เปลือกตาที่มีขนตาเป็แผงอนยาวค่อยๆ ขยับเปิดขึ้นช้าๆ คิ้วโก้งโค้งเรียวสวยขมวดเข้าหากัน ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดตามองไปรอบๆ และก็ให้คิ้วโก้งโค้งเรียวสวยขมวดเข้าหากันจนเป็โบว์ อย่างสงสัยหนักมาก ก็จะไม่ให้สงสัยได้ยังไง สถานที่ที่ปวริศานอนอยู่นี้ ไม่คุ้นเลยเอาซะเลย
“ที่นี่ที่ไหนกันเนี้ย!!??... แล้วเรามาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน!!??......”
ไวเท่าความคิด ร่างบางดีดตัวลุกขึ้นอย่างเร็วไว พยายามทบทวนความทรงจำของตัวเอง ซึ่งความทรงจำล่าสุดที่เธอจำได้ คือเธออยู่ที่ชายหาด กำลังเดินกลับบ้านอย่างเร็ว โดยไม่ทันระวังตัว จึงเดินสะดุดเข้ากับรากไม้ เธอก้มลงไปดูเท้า และก็ถูกผ้าที่มีกลิ่นฉุนปิดมาที่จมูก...
อ๊ะ!!!!......
“หรือเราถูกจับตัวมา!!!!!...... คะ ใคร? ใครกันที่จับตัวเรามาล่ะ!!??......”
ปวริศาม่านตาขยายเบิกกว้างอย่างใ รีบก้มลงสำรวจตรวจตราร่างกาย เสื้อผ้าของตัวเอง ก็ให้โล่งใจ ที่เสื้อผ้ายังอยู่ครบ เนื้อตัวก็ไม่มีร่องรอยตรงไหนที่ผิดปกติ ปวริศาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้ายาวๆ ตรงไปที่ประตูห้อง ยื่นมือเรียวเล็กเปิดประตูห้องออก และก็ให้ใจชื้นที่ประตูไม่ได้ล็อคแต่อย่างใด
“ทะเล!!!!...... ป่า!!!!......”
แล้วปวริศาก็ต้องม่านตาเบิกกว้าง ใอีกคำรบหนึ่ง เมื่อเปิดประตูห้องออกไปข้างนอก เธอเห็นชายหาด ท้องทะเล และก็ป่าไม้ ไม่มีบ้านเรือน ผู้คน ให้เห็นเลยแม้แต่คนเดียว กระท่อมหลังนี้คงจะตั้งอยู่ที่นี่เพียงหลังเดียวล่ะมั้ง
“ตื่นแล้วเหรอ!!... นึกว่าจะต้องเอาน้ำไปราดถึงจะตื่นขึ้นมาได้”
เสียงเข้มดุดังมาเข้าหูปวริศา ทำให้เธอสะดุ้ง หันหน้าไปมองยังต้นเสียง ซึ่งก็พลันได้เห็นผู้ชายตัวโตคนที่เธอไม่เคยลืมเขาได้เลยสักที โผล่มาจากตรงส่วนไหนเธอไม่รู้ เพราะไม่ทันสังเกต และก็ไม่รู้จะรู้สึกยังไงดี ที่เห็นเขา ณ เวลานี้
“พี่ทิป!!!!......”
“อย่าริบังอาจมาเรียกฉันว่าพี่ ฉันไม่ใช่พี่ของเธอ!!!!!!”
ปวริศาเอ่ยชื่อของนายหัวจิรทิปต์ออกมา อย่างที่เคยเรียกขานเขา แต่ชายหนุ่มตัวโตก็พลันเกรี้ยวกราด สาดคำพูดตอบกลับมาทันที นั้นจึงทำให้ปวริศาเม้มปากเข้ามากันแน่น จนเป็เส้นตรง และรู้สึกหวาดหวั่นใจ ว่านี่คงจะไม่ได้เป็การเจอที่ดีแน่
“น้ำค้างมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!!??......”
