ความเ็ปรวดร้าวแล่นพล่านไปทั่วทั้งแผ่นอกและหัวไหล่ขวา ปลุกให้ชานนท์ฟื้นคืนสติขึ้นมาท่ามกลางความสลัวรางของแสงไฟสีส้มสลัว กลิ่นอายเข้มข้นของยาฆ่าเชื้อและเสียงเตือนเบาๆ จากเครื่องวัดชีพจรข้างเตียงสะท้อนก้องในหู ชานนท์พยายามขยับตัว ทว่าความรู้สึกเหมือนมีเข็มพันเล่มทิ่มแทงเข้าที่าแทำให้เขาต้องหลุดเสียงครางต่ำออกมาในลำคอ
"อย่าเพิ่งขยับ ชานนท์... แผลนายเพิ่งจะเย็บเสร็จไปไม่ถึงสองชั่วโมง"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและเข้มขรึมของเคนจิดังขึ้นจากความมืดข้างเตียง ชานนท์ค่อยๆ ลืมตาขึ้น ภาพตรงหน้าคือเคนจิที่อยู่ในชุดสูทสีดำสนิท ใบหน้าของยากูซ่าหนุ่มใหญ่เปี่ยมไปด้วยความเหนื่อยล้าสะสมและแววตาที่ฉายความตึงเครียดอย่างปิดไม่มิด ข้างๆ มีแพทย์ในชุดกาวน์สีขาวสองคนที่กำลังตรวจเช็คสายน้ำเกลือและถุงเืที่โยงเข้าสู่หลังมือของชานนท์
"มะ... มะปราง..." ชานนท์พยายามเค้นเสียงแหบพร่า ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อความทรงจำสุดท้ายก่อนสติจะดับวูบแล่นกลับเข้ามาในหัวสมอง ภาพของมะปรางที่ถูกลักพาตัวไปท่ามกลางความมืดมิดทำให้หัวใจของเขาบีบรัดอย่างรุนแรงยิ่งกว่าาแะุปืน "มะปรางอยู่ที่ไหน! เคนจิ! บอกผมทีว่าเมียผมปลอดภัย!"
ชานนท์ขยับกายอย่างดึงดันหวังจะลุกขึ้นจากเตียงนอนจนสายน้ำเกลือตึงเปรี๊ยะ เืสีแดงฉานเริ่มซึมทะลุผ้าพันแผลสีขาวที่พันรอบอกกว้าง แพทย์รีบเข้ามาประคองร่างของเขาไว้พลางร้องเตือน แต่ชานนท์กลับปัดมือออกด้วยแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็ดุดันลุกโชนด้วยไฟแห่งความห่วงใยเมียรักอย่างสุดชีวิต
"ใจเย็นก่อน ชานนท์!" เคนจิก้าวเข้ามาจับบ่าของเพื่อนร่วมธุรกิจไว้แน่น น้ำเสียงของเขาหนักแน่นทว่าแฝงความขมขื่น "คนของฉันช่วยนายออกมาจากความตายได้อย่างหวุดหวิด ะุเฉียดขั้วหัวใจไปแค่ไม่กี่มิลลิเมตร นายต้องนอนพัก... ส่วนมะปราง ถูกคนของริวจิพาตัวไป"
คำพูดของยากูซ่าหนุ่มใหญ่ทำให้ชานนท์รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพังครืนลงมาต่อหน้าต่อตา ดวงตาของเขาแดงก่ำคลอไปด้วยน้ำตาแห่งความคั่งแค้นและกังวล "ไม่... ผมนอนรอเฉยๆ ไม่ได้! พวกมันเอาตัวมะปรางไปเพราะผม ถ้ามะปรางเป็อะไรไป... ผมจะไม่มีวันยกโทษให้ตัวเองเด็ดขาด!"
