ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

เล่มที่ 7 บทที่ 187 ช่วยจักรพรรดิจันทรา!

        คนที่ส่งข้อความมาถึงเย่เทียนก็คือจักรพรรดิจันทรา

        ข้อความนี้เตือนให้เย่เทียนรีบหนีไปซึ่งก็หมายความว่าเหล่าจักรพรรดิกำลังประสบกับปัญหาอยู่ ปัญหาที่แม้แต่จักรพรรดิจันทราก็ยังต้องหนี

        แต่แล้วมันเกิดอะไรขึ้นล่ะ? จักรพรรดิจันทราจักรพรรดิขวานสงครามและคนอื่นๆ ทำไมถึงต้องรีบหนี?

        ไม่ว่าจะเป็นในเชิงปริมาณหรือคุณภาพจักรพรรดิฝ่ายมนุษย์ก็เป็นฝ่ายได้เปรียบอย่างไม่ต้องสงสัย แล้วทำไมพวกเขาถึงพ่ายแพ้อย่างกะทันหัน?

        “หนี!”

        เย่เทียนไม่ลังเลที่จะหลบหนีไป

        ในเวลาเดียวกันเขาเปิดใช้งานพรสวรรค์ล่องหนและพรสวรรค์ในการบิน

        ดังนั้นแม้แต่สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิก็ไม่ควรที่จะพบร่องรอยของเขาได้

        อย่างไรก็ตามหากสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิปลดปล่อยการโจมตีเป็นวงกว้างเขาก็คงจะไม่รอด

        ดังนั้นเขาจึงต้องรีบหนีไปจากพื้นที่นี้โดยเร็วที่สุด!

        ไม่รู้ว่าบินไปไกลแค่ไหนแต่เย่เทียนก็สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าเสียงการต่อสู้ที่อยู่ด้านหลังหายไปแล้ว

        “เราน่าจะออกจากเขตการต่อมาสู้แล้ว!”

        เย่เทียนคิดกับตัวเอง

        แต่ทันทีที่ความคิดนี้ปรากฏขึ้นเสียงระเบิดที่ดังกึกก้องก็ตบหน้าเขาอย่างสมบูรณ์

        หญิงสาวที่ร่างกายอาบย้อมไปด้วยเลือดถูกสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิทุบกระเด็นกระแทกเข้ากับภูเขาจนทำให้ภูเขาแตกออกเป็นเสี่ยงๆ

        “จักรพรรดิจันทรา!”

        รูม่านตาของเย่เทียนหดแคบลง

        ถ้าเขาไม่ได้คุ้นเคยกับจักรพรรดิจันทราเย่เทียนจะไม่สนใจอย่างแน่นอน แต่คนตรงหน้าคือจักรพรรดิจันทรา

        ในเวลานี้จักรพรรดิจันทราได้รับบาดเจ็บสาหัสร่างกายของเธอย้อมไปด้วยเลือด และกลิ่นอายของเธอก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง

        เห็นได้ชัดว่าจักรพรรดิจันทราได้ผ่านการต่อสู้อย่างรุนแรงมาก่อนหน้านี้

        มิฉะนั้นด้วยความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิตัวนี้ไม่มีทางที่มันจะสามารถทำร้ายจักรพรรดิจันทราได้

        “จักรพรรดิจันทราตกอยู่ในอันตราย!”

        สีหน้าของเย่เทียนเปลี่ยนไป

        ในแง่ของความแข็งแกร่งเขาย่อมด้อยกว่าสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิตัวนี้ อย่างน้อยๆอีกฝ่ายก็แข็งแกร่งกว่าเขาถึงห้าเท่า

        แต่ถ้าเขาไม่ช่วยเธอจักรพรรดิจันทราอาจจะต้องตาย

        “ต้องช่วยเธอ!”

        เย่เทียนกล่าวกับตัวเองอย่างเด็ดเดี่ยว

        จักรพรรดิจันทราได้ส่งข้อความถึงเขาให้หนีไปถ้าเขาไม่ช่วยจักรพรรดิจันทราในตอนนี้ เขาคงจะรู้สึกไม่ดี

        ในขณะที่สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิกำลังจะโจมตีจักรพรรดิจันทราอีกครั้งเย่เทียนก็ใช้พรสวรรค์กักขังมิติของพรสวรรค์ด้านมิติระดับสูงสุด

        ฟุ่บ!

        คลื่นพลังมิติได้แช่แข็งความว่างเปล่าและการโจมตีของสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิก็ได้รับผลกระทบเช่นกันความเร็วของมันช้าลงอย่างมาก

        พลังการกักขังมิติส่วนใหญ่ของเย่เทียนนั้นมีเป้าหมายคือสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิแม้ว่าจักรพรรดิจันทราจะได้รับผลกระทบเล็กน้อยแต่สถานการณ์ของเธอก็ดีกว่าสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิตัวนี้มาก

        จักรพรรดิจันทราเข้าใจจังหวะการต่อสู้ได้เป็นอย่างดีดังนั้นเธอจึงลงมืออีกครั้งในพริบตา

        ตูม!!!!