หัวใจดวงน้อยๆ ตกร่วงหล่นลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม แต่กระนั้นปวริศาก็ยังทำใจดีสู้เสือ พยายามพูดจากดีๆ กับเขา เพราะเธอยังไม่รู้ไงว่าเธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ใครกันที่เป็คนจับตัวเธอมา และหากจับตัวเธอมา คนคนนั้น้าอะไรจากเธอ
นายหัวจิรทิปต์หรี่ตามองใบหน้าสวยหวาน ขายาวๆ ย่างก้าวขึ้นบันได ซึ่งเป็บันไดเตี้ยๆ เพียงสามขั้นก็มาอยู่บนกระท่อมแล้ว เขาย่างสามขุมตรงเข้ามาหาปวริศา ซึ่งพอปวริศาเห็นเช่นนั้นก็ก้าวเท้าถอยหลังโดยอัตโนมัติ แต่ก็ก้าวไปได้เพียงแค่ก้าวเดียว ร่างบางก็ติดฝาผนังกระท่อม จึงทำให้ไม่อาจหนีไปไหนได้อีก
“ฮึ! เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงน่ะเหรอ!!!!... ก็ฉันเอาตัวเธอมายังไงล่ะ ไม่น่าถามอะไรโง่ๆ เลย”
นายหัวจิรทิปต์ยื่นมือใหญ่ไปจับแขนเรียว กระชากโดยแรงเข้ามาหากายแกร่งอย่างไม่ปรานีปราศรัย เขาบีบแขนเรียวแรงๆ จนใบหน้าสวยหวานเยเกด้วยความเจ็บ แต่เขาก็หาได้สนใจแต่อย่างใดไม่ กลับซะใจเสียด้วยซ้ำไปที่เห็นผู้หญิงตัวเล็กๆ แสดงความเ็ปออกมาให้เห็นอย่างนี้
“พี่!!... นายหัวจับน้ำค้างมาทำไม!!??...... นี่น้ำค้างเจ็บนะ!!!!”
ปวริศาได้ยินว่าชายหนุ่มตัวโตผู้นี้นี่เองที่เป็คนจับตัวเธอมา ก็เบิกตากว้าง เอ่ยถามวัตถุประสงค์ที่เขาจับตัวเธอมาทันที และทั้งพยายามแกะมือใหญ่ออกจากแขนเรียวไปพร้อมกันด้วย แต่เหมือนยิ่งแกะ เขาก็ยิ่งบีบรัดแขนเรียวแน่นขึ้น
“ดี!! ยิ่งเธอและพี่ชายเธอเจ็บมากเท่าไร ฉันยิ่งสะใจ นี่แค่น้ำจิ้ม เธอยังจะต้องเจ็บมากกว่านี้อีก และไม่ใช่เพียงเธอพี่ชายสุดที่รักของเธอนั้นก็ด้วย มันหวงเธอรักเธอมากเท่าไร ตอนที่เห็นเธอย่อยยับด้วยน้ำมือฉัน มันก็จะยิ่งเจ็บเจียนตายมากเท่านั้น”
นายหัวจิรทิปต์กล่าว ด้วยน้ำเสียงที่ปวริศารู้เลยว่าเขาไม่ได้ข่มขู่ และดวงตาคมกริบที่แสนจะวาวโรจน์ สุมไปด้วยไฟความแค้นนั้น ก็ทำให้ปวริศาหวาดกลัวจับใจ
“นี่หมายความว่า นายหัวจับน้ำค้างมาเพื่อแก้แค้นอย่างงั้นเหรอ!!!!????......”
ปวริศากล่าวถามขึ้นมาอีกรอบ เพื่อให้ตัวเธอได้แน่ใจ ซึ่งจริงๆ ก็แน่ใจไปเกินกว่าครึ่งแล้วล่ะ แต่ก็อย่างจะให้มั่นใจยิ่งขึ้น ว่าเขานั้นไม่เคยลืมสิ่งที่พี่ชายของเธอทำกับเขา ทั้งที่เื่มันก็เกิดขึ้นนานมากแล้ว
“ใช่!!!!......”
๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗
ที่แท้ก็นายหัวทิปจับน้ำค้างมานี่เอง......... ถ้ายังไงไรท์ของฝากเื่นี้ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ.......................^_^