"เรายังมีหวัง ชานนท์" เคนจิเอ่ยขัดขึ้น แววตาของเขากลับมาเย็นเยียบดั่งน้ำแข็ง "ซายากะ... เลขาฯ ของฉันที่แฝงตัวเป็หนอนบ่อนไส้ เธอพยายามจะหนีไปสนามบินหลังจากส่งสัญญาณให้ริวจิบุกเข้ามายิงนาย แต่คนของฉันสกัดจับตัวเธอไว้ได้ทัน ตอนนี้เธอถูกขังอยู่ในห้องใต้ดินของคฤหาสน์นี้"
ได้ยินชื่อคนทรยศ ชานนท์ก็กัดฟันกรอดจนกรามปูดโปน ความเ็ปทางกายถูกสะกดไว้ด้วยแรงแค้นและความห่วงใยคนรักอย่างสุดแสน "พาผมไปหาเธอ... ผมจะเค้นความจริงจากปากผู้หญิงคนนั้นเอง"
"แต่ร่างกายของนาย..." แพทย์พยายามจะคัดค้าน
"ช่างหัวร่างกายของผม!" ชานนท์ตวาดเสียงกร้าว เขาใช้มือซ้ายกระชากเข็มน้ำเกลือออกจากหลังมืออย่างไม่ใยดี เือุ่นๆ ไหลซึมออกมาตามรูเข็มทว่าเขากลับไม่สนใจแม้แต่น้อย ชานนท์ประคองตัวลุกขึ้นยืน ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อยแต่แววตากลับมั่นคงแน่วแน่ "ถ้ามะปรางตาย ผมก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป พาผมไปเดี๋ยวนี้ เคนจิ!"
เคนจิจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของชานนท์ ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ สัญชาตญาณชายชาตรีและผู้ปกครองของเขารู้ดีว่าไม่มีอะไรจะหยุดยั้งชายที่กำลังจะสูญเสียดวงใจของตัวเองได้
ภายในห้องนิรภัยใต้คฤหาสน์ของเคนจิ บรรยากาศเงียบสงัดและเยือกเย็น มีเพียงแสงไฟจากสปอตไลท์ดวงเดียวที่สาดส่องลงตรงกลางห้อง ฉายให้เห็นร่างของซายากะที่ถูกมัดติดกับเก้าอี้เหล็กแ่า เส้นผมสลวยของเธอหลุดรุ่ย ใบหน้าสวยเฉี่ยวซีดเผือดทว่าดวงตากลมโตคู่นั้นยังคงทอแววหยิ่งยะโสและไร้ความเกรงกลัว
"เปล่าประโยชน์ค่ะท่านเคนจิ... ถึงจะฆ่าฉัน ฉันก็ไม่มีวันพูดอะไรทั้งนั้น" ซายากะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เยือกเย็นประหนึ่งหุ่นยนต์ "ท่านริวจิเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว ครอบครัวของฉันจะได้รับการดูแลอย่างดีในต่างประเทศด้วยเงินก้อนโตที่ท่านโอนให้ ส่วนผู้หญิงไทยคนนั้น... ป่านนี้คงเดินทางไปถึงนรกแล้วล่ะค่ะ"
*ครืด...*
เสียงประตูเหล็กหนาหนักถูกเปิดออกกว้าง ชานนท์ในสภาพเสื้อเชิ้ตขาวพันผ้าพันแผลชุ่มเืบางส่วนเดินก้าวเข้ามาอย่างช้าๆ ใบหน้าคมคายซูบซีดแต่ดวงตากลับคมปลาบและเต็มไปด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านจนซายากะชะงักคำพูดไปชั่วขณะ เคนจิเดินตามเข้ามาเคียงข้าง แววตาของยากูซ่าหนุ่มใหญ่สงบราบเรียบทว่าน่าเกรงขาม
ชานนท์ลากเก้าอี้เหล็กมาวางลงตรงหน้าซายากะ เขานั่งลงเผชิญหน้ากับเธอในระยะใกล้ สบตาคนทรยศอย่างไม่ลดละ ไม่มีฉากตบตีหรือความรุนแรงทางกาย มีเพียงความเงียบงันชวนอึดอัดที่ค่อยๆ บดขยี้ประสาทของเลขาฯ สาวทีละน้อย
"เธอคิดจริงๆ เหรอซายากะ... ว่ายากูซ่าอย่างริวจิจะรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับเธอ?" ชานนท์เอ่ยทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เย็นะเืจนคนฟังสั่นสะท้านไปถึงกระดูก
ซายากะแค่นยิ้ม "ท่านริวจิโอนเงินเข้ารหัสบล็อกเชนให้ครอบครัวฉันแล้ว ฉันเห็นตัวเลขด้วยตัวเองในบัญชีลับ"
