อุบัติการณ์ใหม่ มหันตภัยวันสิ้นโลก

    ตำราลับธนูลูกโซ่

    สุสาน
    ท่ามกลางเสียงครวญครางแหลมรันทด ซากดิบกระโดดออกมาจากดินโคลนตัวแล้วตัวเล่า โลงไม้เน่าผุปลิวกระจายไปทั่วทิศ ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวาย เห็นแสงเย็นสายหนึ่งแฉลบผ่านไป แวบผ่านไปอย่างรวดเร็วเสียงดังตุ้บ ซากดิบที่กระโดดสูงพลันตกพื้น ลูกธนูดอกหนึ่งเสียบบนหว่างคิ้ว ขนนกลูกธนูสั่นไหว
    หลิวเวยอันทิ้งรอยเท้าไว้ทุกก้าว บางจังหวะที่เหยียบลงพื้น ตอนที่ยกเท้าขึ้นเขาใช้สายตามองหา ชั่วพริบตาที่ฝีเท้าสัมผัสพื้นอีกครั้ง ลูกธนูก็ยิงออกมาแล้ว ราวกับแสงจันทร์สาดผ่านเมฆขาว รวดเร็วปานสายฟ้าแลบซากดิบที่กระโดดขึ้นมาร่วงลงพื้นตัวแล้วตัวเล่า ความเร็วของพวกมันเทียบกับความเร็วในการยิงของหลิวเวยอันไม่ติด ซากดิบหลายตัวเพิ่งกระโดดขึ้นจากดินโคลนก็ถูกยิงตายแล้ว แม้แต่หน้าของของหลิวเวยอันพวกมันก็ไม่ทันเห็นด้วยซ้ำ
    เขาซื้อลูกธนูสามเหลี่ยมทุกสามวัน ตอนนี้ผ่านไปแล้วสามวัน เขากำลังไตร่ตรองปัญหาหนึ่งมาตลอด ถ้ามีมอนสเตอร์ที่ร้ายกาจกว่านี้โผล่มาล่ะ ลูกธนูสามเหลี่ยมก็รับมือไม่ไหวเช่นกัน ถึงตอนนั้นควรจะทำอย่างไรดี? ไม่มีการป้องกันที่สมบูรณ์แบบ ไม่มีป้อมปราการที่ตีไม่พังเช่นกัน เขาสงสัยว่าการอาศัยลูกธนูเป็นทิศทางที่ผิดพลาด แม้จะมีเหตุผลว่าประหยัดเงินก็ตาม แต่ที่มากกว่านั้นคือต้องหาช่องทางเสริมทักษะยิงธนูไม่มีคนชี้แนะ ไม่มีตำราให้อ่านประกอบ เขาทำได้เพียงคลำหาเอาเองคนเดียว แต่เห็นได้ชัดเจนมาก ว่ากำลังของคนคนเดียวนั้นเล็กน้อย ผ่านไปสามวันแล้ว เขายังหาคำตอบไม่เจอ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ได้อะไรเลย อย่างน้อยทักษะยิงธนูของเขาก็มีความก้าวหน้า ตอนยิงโจมตีก่อนหน้านี้ต้องหยุดนิ่งไม่ขยับไปไหน ถ้าขยับนิดเดียวก็จะส่งผลต่อระดับความแม่น และในตอนนี้ เขาก็ตัดสินใจจะแก้ปัญหานี้แล้ว ต่อให้เขากำลังเดิน แต่ก็ยังยิงแม่นทุกดอกอยู่ดี อีกนิดเดียวก็จะวิ่งได้แล้ว ยังต้องพยายามต่อไป
