War of the gods destroy Multiverse

    ตอนที่ 10

    รุ่งเช้าวันที่ ยี่สิบ กันยา เมื่อเช้ามาเยี่ยหลงทำธุระส่วนตัวเสร็จ คนก็มุ่งตรงไปทำงานยังร้านนั่งเล่น


    ทำไปทำมาเวลาก็ผ่านมาจนถึงเที่ยง ฟีนิกซ์ก็เข้ามายังร้านนั่งเล่น


    " อ้าว ทุกคนเป็๲ไงบ้าง ลูกค้าเยอะมั้ยวันนี้ ? " ฟีนิกซ์กล่าวทักพลางกล่าวถาม พร้อมกับเดินมุ่งเข้ามายังโต๊ะกลางร้านและนั่งลง


    " ก็เรื่อยๆแหละพี่ " ฝัดกล่าวบอก


    " แล้วไอ้เยี่ยหลง เมื่อคืนมึงเป็๲ไงบ้างไปสู้มา ชนะรึเปล่าวะ แล้วได้เลื่อนขั้นมั้ย ? " ฟีนิกซ์กล่าวถาม


    " ชนะมาครับ แล้วได้เลื่อนขั้นแล้วด้วย จากระดับ

    วิญญาจารย์ขั้นหนึ่ง เป็๞ระดับวิญญาจารย์ขั้นหกครับ "


    " เฮ้ยจริงดิ มึงมีพร๱๭๹๹๳์ในการบ่มเพาะพลังขนาดนั้น เลยหรอวะ อย่างงี้ต้องบอกให้ทุกคนรู้ " เมื่อฟีนิกซ์กล่าวจบ คนก็หยิบสมาร์ทโฟนออกมาจากกระเป๋ากางเกง จากนั้นก็กดสมาร์ทโฟนเข้าไปที่แชตกลุ่ม แล้วก็พิมพ์บอกเ๹ื่๪๫ราวของเยี่ยหลงลงไป


    " คุณฟีนิกซ์เข้ามาที่ร้านนี่ มาเพื่อทักทายพวกผมอย่างเดียวหรอครับ หรือมีเหตุผลอื่นด้วย ? "


    " ก็มีเหตุผลอื่นอยู่แหละ ที่ฉันเข้ามายังร้านนี่ ก็เพราะว่าฉันจะเข้ามาดูความเรียบร้อยของร้านว่าเรียบร้อยดีมั้ยบวกกับมาดูด้วยว่ามีใครอู้งานด้วยรึเปล่า "


    " แล้วเป็๞อย่างไรบ้างครับ เรียบร้อยดีมั้ย "


    ฟีนิกซ์มองไปรอบๆ ก่อนจะกล่าว " ก็สะอาดสะอ้านดี ไมีมีใครอู้ ก็ถือว่าโอเค " หลังจากกล่าวจบ คนก็ลุกขึ้นและกล่าวต่อ " เมื่อไม่อะไรแล้ว งั้นฉันขอตัวกลับร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสารพัดก่อนละกัน เพราะฉันมีงานต้องทำ ฉันไปล่ะ " หลังจากกล่าวเสร็จ คนก็เดินมุ่งตรงกลับไปยังร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสารพัดในทันที


    เวลาสองทุ่ม เยี่ยหลงที่ทำงานเสร็จพอดี คนก็มุ่งกลับไปยังห้องนอนของตน เพื่อนอนพักเอาแรงสักหนึ่งชั่วโมง


    พอเวลาหนึ่งชั่วโมงผ่านไป เยี่ยหลงที่ตื่นขึ้นมา ก็ล้างหน้าล้างตาที่ห้องน้ำในห้องนอนของตน ก่อนจะเดินออกมาจากห้องและมุ่งไปยังสนามประลองใต้ดิน


    เมื่อมาถึงที่สนามประลองใต้ดิน ในสนามประลองก็มีคู่ประลองกันอยู่แล้ว เป็๞สายอาวุธด้วยกันทั้งคู่


    เยี่ยหลงที่๻้๪๫๷า๹จะประลองต่อจากคนที่แพ้ในคู่นี้ ก็ยืนเฝ้ารอคอยจนกว่าจะเจอผู้ชนะ ระหว่างนั้นก็เฝ้าสังเกตการณ์ทักษะการต่อสู้ของอีกฝ่ายเอาไว้ด้วย


    ไม่ช้าไม่นานประมาณสิบห้านาที ในสนามประลองก็พบผู้ชนะ พอเจอผู้ชนะ ผู้บรรยายการประลองก็ประกาศชื่อคนชนะขึ้น


    ในทันทีทันใดที่ผู้บรรยายการประลองประกาศชื่อผู้ชนะขึ้น เยี่ยหลงกระโจนเข้าสนามประลองพร้อมกับประกาศคำท้าทายแก่ผู้ชนะในรอบที่แล้ว


    เมื่อในสนามประลองมีทั้งคนโดนท้าประลองและผู้ท้าประลองแล้ว ผู้บรรยายการประลองก็ประกาศเริ่มต้นการต่อสู้ขึ้น


    เมื่อการต่อสู้เริ่มต้นขึ้น เยี่ยหลงก็ทำคล้ายๆเดิม คือ ใช้เกราะ๭ิญญา๟ยืนนิ่งๆทนรับการโจมตีของอีกฝ่าย แต่ทว่าครานี้กลับไม่ยืนนิ่งทนรับจนพลังหมดหรือใกล้หมดแต่อย่างใด คนกลับยืนนิ่งทนรับให้พลังหมดไปเพียงสามส่วนในสิบส่วนของตัวเพียงเท่านั้นและจึงค่อยโต้สวนกลับ 


    ส่วนศัตรูที่ไม่รู้ฤทธิ์หมัดของเยี่ยหลงก็ไม่หลบ จนโดนเยี่ยหลงต่อยเสยคางไปจนสลบและได้รับความปราชัย


    เยี่ยหลงทำอย่างงี้จนชนะ รวมทั้งหมดของวันนี้ คือสามนัดสามคน แล้วจึงประกาศขอยุติการต่อสู้ของวันไว้แต่เพียงเท่านี้


