“พ่อหมายความว่ายังไงคะถึงไปอนุญาตให้นายเกวิน เจไมสัน มาขอหนูแต่งงานได้น่ะ? ทิชา คอลด์เวลสะบัดหน้าอย่างขึงโกรธ เส้นผมที่สยายยาวลงมาครึ่งหลังพลิ้วกระจายยามที่เธอหันไปสบสายตาผู้เป็บิดา
“ก็อนุญาตให้เขาขอแกแต่งงานได้น่ะสิ”ผู้เป็บิดาตอบอย่างเข่นเขี้ยว
“อ๋อใช่...แล้วพ่อก็สนับสนุนอวยชัยให้ พรเขาเต็มที่เลยสินะคะ”สาวน้อยไม่ยอมปิดบังอำพรางสำเนียงเยาะหยันอย่างขมขื่นที่แล่นขึ้นมาแน่นทรวง
ต่างฝ่ายต่างจ้องมองหน้ากันต่างฝ่ายต่างแข็งเข้าใส่อย่างจะให้อีกฝ่ายหนึ่งยอมแพ้ ริชาร์ด คอลด์เวล บุรุษร่างสูงสง่างามอย่างไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยนับแต่วันที่สำเร็จการศึกษาออกมาจากมหาวิทยาลัยวันเวลาที่ผ่านไป ยิ่งเพิ่มความสง่างามให้กับใบหน้าและบุคลิกลักษณะของเขา ด้วยไรผมที่เริ่มเปลี่ยนเป็สีเทาเป็เงาเลื่อมอยู่บนเส้นผมสีดำสนิท
ทิชา คอลด์เวลนั้น มิได้ถอดเค้าหน้าที่คมสันมาจากบิดาเท่าไรนัก แต่ทว่าเธอมีใบหน้ารูปไข่ที่ออกจะมีเสน่ห์แต่เมื่อเวลาที่เธอหัวเราะอย่างเริงรื่นหรือโกรธเคืองขึ้นมา อย่างเช่นในเวลานี้ กลับทำให้ใบหน้านี้ดูมีชีวิตจิตใจและสะสวยขึ้นอย่างประหลาดบุคลิกอย่างหนึ่งที่เธอได้รับการถ่ายทอดมาจากบิดาก็คือความทระนงอย่างมีทิฐิมานะ และรักอิสระซึ่งทำให้ความงามของเธอเปล่งประกายอยู่เป็นิจ และส่วนใหญ่แล้วก็เป็บิดาของเธอนั่นเองซึ่งเป็ผู้จุดประกายไฟขึ้น
“ถูกต้องเกวินได้รับการสนับสนุนจากฉันแล้วก็ได้รับคำอวยพรด้วย” ริชาร์ดโต้ลูกสาวอย่างฉับพลันอารมณ์โกรธของเขาที่พลุ่งโพลงขึ้นนั้นกอปรจากการที่ต้องดูแลลูกสาวคนเดียวมาตามลำพังเขาเป็คนที่ฉันเห็นว่าเป็คนหนุ่มที่น่าเชื่อถือ ยิ่งเสียกว่าไอ้พวกที่แกออกไปเที่ยวเตร่ด้วยเป็ไหนๆ
“แต่หนูจะบอกให้ก็ได้ว่าเขาจะไม่มีวันเหมือนผู้ชายคนไหนที่หนูออกเดทด้วยหรอก” ทิชาตอบเสียงเข้มหนูน่ะรู้สึกอยู่ตลอดเวลานะคะว่าเวลาที่เขาจูบลาตอนกลางคืนทีไร คงจะต้องกลับบ้านไปอาบน้ำทีนั้นเพราะกลัวว่ามันจะสกปรก”
“แต่ฉันก็ขอยืนยันว่าเขาเป็คนหนุ่มที่มีสุขภาพสมบูรณ์ดีคนหนึ่งละแล้วก็รู้จักควบคุมสติอารมณ์ได้ดีด้วย” เขาชี้หน้าลูกสาวอย่างโกรธเคืองอย่างน้อยเวลาที่แกกลับบ้านมันก็ดูไม่เหมือนไปถูกไอ้ตัวไหนมันปล้ำมา เวลาที่แกออกไปกับเกวิน”
มือของสาวสวยกำแน่นขึ้นมาทันที
