22 1-2
ตอนที่ 23 หินพระธาตุปฐี
เหลิงหยุนเจียวที่กำลังเคี้ยวขนมม๋าสู่ที่เหลือในปากให้หมด พลันเลิกคิ้วขมวดขึ้นอย่างสงสัย
“ไฉนไม่ให้แม่เป็คนเก็บเองล่ะ?”
เหลิงเจียวเหนียงเงยหน้าขึ้นมองด้วยความไร้เสียงสา กล่าวตอบไปว่า
“ก็แม่จ๋าบอกว่ากินแล้วฟันจะผุ สู้ให้ลุงขี้เหร่เก็บไว้แทนไม่ดีกว่ารึ? บางทีฟันของเขาอาจแข็งแรงกว่าแม่จ๋า”
เหลิงหยุนเจียวถึงกับพูดไม่ออก “….”
เ้าหนูนี่ดี นับวันยิ่งหัวไวเฉลียวฉลาดโดยแท้ เรียนรู้จากความผิดพลาดมาย้อนกลับใส่ผู้อื่น นิสัยเช่นนี้เ้าได้จากใครมา?
“พี่สาวถัง กินขนมเติมแรงไปแล้ว เช่นนั้นก็ช่วยชี้แจงทีว่าจะเสาะหารากิญญาวารีของเถาวัลย์ไม้อสรพิษได้เยี่ยงไร?”
รอยยิ้มอันไร้พิษสงของไป๋ซือิเปรียบเสมือนดวงตะวันอบอุ่น ยากนักที่ใครจะเกลียดเขาได้ลง
จุดประสงค์ที่เหลิงหยุนเจียวเดินทางขึ้นหุบเขาในครั้งนี้ก็เพื่อตามหาสมุนไพร ส่วนเป้าหมายของไป๋ซือิและพรรคพวกของเขาที่ตามมาก็คือ ต้นเถาวัลย์ไม้อสรพิษ ดังนั้นแล้ว จึงไม่มีทางที่พวกเขาทั้งสองกลุ่มจะร่วมเดินทางเดียวกันไปตลอดั้แ่ต้นจนจบ
มิเช่นนั้น ต่างฝ่ายอาจไม่ได้สิ่งที่้ากลับไปสักอย่าง
เหลิงหยุนเจียวกลืนขนมม๋าสู่ลงกระเพาะโดยไว และยกมือไม้ขึ้นลูบคางบ่งบอกว่ากำลังใช้ความคิด
“ต้นเถาวัลย์ไม้อสรพิษมักชอบปรากฏตัวในพื้นที่แห้งแล้งเช่นทะเลทราย แต่ใน่ไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา พวกมันเกือบสูญพันธุ์ไม่เหลือแล้ว ดังนั้นจึงมีเหตุผลเดียวที่พวกมันปรากฏตัวขึ้นบนหุบเขาถงฉางลูกนี้ก็คือ การตามหาเ้าสิ่งนั้น”
ไป๋ซือิเกาหัวแกรกๆด้วยความฉงนสงสัยหนักขึ้นไปใหญ่ เ้าสิ่งนั้นที่ว่าคืออะไร?
“ขออภัยในความไม่รู้ของตัวข้าเอง ถึงแม้จะพอเข้าใจอยู่บ้างว่า ต้นเถาวัลย์ไม้อสรพิษสามารถเคลื่อนไหวออกล่าอาหารได้เอง แต่เ้าสิ่งนั้นที่พวกมันกำลังตามหาคืออะไรอย่างนั้นรึ?”
“หินพระธาตุปฐี”
หินพระธาตุปฐีเป็แร่โลหะชนิดหายากแขนงหนึ่งที่สามารถกระตุ้นให้สิ่งมีชีวิตเกิดการกลายพันธุ์ได้ และยังช่วยเพิ่มเสริมความแข็งแกร่งแก่ผู้ฝึกปรือลมปราณอีกด้วย
ทว่าสมบัติหายากชนิดนี้แทบไม่มีผู้ใดเคยพบเห็นในยุคปัจจุบัน และหากไม่สามารถควบคุมสิ่งนี้ได้ มันอาจกลายมาเป็หายนะแก่ผู้ค้นพบแทน
มุมปากไป๋ซือิถึงกับกระตุกอย่างแรง เหม่อมองไปทางเหลิงหยุนเจียวราวกับกำลังมองคนเสียสติที่กำลังพูดจาเรื่อยเปื่อย
“แม้จะมีข่าวลือว่า มีหินพระธาตุปฐีก้อนหนึ่งถือกำเนิดขึ้นบนหุบเขาถงฉาง แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา กลับไม่มีผู้ใดเคยพบเคยเห็นมันจริงๆเลยสักครั้ง แล้วนับประสาอะไรกับต้นเถาวัลย์ไม้อสรพิษ?”
