หลังอาหารค่ำ ทำการบ้านเสร็จ หลิงซูอิ๋วเดินมาเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อเล่นเกม 'Legend of Immortals' คลายเครียด เขาเข้าเกมด้วยตัวละครนักดาบเลเวล 12 ของ เขาเอง แต่ด้วยฝีมือที่ยังไม่ถึงขั้น จึงถูกฝูงหมาป่ารุมทำร้ายจนเืแดงเถือกใกล้ตาย.
"โธ่เอ๊ย! หลบไม่พ้นอีกแล้ว ตายแน่ๆ!" เขาสบถอย่างหัวเสีย นิ้วรัวแป้นพิมพ์อย่างบ้าคลั่ง แต่ไร้ผล
"ขยับไป... เดี๋ยวพี่จัดการให้" หลิงซูเหยาที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียงลุกมาแตะไหล่ น้องชาย พร้อมเอ๋ยเรียบๆ
"พี่จะทำอะไร? อย่ามายุ่งน่า เดี๋ยวก็ตายเร็วกว่าเดิม!" หลิงซูอิ๋วโวยวาย
"ลุก!" ด้วยความใและน้ำเสียงที่เด็ดขาด หลิงซูอิ๋วยอมลุกจากเก้าอี้อย่างงงๆ
หลิงซูเหยาทิ้งตัวลงนั่งแทนที่ นิ้วเรียวสวยวางทาบลงบนแป้นพิมพ์และเมาส์ ทันทีที่นิ้วของเธอขยับ บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไป ตัวละครนักดาบของน้องชายที่ใกล้ตาย กลับพลิกตัวหลบคมเขี้ยวของหมาป่าได้ อย่างปาฏิหาริย์
หลิงซูเหยาใช้เทคนิค 'Kiting' ลากมอนสเตอร์วนเป็วงกลม แล้วใช้สกิลโจมตีสวนกลับในจังหวะที่ศัตรูชะงัก
ต๊อกๆๆๆๆ! เสียงกดคีย์บอรด์ดังรัวเร็วและเป็จังหวะราวกับเสียงดนตรี สายตาของ เธอจดจ่อแน่วนิ่ง ในขณะที่หน้าจอ ตัวละครนักดาบกำลังร่ายรำเพลงดาบสังหารมอสเตอร์ทั้งฝูงโดยไม่เสียเืแม้แต่หยดเดียว
"เฮ้ย... เป็ไปได้ยังไง?" หลิงซูอิ๋วอ้าปากค้าง ตาเบิกกว้างมองพี่สาวสลับกับหน้าจอ
"พี่... พี่ทำท่านั้นได้ยังไง? นั่นมันเทคนิคระดับมืออาชีพเลยนะ!"
ผ่านไปไม่ถึง 3 นาที มอนสเตอร์ทั้งฝูงก็นอนตายเกลื่อน แถมบอสประจำแมพยังโดนเธอสังหาร จนดรอปไอเท็มออกมาด้วย หลิงซูเหยาหันมามองน้องชาย ยักคิ้วให้หนึ่งที
"การคำนวณจังหวะสำคัญที่สุด ดูไว้นะ... เวลาบอสมันยกมือขวา นายต้องกด Shift ซ้ายเพื่อพุ่ง ตัวสวนทาง..."
เธอเริ่มสอนเทคนิคการเล่น การจัดวางสกิลและการอ่านแผนที่ให้น้องชายอย่างละเอียด โดยมีหลิงซูอิ๋วยืนฟังตาแป๋วด้วยความประหลาดใจและชื่นชม จากพี่สาวที่น่ารำคาญในสายตา
วันนี้เธอกลายเป็ 'เจ้โหด' ที่เขาต้องมองด้วยสายตาใหม่เสียแล้ว และในค่ำคืนนั้นเอง... ความสัมพันธ์ของสองพี่น้องก็แน่นแฟ้นขึ้นผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์
คืนนั้นเมื่อไฟในห้องดับลง สงสัยเพราะวันนี้ต้องเดินทางไปโรงพยาบาล ทำให้หลิงซูเหยาล้มตัวลงนอนก็หลับไปเลย ในความฝัน เธอพบว่าตัวเองยืนอยู่ท่ามกลางหมอกควันสีขาวสว่างไสว เบื้องหน้าของเธอคือเด็กสาวที่มีใบหน้าเหมือนกับเธอราวกับแกะ...