ชานนท์ไม่ตอบคำถามนั้นทันที เขาหันไปพยักหน้าให้เคนจิ เคนจิจึงเปิดจอแล็ปท็อปพกพาขึ้นมาแล้วหมุนหน้าจอหันไปให้ซายากะดู บนหน้าจอแสดงรหัสกระเป๋าเงินดิจิทัลและรายการธุรกรรมการเงินที่ถูกกู้คืนและตรวจสอบอย่างละเอียดโดยเครือข่ายของภัทร
"นี่คือบัญชี Escrow ลวงที่ริวจิสร้างขึ้นเพื่อหลอกเธอ" ชานนท์ใช้นิ้วเคาะโต๊ะเป็จังหวะเชื่องช้าทว่าหนักแน่น "มันถูกตั้งค่าระบบ Smart Contract เอาไว้ล่วงหน้า ทันทีที่การดึงข้อมูลสปาลับเสร็จสมบูรณ์และระบบไฟของเพนต์เฮาส์ถูกตัด เงินทั้งหมดจะถูกโอนกลับเข้ากระเป๋าเงินหลักของริวจิโดยอัตโนมัติ ครอบครัวของเธอไม่ได้เงินแม้แต่เยนเดียว ซายากะ... และที่สำคัญที่สุด ลองฟังนี่ดูสิ"
ชานนท์กดปุ่มเล่นไฟล์เสียงบนแล็ปท็อป มันคือไฟล์เสียงที่เขากู้คืนมาจากโทรศัพท์มือถือสายลับของทาเคชิได้สำเร็จก่อนที่จะโดนยิง เสียงบทสนทนาอันแสนคุ้นเคยดังขึ้นชัดเจนในห้องใต้ดินที่เงียบงัน
*“...ทันทีที่นังซายากะส่งข้อมูลเสร็จและหลบหนีไป ให้คนของเราที่นาริตะจัดการเก็บมันซะ อย่าให้เหลือซาก ส่วนครอบครัวของมันที่ฮอกไกโด... ส่งพวกของริวจิไปเก็บกวาดให้เรียบ จะได้ไม่มีใครพูดเื่สโมสรหน้ากากทองคำได้อีกต่อไป”*
น้ำเสียงเหี้ยมเกรียมและเต็มไปด้วยความไร้ปรานีของริวจิดังก้องสะท้อนในห้อง ประโยคสุดท้ายเปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดลงมากลางใจของซายากะ ใบหน้าที่เคยหยิ่งยะโสบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความใกลัวอย่างสุดขีด ดวงตาเบิกกว้างสั่นระริก ร่างแน่งน้อยสั่นเทาภายใต้เชือกที่มัดรัดรึงไว้
"ไม่... ไม่จริง... ท่านริวจิไม่มีวันทำแบบนั้น... เขาบอกว่าจะส่งฉันและครอบครัวไปสวิตเซอร์แลนด์..." ซายากะพึมพำ น้ำตาเริ่มไหลรินอาบสองแก้ม ความมั่นใจทั้งหมดพังทลายลงในพริบตาเมื่อเผชิญหน้ากับหลักฐานและเสียงยืนยันการทรยศหักหลัง
"พวกยากูซ่าไม่เคยทิ้งพยานที่รู้เื่สโมสรหน้ากากทองคำไว้หรอก ซายากะ" เคนจิเอ่ยแทรกขึ้น น้ำเสียงแหบต่ำเต็มไปด้วยอำนาจ "เธอทำงานให้ฉันมาห้าปี ฉันรู้ดีว่าเธอรักครอบครัวมากแค่ไหน ตอนนี้คนของฉันกำลังเดินทางไปคุ้มครองครอบครัวของเธอที่ฮอกไกโด แต่ถ้าเธอ้าให้พวกเขาและตัวเธอรอดพ้นจากเงื้อมมือมัจจุราชของริวจิ... เธอต้องบอกฉันมาเดี๋ยวนี้ว่ามันพามะปรางไปไว้ที่ไหน!"
ซายากะสะอื้นไห้ตัวโยน ความกลัวและความรู้สึกผิดบาปจากการหักหลังผู้มีพระคุณรุมเร้าจนจิตใจพังทลาย เธอเงยหน้าขึ้นมองชานนท์และเคนจิด้วยแววตาอ้อนวอนร้องขอชีวิต
"ท่า... ท่าเรือร้างโตเกียว..." ซายากะคายความลับออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ "ท่านริวจิพามะปรางไปขังไว้ในตู้คอนเทนเนอร์สีน้ำเงิน หมายเลข A-09 ที่นั่นมีท่าเทียบเรือลับสำหรับส่งออกสินค้าเถื่อน... เรือสินค้ากำลังจะออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ฮ่องกงตอนตีห้าตรง... พวกเขาจะส่งตัวเธอไปเป็สินค้าพิเศษให้มาเฟียที่นู่น... ได้โปรดช่วยครอบครัวของฉันด้วยนะคะ... ได้โปรด..."