    เสียงกรีดร้องอันแหลมรันทดดังขึ้น ตรงดินโคลนที่อยู่ห่างออกไปห้าเมตรระเบิดออก โลงไม้ผุพุ่งขึ้นฟ้าประมาณเจ็ดแปดเมตร กระแสเสียงแบบนี้ก็มีแต่ผีดิบเท่านั้นที่ทำได้ แม้สายตาของหลิวเวยอันจะจ้องที่ซากดิบอยู่ตลอด แต่ความสนใจของเขากว่าครึ่งกลับกำลังมองหาผีดิบที่อยู่บนพื้น ผีดิบค่อนข้างเจ้าเล่ห์ พวกมันไม่เหมือนซากดิบที่แค่ส่งเสียงเรียกก็กระโดดออกมา แต่พวกมันชอบทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ มักปรากฏตัวตอนที่เราคาดไม่ถึง
    ยังดีที่เจ้าพวกนี้ค่อนข้างอันธพาล ตอนปรากฏตัวจะส่งเสียงความเคลื่อนไหว ไม่อย่างนั้น หลิวเวยอันก็ไม่กล้าเดินลึกเข้าไปในสุสานคนเดียวจริง ๆ ตอนที่ดินโคลนนูนขึ้นมา หลิวเวยอันก็เริ่มถอยหลังแล้ว หนึ่งวินาทีห้าเมตร ตอนดินโคลนระเบิดออกแล้วผีดิบกระโจนออกมา เขาก็ถอยไปไกลสิบเมตรแล้ว
    ฟิ้ว…
    แสงเย็นสายหนึ่งยิ่งออกไปที่ผีดิบ ลูกธนูฝ่าฝุ่นดินไปถึงตรงหน้าผีดิบในชั่วพริบตาเดียว
    ฉึก…
    นั่นคือเสียงของลูกธนูสามเหลี่ยมที่ยิงโดนร่างกาย หลิวเวยอันกลับสีหน้าเปลี่ยนทันที รีบถอยหลังและใช้เท้าขวาถีบออกมา
    วูบ…
    ผีดิบฝ่าฝุ่นดินออกมาปรากฏอยู่ตรงหน้าหลิวเวยอันในชั่วพริบตาเดียว ในระยะห่างสิบกว่าเมตรนี้ แวบเดียวก็มาถึงแล้ว กรงเล็บแทบจะแฉลบผ่านคอของเขา ความรู้สึกเย็นเฉียบทำให้กล้ามเนื้อของเขาหดเกร็ง บนใบหน้าของผีดิบมีลูกธนูปักหนึ่งดอก เขาไม่รู้ว่าผีดิบหลบหลีกจุดสำคัญได้อย่างไร เขารู้เพียงว่า งานเข้าเขาแล้ว
    ตุ้บ!
    เท้าขวาเพิ่งจะถีบบนหน้าอกผีดิบ ความรู้สึกที่เขาได้รับก็คือเหมือนเตะกระดานเหล็ก สะเทือนจนเจ็บฝ่าเท้ ยังดีที่เจตนาเดิมของเขาไม่ใช่การโจมตี เขาอาศัยแรงสะท้อนกลับเคลื่อนที่ไปข้างหลังประมาณสามเมตร ในระหว่างที่เคลื่อนที่ เขายิงธนูต่อเนื่องกันสองดอก แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้ผลเลย
