"ฉางอัน ฟังพ่อนะ อย่าพยายามดิ้นรนอีกเลย การเป็ข้ารับใช้ในตระกูลจีไม่ใช่เื่แย่อะไรนัก"
"ขอเพียงแค่เชื่อฟัง อย่างน้อยเ้าก็ยังอิ่มท้องพอที่จะเอาตัวรอดไปได้ในโลกที่วุ่นวายนี้"
"พวกที่เป็เ้านาย หากพวกเขาจะรังแกเ้า จะหยามเกียรติเ้าก็จงอดทนไว้เถิด อย่างไรเสียถูกด่าไม่กี่คำหรือถูกโบยไม่กี่ครั้ง มันก็ไม่ถึงตายหรอก"
"ศักดิ์ศรีอะไรนั่น... มันใช่สิ่งที่ข้ารับใช้อย่างพวกเราควรจะมีอย่างนั้นหรือ? ฉางอันทุกสิ่งในโลกนี้ล้วนถูกกำหนดไว้แล้ว คนบางคนเกิดมาท่ามกลางหมู่ดาวที่รายล้อม อยู่สูงส่งเหนือผู้ใดแต่คนบางคนต่อให้ดิ้นรนไปชั่วชีวิตก็หนีไม่พ้นที่จะต้องถูกเหยียบย่ำอยู่ใต้ฝ่าเท้า"
"อายุขัยของพ่อสิ้นสุดแล้วพ่อกำลังจะดับสูญ ไข่มุกสีดำและเงินเหล่านี้เ้าต้องรักษาไว้ให้ดี..."
"พ่อไม่ได้้าให้เ้าโดดเด่นเหนือผู้ใด ไม่ได้้าให้เ้าร่ำรวยมั่งคั่ง พ่อปรารถนาเพียงให้เ้ามีชีวิตอยู่ต่อไปได้ดี แม้จะต้องเป็ข้ารับใช้รับใช้ไปชั่วชีวิต พ่อก็อยากให้เ้ามีชีวิต... มีชีวิตอยู่ต่อไป..."
รูม่านตาเริ่มขยาย ร่างกายเริ่มแข็งทื่อและเย็นเยียบ โลกทั้งใบหมุนคว้างความมืดมิดซัดสาดเข้ามาดั่งระลอกคลื่น
เฉินฉางอันรู้สึกราวกับว่าตนเองเป็เกาะที่โดดเดี่ยวท่ามกลางน้ำหลาก เขามองดูน้ำที่เชี่ยวกรากไหลบ่ามาจากทุกทิศทางจนท่วมมิดร่างไปในที่สุด
ทว่าเขาไม่ยินยอม เฉินฉางอันผู้ข้ามภพมาจากดาวเคราะห์สีน้ำเงิน ลึก ๆ ในใจย่อมไม่ยอมรับว่าตนเองเป็ข้ารับใช้ เป็เพียงเครื่องมือรับใช้ผู้ใด!
สองชาติภพที่เกิดมาเป็คน บุรุษผู้เกิดมาระหว่างฟ้าดินจะยอมก้มหัวอยู่ใต้ฝ่าเท้าผู้อื่นไปตลอดได้อย่างไร?
ราวกับััได้ถึงความไม่ยินยอมอันแรงกล้าของเฉินฉางอัน ไข่มุกสีดำที่มุดเข้าไปในส่วนลึกของหัวใจพลันะเิแสงสีดำออกมาอย่างไร้ที่สิ้นสุด กระเพื่อมเป็ระลอกคลื่นก่อนจะเริ่มละลายทีละนิดกลายเป็หยาดน้ำสีดำห่อหุ้มหัวใจเอาไว้ และหลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกับมัน
หัวใจที่เคยถูกผู้ดูแลสามแทงทะลุและหยุดเต้นไปนานแล้ว ยามนี้กลับดำมืดดั่งน้ำหมึกราวกับมีมนตราอันไร้ก้นบึ้งแฝงอยู่ และด้วยพลังลึกลับนั้นเองหัวใจสีดำดวงนี้ก็เริ่มเต้นระรัวขึ้นมาอีกครั้ง
ตึก! ตึก!! ตึก!!!