'หลิงซูเหยาคนเดิม' เ้าของร่างเดิมยืนส่งยิ้มมาให้ ร่างกายของเธอดูโปร่งแสงและเบาสบาย
"เธอคือ... หลิงซูเหยาตัวจริงสินะ?" เจียงหรันเอ่ยถาม เด็กสาวพยักหน้า
"ใช่ค่ะ... ขอบคุณพี่สาวมากนะคะที่เข้ามาดูแลร่างนี้แทนหนู หนูเห็นสิ่งที่พี่ทำเพื่อครอบครัวตลอด 3-4 วันมานี้แล้ว หนูดีใจมากที่เห็นปู่ย่ายิ้ม เห็นน้องชายมีความสุข และเห็นพ่อแม่คลายกังวล"
"ไม่ต้องห่วงนะ ฉันสัญญาว่าจะดูแลทุกคนให้ดีที่สุด จะทำให้ชีวิตของเธอ... ของเรา ดีขึ้นกว่าเดิม จะไม่ให้ใครมาดูถูกครอบครัวเราได้อีก" เจียงหรันให้คำมั่นสัญญาด้วยน้ำเสียง หนักแน่น
หลิงซูเหยาคนเดิมน้ำตาคลอเบ้าด้วยความซาบซึ้ง "หนูฝากพี่ดูแล พ่อแม่ ปู่ย่า และอาอิ๋วแทนหนูด้วยนะคะ ที่ผ่านมาหนูทำตัวแย่มากๆ เลยค่ะ .... ลาก่อนนะคะพี่สาว..."
ร่างของเด็กสาวค่อยๆ เลือนหายไปพร้อมกับแสงสว่างที่อบอุ่น ความรู้สึกหนักอึ้งในใจบางอย่างมลายหายไป เหลือไว้เพียงพันธสัญญาทางใจที่แน่วแน่….ว่านับจากนี้ไป
เธอคือ 'หลิงซูเหยา' คนใหม่ ที่จะนำพาตระกูลหลิงไปสู่จุดสูงสุด!
……………………….
เช้าวันถัดมา หน้าโรงเรียนมัธยมอันดับ 7 เมือง C บรรยากาศยามเช้าหน้าโรงเรียน คึกคักไปด้วยนักเรียน แต่ทันทีที่สองพี่น้องตระกูลหลิงก้าวเท้าเข้ามา ทุกสายตาก็หันมาจับจ้องเป็จุดเดียว
'หลิงซูอิ๋ว' ในชุดนักเรียนมัธยมต้น เดินขนาบข้างพี่สาวไม่ห่าง สายตาคมกริบกวาด มองไปรอบๆ
"พี่ใหญ่ เดินระวังนะคนเยอะ เดี๋ยวใครมาชนแขนพี่เข้า"
'หลิงซูเหยา' ยิ้มบางๆ สภาพของเธอในวันนี้แม้จะถอดเฝือกออกแล้ว แต่ใบหน้าซีกซ้ายยังมีรอยช้ำ จางๆ ทำให้ดูน่าสงสาร ทว่าแผ่นหลังของเธอกลับเหยียดตรง สง่างามผิดกับเมื่อก่อน
เสียงซุบซิบของกลุ่มนักเรียนหญิงดังลอดมาให้ได้ยิน "เฮ้ยแก... นั่นหลิงซูเหยานี่ หายไปหลายวันเลย ฉันนึกว่าลาออกไปแล้วซะอีก" "นั่นสิ หน้าตาดูช้ำ ๆ สงสัยจังว่าไปโดนอะไรมานะ หรือว่าข่าวลือที่บอกว่าประสบอุบัติเหตุจะเป็เื่จริง?"
หลิงซูอิ๋วขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงคนมองพี่สาว แต่เมื่อเห็นว่าไม่มีคำพูดร้ายกาจอะไร เขาจึงแค่เดินกันท่าไว้เฉยๆ "เลิกเรียน พี่มารอผมที่เดิมนะ"
"รู้แล้ว นายรีบไปเรียนเถอะ สาวๆ มองจนตาเยิ้มหมดแล้ว" ซูเหยาแซว
หลิงซูอิ๋วหน้าแดงกล่ำ รีบกระชับกระเป๋าแล้วเดินจ้ำอ้าวไปทางตึกมัธยมต้น ท่ามกลางเสียงกรี๊ดกร๊าดเบาๆ ของรุ่นน้องผู้หญิงที่แอบปลื้มเขา
……………………………….