        พระจันทร์เต็มดวงที่เต็มไปด้วยรอยแตกนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของเธอคมมีดคล้ายพระจันทร์เสี้ยวพุ่งออกไปฟันไปที่คอของสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิ

        เธอโจมตีออกไปหลายครั้งในตำแหน่งเดียวกันในเวลาเพียงไม่นาน สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิก็ถูกจักรพรรดิจันทราสังหารจนสิ้นใจ

        แต่จักรพรรดิจันทราก็อยู่ในสภาพน่าอนาถเช่นกันเธอได้รับบาดเจ็บสาหัสหลายครั้ง ด้วยบาดแผลเหล่านี้ทำให้เธอสลบและตกลงไปยังพื้นด้านล่าง

        ฟุ่บ!

        เย่เทียนพุ่งเข้าหาจักรพรรดิจันทราและอุ้มร่างของเธอไว้

        สายตาของจักรพรรดิจันทราเปิดขึ้นเล็กน้อยและเอ่ยขึ้นว่า“ไปกันเถอะ ที่นี่ไม่ปลอดภัยแล้ว!”

        “เกิดอะไรขึ้น?”

        เย่เทียนถามอย่างจริงจัง

        แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้คำตอบจักรพรรดิจันทราก็หมดสติไปอีกครั้ง

        เย่เทียนไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากอุ้มร่างของจักรพรรดิจันทราไว้และเข้าสู่สภาวะล่องหนบินกลับไปยังฐาน

        ตลอดทาง

        เย่เทียนพบสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิจำนวนมากแต่พวกมันก็ไม่ตรวจพบการคงอยู่ของเย่เทียน

        ด้วยความแข็งแกร่งของเย่เทียนเมื่อรวมกับพรสวรรค์ด้านมิติระดับสูงเขาสามารถที่จะสังหารจักรพรรดิที่ไม่แข็งแกร่งมากนักได้แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะโจมตีออกไป เพราะมันมีสัตว์อสูรที่สามารถทำให้จักรพรรดิจันทราอยู่ในสภาพนี้ได้

        นั่นแปลว่าแน่นอนว่าหนึ่งในพวกมันต้องมีสัตว์อสูรที่น่าสะพรึงกลัวอยู่

        หากเขาลงมือบางทีสัตว์อสูรตัวนั้นอาจจะพบตัวเขา เช่นนั้นชีวิตน้อยๆ ของเขาคงจะจบสิ้น

        “ใกล้ถึงฐานแล้ว!”

        เย่เทียนคิดในใจว่าเมื่อถึงฐานเขาก็น่าจะปลอดภัย

        แต่ไม่นานภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้เขาตกตะลึง

        “เกิดอะไรขึ้นกับฐานทัพ?”

        ที่นี่แต่เดิมเป็นฐานทัพของมนุษย์แต่ตอนนี้มันได้กลายเป็นซากปรักหักพังและเต็มไปด้วยหลุมขนาดใหญ่รอยแยกมิติถูกปิดกั้นอย่างสมบูรณ์

        ตรงบริเวณรอยแยกสัตว์อสูรจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังโจมตีค่ายกลขนาดใหญ่ที่ผนึกรอยแยกไว้

        สถานการณ์ตรงหน้าชัดเจนแล้วฐานทัพถูกทำลาย มนุษย์ถูกบังคับให้ถอยร่นกลับไปยังโลก

        และเขากลับมาช้าไป!

        “เราไม่สามารถผ่านรอยแยกได้!”

        เย่เทียนขมวดคิ้ว

        แม้ว่าเขาจะมีพรสวรรค์ล่องหนแต่รอยแยกมิติถูกปิดลง พรสวรรค์ล่องหนของเขาก็ไม่สามารถผ่านค่ายกลใหญ่นี้ได้และมนุษย์ก็ไม่มีทางที่จะเปิดรอยแยกเพื่อให้เขากลับไป

        พวกเขาได้เปิดใช้ค่ายกลขนาดใหญ่นี้ขึ้นเพื่อหยุดสัตว์อสูรที่โจมตีเข้ามาและไม่ต้องการให้พวกมันบุกเข้าไปยังโลก

        “ไปกันเถอะ!”