เมื่อหัวใจกลับมาเต้น โลหิตก็เริ่มไหลเวียนไปตามเส้นชีพจรทั่วร่าง ร่างกายที่เคยแข็งทื่อและเย็นเยียบของเฉินฉางอัน ก็เริ่มกลับมาอ่อนนุ่มและอบอุ่นอีกครั้ง
แฮก! แฮก!
เฉินฉางอันลืมตาโพล่งขึ้นมาทันที เขาสูดอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่ สติเริ่มกลับคืนสู่สมองความทรงจำพลุ่งพล่านเข้ามาไม่ขาดสาย
"ข้า... ข้าฟื้นคืนชีพขึ้นมาแล้วอย่างนั้นหรือ?"
เฉินฉางอันวางมือลงบนหน้าอก ััได้ถึงแรงเต้นอันทรงพลังของหัวใจสีดำในร่างกาย เขารู้สึกเหลือเชื่อจนถึงขีดสุด
"ไข่มุกสีดำนี่คืออะไรกันแน่? ถึงกับทำให้ข้าฟื้นคืนจากความตายได้..."
ก่อนหน้านี้แม้หัวใจจะหยุดเต้นไปแล้วแต่สติสัมปชัญญะยังคงหลงเหลืออยู่ เื่ที่ไข่มุกสีดำหลอมรวมกับหัวใจและช่วยชีวิตเขาไว้นั้น เฉินฉางอันย่อมััได้อย่างชัดเจนยิ่งกว่าใคร
แม้จะไม่รู้ว่าไข่มุกสีดำคือสิ่งใด แต่การที่มันทำให้คนตายฟื้นคืนชีพได้นั้นคุณค่าของมันย่อมไม่อาจประเมินได้ เพียงแต่เื่ที่ทำให้เฉินฉางอันนึกไม่ออกก็คือไข่มุกสีดำนี้เป็ของดูต่างหน้าที่ ‘เฉินผิง’ ผู้เป็พ่อทิ้งไว้ให้ บิดาของเขาเป็เพียงข้ารับใช้ในตระกูลจี ชั่วชีวิตมีแต่ความอ่อนน้อมยอมคน ถูกใครต่อใครรังแกได้ง่าย ๆ แล้วจะไปของวิเศษที่ฝืนลิขิต์เช่นนี้ได้อย่างไร?
"โฮก!"
ในขณะที่เฉินฉางอันกำลังตกอยู่ในภวังค์ หัวใจสีดำที่เต้นอยู่ พลันปรากฏเงาร่างมายาของสัตว์ขนาดมหึมาพุ่งทะยานชนไปมาในร่างกายพร้อมกับส่งเสียงคำรามกึกก้อง
เงาร่างนั้นสูงใหญ่ดุจขุนเขา ดวงตาสถิตอยู่ใต้รักแร้ มีเขี้ยวดั่งเสือ กรงเล็บดั่งมนุษย์ ร่างกายราวกับถูกหล่อหลอมด้วยเหล็กกล้ามีเกล็ดสีแดงเข้มปกคลุมทั่วตัว ส่องประกายแวววาวอย่างน่าประหลาด กลิ่นอายความโหดร้ายนั้นท่วมท้นฟ้าดินราวกับมีพลังในการกลืนกินที่พร้อมจะทำลายล้างทุกสรรพสิ่ง เพียงแค่มองแวบเดียวก็รู้สึกราวกับถูกฉุดกระชากลงสู่ขุมนรกอันไร้ก้นบึ้ง
เฉินฉางอันกุมศีรษะด้วยสองมือ เขารู้สึกปวดร้าวประหนึ่งสมองจะแยกออกจากกัน เหงื่อเม็ดโตร่วงหล่นเป็สาย เขาต้องทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส
"นี่คืออสูรเทพในตำนาน... เทา... เทาเที่ย!"