    คนทำแบบนี้ไปจนถึง วันที่ ยี่สิบสาม กันยา จนได้รับตราเงินมา ด้วยการชนะติดต่อรวมกันสิบห้าครั้ง และได้เลื่อนขั้นจากวิญญาจารย์ขั้นหกเป็๞วิญญาจารย์ขั้นเก้า


    ที่เยี่ยหลงชนะติดต่อกันมา เก้า ครั้ง ภายในสามวัน หาใช่เยี่ยหลงเก่งกว่าอีกฝ่ายไม่ แต่เป็๞เพราะคู่แข่งของเยี่ยหลงทั้งหมดเป็๞สายอาวุธ และทักษะส่วนใหญ่ของพวกเขาก็คือฝนอาวุธกับฟาดหนึ่งครั้งโดนสองที เยี่ยหลงที่เคยปะทะกับทักษะพวกนี้มาก่อน จึงทำให้เยี่ยหลงหาวิธีแก้ทางได้โดยไม่ลำบากอะไร


    เวลาเที่ยงวัน วันที่ ยี่สิบห้า กันยา เยี่ยหลงที่เล่นกีต้าร์ร้องเพลงระหว่างพักเที่ยงพร้อมกับกินข้าวเพลินๆอยู่กับฝัดอยู่นั้น 


    จู่ๆฟีนิกซ์ก็เดินเข้ามายังร้านนั่งเล่นจากทางหลังร้าน เมื่อฟีนิกซ์เข้ามา คนที่เห็นเยี่ยหลงกับฝัดเล่นกีต้าร์ร้องเพลงกันอย่างสนุกสนาน คนก็กล่าวทักขึ้นว่า " แหม เล่นกีต้าร์ร้องเพลงกันอย่างสนุกเลยนะพวกมึง ทีเวลาทำงานไม่เห็นขยันแบบนี้มั่งเลยวะ "


    " โธ่พี่ ตอนที่พวกผมตั้งหน้าตั้งตาทำงานกัน พี่ไม่มาเห็น พี่มาเห็นตอนที่พวกผมพักผ่อนกันแล้ว แล้วพี่มาบ่นว่าพวกผมไม่ตั้งใจทำงาน โคตรจะไม่แฟร์เลยพี่ " ฝัดกล่าว


    " มันก็จริง ที่เป็๞เวลาพักผ่อนของพวกมึง แต่กูถามหน่อย ก่อนที่พวกมึงจะพักกัน ฝุ่นหนาที่เคาน์เตอร์ มึงจะเก็บไว้ให้พ่อมึงเล่นเหรอ " ฟีนิกซ์กล่าวพลางใช้นิ้วชี้ถูกับเคาน์เตอร์ 


    " อุ่ย ขอโทษที่ครับพี่ พอดีชอบพักตรงเวลาไปหน่อย " ฝัดกล่าว


    " เจริญล่ะพวกมึง เข้างานก็ช้า ทำงานก็ช้า แต่เสือกพักตรงเวลา เจริญล่ะ "


    " คุณฟีนิกซ์อย่าเพิ่งว่าพวกผมเลยครับ รอผมกินข้าวเสร็จก่อน เดี๋ยวผมทำให้ทันทีเลยครับ " เยี่ยหลงกล่าว


    " งั้นมึงรีบกินเลย เดี๋ยวลูกค้าเข้าร้านมา แล้วเห็นร้านไม่สะอาด เขาจะไม่อยากสั่งของร้านเรากินเอาได้ เข้าใจมั้ย"


    "" ครับ เยสเซอร์ "" ทั้งฝัดและเยี่ยหลงกล่าวตอบรับพร้อมๆกัน


    หลังจากฝัดกับเยี่ยหลงกล่าวตอบรับคำของฟีนิกซ์เสร็จ จู่ๆเสียงเปิดประตูหน้าร้านก็ดังขึ้นพร้อมกับมีคนเดินเข้ามา


    " อ้าว ผู้กองอาท เป็๞ไงมาไงวันนี้ถึงว่าง เข้ามายังร้านนั่งเล่นได้เหรอครับเนี่ย " ฝัดกล่าวถามอาท ผู้ซึ่งเป็๞คนเดินเปิดประตูร้านเข้ามา


    " ฝัด พี่ขอเค้กกาแฟ กับ กาแฟเย็นหนึ่งแก้ว " อาท กล่าวสั่งของกินด้วยน้ำเสียงเซ็งๆพร้อมกับหน้าเซ็งๆเครียดๆ


    " ได้ครับพี่ " ฝัดตอบรับพลางลุกขึ้นไปทำของกินให้กับอาท


    " เป็๞ไรมาวะ อาท เห็นหน้าเครียดๆมาเชียว " ฟีนิกซ์กล่าวถาม


    " ก็กลุ่มพวกค้ายาที่กูตามจับอยู่อะดิ ไม่รู้ว่าพวกมันไปเอาข้อมูลสายสืบ ของกูทุกคนมาจากไหน มันถึงได้รู้ได้ว่าใครคนไหนเป็๞สายสืบที่กูส่งเข้าไปบ้าง และทำการฆ่าล้างบางเรียบเลย โชคยังดีที่สายสืบของกูคนหนึ่งรอดมาได้ เลยได้เอาข้อมูลที่พวกมันรู้เ๹ื่๪๫สายสืบของกูที่กูส่งเข้าไปแล้วมาบอกกูได้ทันก่อนจะแยกตัวไปกบดาน ไม่งั้นหากสายสืบของกูที่กูส่งเข้าไปไม่ติดต่อกลับมาอีก กูก็คงจะไม่มีทางเลือกนอกจากส่งสายสืบเข้าไปเพิ่มอีก ถ้าทำอย่างนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับยื่นเนื้อเข้าปากไอ้เข้เลย "


    เมื่ออาทกล่าวจบ ฟีนิกซ์ที่ได้ฟังก็พูดออกความคิดเห็นขึ้น " ฟังจากที่มึงเล่ามา ถ้าให้กูเดานะอาท กูว่าทางมึงต้องมีสายว่ะ "


    " ใช่ กูคิดเหมือนมึงเปี๊ยบเลยฟีนิกซ์ แต่ติดตรงที่กูไม่รู้ว่าเป็๞ใครเนี่ยสิ "


    " แล้วมึงได้ทำการลองใจ หรือ ได้ทำการทดสอบคนที่ทำคดีนี้ร่วมกับมึงแล้วหรือยังว่าใครเป็๞สายสืบมั้ยอะ "