“แหม พ่อทำให้หนูโกรธจนจะกรีดร้องออกมาแล้วนะคะ” สาวน้อยตอบบิดาหนูออกไปกับหนุ่มๆ แค่ 2-3 คนเท่านั้น แล้วก็ไม่เคยมีคนไหนที่เขามาตะกุยใส่หนูอย่างที่พ่อพูดหรอกค่ะรับทราบไว้ด้วย”
“เออ โชคดีแล้วละที่มันไม่เป็อย่างนั้นน่ะ”เขาประชดเข้าให้ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเต็มไปด้วยแววโกรธ ประสานอยู่กับดวงตาสีเขียวเข้มของลูกสาวเพราะว่าก่อนที่ไอ้พวกนั้นจะออกจากบ้านไปพร้อมแกน่ะมันรู้กันอยู่แล้วนี่ว่าเป็ได้เจอฉันแน่ถ้ามันขืนทำอะไรแก”
“พ่อคะ หนูจะอายุ20 อยู่เดือนหน้านี้แล้วนะคะ” ทิชาถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนพ่อจะเลิกมองเห็นหนูเป็เด็กเสียทีได้ไหมคะ? หนูน่ะโตพอที่ตัดสินใจได้เองแล้วนะคะว่าจะแต่งงานเมื่อไหร่ หรือแต่งกับใคร โดยไม่จำต้องขอคำแนะนำจากพ่อแล้วนะคะแล้วหนูก็รู้ด้วยว่าควรจะตัดสินใจรับนัดจากผู้ชายคนไหนป้องกันตัวเองอย่างไร เมื่อมันเกิดความจำเป็ขึ้นมา”
“ไม่มีผู้หญิงคนไหนจะสามารถป้องกันตัวเองจากผู้ชายที่มันมีพละกำลังเหนือกว่าหรอกน่ะ”ริชาร์ด ตะคอกใส่ลูกสาว น้ำเสียงของเขาบอกความรับผิดชอบและความรู้จักโลกอย่างเต็มที่เพราะฉะนั้นมันก็มีแต่พ่อกับสามีเท่านั้นที่จะคอยดูแลให้ความคุ้มครองได้”
“โอ..์ช่วย..ฟังอย่างกับพ่อเพิ่งหลุดออกมาจากยุคมืด นั่นน่ะมันเป็ความคิดของคนโบราณแล้วละค่ะพ่อ”
“นั่นละถึงเวลาจะต้องเอามันกลับมาใช้ใหม่แล้ว” ริชาร์ด คอลด์เวลคำรามออกมากำลังจะเปิดปากพูดต่อก็พอดีกับเสียงกริ่งหน้าประตูดังขึ้น
ทิชา หันขวับมามองหน้าผู้เป็บิดาทันที
“สงสัยพ่อคงนัดนายเกวินนั่นให้มาพบตอนบ่ายสินะคะ”น้ำเสียงของสาวน้อยตัดพ้อขั้นมาทันทีถ้าจะให้หนูพูดก็เห็นจะต้องบอกว่า หนูหวังว่าเขาจะไม่ต้องเสียเงินเปล่าไปซื้อแหวนมาให้หนูหรอกนะคะไม่เช่นนั้นหนูก็ยินดีอย่างยิ่งที่จะขว้างใส่หน้าให้”
“นี่...พูดจาให้มันดูเป็ผู้เจริญหน่อยเถอะทิชา” ริชาร์ด ชี้นิ้วโกรธๆ ตามหลังลูกสาว ขณะที่ทิชาเดินออกไปยังห้องโถงด้านนอกเพื่อเปิดประตู
สาวน้อยรวบผมสีน้ำตาลแกมทองที่สยายยาวลงมาเกือบถึงเอวนั้นไว้อย่างหงุดหงิด ขณะที่กระชากบานประตูให้เปิดออกอ้าปากจะเปล่งคำพูดที่เตรียมไว้ใส่หน้าบุรุษที่เธอมาดหมายว่าจะต้องพบ แต่กลายเป็ว่าผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตูวงโค้งนั้นคือสตรีผู้หนึ่งซึ่งกำลังมองทิชาอย่างสงสัย เมื่อเห็นริมฝีปากของสาวน้อยเม้มสนิทรอยยิ้มงงๆ ปรากฏขึ้นตรงมุมปาก