“เพราะพวกมันไม่มีทางเลือกเช่นกัน”
ก่อนที่เหลิงหยุนเจียวจะปริปากพูดอันใดต่อ โม่เฉินหยวนก็ชิงกล่าวแทรกขึ้นมาเสียก่อน อากาศที่รุ่มร้อนพลันเย็นะเืขึ้นทันตา
นางชำเลืองมองไปทางโม่เฉินหยวนปราดหนึ่ง เริ่มคำนวณคาดเดาอะไรบางอย่างผ่านทางสายตา กระทั่งครู่ใหญ่จึงระงับความสงสัยอยากรู้เ่าั้ของนางลง
“สรุปก็คือ หากเ้าพบหินพระธาตุปฐีก่อนพวกมัน ก็ย่อมสามารถใช้สิ่งนั้นเป็ข้อต่อรองได้ มิเช่นนั้นก็เลิกหวังได้เลย”
เมื่อไป๋ซือิได้ยินเช่นนั้น สีหน้าพลันมืดทมิฬลงหลายส่วนทันที
เขาชี้นิ้วเข้าหาตัวและเงยหน้ามองเหลิงหยุนเจียวด้วยสายตาสังเวช แทบจะกล่าวทั้งน้ำตาสุดขมขื่นว่า
“พี่สาวถัง อย่างข้าเนี่ยรึ? ท่านคิดว่า ข้าเหมือนคนที่สามารถเสาะพบหินพระธาตุปฐีได้หรือไม่?”
เหลิงหยุนเจียว “.…”
….
ณ หุบเขาถงฉาง
บริเวณเชิงเขา กลุ่มของเหลิงหยุนเจียวกับกลุ่มของไป๋ซือิพร้อมพรรคพวกก็ได้แยกย้ายจากกันไปคนละทาง
สำหรับวิธีการค้นหาหินพระธาตุปฐี เหลิงหยุนเจียวได้อธิบายให้ไป๋ซือิฟังโดยละเอียดจนหมดสิ้นแล้ว ส่วนที่เหลือคงขึ้นอยู่กับโชควาสนาของเ้าตัวเอง
คนที่สามารถหาโอสถวัฏจักรเก้าชีวิตมากินมาใช้ได้ ย่อมหาใช่คนธรรมดาทั่วไปอย่างแน่นอน ซึ่งเท่าที่ดูแล้ว ไป๋ซือิผู้นี้หาได้อ่อนหัดอย่างตาเห็นเช่นกัน
หากมิใช่เพราะว่า ในตอนนี้เหลิงหยุนเจียวมีเวลาที่จำกัดมาก นางเองก็อยากจะติดตามร่วมทางไปกับอีกฝ่ายเช่นกัน เพื่อดูให้เห็นกับตาว่า ไป๋ซือิผู้นี้จะมีวิธีจัดการกับปัญหานี้ได้อย่างไร
ตอนนี้เริ่มตกค่ำเป็ยามดึก โม่เฉินหยวนจึงก่อกองไฟและจับกระต่ายป่าสองตัวมาย่างกิน
เหลิงหยุนเจียวนั่งนับสมุนไพรที่โม่เฉินหยวนนำออกมาจากค่ายทหารรับจ้าง และจัดแจงแยกออกเป็ส่วนๆ
“กองนี้เป็สมุนไพรสำหรับหลอมกลั่นโอสถของเ้า นำมันกลับไปให้คนที่เคยหลอมกลั่นโอสถเม็ดนั้น รับประทานวันละสามครั้ง หลังอาหารมื้อละหนึ่งเม็ด สิ่งนี้จะช่วยยืดอายุของเ้าให้ยืนยาวขึ้นอีกหนึ่งเดือน”
เหลิงหยุนเจียวยัดสมุนไพรกองดังกล่าวใส่กล่องและส่งให้โม่เฉินหยวน
โม่เฉินหยวนที่กำลังหมุนไม้ย่างกระต่ายป่า รับกล่องใบนั้นไว้พลางชำเลืองสายตาตรวจสอบสมุนไพรเล็กน้อย ก่อนจะเก็บลงในแหวนมิติบนนิ้ว
“แล้วไฉนเ้าจึงไม่หลอมกลั่นโอสถให้ข้าเองล่ะ?”
เหลิงหยุนเจียวนั่งสูดกลิ่นหอมเย็นของต้นกล้วยไม้พิรุณบุปผาอย่างสบายอารมณ์ ได้ยินประโยคคำถามนี้ สีหน้าพลันแข็งค้างไปในทันที
นางปั้นยิ้มแห้งพลางยักไหล่ตอบโม่เฉินหยวนไปอย่างช่วยไม่ได้ว่า
“ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่า จะสามารถหลอมกลั่นโอสถได้เยี่ยงไรโดยปราศจากลมปราณ หากพอมีวิธีก็สอนข้าที”