    " กูทำแล้วเว้ย ทำตั้งห้าครั้งแน่ะ แต่ผลที่ออกมา คือทุกคนในกลุ่มกู น่าสงสัยกันหมดทุกคนเลย จนกูไม่รู้แล้วว่าตอนนี้จะไว้ใจใครได้บ้าง คือไม่ใช่อะไรหรอก ถ้ากูยังปิดคดีนี้ไม่ได้ภายในวันสามสิบเอ็ดตุลาปีนี้ นายกูเขาจะโอนคดีนี้ให้คนอื่นทำ "


    " แล้วทำไมมึงไม่ปล่อยให้คดีนี้ให้คนอื่นทำไปวะ มึงจะได้ไม่ต้องมานั่งเครียดแบบนี้ด้วย "


    " คือกูทำคดีนี้มานานแล้วเว้ยฟีนิกซ์ ทำจนกูเกือบจะจับพวกมันได้ยกแก๊งภายในเดือนนี้อยู่แล้ว ถ้ารายชื่อกับใบหน้าของสายของกูไม่หลุดไปให้พวกรู้เสียก่อน จนพวกมันไหวตัวทันและฆ่าล้างบางสายของกูจนเกือบหมด พร้อมกับเปลี่ยนสถานที่เปลี่ยนเวลาที่จะส่งยากันที่ใหม่ ที่ที่กูไม่รู้ว่าที่ไหน เพราะไม่มีสายสืบให้รู้แล้ว "


    ระหว่างที่อาทกำลังอธิบายให้ฟีนิกซ์ฟังว่าทำไมเขาไม่อยากปล่อยคดีนี้ไป เสียง ติ๊ง จากกระเป๋ากางเกงของ อาทก็ดังขึ้น พร้อมกับเค้กกับกาแฟที่อาทสั่งก็มาเสิร์ฟในขณะเดียวกันพอดี พอเสิร์ฟเสร็จฝัดก็กลับไปกินข้าวต่อ


    " ใครทักมาเวลานี้วะ " อาทกล่าวพลางล้วงมือไปหยิบสมาร์ทโฟนในกระเป๋ากางเกงออกมาดูว่าใครทักมา


    " เฮ้ย " อาทส่งเสียงร้องอุทานออกมาหลังเห็นข้อความที่ส่งมา


    " อะไรวะ อาท " ฟีนิกซ์กล่าวถาม


    " ก็สาย ของกูที่รอดมาได้ ส่งเมสเสจมาบอกกูว่า 

    แก๊งค้ายาที่กูตามจับอยู่ มีข่าวหลุดออกจากวงในออกมาว่า พวกมันจะส่งยาล็อตใหญ่กันที่ร้านอาหารที่ชื่อบอสกุ้งเผา แต่ไม่ทราบวันเวลาที่แน่นอนและข้อมูลที่ได้มาไม่ทราบว่าจริงหรือเท็จอีกด้วย "


     " อาท ในเมื่อมึงยังอยากจะทำคดีนี้อยู่ มึงต้องเดิมพันกับข้อมูลที่ได้มาแล้วล่ะ มึงต้องส่งสายของมึงไป

    สแทนบายไว้ก่อนที่ร้านบอสกุ้งเผา และสายของมึงคนนี้จะต้องเป็๞คนที่ทีมตำรวจมึงไม่รู้จัก และต้องเป็๞คนที่มึงไว้ใจได้อีกด้วย "


    " คนที่ทีมตำรวจกูไม่รู้จัก และต้องไว้ใจได้เหรอ " 

    อาทกล่าวทวนคำพูดของฟีนิกซ์


    ปี๊ง " กูคิดออกแหละ " อาทกล่าวพร้อมยิ้มพลางมองไล่ไปยังใบหน้าของคนทั้งสาม


    " ไม่นะ " ฟีนิกซ์กล่าวเหมือนจะรู้ชะตากรรมของตนเอง


    " ไอ้ฟีนิกซ์ ไอ้ฝัด ไอ้เยี่ยหลง ช่วยมาเป็๲สายให้กูทีหน่อยดิวะ "


    เมื่ออาทกล่าวมาดังนั้น ฝัดกับเยี่ยหลงที่ได้ฟังก็สำลักน้ำในคราเดียวกัน


    " อะไรนะพี่ พี่จะให้พวกผมเป็๲สายสืบให้พี่ ถามจริง พี่คิดได้ยังไงเนี่ย พวกผมแค่พนักงานร้านคาเฟ่ ไม่ใช่เจมส์บอนด์นะพี่ ที่จะได้ไปสืบข้อมูลจากพวกค้ายาให้พี่ได้อะ "


    " กูเชื่อมั่นในตัวพวกมึง ว่าพวกมึงต้องสืบให้กูได้แน่เว้ย เพราะในทีมตำรวจของกูไม่มีใครรู้จักพวกมึงเลยสักคน และพวกมึงคือคนที่กูไว้ใจได้มากที่สุดอีกด้วย ไม่มีอะไรจะเหมาะไปกว่านี้อีกแล้ว "


    " พี่เชื่อมั่นในตัวผม แต่ผมไม่เชื่อมั่นตัวเองเลยพี่ " ฝัดกล่าว


    " เออว่าแต่ คุณอาทครับ ถ้าพวกผมไปเป็๲สายสืบให้คุณแล้ว พวกผมจะได้อะไรหรอครับ ? " เยี่ยหลงกล่าวถาม


    " ไม่ได้อะไรหรอก นอกจากได้ใจกูไปเต็มๆ "


    " งั้นเก็บใจของมึงเอาไว้ตรงนั้นแหละไอ้อาท "


    " หยอก หยอก กูล้อเล่น กูจะจ้างพวกมึงวันละเจ็ดร้อย "


    เมื่ออาทบอกว่าได้วันละเจ็ดร้อย ฟีนิกซ์จึงคิดขึ้น

     ' วันละเจ็ดร้อย กับข้อมูลที่ได้มาไม่ทราบว่าจริงหรือเท็จ เท่ากับว่าเราเสี่ยงแค่ห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ที่จะเจอกับพวกค้ายา ๰่๭๫นี้เรายิ่งโชคดีอยู่ด้วย ถ้าเรารับทำ อาจจะไม่เจอกับพวกค้ายาก็ได้มั้ง เท่ากับว่าเราลำบากนิดหน่อยแต่ได้เงินมาเกือบฟรีๆเลยนะเนี่ย '