ชานนท์ลุกขึ้นยืนทันที แววตาของเขาลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความหวังปนความเร่งรีบ เขาหันไปสบตากับเคนจิที่พยักหน้ารับอย่างเข้าใจสถานการณ์อย่างรวดเร็ว
"ฉันจะสั่งกองกำลังเคลื่อนไหวทันที" เคนจิเอ่ยพลางยกโทรศัพท์ขึ้นสั่งการเสียงเฉียบขาด "เราเหลือเวลาอีกไม่ถึงชั่วโมง พายุฝนข้างนอกกำลังเข้าพอดี... นี่จะเป็ศึกสุดท้ายของริวจิในโตเกียว"
ชานนท์สูดหายใจเข้าลึก มือแกร่งกุมาแที่อกขวาไว้แน่น ความรู้สึกเ็ปแสนสาหัสจางหายไปสิ้น เหลือเพียงความมุ่งมั่นเดียวในใจ *รอพี่ก่อนนะมะปราง... พี่กำลังไปหาเธอแล้ว*
---
ท่าเรือร้างริมอ่าวโตเกียวในเวลาตีสี่ครึ่งตกอยู่ภายใต้พายุฝนฟ้าคะนองกระหน่ำซัดสาดอย่างบ้าคลั่ง ลมพายุพัดแรงจัดจนเกิดคลื่นสูงซัดกระแทกขอบปูนเสียงดังสนั่น สายฝนเม็ดใหญ่บดบังทัศนวิสัยจนมืดมิด ทว่าบรรยากาศความตึงเครียดกลับเดือดพล่านถึงขีดสุดเมื่อเสียงปืนนัดแรกดังขึ้นฉีกกระชากความเงียบงัน
*ปัง! ปัง! ปัง!*
กองกำลังยากูซ่าของเคนจิในชุดดำสนิทเปิดฉากยิงถล่มสมุนของริวจิที่เฝ้าอยู่ตามแนวตู้คอนเทนเนอร์ การปะทะดำเนินไปอย่างดุเดือดท่ามกลางลมพายุและเสียงฟ้าผ่า ชานนท์ในเสื้อแจ็คเก็ตสีดำสนิทเคลื่อนไหวร่างกายอย่างระมัดระวัง แม้าแที่อกจะอักเสบและทำให้เจ็บแปลบทุกครั้งที่ขยับตัว ทว่าสายตาของเขากลับจับจ้องไปยังลานตู้คอนเทนเนอร์เบื้องหน้าอย่างไม่ยอมละสายตา
"ชานนท์! ระวังขวา!" เคนจิร้องเตือนพร้อมกับสาดะุปืนกลเบาเข้าใส่ยากูซ่าฝั่งอริสองคนที่โผล่พ้นมุมตู้คอนเทนเนอร์จนล้มคว่ำลงไปกองกับพื้นปูนที่เปียกนองไปด้วยน้ำฝนและคราบเื
ชานนท์ก้าวหลบหลังตู้คอนเทนเนอร์สีสนิม สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อข่มความเ็ปที่กำลังรุมเร้า เขากระชับปืนพกคู่ใจในมือขวา สายตามองฝ่าม่านฝนจนเห็นตู้คอนเทนเนอร์สีน้ำเงินขนาดใหญ่เด่นชัดอยู่ริมขอบท่าเทียบเรือ... หมายเลข A-09!
เบื้องหน้าตู้คอนเทนเนอร์นั้น ร่างของมะปรางถูกมัดมือไขว้หลังและมีผ้าสีดำปิดปากไว้แน่น กำลังถูกสมุนยากูซ่าสองคนฉุดกระชากลากถูเพื่อมุ่งหน้าไปยังเรือเร็วสีดำที่จอดเทียบท่ารออยู่ โดยมีริวจิยืนสั่งการด้วยใบหน้าเหี้ยมเกรียมและเต็มไปด้วยความเร่งรีบ
"รีบพานังนี่ลงเรือ! พายุเข้าแบบนี้แหละดี ตำรวจน้ำจะตามเราไม่ได้!" ริวจิะโสั่งแข่งกับเสียงลมพายุ
"ปล่อยเมียกูเดี๋ยวนี้!"