    ลูกธนูดอกหนึ่งเบี่ยงออกไป ส่วนอีกดอกหนึ่งก็ถูกแขนที่ตั้งขึ้นมาของผีดิบบังไว้ ลูกธนูทะลุแขนแล้ว เพียงแต่ผีดิบไม่มีความรู้สึกตัวเลยสักนิด
    โครม…
    ทางฝั่งซ้ายหนึ่งเมตร ดินโคลนปลิวว่อน ผีดิบตัวที่สองโผล่มาแล้ว ในขณะเดียวกันนี้เอง ซากดิบห้าหกตัวก็พุ่งเข้ามาจากที่ไกล ๆ ปากของพวกมันหุบครึ่งหนึ่งอ้าครึ่งหนึ่ง ของเหลวอันน่าสอิดสะเอียนไหลย้อยลงจากฟัน พอหยดลงบนพื้น พื้นก็ถูกกัดกร่อนจนเป็นหลุมเล็ก ๆ แล้วมีควันขาวลอยขึ้นมากลุ่มหนึ่ง
    หลิวเวยอันแอบด่าว่า ไอ้ผีดิบน่าตายเอ๊ย ไปเรียนรู้การซุ่มโจมตีมาตั้งแต่เมื่อไรกัน จากนั้นพลันกระโดดขึ้นมา แต่เล็งไม่ทันแล้ว ลูกธนูดอกหนึ่งยิงไปที่อกข้างซ้ายของผีดิบ ผีดิบเพิ่งกระโดดขึ้นมาจากดินโคลน พลังอันดุดันที่ถ่ายเทออกจากลูกธนูทำให้ร่างกายของมั่นสั่นเทิ้มทันที การเคลื่อนไหวช้าลงหลายส่วน
    ตอนที่มันตกลงพื้น ลูกธนูดอกที่สองก็ยิงออกมา ผีดิบที่อยู่หน้าสุดโดนยิง เป็นตรงหน้าอกเช่นเดียวกัน แม้จะไม่ถึงแก่ความตาย แต่พลังอันดุดันกลับยับยั้งความเร็วของพวกมันได้ หลิวเวยอันรีบวิ่งฝ่าซากดิบออกไป ฝีเท้าเร็วเหมือนจะบินได้ ไม่สนใจเนื้อที่เน่าเปื่อยจนหนอนไชแล้ว เขาถีบหน้าอกซากดิบตัวที่อยู่ใกล้ที่สุด ปะทุพลังออกมาเยอะมาก ซากดิบถูกเตะกระเด็นไปครึ่งเมตรจนแทบจะล้มลง
    ใช้เมล็ดพันธุ์พลังงานเสริมแกร่งให้ร่างกายทุกคืน ตอนนี้หลิวเวยอันไม่ใช่คนอ่อนด้อยขาดประสบการณ์แล้ว พลังเยอะกว่าซากดิบแล้ว เขายกขาเตะอีกที ซากดิบที่กระเด็นขึ้นมาช่วยขวางผีดิบตัวที่สองที่กระโจนเข้ามาได้พอดี ซากดิบสองตัวที่อยู่ฝั่งซ้ายและขวายังเหลืออีกหนึ่งวินาทีกว่าจะเข้าใกล้ตัวได้ หลิวเวยอันรีบง้างธนูอย่างไม่ลังเล สายธนูโค้งเหมือนพระจันทร์ ชั่วพริบตาที่กำลังจะยิงออกมา ดินโคลนที่อยู่ไม่ไกลก็ระเบิดขึ้นมาอีก เสียงครวญครางเศร้ารันอดดังมาอีกแล้ว เสียงดังสนั่นทั่วทั้งป่า
    ผีดิบโผล่มาอีกตัวแล้ว!