        เย่เทียนตัดสินใจออกจากที่นี่และหาสถานที่ที่ปลอดภัยเพื่อพักผ่อนและช่วยจักรพรรดิจันทราฟื้นฟูอาการบาดเจ็บมิฉะนั้นด้วยความแข็งแกร่งของเขาคนเดียว มันเป็นเรื่องยากมากที่จะกลับไปยังโลก

        ถ้าจักรพรรดิจันทราฟื้นตัวแล้วบางทีจักรพรรดิจันทราอาจจะมีวิธีพาเขากลับไป

        ไม่รู้ว่าบินไปนานเท่าไหร่เย่เทียนร่อนเข้าไปในถ้ำบนภูเขาลูกใหญ่แห่งหนึ่ง จากนั้นเขาก็วางค่ายกลซ่อนที่นี่แบบง่ายๆและวางร่างของจักรพรรดิจันทราลง

        เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้วเย่เทียนจึงค่อยสังเกตอาการบาดเจ็บของจักรพรรดิจันทรา

        จากนั้นเขาก็พบว่าจักรพรรดิจันทรามีบาดแผลขนาดใหญ่ที่เกือบจะผ่าเธอออกเป็นสองส่วนได้กระดูกของเธอหักไปหลายส่วน อวัยวะภายในได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง

        เมื่อเห็นเช่นนี้เย่เทียนก็รีบป้อนยารักษาจำนวนมากให้กับจักรพรรดิจันทรา

        หนึ่งคืนต่อมาบาดแผลของจักรพรรดิจันทราเริ่มหลุดลอกออกมา เนื่องจากตัวตนของเธอเป็นถึงระดับจักรพรรดิแม้ว่าเธอจะไม่มีพรสวรรค์ในการรักษา แต่ความเร็วในการฟื้นตัวก็หาใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะจินตนาการถึง

        เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น

        จักรพรรดิจันทราลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ

        “จักรพรรดิจันทรา คุณตื่นแล้ว!”

        เย่เทียนเห็นจักรพรรดิจันทราตื่นขึ้นเขารีบพูดด้วยความยินดี

        “เย่เทียน คุณช่วยฉันไว้เหรอ?”

        จักรพรรดิจันทราถามเย่เทียน

        “เปล่า ผมแค่เห็นคุณฆ่าสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิและสลบไปผมจึงพาคุณมาที่นี่!” เย่เทียนอธิบาย

        “แต่ทำไมฉันถึงรู้สึกว่ามีพลังมิติกักขังพื้นที่ตอนนั้นไว้?”

        จักรพรรดิจันทราพึมพำ

        “คงเป็นเพราะคุณบาดเจ็บสาหัสจึงเกิดภาพหลอนน่ะ!”

        เย่เทียนไม่มีทางยอมรับเพราะพรสวรรค์ด้านมิติคือหนึ่งในไพ่ตายของเขา เขาจะบอกคนอื่นง่ายๆ ได้อย่างไร

        เมื่อจักรพรรดิจันทราเห็นว่าเย่เทียนไม่ยอมรับดังนั้นเธอจึงไม่ถามต่อและเริ่มรักษาอาการบาดเจ็บทันที

        เธอหยิบโอสถขนาดเท่าผลลำไยออกมาจากถุงเก็บของมิติและกลืนมันลงไปอาการบาดเจ็บของเธอฟื้นฟูกลับมาด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อความเร็วในการฟื้นฟูของเธอไม่ด้อยกว่าพรสวรรค์ในการรักษาระดับสูงสุดเลย

        ครึ่งชั่วโมงต่อมาอาการบาดเจ็บของจักรพรรดิจันทราก็ดีขึ้นมากแต่บาดแผลฉกรรจ์ต้องอาศัยเวลาฟื้นฟูอย่างช้าๆ ก่อนมันจะกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง

        “เย่เทียน นี่ไม่ใช่ฐานทัพของพวกเรา คุณไม่ได้กลับไปที่ฐานหรอกเหรอ?”

        จักรพรรดิจันทราเปิดตาและเอ่ยถามขึ้น

        “ผมลองกลับไปแล้ว แต่ผมพบแต่เพียงซากปรักหักพังของฐานมนุษย์ได้กลับไปยังรอยแยกและเปิดใช้ค่ายกลปิดกั้นรอยแยกไว้ ผมไม่สามารถผ่านมันไปได้”

        เย่เทียนพูดอย่างจนปัญญา

        “เป็นไปตามคาดจริงๆ ด้วย!”

        จักรพรรดิจันทราไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรกับคำบอกเล่าของเย่เทียนราวกับว่าเธอได้คาดการณ์ทุกอย่างเอาไว้แล้ว

        “เกิดอะไรขึ้นกันแน่? หรือว่าพวกคุณไม่สามารถฆ่าสัตว์อสูรที่มีพรสวรรค์วิญญาณได้?”เย่เทียนถามด้วยความสงสัย

        “ไม่!” จักรพรรดิจันทรากล่าวอย่างจริงจังว่า“พวกเราสามารถฆ่าสัตว์อสูรตัวนั้นได้ตั้งแต่แรกบุกโจมตี แม้กระทั่งสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิก็ถูกสังหารไปหลายสิบตัวเราเกือบจะสังหารสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิในหุบเขาทั้งหมดได้!อย่างไรก็ตามเหตุไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น จู่ๆก็มีสัตว์อสูรตัวหนึ่งปรากฏตัวออกมาสังหารจักรพรรดิเนตรโลหิตลงในทันที มันได้โจมตีพวกเราอย่างหนักจนผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิทั้งหมดพ่ายแพ้และจำเป็นต้องแยกกันหลบหนีไป”

คล้ายกับเรื่องระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】 ที่คุณอ่าน