เสียงคำรามอันทรงพลังของชานนท์ดังก้องแข่งกับเสียงฟ้าร้อง ริวจิสะดุ้งหันกลับมามอง ทว่าชานนท์ขยับตัวออกจากการกำบังแล้วเหนี่ยวไกปืนอย่างรวดเร็วและแม่นยำ
*ปัง! ปัง!*
ะุเจาะเข้ากลางแผ่นหลังของสมุนยากูซ่าทั้งสองคนที่กุมตัวมะปรางอยู่จนพวกมันล้มฟุบลงกับพื้นปูน มะปรางทรุดฮวบลงตามแรงฉุดลาก ดวงตากลมโตของเธอเบิกกว้างด้วยความใและมีความหวังเมื่อเห็นร่างของชานนท์ยืนอยู่ท่ามกลางม่านฝน แม้ใบหน้าของเขาจะซีดและมีคราบเืซึมออกมาตามเสื้อแจ็คเก็ต ทว่าแววตาคู่นั้นกลับเปี่ยมไปด้วยพลังและอานุภาพแห่งการปกป้องคุ้มครองเธอ
"แก! ไอ้ชานนท์! รอดตายมาได้ยังไง!" ริวจิสบถลั่นด้วยความแค้นและใกลัว เขารีบชักปืนพกขึ้นมาหมายจะเล็งยิงเข้าใส่แผ่นอกของชานนท์เพื่อปิดบัญชีแค้น
*ปัง!*
เสียงปืนอีกนัดดังขึ้นจากด้านข้าง ะุปืนของเคนจิเจาะเข้าที่ข้อมือขวาของริวจิอย่างแม่นยำจนปืนพกหลุดมือร่วงลงน้ำทะเลไป ริวจิร้องลั่นด้วยความเ็ปกุมข้อมือที่มีเืพุ่งกระเซ็น เคนจิก้าวเข้ามาพร้อมปืนพกในมือ แววตาของยากูซ่าหนุ่มใหญ่ไร้ความปรานี
"หมดเวลาของแกแล้ว ริวจิ... บัญชีแค้นของเราต้องชำระกันตรงนี้" เคนจิเอ่ยเสียงเรียบพลางก้าวเข้าไปประจันหน้าเพื่อจัดการกับหัวหน้าแก๊งอริ ปล่อยทางให้ชานนท์ได้บุกเข้าไปหาหญิงสาวอันเป็ที่รัก
ชานนท์วิ่งกระหืดกระหอบฝ่าสายฝนเข้าหาตัวมะปราง ทันทีที่เข้าถึงตัวร่างบางที่สั่นสะท้านด้วยความกลัว ชานนท์ก็รีบทรุดตัวลงคุกเข่าเคียงข้างเธอทันที เขารีบใช้มือซ้ายที่สั่นเทาเอื้อมไปดึงผ้าปิดปากของเธอออกอย่างเบามือ
"บอสขา!... พี่นนท์!" มะปรางร้องเรียกชื่อคนรักทันทีที่ปากเป็อิสระ น้ำตาร้อนผ่าวไหลเอ่อล้นทะลักผสมปนเปกับหยาดน้ำฝนบนแก้มเนียน ร่างบอบบางสะอื้นจนตัวโยนด้วยความตื่นตระหนกและโล่งอกอย่างที่สุด
"พี่อยู่นี่แล้วเด็กดีของพี่... พี่มาช่วยเธอแล้ว..." ชานนท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่สั่นเครือด้วยความโล่งอกอย่างแสนสาหัส เขาใช้มีดพกที่เตรียมมาตัดเชือกที่พันธนาการข้อมือเรียวของเธอออกอย่างรวดเร็ว
ทันทีที่มือทั้งสองข้างหลุดพ้นจากพันธนาการ มะปรางก็โผเข้ากอดคอชานนท์อย่างสุดชีวิต ใบหน้าหวานซุกไซ้เข้ากับซอกคออุ่นหนาของเขา สะอื้นไห้จนตัวโยน ร่างน้อยสั่นระริกอยู่ในอ้อมแขนแกร่งที่โอบกอดเธอไว้แน่นประหนึ่งกลัวว่าร่างบางนี้จะสลายหายไปอีกครั้ง
"ฮือ... พี่นนท์... มะปรางกลัวเหลือเกินค่ะ... มะปรางนึกว่าจะไม่ได้เจอพี่นนท์อีกแล้ว... ฮึก... ฮือ..." เธอพร่ำบอกเสียงสะอื้น คลุกคลีอยู่กับอกกว้างอันอบอุ่นที่เธอแสนคิดถึง