    นี่กำลังจะโดนห่อเป็นเกี๊ยวแล้วใช่ไหม? พอความคิดนี้แวบผ่านเข้ามา หลิวเวยอันก็เลี้ยวเปลี่ยนทิศทางฉับพลัน ยิงธนูออกไปหนึ่งดอกโดยอาศัยความรู้สึก ลูกธนูเสียดสีอากาศ ส่งเสียงแหลมเล็ก ฝุ่นดินที่ปลิวกระจายถูกยิงจนเป็นรูโหว่ เผยให้เห็นใบหน้าแห้งกรัง ดวงตาของหลิวเวยอันเบิกกว้างทันที
    ฉึก…
    ลูกธนูสามเหลี่ยมทะลุตรงหว่างคิ้วผีดิบ พลังมหาศาลกดให้มันกลับลงพื้นอีกครั้ง เคลื่อนทัพออกศึกไม่ทันคว้าชัย ตัวมาตายเสียก่อน
    ลูกธนูดอกนี้ ครึ่งหนึ่งพึ่งความรู้สึก อีกครึ่งหนึ่งพึ่งดวง ถึงอย่างไรฝุ่นดินก็ปลิวว่อนบดบังสายตา นอกเสียจากหลิวเวยอันจะมีดวงตามองทะลุได้เท่านั้นแหละ ไม่อย่างนั้นก็มองไม่เห็นฉากที่อยู่ข้างหลังเลย
    แต่ไม่ว่าจะเป็นดวงหรือความรู้สึก ขอให้บทสรุปดีก็พอแล้ว
    ตุ้บ ตุ้บ
    ซากดิบสองตัวที่อยู่ฝั่งซ้ายและขวาถูกเตะกระเด็น พวกมันไปขวางทางผีดิบอีกครั้ง หลิวเวยอันอดทนความเจ็บปวดพร้อมยิงธนูออกมาหนึ่งดอก แม้ตอนนี้พลังของเขาจะเหนือกว่าซากดิบ แต่ก็ต้านทานเนื้อที่แข็งทนทานแข็งเหมือนก้อนหินของพวกมันไม่ไหว
    ลูกธนูยิงเฉียดแก้มของซากดิบไป ยิงหูขาดไปข้างหนึ่ง แรงของลูกธนูยังไม่หยุดพัก ยิงเข้าเบ้าตาผีดิบแล้ว ช่างเป็นผีดิบที่ดีจริง ๆ ค่าพลังต่อสู้เหนือกว่าซากดิบหลายเท่า ตอนที่ลูกธนูเฉียดเข้าไปใกล้ มันหันหัวเล็กน้อยโดนไม่ได้ตั้งใจ ทำให้ลูกธนูแทงลูกตาข้างหนึ่งพอดี ลูกตากระเด็นออกไปแล้ว ดึงเนื้อหลุดออกไปแพใหญ่ด้วย ผีดิบเดิมทีก็ไม่ได้สวยงามอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งดูน่าเกลียดน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม
    ผีดิบส่งเสียงคำรามอย่างเดือดดาล กรงเล็บกวาดผ่านซากดิบที่ขวางทาง ซากดิบกลิ้งไปหลายตลบ ล้มลงห่างจุดเดิมสิบกว่าเมตร มีพลังเยอะจนทำให้คนเดาะลิ้นด้วยความทึ่ง ผีดิบร่างกายโซเซขณะโผเข้ามาหาหลิวเวยอัน ในขณะเดียวกันนี้เอง เสียงสายธนูสั่นก็ดังขึ้นแล้ว
