ้านี่เก่งจริงๆ ตัดชุดก็เป็ ทำอาหารจากผักป่าก็อร่อย..."
ลู่จินโม่ชมไม่หยุดหลังจากที่กินตันปิ่งผักป่าชิ้นเล็กๆ
ซ่งเส้าเส้ายิ้มออกมา "ถ้าอร่อยก็กินเยอะๆนะเ้าคะ"
"แค่นี้ไม่พออยู่แล้ว และข้าจะซื้อกลับไปให้พี่ชายกินด้วย"
ลู่จินโม่กำลังจะไปส่งอาหารเช้าให้ลู่เฉินโม่ที่กรมการทหารองครักษ์พอดี อีกฝ่ายไม่ได้กลับบ้านทั้งคืนจึงซื้อตันปิ่งผักป่าไปสามแผ่น
"ช่างตัดเสื้อตัวน้อย แผ่นละเท่าไหร่หรือ"
ซ่งเส้าเส้าได้ยินคำถามก็ตบหัวตัวเองเบาๆ แย่แล้ว มัวแต่คิดว่าจะเรียกลูกค้าอย่างไรจนลืมตั้งราคาไปเลย
"เื่นั้น..."
"เ้ายังไม่ได้ตั้งราคาสินะ"
ซ่งเส้าเส้ายิ้มอย่างกระอักกระอ่วน
"เช่นนั้นครึ่งแผ่นสองตำลึงเงินเป็อย่างไรเ้าคะ"
"แผ่นใหญ่ขนาดนี้เ้าขายแค่สี่ตำลึงเงินหรือ!"
ลู่จินโม่ใ เพราะนางไม่เคยเห็นอาหารราคาถูกขนาดนี้มาก่อน
"ราคาถูกคนถึงจะซื้อเยอะเ้าค่ะ อีกอย่างข้าเพิ่งจะเริ่มขาย ไม่สามารถตั้งราคาสูงเกินไป ประเดี๋ยวลูกค้าจะใเอาเ้าค่ะ"
ที่พูดมาก็มีเหตุผล ลู่จินโม่พยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของซ่งเส้าเส้า
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ลู่จินโม่จากไป ร้านของซ่งเส้าเส้าก็ไม่มีลูกค้าอีกเลย นางตัดสินใจว่าด้านได้อายอด ไม่เคอะเขินอีกต่อไป หน้าตาไม่สำคัญเท่าเงิน!
ตันปิ่งผักป่ามากมายขนาดนี้ หากขายได้แค่สามแผ่น เช่นนั้นที่เหลือก็เสียเปล่าสิ ชั่วโมงยามนี้หาเงินคือประเด็นสำคัญที่สุดของนาง เื่อื่นล้วนเป็ประเด็นรอง
"ขายตันปิ่งผักป่าเ้าค่ะ ตันปิ่งผักป่าอร่อยสะอาดเ้าค่ะ" ซ่งเส้าเส้าะโเสียงดังกว่าในตอนแรกมาก
"ท่านลุง ท่านป้ามาดูทางนี้สิเ้าคะ ตันปิ่งผักป่าสดใหม่เ้าค่ะ"
"คุณชายท่านนั้น เชิญมาทางนี้สิเ้าคะ!"
"คุณหนูมาลองชิมดูได้เ้าคะ!"
"..."
ซ่งเส้าเส้าะโไม่หยุด แต่ก็ไม่มีใครมาซื้อ
เด็กสาวเริ่มร้อนใจ
"ทำไมถึงไม่มีใครมาซื้อเลยนะ"
ซ่งเส้าเส้ามองร้านแผงลอยข้างๆ แม้ว่าจะไม่มีลูกค้าเยอะ แต่ก็ยังขายได้ ส่วนร้านของนาง นอกจากลู่จินโม่ที่ซื้อไปสามแผ่นแล้ว ก็ไม่มีใครมาอีกเลย หรือว่าการค้าขาย แท้จริงแล้วขายดีหรือขายไม่ออกมันก็ขึ้นอยู่กับดวงกันนะ?