ชานนท์กระชับกอดแน่นขึ้นช้าๆ แม้ว่าาแที่หน้าอกจะส่งความเ็ปแปลบแล่นริ้วเข้ามาจนเขาต้องขบกรามแน่นทว่าความเ็ปเ่าั้เทียบไม่ได้เลยกับความโล่งอกที่ได้กอดร่างบางนี้ไว้อีกครั้ง ชานนท์จูบซับลงบนเส้นผมเปียกชื้นและขมับของเธออย่างแสนรักแสนห่วงใย
"ไม่ต้องกลัวนะเมียรัก... พี่ไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาพรากเธอไปจากพี่อีกแล้ว... พี่รักเธอเหลือเกินมะปราง..." ชานนท์กระซิบคำหวานชิดใบหูเล็ก ปลอบประโลมความตื่นตระหนกของเธอด้วยความอ่อนหวานและมั่นคง
มะปรางเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตฉายแววเป็ห่วงทันทีเมื่อเห็นรอยเืสีแดงฉานที่ค่อยๆ ซึมเปื้อนเสื้อแจ็คเก็ตสีดำของชานนท์ตรงบริเวณหน้าอกขวา มือเรียวสั่นเทาเอื้อมมาลูบไล้แผ่นอกแกร่งของเขาอย่างแ่เบา
"พี่นนท์... พี่นนท์โดนยิง... เจ็บมากไหมคะ... มะปรางขอโทษที่เป็ต้นเหตุ..." เธอบอกน้ำเสียงสั่นเครือเต็มไปด้วยความห่วงใย
ชานนท์จับมือเรียวสวยของเธอขึ้นมากดจูบที่หลังมืออย่างอ่อนโยน แววตาของเขาอบอุ่นเปี่ยมล้นไปด้วยรัก "แค่เห็นเธอปลอดภัย... แผลแค่นี้พี่ก็ไม่เจ็บแล้วครับเด็กดี... เราปลอดภัยแล้วนะ"
เคนจิเดินก้าวเข้ามาหาคนทั้งสองหลังจากจัดการควบคุมตัวริวจิและกวาดล้างพื้นที่เสร็จสิ้น ยากูซ่าหนุ่มใหญ่เก็บปืนเข้าซองก่อนจะก้มมองคนทั้งสองด้วยแววตาโล่งอกพลางเอ่ยขึ้น
"รีบไปจากที่นี่กันเดี๋ยวนี้เถอะ ชานนท์... พายุกำลังทวีความรุนแรงขึ้น และคนของฉันเตรียมทีมแพทย์ไว้รอที่เรียวกังลับแล้ว แผลนายต้องได้รับการเย็บซ้ำล้างแผลใหม่ด่วนที่สุด"
ชานนท์พยักหน้ารับช้าๆ เขาประคองตัวลุกขึ้นยืนพลางช้อนร่างบางของมะปรางขึ้นมาอุ้มแนบอกอย่างทะนุถนอมประหนึ่งสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิต แม้จะเ็ปแผลจนเหงื่อกาฬซึมปนน้ำฝน แต่วงแขนกว้างยังคงโอบอุ้มร่างนุ่มนิ่มของเมียรักไว้อย่างแ่ามั่นคง มะปรางกอดคอเขาไว้แน่น ซุกหน้าลงกับแผงอกกว้าง ััความอบอุ่นปนกลิ่นคาวเืที่ผสมผสานกันอย่างมีความหมายลึกซึ้ง
ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มซาลงเหนืออ่าวโตเกียวและแสงแรกของวันใหม่ที่เริ่มทอประกายรำไร เส้นทางแห่งความรักและความตายของพวกเขายังคงไม่สิ้นสุด ปมปริศนาของสโมสรหน้ากากทองคำและคดีสปาลับยังคงทอดยาวรอพวกเขาอยู่ที่จุดหมายถัดไป... อ่าววิคตอเรีย ประเทศฮ่องกง!
*(บทรักและาแกายจะถูกเยียวยาด้วยััอันแสนเร่าร้อนและช่ำชองของราชินีหมอนวดอย่างไร? ติดตามความสัมพันธ์อันลึกซึ้งแแ่และฉากรักบำบัดฟื้นไข้ที่เร่าร้อนสะท้านเรียวกังได้ใน ตอนที่ 8: รอยรักเยียวยาแผลกาย เที่ยวบินอพยพหลบะุสู่อ่าววิคตอเรีย... โปรดปลดล็อกบทถัดไปเพื่อติดตามต่อ!)*