“ฉันน่ะนึกอยู่แล้วว่าไม่วันไหนก็วันหนึ่งจะต้องแวะมาเยี่ยม”ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของสตรีผู้นั้นเปล่งแววหัวเราะ
ทิชา ก้าวถอยหลังออกมาจากประตูเพื่อเปิดทางให้เธอเดินเข้ามา รอยย่นตรงขอบตานั้นเกิดขึ้นจากอาการยิ้มอยู่เป็นิจ บนหน้าผากและ่ลำคอมีรอยย่นบางๆ อันบอกให้รู้ถึงวัยของสตรีผู้นี้ ซึ่งสามารถบอกได้ทันทีเมื่อแรกเห็น เส้นผมสีดำสนิทตัดสั้นส่วนที่อยู่ตรงหน้าผากเป็สีขาว ซึ่งมองคล้ายกับเส้นผมส่วนนั้นถูกย้อมไว้ แต่อันที่จริงแล้วเป็สีสันที่เปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติ
ทิชามิได้คอยอยู่จนสตรีผู้นั้นเดินเข้ามาเสียก่อน สาวน้อยเดินกลับเข้าไปหาพ่อในห้อง
“บลันช์น่ะพ่อ”เธอตอบคำถามที่ปรากฏบนแนวคิ้วที่เลิกขึ้นสูงเป็เชิงถามของผู้เป็บิดา ไม่แน่ใจว่าตัวเองเสียใจหรือดีใจที่มิใช่เกวินดังที่มาดหมายไว้ในใจว่าจะเล่นงานให้เต็มที่กระแทกตัวลงนั่งในโซฟาร์ที่หุ้มไว้ด้วยผ้าดอกสีสด
กรามของริชาร์ดขบกันจนเป็สันอันเป็สัญญาณที่บอกให้รู้ว่าไม่พอใจในกิริยามารยาทของลูกสาวอย่างแท้จริง ซึ่งลักษณะเช่นนี้เหมือนกันกับทิชาไม่มีผิดเพราะเธอจะไม่สำแดงความเดือดดาลออกมาให้ปรากฏ
“นี่ทิชาเวลาที่แกจะพูดถึงป้าน่ะ ขอให้นึกว่าเป็ป้าบ้าง ไม่ใช่เพื่อนเล่นของแก” ริชาร์ดสอนลูกสาวควรจะรู้จักแสดงความเคารพนัลถือผู้หลักผู้ใหญ่บ้าง”
“ถ้าเมื่อใดยายหนูเรียกฉันว่าป้าบลันช์ละก็ ฉันจะให้รางวัลเธอทั้งสองคนเลย” แม้ใบหน้าจะเคร่งขรึม แต่รอยยิ้มก็ยังจุดประกายอยู่ในดวงตาขณะที่บลันช์ คอลด์เวล เดินเข้ามาในห้องโถง
ในชุดกางเกงขายาวสีแดงกับเสื้อสีแดงดอกขาวนั้น ทำให้บุคลิกลักษณะของเธอผิดไปจากผู้หญิงที่ได้รับสมญานามว่าสาวทึมทึกโดยสิ้นเชิง กับสายตาที่ไม่ใคร่จะสบอารมณ์ของน้องชาย บลันช์ คอลด์เวล สาวเท้าเข้าไปหาและก้มลงจูบตรงแก้มเร็วๆครั้งหนึ่ง
“แล้วพี่ก็ดีใจที่ได้พบพี่อยู่เหมือนกัน”เธอทักเรียบๆ
“ครับ ผมก็ดีใจที่ได้พบพี่อยู่เหมือนกัน”น้องชายตอบอย่างหนักแน่น ขยับตัวเพื่อให้มองทั้งพี่สาวและลูกสาวได้ถนัดตาขึ้นผมกำลังใช้ความพยายามที่จะอบรมแม่คนนี้ให้มันเข้าสมองเสียบ้างแต่แกไม่ได้ยอมฟังผมพูดเลย”