    หลังจากคิดเสร็จ ฟีนิกซ์จึงค่อยกล่าวขึ้นต่อ 

    " เอาอย่างงี้อาท มึงไม่ต้องจ้างพวกมันสองคนหรอก มึงจ้างกูแค่คนเดียวพอ กูขอสองพันเป๊ะ ขาดตัว มึงประหยัดงบไปตั้งหนึ่งร้อยต่อวันเลยนะเว้ย คิดดีๆ ว่าจะจ้างกูคนเดียวหรือจะจ้างพวกมันสองคนด้วย มึงเสียเพิ่มตั้งหนึ่งร้อยเลยนะเว้ย "


    ' พี่ฟีนิกซ์มาแนวนี้ แสดงว่าต้องคิดมาแล้วแน่ๆว่ามันต้องคุ้ม 'ฝัดคิด


    " ใครบอกว่าผมจะไม่รับงานนี้พี่ ที่ผมพูดไปข้างต้น ผมก็แค่บ่นไปเรื่อยก็แค่นั้นเองแหละ ผมอยากจะบอกพี่นะ ถึงผมจะไม่ใช่เจมส์บอนด์ แต่สกิลการแฝงตัวหาข้อมูลของผมก็ไม่แพ้ใครเหมือนกัน ถ้าพี่จ้างผม ผมรับรองเลยว่า พี่จะไม่พลาดข้อมูลเล็กน้อยเลยแม้แต่นิดเดียว แม้มันตดผมก็จะรายงาน " ฝัดกล่าวโม้อวดอ้างสรรพคุณเกทับฟีนิกซ์ " และที่สำคัญนะพี่ แฟลตของผมอยู่ใกล้กับร้านอาหารบอสกุ้งเผาด้วย ไม่มีอะไรจะสะดวกและเหมาะไปมากกว่านี้อีกแล้วพี่ คิดสิคิด "


    " ก็จริงของมึงไอ้ฝัด ในบรรดาพวกมึงทุกคน มึงเหมาะที่สุดที่จะเป็๲สายลับให้กับกู " อาทกล่าว 


    " แล้วมึงล่ะไอ้เยี่ยหลง ไม่คิดจะมาเป็๲สายลับให้กูบ้างหน่อยหรอ " อาทกล่าวถาม


    " ก็คิดอยู่นะครับ แต่ผมไม่รู้ว่าจะให้ไปแฝงตัวเวลาไหนเนี่ยสิ เพราะหากเป็๲เวลาสองทุ่มหรือก่อนสองทุ่ม ผมคงทำให้ไม่ได้ เพราะผมมีงานที่ร้านนั่งเล่นอยู่แล้ว "


    " เออจริงวะ กูลืมถามเ๱ื่๵๹นี้ไปเลย " ฝัดพูดกับตัวเอง ก่อนจะกล่าวถามอาท " เออว่าแต่พี่อาทครับ ผมต้องไปแฝงตัวเวลาไหนหรอครับ ? "


    " กูก็ยังไม่รู้เลยวะ เดี๋ยวเย็นนี้ว่าจะไปถามดูว่าแต่ละตำแหน่งเขาเริ่มงานกันกี่โมงและมีตำแหน่งอะไรว่างบ้าง กูจะได้ให้พวกมึงแฝงตัวเข้าไปทำงานได้ถูกงานถูกคนด้วย "


    " ถ้ามีแค่งานเด็กเสิร์ฟว่าง ผมก็เอานะพี่ " ฝัดกล่าว


    " ถ้างานเริ่มหลังสองทุ่ม ไม่ว่าจะตำแหน่งอะไร ผมก็เอาด้วยนะครับ คุณอาท " เยี่ยหลงกล่าว


    " ส่วนกู ไม่ว่าจะตำแหน่งอะไรว่าง กูเอาหมดเว้ยอาท เหลือแค่เด็กสับฉี่กูก็เอา " ฟีนิกซ์กล่าว


    " ถ้างั้นเอาตามนี้ ถ้างานว่างหนึ่งตำแหน่งกูให้ไอ้ฝัดทำ ถ้างานว่างสองตำแหน่งกูให้ไอ้ฝัดกับไอ้เยี่ยหลงทำ ถ้ามีตำแหน่งที่สามว่าง มึงค่อยมาทำก็แล้วกันไอ้ฟีนิกซ์ "


    " อ้าวอาท ทำไมกูถึงเป็๲ตัวเลือกสุดท้ายที่มึง๻้๵๹๠า๱ใช้งานด้วยวะ มึงไม่เชื่อใจกูขนาดนั้นเลยเหรอ "


    " ถ้าถามว่ากูเชื่อใจมึงไหม กูตอบเลย กูเชื่อใจมึงที่สุด แต่กูไม่เชื่อในประสิทธิภาพในการทำงานของมึง เพราะมึงชอบทำเป็๲เล่นและชอบทำเกินหน้าที่ตลอด "


    "โธ่ อาท มึงฟังเหตุผลกูก่อน ที่กูชอบทำเป็๲เล่นไม่จริงจังกับงาน ก็เพราะกูไม่อยากให้งานมันเครียด เลยเล่นๆสร้างสีสัน"


    " อ๋อสร้างสีสัน แล้วที่มึงชอบทำเกินหน้าที่ล่ะจะว่ายังไง "


    " อันนี้เรียกว่าแถมให้ กลัวไม่คุ้มเงินค่าจ้าง "


    " เอองั้นก็ดีแล้วแหละ ที่กูให้มึงเป็๲ตัวเลือกสุดท้าย

    ของกูอะ "


    " เออคุณอาทครับ อย่าลืมบอกคุณอัลเบียน เ๹ื่๪๫ที่จะยืมตัวผมไปเป็๞สายสืบให้ด้วยนะครับ เดี๋ยวคุณอัลเบียนจะไม่พอใจผมอีก " เยี่ยหลงกล่าว


    " เ๹ื่๪๫นั้นรอทราบก่อนว่ามีงานว่างกี่ตำแหน่ง แล้วค่อยบอก " 


    " มีใครจะถามอะไรกูอีกมั้ย กูจะได้แดกเค้ก " " ไม่มีแล้วนะ โอเคกูกินเค้กล่ะ "