    ผีดิบเพิ่งจะกระโดดขึ้นมา ร่างกายยังโซเซอยู่เลย เกือบจะล้มลงไปอีกแล้ว บนฝ่าเท้าซ้ายมีลูกธนูสีเงินวิบวับปักอยู่ หัวลูกธนูเสียบลึกลงไปในผิวดินโคลนแล้ว ผีดิบส่งเสียงคำรามดุร้าย พยายามจัดร่างกายให้ยืนตรง แต่แสงเย็นสายหนึ่งก็แฉลบผ่านมา ทะลุหว่างคิ้วของมันราวกับเจาะกระดาษ เกือบทำให้หัวกะโหลกพลิกหลิวเวยอันเพิ่งจะยิงฆ่าผีดิบไป เงาดำสายหนึ่งก็โผเข้ามาแล้ว หลบไม่ทันจึงโดนชนเข้าอย่างจัง พลังอันน่าหวาดกลัวเหมือนหัวรถบรรทุกพุ่งเข้าใส่ มันคือซากดิบ เป็นตัวที่ถูกผีดิบตัวสุดท้ายทำล้ม ถูกขวางทางไว้ต่อเนื่องสองครั้ง สงสัยจะทำให้ผีดิบตัวนี้โมโหแล้ว
    เสียงกระดูกหักดังขึ้น กระดูกหักแล้วอย่างน้อยสองจุด หลิวเวยอันกระเด็นออกไปแล้ว ผีดิบส่งเสียงความรามดุดัน เอาเท้ายันพื้นกระโดดขึ้นมาจนฝุ่นดินกระจาย ครั้งนี้กระโดดไปไกลสิบกว่าเมตร ตามทันหลิวเวยอันในรวดเดียว
    เมื่อเห็นกรงเล็บแหลมคมอยู่ห่างจากตัวเองไม่ถึงหนึ่งเมตร ในดวงตาหลิวเวยอันฉายแววดุดันเผ็ดร้อน ไม่สนใจความเจ็บปวดจากกระดูกหักแล้ว เขาหยิบลูกธนูเหล็กออกมาดอกหนึ่ง ยามปกติสามารถง้างสายธนูได้อย่างง่ายดาย แต่ตอนนี้กลับหนักอึ้งเหมือนเขาไท่ซาน เหงื่อเม็ดใหญ่ซึมจากบนศีรษะ ทุกครั้งที่เคลื่อนไหวแม้เพียงเล็กน้อย ล้วนทำให้รู้สึกเจ็บปวดจนถึงหัวใจ
    หลิวเวยอันกัดฟันไม่ร้องออกมา ชั่วพริบตาที่เล็บแหลมของผีดิบสัมผัสผิวหนัง เขาคลายนิ้วออกจากสายธนู ตึ้ง! เสียงสายธนูสั่นดังก้อง ลูกธนูที่เหมือนแสงเย็นแฉลบผ่านหัวกะโหลกไปพร้อมของเหลว ก่อาจะหายไปในท้องฟ้ายามราตรี ผีดิบชะตาขาด ล้มลงบนพื้น บนหัวกะโหลกเป็นโพรงใหญ่ขนาดเท่าไข่ไก่ ทะลุหน้าหลัง ทำให้เลือดสกปรกสีดำไหลออกมา
    ตุ้บ!
    แผ่นหลังติดพื้น หลิวเวยอันแทบจะเป็นลมแล้ว มือกลับยังกำคันธนูไว้แน่น ออกแรงกัดลิ้นตัวเองเอาไว้ ความเจ็บปวดทำให้สมองตื่นตัวอย่างรวดเร็ว ตอนที่เพิ่งจะลืมตาขึ้น เขาก็พบว่าซากดิบหลายตัวมาถึงตรงหน้าแล้ว ต้องขอบคุณแหวนมิติ ไม่อย่างนั้นถ้าในเวลานี้ต้องดึงลูกธนูออกมาจากข้างหลัง ก็เท่ากับเขาจบเห่แล้วหลิวเวยอันกำลังกัดฟันพร้อมง้างสายธนูต่อเนื่องสี่ครั้ง ซากดิบสี่ตัวพลิกตัวหงายหลัง พวกมันถูกยิงจนกะบาลพลิกแล้ว ภาพตรงหน้าหลิวเวยอันดำมืดอยู่พักหนึ่ง พลังกายลดลงอย่างรวดเร็ว แต่ยังง้างสายธนูหนึ่ง สอง สาม หลังจากซากดิบตัวสุดท้ายถูกยิงล้มแล้ว เขาก็ล้มลงพื้นอย่างทนไม่ไหวอีก ธนูไม้ท่ามู่ที่ไม่เคยอยู่ห่างมือก็ตกลงพื้นเช่นกัน