“อบรมหรือคะน้ำเสียงที่ระคนไว้ด้วยความขมขื่นปนสำเนียงหัวเราะหยันๆ ดังมาจากทิชา ยกมือขึ้นโบกใส่หน้าผู้เป็บิดาฟังสิคะป้าพ่อพยายามจะเหนี่ยวโน้มใจให้หนูยอมรับว่า ควรจะแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่เข้าท่าคนหนึ่งเพราะพ่อเชื่อว่าเขาเป็คนดีเท่านั้น”
“ฉันไม่ได้บังคับให้แกแต่งงานกับเกวินเจไมสันนะ” พ่อของเธอเถียง
“ก็ถ้าอย่างนั้นพ่อจะเรียกมันว่าอะไรล่ะคะ
“พี่เห็นหรือยังว่าผมหมายความว่าอย่างไร ริชาร์ด คอลด์เวล หันไปหาพี่สาว ยกมือขึ้นอย่างกลุ้มใจ สีหน้าของเขาเรียกร้องขอความเห็นใจจากพี่สาวดูซิครับพูดจาสับสน เอาคำพูดอะไรไม่รู้มายัดใส่ปากผม ทั้งๆ ที่ไม่ได้พูดอย่างนั้นเลย ผมพูดแต่เพียงว่าเด็กคนนั้นท่าทางมันเป็เด็กดี แต่มากลับคำพูดผมไปเสียอีกอย่าง”
“อย่าว่าแต่หนูจะเลือกใครมาแต่งงานด้วยเลยน่าพ่อ หนูรู้หรอกว่าพ่อน่ะทนใครไม่ได้สักคนต้องคอยจับผิดเขาอยู่เรื่อยแม้แต่สีดวงตาก็เอาดี” คราวนี้ทิชาเป็ฝ่ายหันไปหาบลันช์บ้างเชื่อไหมคะ พ่อน่ะไม่ยอมเชื่อเอาจริงๆว่าผู้หญิงก็มีความสามารถที่จะรู้ว่าอะไรหรือใครดีพอ สำหรับตัว พ่ออ้างความรับผิดชอบเพื่อที่จะเข้ามายุ่งกับชีวิตของหนูจริงๆ
“ก็ถ้าจะดูจากไอ้พวกหนุ่มๆที่แกควงอยู่ด้วยแล้ว ฉันก็คิดว่า มันเป็ความจำเป็อยู่เหมือนกันนะที่จะต้องก้าวเข้าไปยุ่งด้วยเป็บางครั้งบางคราว”ริชาร์ด คอลด์เวล โต้ลูกสาวอย่างฉับพลันไอ้หนุ่มพวกนั้นน่ะส่วนมากมันก็ตั้งความหวังไว้ในใจกันทั้งนั้นแหละลองสิ...ลองว่าฉันไม่เล่นบทบาทของพ่อที่รอคอยการกลับบ้านของแก พร้อมด้วยปืนในมือละก็บางทีมันอาจจะได้อย่างที่มันหวังไว้แล้วก็ได้”
“ถ้าขืนพ่อทำอย่างนั้นไปตลอดหนูก็คงจะไม่มีโอกาสรับนัดจากใครทั้งนั้น จนกว่าพ่อจะพบคนที่้าจะให้หนูแต่งงานด้วย”ทิชาว่าพ่อน่ะ ชอบจัดการกับหนูไปเสียทุกสิ่งทุกอย่างเลย ไม่ว่าจะใส่เสื้อชุดไหนจะแต่งหน้ามากไปหรือน้อยไป จะคบกับใคร ทำไมพ่อไม่ยอมรับเสียทีล่ะคะ ว่าหนูน่ะโตแล้วนะ”
“ก็เพราะว่าที่แกยังไม่ได้ประพฤติอย่างคนที่โตแล้วน่ะสิ”
“ก็เพราะพ่อไม่ปล่อยหนูนิ่คะ” สาวน้อยโน้มร่างเข้าไปใกล้ผู้เป็บิดาขนาดนั่งลงรับประทานอาหารด้วยกันพ่อยังถามเลยว่าหนูล้างมือแล้วหรือยัง หนูไม่ใช่เด็กเล็กๆ นะคะพ่อ”