ห้องเรียน ม.ปลาย ปี 2 ห้อง 6 ทันทีที่ซูเหยาก้าวเท้าเข้ามาในห้อง เพื่อนสนิททั้งสาม คนก็รีบพุ่งตัวเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังด้วยความดีใจ
"ซูเหยา! เธอมาเรียนไหวแล้วเหรอ?" เสียงแหลมเล็กแต่ทรงพลังดังขึ้น 'เหมยอิง' สาวน้อยร่างเล็กพริกขี้หนู รีบวิ่งเข้ามาจับมือเพื่อน
"พวกเราเป็ห่วงแทบแย่ โทรไปก็ไม่ติด วีแชด ไปเธอก็ไม่อ่านเลย"
"โทรศัพท์ฉันพังตอนเกิดอุบัติเหตุน่ะ" ซูเหยาตอบเสียงนุ่ม "ขอโทษทีนะที่ทำให้เป็ห่วง”
"อาจารย์หลี บอกว่าเธอโดนรถชน อาการหนักจนต้องลาหยุดยาว" 'จูจู' สาวแว่นพูดพลางสำรวจใบหน้าซูเหยาอย่างละเอียด
"พวกเราจะขอไปเยี่ยม แต่อาจารย์ห้ามไว้ บอกว่า อย่าไปกวนเธอเลยจะได้พักผ่อน แต่ดูจากสภาพแล้ว... เธอฟื้นตัวเร็วกว่าที่ฉันคิดนะเนี่ย หน้าตาดูสดใสดี มีแต่รอยช้ำ จางจาง"
"ใช่... ตอนแรกฉันนึกว่าเธอจะต้องเข้าเฝือกมาเรียนซะอีก" 'ต้วนิ' หนุ่มหล่อร่างสูง เพื่อนชายคนเดียวในกลุ่ม เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงโล่งใจ
"เห็นเธอเดินเหินได้ปกติแบบนี้ค่อยยังชั่วหน่อย"
ซูเหยามองเพื่อนทั้งสามด้วยความซึ้งใจ "อืม... ฉันไม่เป็ไรแล้วจริงๆ ขอบใจพวกเธอ มากนะที่เป็ห่วง ต่อไปนี้ฉันจะระวังตัว จะตั้งใจเรียนแล้ว ไม่ทำให้พวกเธอต้องกังวลอีก"
"พูดจริงดิ?" ต้วนิเลิกคิ้วสูง
"ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นพูดงี้ สมองกระทบกระเทือน จนนิสัยเปลี่ยนหรือเปล่าเนี่ย?"
"ปากเสียนะนายเนี่ย!" เหมยอิงฟาดแขนต้วนิไปหนึ่งที
"เพื่อนหันมาตั้งใจเรียนก็ดีแล้วนี่"
ขณะกำลังคุยกันอย่างออกรส 'หลินเสวี่ย' รองหัวหน้าห้องคนเก่ง ลูกสาว ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เมือง C ก็เดินถือสมุดจดงานเข้ามาหยุดที่โต๊ะของซูเหยา
"หลิงซูเหยา..." เอ๋ยเรียก เสียงเรียบๆ
เหมยอิงขยับตัวเล็กน้อยคล้ายจะปกป้องเพื่อน แต่หลินเสวี่ยไม่ได้มีท่าทีคุกคาม เธอแค่มองซูเหยาด้วยสายตาพิจารณา
"มาเรียนไหวแล้วเหรอ? ครูประจำชั้นแจ้งแล้วว่าพ่อเธอ โทรมาลาป่วยต่อ แต่เห็นเธอมาก็ดีแล้ว"
ซูเหยาพยักหน้า "อืม ฉันดีขึ้นมากแล้ว ไม่อยากหยุดนาน เดี๋ยวเรียนไม่ทัน"
"คิดได้แบบนั้นก็ดี" หลินเสวี่ยพูดต่อ
"่ที่เธอหยุดไปมีการบ้านเยอะนะ ไปยืมสมุดจดเพื่อนมาลอกซะ เดี๋ยวจะตามไม่ทัน ใกล้สอบปลายภาคแล้ว อย่าให้เกรดเฉลี่ยห้องเราต้องตกเพราะเธอคนเดียวล่ะ"
"นี่หลินเสวี่ย! พูดดีๆ ไม่เป็รึไง เพื่อนเพิ่งหายป่วยนะ!" เหมยอิงแว้ดใส่ "ห่วงแต่ เกรดห้องอยู่นั่นแหละ!"
“เอ๊ะ หลินเสวีย เตือนเพราะหวังดี ทำไมถึงคิดว่าพูดไม่ดียะ”หลิวลี่ลี่ เพื่อนสนิทของหลินเสวีย แสดงท่าทางไม่พอใจ จริงๆ แล้ว หลิวลี่ลี่ ไม่ชอบหน้า หลินซูเหยา เพราะความอิจฉา ในใบหน้าที่สวยงามมานานแล้ว จึงชอบพูดกระแซะ เป็ประจำถ้ามีโอกาส
"ไม่เป็ไรหรอกเหมยอิง" ซูเหยารีบคว้าแขนเพื่อนไว้ แล้วหันไปยิ้มให้หลินเสวี่ย อย่างใจเย็น
"ขอบใจนะที่เตือน ฉันจะรีบตามบทเรียนให้ทัน ไม่ทำให้ห้องเสียคะแนนหรอก"
หลินเสวี่ยชะงักไปเล็กน้อยที่เห็นปฏิกิริยาตอบรับที่นิ่งสงบของซูเหยา ผิดวิสัยคน เดิมที่ต้องวีนแตก
"ก็... ก็ดีแล้ว ฉันเตือนเพราะหวังดีน่ะ" เธอพูดทิ้งท้ายก่อนจะดึงหลิวลี่ลี่ ให้ตามไป
"เชอะ!...” หลิวลี่ลี่ ปรายตามองก่อนสะบัดหน้าจากไป ตามแรงดึงของหลินเสวีย