    พอพักได้ห้านาที หลิวเวยอันก็พยายามลุกขึ้นมา ที่นี่มีอันตรายซุ่มอยู่ทั่วทิศ มีซากดิบหรือผีดิบโผล่มาได้ทุกเมื่อ เขาขุดเมล็ดพันธุ์พลังงานจากผีดิบตัวหนึ่งกินก่อน ฟื้นฟูพลังกายกลับมาแล้วประมาณแปดส่วน จากนั้นถึงได้เริ่มเก็บกวาดสนามรบ วันนี้การฆ่ามอนสเตอร์จบลงเท่านี้ ไม่เดินลึกเข้าไปกว่านี้อีกแล้ว
    การผ่าถุงเนื้อคือเรื่องที่น่าเบิกบานใจที่สุด เพียงแต่ผ่าของซากดิบแล้วไม่ค่อยเจอของดีอะไร ถุงเนื้อหนึ่งอันราคาสูงสุดแค่ 36 เหรียญทองแดง เขาค่อนข้างเฝ้าคอยถุงเนื้อที่ของผีดิบ อย่างไรเสียพลังของพวกมันก็ไม่ธรรมดา
    ผีดิบสามตัว ถุงเนื้อสามอัน พอผ่าถุงเนื้ออันแรกออก ก็พบความว่างเปล่า หลิวเวยอันสีหน้าพังทลายทันที เป็นการเริ่มต้นที่ไม่เป็นมงคลชัด ๆ
    พอผ่าถุงเนื้ออันที่สอง ก็ได้สามเหรียญทองแดง หลิวเวยอันโมโหแทบกระอักเลือด จะดีจะร้ายก็เป็นสินค้าจากผีดิบ จะดรอปของให้สมฐานะหน่อยไม่ได้หรือไง? ถ้ารู้แต่แรกว่าจะเป็นอย่างนี้ก็คงไม่ผ่า คงขายทิ้งไปเสียเลย แม้จะไม่เยอะ แต่สิบกว่าเหรียญเงินก็ยังได้อยู่ หลังจากลังเลครู่หนึ่ง เขาก็ยังผ่าถุงเนื้ออันที่สามอยู่ดีดรอปหนังสือออกมาเล่มหนึ่งแล้ว
    หนังสือทักษะ!
    หลิวเวยอันอ้าปากกว้าง ความผิดหวังบนใบหน้ากลายเป็นความตื่นเต้นดีใจในชั่วพริบตาเดียว ทั้งยังดีใจแทบบ้าด้วย ถ้าจะบอกว่าโอกาสผ่าเจออุปกรณ์จากถุงเนื้อเท่ากับหนึ่งในห้าล้าน เช่นนั้นโอกาสผ่าเจอหนังสือทักษะก็คือหนึ่งในห้าสิบล้าน กว่าจะเกิดโอกาสอย่างนั้นได้ ก็ต้องโชคดีปะทุรอให้ควันลอยขึ้นจากหลุมศพบรรพบุรุษแล้ว
    ธนูลูกโซ่!
    เมื่อเห็นตัวอักษรเหล่านี้ หลิวเวยอันก็ลืมความเจ็บปวดบนร่างกายทันที ในฐานะที่เป็นนักธนูคนหนึ่ง จะมีเรื่องอะไรที่น่ายินดีไปกว่าการได้เห็นตำราลับทักษะยิงธนูอีก? ก่อนหน้านี้ยังครุ่นคิดอยู่เลยว่าจะยกระดับทักษะยิงธนูยิงธนูของตัวเองอย่างไร พอมีความว่าธนูลูกโซ่โผล่มา ก็ทำให้สมองเขาราวกับถูกฟ้าผ่า เข้าใจทิศทางของความพยายามในภายหลังทันที
    เขาใช้จิตใจตอบสนองตำราลับ หลังจากนั้นไม่กี่นาที ตัวอักษรบนตำราลับก็กลายเป็นสัญลักษณ์ลึกลับแถวหนึ่งหายเข้าไปในสมองของหลิวเวยอัน ตำราลับหายไปแล้ว ส่วนในสมองของหลิวเวยอันก็มีบางอย่างเพิ่มเข้ามา เป็นบันทึกว่าจะฝึกธนูลูกโซ่อย่างไร เขาอ่านอย่างละเอียดรอบหนึ่ง ก่อนที่ใบหน้าจะฉายแววตกตะลึงธนูลูกโซ่ มหัศจรรย์อย่างที่คาดไว้!
    - โปรดติดตามตอนต่อไป -