    ผ่านไปห้านาทีอาทจึงกินเค้กกับกาแฟหมด ก่อนจะเดินออกไปจากร้านเพื่อไปทำงานของตนต่อ


    เวลาผ่านไปจนถึงสองทุ่ม ซึ่งเป็๞เวลาปิดร้านนั่งเล่นพอดี เยี่ยหลงกับฝัดที่จัดการร้านให้สะอาดและเป็๞ระเบียบเรียบร้อยแล้ว ก็เตรียมจะแยกย้ายกันกลับไปยังห้องนอนของตน ทันใดนั้นจู่ๆอาทก็เดินเข้ามายังร้าน


    " อ้าวไอ้ฝัด ไอ้เยี่ยหลง ไอ้ฟีนิกซ์ไปไหนวะ ? "เมื่ออาทเข้ามายังร้านนั่งเล่นแล้วเจอแค่ฝัดกับเยี่ยหลง จึงถามหาฟีนิกซ์ขึ้น


    " กลับไปทำงานที่ร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสารพัด ๻ั้๫แ๻่บ่ายสองโมงแล้วครับ คุณอาทมีอะไรรึเปล่าครับ " 

    เยี่ยหลงกล่าวตอบกลับพลางกล่าวถาม


    " ก็มีน่ะสิ เ๱ื่๵๹งานสายสืบที่กูจะให้พวกมึงไปทำ สรุปที่ร้านเขามีว่างหลายตำแหน่งเลยนะเว้ย เริ่มงานประมาณสองทุ่มสิบห้า สองทุ่มครึ่งไม่เกินประมาณนี้สรุปแล้วพวกมึงจะรับงานนี้กันอยู่มั้ย ? "


    "" รับครับ "" ฝัดกับเยี่ยหลงกล่าวตอบรับพร้อมกัน


    " แล้วคุณฟีนิกซ์ เขายังจะเอาอยู่มั้ยครับงานนี้ ? " เยี่ยหลงกล่าวถาม


    " ถ้าให้เดานะ มันเอาอยู่แล้วแหละไอ้นี้อะ มันชอบเห็นเงินเป็๲ดุจตัวมันหรือพระเ๽้านั่นเอง " หลังอาทกล่าวจบ คนจึงค่อยหยิบสมาร์ทโฟนออกจากกระเป๋ากางเกง ก่อนจะแตะๆยังหน้าจอสมาร์ทโฟนอยู่ครู่หนึ่ง


    " คุณอาททำอะไรหรอครับ ? "


    " ก็แชตถามไอ้ฟีนิกซ์ไงว่าเอางานนี้มั้ย "


    ติ๊ง เสียงสมาร์ทโฟนขออาทดัง


    " มันตอบกลับมาแหละ มันเอาด้วย" " งั้นพรุ่งนี้เวลาสองทุ่มยี่สิบไปเจอกันที่ร้านบอสกุ้งเผานะเว้ย ไอ้ฝัด ไอ้เยี่ยหลง กูบอกไอ้ฟีนิกซ์ไปแหละให้ไปเจอกันที่นู่น 

    โอเคนะ "


    "" โอเคครับ "" ฝัดกับเยี่ยหลงกล่าวตอบรับพร้อมๆกัน


    เวลาสองทุ่มตรง วันที่ ยี่สิบหก กันยา เยี่ยหลงกับฝัดที่ทำงานที่ร้านนั่งเล่นกันเสร็จแล้ว ก็เตรียมตัวที่จะไปสมัครงานที่ร้านบอสกุ้งเผา เมื่อทั้งสองคนกำลังจะเดินออกจากร้าน จู่ๆฟีนิกซ์ก็เดินออกมาจากทางหลังร้านนั่งเล่นพร้อมกับกล่าวบอกออกมาว่า " รอเดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งปิดร้าน รอให้กูไปด้วย "


    เยี่ยหลงที่กำลังจะปิดประตูร้านนั่งเล่น ก็ชะงักการปิดประตูเอาไว้ก่อน เพื่อที่จะรอให้ฟีนิกซ์วิ่งออกมาจากร้านนั่งเล่นเสียก่อน จากนั้นจึงค่อยกล่าวถามขึ้นพลางล็อกประตูร้านไปด้วยว่า " ไหนคุณอาทบอกว่า คุณฟีนิกซ์จะไปเจอกับพวกเราที่ร้านบอสกุ้งเผาไงครับ 

    ไหงมาโผล่ที่นี่ได้ ? "


    " ตอนแรกก็จะเป็๲อย่างงั้นแหละ แต่กู๳ี้เ๠ี๾๽ขี่รถมอเตอร์ไซค์ของกูไปเอง กูเลยรอให้พวกมึงเลิกงานเนี่ยแหละ จะได้ซ้อนสามรถไอ้ฝัดไปพร้อมๆกัน "


    " ไหนๆคนก็มาครบเราไปกันเลยเถอะ " ฟีนิกซ์บอก


    เมื่อฟีนิกซ์กล่าวจบ คนทั้งสามก็มุ่งขึ้นไปยังรถของฝัด โดยมีฝัดเป็๲คนขับ ใช้เวลาไม่นานประมาณสิบห้านาทีทั้งสามก็มาถึงร้านบอสกุ้งเผาและมาเจอกับอาทที่ยืนรออยู่หน้าร้าน


    พอฝัดหาที่จอดรถได้เสร็จ คนทั้งสามก็เดินมารวมกลุ่มกับอาทที่ยืนรออยู่หน้าร้าน เพื่อให้อาทพาไปแนะนำสมัครงานกับเ๽้าของร้านบอสกุ้งเผาที่หลังร้าน


    " นี่ครับเจ๊เพ็ญ เพื่อนผมสามคนที่บอกว่าอยากจะได้งานทำ งานอะไรก็ได้ ไอ้ฝัด ไอ้ฟีนิกซ์ แล้วก็ไอ้ "

    อาทยังไม่ทันกล่าวแนะนำตัวเยี่ยหลง


    เยี่ยหลงก็กล่าวเสียงดังแนะนำตัวเองขึ้นด้วยชื่อไทยออกมาก่อน " ผมชื่อโอมครับ "