"เมื่อครู่เ้าบอกว่าเ้าขายอะไรนะ"
ซ่งเส้าเส้าที่กำลังคิดหาวิธีอยู่ จู่ๆก็มีชายคนหนึ่งสวมชุดสีน้ำเงินเข้มเดินมาหยุดที่หน้าร้านของนาง
ซ่งเส้าเส้าเห็นลูกค้าก็ยิ้มออกมาทันที "นี่เรียกว่าตันปิ่งผักป่าเ้าค่ะ"
"ตันปิ่งผักป่ารึ? ทำจากผักป่าแล้วมันจะอร่อยได้อย่างไร"
"อร่อยสิเ้าคะ ข้าไม่โกหกหรอก ท่านซื้อไปลองชิมสักชิ้นก่อนก็ได้เ้าค่ะ"
ซ่งเส้าเส้าพูดพลางเปิดผ้าขาวออก ข้างในมีตันปิ่งผักป่าสีเหลืองทองวางเรียงรายอย่างเป็ระเบียบ ส่งกลิ่นหอมโชยออกมา ทั้งรูปลักษณ์ กลิ่น และรสชาติครบเครื่อง
"หน้าตาก็ไม่เลว"
ซ่งเส้าเส้าได้ยินคำชมก็ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ
"เท่าไหร่หรือ"
"ไม่แพงเลยเ้าค่ะพี่ชาย ครึ่งแผ่นสองตำลึงเงินเ้าค่ะ"
"แผ่นใหญ่ขนาดนี้แค่สี่ตำลึงเงินรึ? งั้นเอาครึ่งแผ่นก่อนข้าจะลองชิม"
ซ่งเส้าเส้าค่อยๆห่อตันปิ่งผักป่าครึ่งแผ่นด้วยใบบัวที่เพิ่งเด็ดมาใหม่ๆอย่างระมัดระวัง แล้วยื่นให้ชายคนนั้น
ชายคนนั้นรับตันปิ่งผักป่ามา พิจารณาอย่างละเอียด แป้งสีเหลืองทอง มีสีเขียวอ่อนของผักป่าประดับอยู่ดูน่ากิน เขารีบกัดกินคำหนึ่ง แล้วก็ติดใจในรสชาติของตันปิ่งผักป่าทันที
"แป้งนุ่มละมุน ผักป่าก็ไม่ฝาดเลย ทั้งยังให้รสชาติที่สดชื่น ราคาแค่สองตำลึงเงินคุ้มค่ายิ่งกว่าซาลาเปาเยอะ ... เ้าห่อให้ข้าอีกสามแผ่น ข้าจะเอากลับไปกินที่บ้าน!"
เห็นไหมขายออกแล้ว!
"ว่าแต่ตันปิ่งผักป่าของเ้าเหตุใดถึงได้มีกลิ่นเนื้อสัตว์? ตันปิ่งผักป่าราคาถูกเช่นนี้ใส่เนื้อสัตว์ด้วยหรือ"
"พี่ชายท่านล้อกันเล่นแล้ว ข้าไม่มีเงินซื้อเนื้อสัตว์หรอกเ้าค่ะ ข้าแค่ใช้น้ำมันหมูใส่ลงไปทอดเ้าค่ะ"
ชายคนนั้นกำลังเพลิดเพลินกับตันปิ่งผักป่า จึงไม่ได้ตอบซ่งเส้าเส้า เพียงผงกหัวซ้ำๆ
"พี่ชายเป็อย่างไรบ้างเ้าคะ ตันปิ่งผักป่าของข้าอร่อยหรือไม่"
"อร่อยสิ อร่อยมาก" ชายคนนั้นชมไม่หยุด
ผู้คนที่เดินผ่านไปมาเห็นภาพนี้ก็พากันเข้ามามุงดูว่าตันปิ่งผักป่าของนางอร่อยขนาดไหน
"นี่อร่อยจริงหรือ" มีคนชี้ไปที่ชายคนนั้นแล้วถาม
"วางใจเถอะเ้าค่ะ ตันปิ่งผักป่าของข้าไม่หลอกลวงลูกค้าแน่นอนเ้าค่ะ"
"งั้นเอามาหนึ่งแผ่น"
"ได้เลยเ้าค่ะ"
"เอาครึ่งแผ่นเ้าค่ะ!"
"จัดมาให้ข้าสองแผ่น!"
"..."
ไม่นาน ตะกร้าของซ่งเส้าเส้าก็ว่างเปล่า ตันปิ่งผักป่ากว่าสามสิบแผ่นขายหมดเกลี้ยง หลายคนที่มามุงดูแต่ซื้อไม่ทันต่างบ่นเสียดาย
"เย็นนี้เ้าจะมาอีกหรือไม่"
"เย็นนี้ข้ามาไม่ได้เ้าค่ะ มาได้แค่ตอนกลางวัน"
"เช่นนั้นพรุ่งนี้พวกเราจะมาใหม่นะ เ้าก็ทำมาเยอะๆล่ะ"
ซ่งเส้าเส้ายิ้ม ตอบตกลง รับปากว่าพรุ่งนี้จะมาตรงเวลา และจะทำมาเยอะๆให้ทุกคนได้กินตันปิ่งผักป่าของนาง
ในที่สุดกลุ่มคนมุงก็แยกย้ายกันไป ซ่งเส้าเส้าถือตะกร้าที่ว่างเปล่า ในใจยังไม่อยากจะเชื่อ ตอนแรกไม่มีใครมาซื้อของนางเลย แต่เพียงครู่เดียวก็ขายหมดแล้ว!
แค่่เช้า ในมือของซ่งเส้าเส้าก็มีเงินถึงหนึ่งร้อยยี่สิบตำลึงเงิน!