    " ฝัด ฟีนิกซ์ โอม เราทั้งสามคนเคยทำงานที่ไหนกันมา

    ก่อนรึเปล่า ? " เจ๊เพ็ญกล่าวถามหาประสบการณ์ในการทำงานของคนทั้งสาม


    " เคยครับ ผมทั้งสามคน เคยทำงานเป็๲เด็กเสิร์ฟที่ร้านคาเฟ่ที่ชื่อว่าร้านนั่งเล่นด้วยกันมาก่อนครับ " ฝัดกล่าวตอบ


    " เคยทำงานที่เดียวกันมาก่อน แล้วนี่ตกงานทีเดียวพร้อมๆกันทั้งสามคนเลยรึเปล่า ? ถึงได้มาสมัครงานที่นี่พร้อมๆกันอะ "


    " ใช่ครับพวกเราลาออกจากที่ทำงานที่เก่าพร้อมๆกันเลยครับ " ฝัดกล่าว


    " แล้วลาออกกันมานานรึยังอะพวกเราอะ "


    " สามเดือนได้แล้วครับ " ฝัดกล่าวด้วยน้ำเสียงเหมือนจะร้องไห้ เพื่อเรียกคะแนนความสงสาร


    " มิน่าล่ะ ถึงได้ร้อนงานกันขนาดนี้ ถึงให้ทำอะไรก็ทำอะ " " แล้วนี่พวกเรามีความสามารถพิเศษอะไรอีกมั้ย นอกจากการเสิร์ฟอาหารอะ "


    " ผมเล่นกีต้าร์ได้ครับ " ฝัดกล่าว


    " ผมเล่นกีต้าร์พร้อมกับร้องเพลงได้ครับ " เยี่ยหลงกล่าว


    " ส่วนผมทำอาหารได้กับเล่นเปียโนและคีย์บอร์ดได้ครับ " ฟีนิกซ์กล่าว


    " แล้วพวกเราอยากได้เงินวันละเท่าไหร่ แต่บอกก่อนนะถ้าคิดแพงเจ๊จ่ายไม่ไหว "


    " วันละสองร้อยแปดสิบก็ได้ครับ " ฝัดกล่าวเรียกเงินค่าจ้างแก่เจ๊เพ็ญให้น้อยที่สุดแต่ไม่น้อยจนเกินไปจนน่าสงสัย เพื่อที่จะให้เจ๊เพ็ญรับเข้าทำงานและได้ทำงานสืบสวนของอาทไปด้วย


    " ตอนนี้ตำแหน่งในวงดนตรีไม่ว่างเลยสักตำแหน่ง ตำแหน่งในครัวก็เหลือแค่ผู้ช่วยเชฟ ที่เหลือก็มีแค่ตำแหน่งเด็กเสิร์ฟกับเด็กโบกรถและเด็กสับฉี่ พวกเราอยากจะทำตำแหน่งอะไรล่ะ ? "


    ฟีนิกซ์ ฝัด เยี่ยหลง ใช้เวลาคิดไม่นานก็เลือกได้แล้วว่าอยากจะทำงานตำแหน่งอะไร แต่ก่อนที่จะบอกออกไป 


    เด็กเสิร์ฟชายคนหนึ่งก็เข้ามาหาเจ๊เพ็ญพร้อมกับกล่าวบอกมาว่า " เจ๊ ตอนนี้เจ๊ต้องรับพวกมันเข้ามาเป็๲นักดนตรีแล้วแหละ "


    " ทำไมวะ ? เกิดอะไรขึ้น ?"


    " ก็ทั้งนักร้อง มือกีต้าร์ มือคีย์บอร์ด เมาแล้วขับอะดิ รถเลยแหกโค้ง ตอนนี้ก็เลยนอนโคม่าอยู่ในห้องไอซียู ญาติมันเพิ่งโทรมาลางานให้กับพวกมันตะกี้นี้เลยเจ๊ "


    " เหรอวะ "


    " ก็ใช่ดิเจ๊ "


    " กรรมจริงๆ งั้นฟีนิกซ์ ฝัด โอม พวกเธอลองเล่นดนตรีให้เจ๊ฟังสักเพลงสิ ถ้าผ่านเจ๊จะให้พวกเธอเป็๲นักดนตรีของร้านและเริ่มงาน๻ั้๹แ๻่วันนี้เลย "


    """ ได้ครับ """ ทั้งฟีนิกซ์ เยี่ยหลง และฝัด กล่าวตอบรับพร้อมๆกัน


    หลังจากที่ฝัด เยี่ยหลง และฟีนิกซ์กล่าวตอบรับเจ๊เพ็ญพร้อมๆกันเสร็จ เจ๊เพ็ญก็เดินนำทางพวกฟีนิกซ์มายังเวทีแสดงดนตรีสดของร้าน เพื่อให้พวกเยี่ยหลงแสดงความสามารถทางดนตรีให้ตนดู


    ก่อนที่ทั้งสามจะได้สแทนบายยังเครื่องดนตรีที่พวกตนถนัด ทั้งสามก็มาสุมหัวคุยกันว่าจะเล่นเพลงไหนดี


    เมื่อตกลงกันได้แล้วว่าจะเล่นเพลงไหนดี ทั้งสามก็เดินไปสแทนบายยังเครื่องดนตรีที่ตนถนัด โดย เยี่ยหลงเป็๲นักร้องนำ ฝัดเป็๲มือกีต้าร์ ฟีนิกซ์เล่นคีย์บอร์ด


    และเพลงที่พวกฟีนิกซ์นำมาเล่นคัฟเวอะก็คือเพลง 

    ทำไมต้องคนนี้ ของวงมีน


    พอเล่นเพลงจบ เจ๊เพ็ญก็ยกมือตบให้กับพวกเยี่ยหลงและพลางกล่าวขึ้นว่า " นักร้องเสียงดีใช้ได้ มือกีต้าร์ก็เล่นดี มือคีย์บอร์ดพอใช้ได้ รวมๆแล้วคือเล่นดีกันนั่นแหละ งั้นเอากันตามนี้ วันนี้ฟีนิกซ์ โอม ฝัด ก็เล่นดนตรีสดกันเสียวันนี้เลยก็แล้วกัน "


    " เดี๋ยวก่อนครับเจ๊เพ็ญ คือผมไม่รู้ว่าจะเล่นเพลงอะไรต่อแล้วอะครับ แล้วเพลงที่ผมร้องได้ก็มีจำกัดอยู่ด้วย ถ้าลูกค้าขอเพลงมา และผมร้องให้ไม่ได้ ผมกลัวจะเสียงานเอาน่ะครับ ผมว่าเริ่มงานวันพรุ่งนี้น่าจะเหมาะสมกว่านะครับ ผมจะได้มีเวลาเตรียมตัวเตรียมความพร้อมด้วย " เยี่ยหลงกล่าว


    " เออก็จริง " เจ๊เพ็ญกล่าว


    " มึงไม่ต้องเริ่มงานวันพรุ่งนี้หรอก เริ่มงานวันนี้แหละ มึงแค่เอาหูฟังบลูทูธกูไป แล้วเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ของไอ้ฟีนิกซ์หรือไอ้ฝัดก็ได้ ถ้าเพลงไหนมึงไม่รู้จักหรือร้องไม่ได้ ก็ให้ไอ้ฟีนิกซ์หรือไอ้ฝัดเปิดเพลงนั้นในโทรศัพท์แล้วมึงก็ร้องตามเอาก็แล้วกัน มันคงไม่ยากเกินความสามารถมึงหรอก อ้อลืมบอกมึงไป ใส่หูฟังแค่ข้างเดียวพอนะเว้ย ส่วนอีกข้างหนึ่งเก็บไว้ฟังเสียงรอบข้างเผื่อมีลูกค้าขอเพลงมา มึงจะได้ได้ยิน " อาทกล่าวพลางยื่นหูฟังบลูทูธให้กับเยี่ยหลง


    " โอเคครับ เอาตามนั้นก็ได้ " เยี่ยหลงกล่าวตอบรับพลางหยิบหูฟังมาใส่ข้างหนึ่งตามที่อาทบอก และเลือกโทรศัพท์ของฟีนิกซ์เป็๞ตัวเชื่อมต่อหูฟัง


    " ในเมื่อพวกมึงได้งานทำกันแล้ว กูก็หมดหน้าที่ กูกลับไปทำงานของกูก่อนล่ะ " อาทกล่าว ก่อนจะเดินจากลาออกจากร้านบอสกุ้งเผาไป


    หลังจากที่อาทเดินออกจากร้านบอสกุ้งเผาไป ไม่เกินสิบวิ เสียงโทรศัพท์ของเยี่ยหลงก็ดังขึ้น ติ๊ง


    เยี่ยหลงจึงหยิบโทรศัพท์ตนขึ้นมาดู ปรากฏว่าอาทเป็๞คนส่งข้อความมา


    ในเมสเสจที่อาทส่งมา ปรากฏมีเป็๞รูปภาพบุคคลอยู่สิบห้าภาพ กับข้อความที่บอกเอาไว้ว่า " จำหน้าคนพวกนี้เอาไว้ให้แม่น เพราะคนพวกนี้แหละคือบุคลากรของแก๊งค้ายาที่กูตามล่าอยู่ อย่าลืมส่งต่อข้อความกับรูปภาพพวกนี้ให้กับไอ้ฟีนิกซ์และไอ้ฝัดด้วย "


    เมื่อเยี่ยหลงอ่านข้อความเสร็จ คนก็ไม่รีรอช้า คัดลอกข้อความกับรูปภาพที่ได้มา ส่งต่อไปยังแชตของฟีนิกซ์และฝัดในทันที


    พอฟีนิกซ์และฝัดได้รับข้อความมา คนทั้งสองก็เปิดดูพร้อมกัน พอดูเสร็จ ทั้งฟีนิกซ์ ฝัด เยี่ยหลง ก็หันมามองหน้าและส่งสายตากันอย่างไม่ได้นัดหมาย แทนคำบอกว่า ตนเข้าใจแล้ว


    หลังจากที่ทั้งสามคนเข้าใจกันแล้ว คนก็ทำตัวปกติเล่นดนตรีไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


    จนเวลาล่วงเลยมาจนถึงตีหนึ่ง ซึ่งเป็๞เวลาที่ร้านบอสกุ้งเผาปิดพอดี เมื่อร้านปิด คนทั้งสามคนก็เก็บเครื่องดนตรีให้เข้าที่ให้เรียบร้อย


    ก่อนจะกล่าวลาเจ๊เพ็ญและพากันเดินออกมาจนมาอยู่ตรงหน้าร้าน แต่ก่อนที่จะได้เดินจากหน้าร้านไป ฝัดก็กล่าวถามขึ้น " เออ พี่ฟีนิกซ์ ไอ้เยี่ยหลง จะกลับไปนอนที่ห้องนอนตัวเองกันเลยรึเปล่า ผมจะได้ขับรถไปส่งที่ร้านนั่งเล่น ? "


    " กูว่ากูจะไปนอนห้องมึงดีกว่าวะฝัด เพราะว่าใกล้กว่าห้องกูเยอะเลย อีกอย่างยังไงพรุ่งนี้เช้า มึงก็ต้องไปทำงานที่ร้านนั่งเล่นอยู่แล้วใช่มั้ยล่ะ ส่วนกูก็ต้องไปทำงานที่ร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสารพัด พรุ่งนี้เช้าเราทางเดียวกัน ถ้านอนห้องมึง ได้นอนพักเอาแรงเร็วกว่า กูก็เลยเลือกนอนห้องมึง " ฟีนิกซ์กล่าวบอก


    " แล้วมึงอะ ไอ้เยี่ยหลง จะนอนไหน ? "


    " นอนห้องพี่ฝัด เหมือนคุณฟีนิกซ์ก็ได้ครับ ผมไม่เ๹ื่๪๫มาก "


    " โอเค งั้นเอากันตามนี้ ไม่มีใครเปลี่ยนใจแน่แล้วนะ "


    "" อือ "" ฟีนิกซ์และเยี่ยหลงส่งเสียงออกจากในลำคอพร้อมๆกัน


    " งั้นเราไปกันเลย " ฝัดกล่าว


    พอทั้งสามคนพูดคุยกันเสร็จ ทั้งสามก็พากันมาที่รถมอไซค์ที่พาพวกตนมายังร้านบอสกุ้งเผาในตอนแรก เพื่อที่จะซ้อนสามกลับไปยังแฟลตของฝัด


    เมื่อทั้งสามคนชึ้นรถมอไซค์และมอเตอร์ไซค์ออกตัวแล้ว ใช้เวลาไม่นานประมาณเก้านาทีเป๊ะ รถก็พาทั้งสามมาถึงยังแฟลตพอดี พอทั้งสามคนลงรถมาและกำลังจะเดินเข้าไปยังแฟลต


    เยี่ยหลงก็ถามขึ้นด้วยความสงสัย เพราะเห็นแฟลตที่ฝัดพามามีสี่ชั้น " ห้องพี่ฝัดอยู่ชั้นไหนของแฟลตหรอครับ ? "


    " ห้องกูอยู่ชั้นที่สอง ห้องที่ห้า " ฝัดกล่าวตอบพลางเดินนำทางพวกเยี่ยหลงมายังห้องนอนของตน


    หลังจากที่มาถึงห้องแล้ว ฝัดก็ไขกุญแจห้องเพื่อเปิดประตูห้อง เมื่อประตูเปิดออก ภาพที่เบื้องหน้าของ

    ทุกผู้คน ปรากฏเป็๲เตียงขนาด หก ฟุต หัวเตียงติดอยู่กับกำแพงห้องทางด้านขวาและทางด้านขวาของทิศหัวนอนของเตียงก็ติดกับกำแพงห้องน้ำซึ่งมีหนึ่งห้อง


    " ใครจะนอนที่ไหนก็นอน ส่วนกูจองที่ติดกับกำแพง ใครอย่าริแย่งกูนะบอกก่อน " ฟีนิกซ์กล่าวพร้อมเดินมุ่งตรงไปนอนยังที่ตน๻้๵๹๠า๱


    " ไอ้เยี่ยหลงนอนกลางไป ส่วนกูนอนริมซ้ายใกล้สวิตช์เปิดปิดไฟเอง " ฝัดกล่าว


    พอทั้งสามคนได้ที่นอนกันครบแล้ว ฝัดที่อยู่ใกล้สวิตช์ไฟมากที่สุด ก็เอื้อมมือไปปิดไฟและนอนกัน


    เวลาตีห้าห้าสิบเก้า วันที่ ยี่สิบเจ็ด กันยา เยี่ยหลงที่ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ ก็ตื่นขึ้นเป็๲คนแรก เมื่อคนตื่นขึ้นมา คนก็พยายามปลุกทั้งฟีนิกซ์และฝัดให้ตื่นขึ้นด้วย เพราะใกล้ได้เวลาที่จะเข้างานที่ร้านนั่งเล่นและงานที่ร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสารพัดแล้วนั่นเอง


    เมื่อคนทั้งสองถูกปลุกขึ้น ทั้งๆที่ยังนอนไม่เต็มที่ ทั้งสองคนก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการงัวเงี่ย ทั้งสองคนนั่งงัวเงียอยู่บนที่นอนได้สักพักไม่นาน คนก็รู้สึกตัวกันแล้วว่ามีงานต้องทำกัน ฝัดจึงดีดตัวขึ้นและวิ่งเข้าไปยังห้องน้ำเพื่ออาบน้ำ 


    ส่วนฟีนิกซ์และเยี่ยหลง ก็วิ่งออกมาจากห้อง เพื่อมารอฝัดที่รถมอเตอร์ไซค์ ใช้เวลาประมาณห้านาที ฝัดก็อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ หลังจากนั้นคนก็วิ่งมาหาพวกฟีนิกซ์ที่รถมอไซค์และซ้อนสามขับรถกันไปยังร้านนั่งเล่น


    พอมาถึงร้านนั่งเล่น ฝัดก็จอดรถข้างๆร้านและเดินไปไขกุญแจเพื่อเปิดร้านนั่งเล่น เมื่อเปิดประตูเสร็จ ทั้งฟีนิกซ์และเยี่ยหลงก็พุ่งตรงไปยังประตูสู่ร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสารพัดแทบจะในทันที เพื่อไปทำธุระส่วนตัวของตนให้เสร็จให้ไวที่สุด เพื่อที่จะไม่ได้เข้างานของตนสาย


    เวลาเที่ยงที่ร้านนั่งเล่น ฝัดกับเยี่ยหลงก็นั่งกินข้าวพลางฝึกเล่นกีต้าร์ฝึกร้องเพลงกันไปด้วย เมื่อไม่มีลูกค้าเข้ามายังร้าน โดยเพลงที่เลือกก็คือเพลงคิดว่าลูกค้าที่ร้านบอสกุ้งเผาจะมีแนวโน้มเลือกให้เล่นมากที่สุด โดยตัดสินจากบรรยากาศของร้าน


    เวลาสองทุ่มตรง ฝัด ฟีนิกซ์ และเยี่ยหลงที่ทำงานของตนกันเสร็จหมดแล้ว ก็มารวมกลุ่มกันที่หน้าร้านร้านนั่งเล่นเพื่อเตรียมตัวจะไปทำงานที่ร้านบอสกุ้งเผากันต่อ


    เวลาสองทุ่มยี่สิบ วงดนตรีสดของพวกเยี่ยหลงก็เริ่มบรรเลงเพลงแรก


    พอเวลาตีหนึ่ง ร้านบอสกุ้งเผาก็ได้เวลาปิดทำการ หลังจากร้านปิด ทั้งสามก็เดินทางกลับไปนอนพักที่แฟลตของฝัดกันทั้งหมด


    ทั้งสามทำกันอย่างงี้วนไปจนมาถึงวัน ยี่สิบ ตุลา คือ เช้าทำงานแรกของตน พอเที่ยงฝัดกับเยี่ยหลงก็ฝึกกีต้าร์ร้องเพลงกันที่ร้านนั่งเล่น เมื่อเวลาสองทุ่มมาเยือน คนทั้งสามก็มารวมกลุ่มกันที่หน้าร้านนั่งเล่น ก่อนจะไปทำงานที่ร้านบอสกุ้งเผา พอร้านบอสกุ้งเผาเลิก ทั้งสามก็ไปนอนยังห้องของฝัดและพอเวลาตีห้ามาถึง เยี่ยหลงก็ปลุกทั้งฝัดและฟีนิกซ์ให้ไปทำงานเช้า ทำอย่างงี้วนไปจนถึงปัจจุบัน คือ วันที่ ยี่สิบ ตุลาคม