เทาเที่ยคือหนึ่งในสี่อสูรเทพแห่งยุคา มีความดุร้ายเหนือคณา เพียงแค่อ้าปากกว้างก็สามารถกลืนกินฟ้าดินและสรรพสิ่งเพื่อนำมาเป็พลังของตนเองได้
แม้เฉินฉางอันจะไม่เคยเห็นอสูรเทพเทาเที่ยตัวจริงมาก่อน แต่เื่เล่าขานถึงความโหดร้ายและตำนานของสี่อสูรเทพนั้นมีบันทึกอยู่ในตำราโบราณมากมาย
ในห้วงจิตสำนึกย่อมไม่มีใครไม่รู้จัก ต่อหน้าอสูรเทพเทาเที่ย อย่าว่าแต่เฉินฉางอันที่อยู่ในขอบเขตสามัญระดับหนึ่งเลย ต่อให้เป็ระดับสิบ ขอบเขติญญา หรือแม้แต่ยอดฝีมือขอบเขตเต๋าในตำนาน ก็ไม่อาจนำมาเปรียบเทียบได้ แม้สิ่งที่ปรากฏในร่างกายจะเป็เพียงเงามายาของเทาเที่ยแต่กลิ่นอายอันน่าเกรงขามที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่งนั้นก็สั่นะเืไปถึงจิติญญาของเฉินฉางอันอย่างลึกซึ้ง...
"ข้า... ข้ากำลังจะ... ตายอีกครั้งแล้วอย่างนั้นหรือ?"
เฉินฉางอันที่เพิ่งฟื้นขึ้นมา ย่อมคาดไม่ถึงว่าในหัวใจของตนจะปรากฏเงามายาของเทาเที่ยออกมา ภายใต้แรงกดดันอันมหาศาลนี้แม้แต่ความคิดที่จะขัดขืนเขาก็ยังไม่กล้ามี… ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเื่การหลบหนีเลย
"โฮก!"
พร้อมกับเสียงคำรามที่สั่นะเืเลื่อนลั่น เงามายาเทาเที่ยพุ่งชนไปมาในร่างของเฉินฉางอันหลายครั้ง ก่อนจะทะยานจากหัวใจขึ้นสู่เบื้องบนเข้าสู่ห้วงจิตสำนึกที่อยู่ในส่วนลึกของสมอง
ตู้ม!!
ทันทีที่เงามายาเทาเที่ยถึงห้วงจิตสำนึก มันก็ะเิออกกลายเป็ลำแสงสีดำนับร้อยสายส่องสว่างไปทั่วทั้งห้วงจิตสำนึก ลำแสงสีดำนับร้อยสายตัดไขว้กันไปมาเชื่อมโยงเข้าหากันจนกลายเป็อักขระที่ลึกลับและล้ำลึกนับร้อยตัว
เฉินฉางอันอดทนต่อความเ็ปประหนึ่งสมองจะฉีกขาด เขาใช้จิตจดจ่อสังเกตอักขระนับร้อยที่ปรากฏขึ้นในส่วนลึกของห้วงความคิด อักขระที่ปรากฏอยู่ชั้นบนสุดนั้นแลดูองอาจและพลิ้วไหวดุจัเริงระบำ ‘เคล็ดวิชาเทาเที่ยกลืนนภา’
เคล็ดวิชาเทาเที่ยกลืนนภาใช้หัวใจเทาเที่ยเป็แกนกลาง เปิดห้วงจิตสำนึกหลอมรวมร้อยคัมภีร์ กลั่นกรองสรรพสิ่งมาเป็ของตนเอง กลืนกินฟ้าดินเพื่อพิสูจน์มหาเต๋ากลืนกิน
เฉินฉางอันเคยเห็นในหอตำราของตระกูลจีว่าวิชาในพิภพนี้แบ่งออกเป็ห้าระดับขั้นได้แก่ ขั้นสามัญ ขั้นิญญา ขั้นเต๋า ขั้นจักรพรรดิ และขั้นเซียน เคล็ดวิชาเทาเที่ยกลืนนภาสามารถกลืนกินฟ้าดินหลอมรวมสรรพสิ่งมาเป็พลังของตนเองได้
หากเทียบระดับขั้นแล้วอย่างต่ำที่สุดย่อมต้องเป็ขั้นจักรพรรดิ หรืออาจจะเป็วิชาในขั้นเซียนระดับตำนานเลยก็เป็ได้ เพียงแค่คิดถึงเื่นี้หัวใจของเฉินฉางอันก็เต้นแรงขึ้นมาทันทีลมหายใจของเขาเริ่มหอบเหนื่อย
ท่ามกลางเสียงกัมปนาทแห่งมหาเต๋า เฉินฉางอันดื่มด่ำไปกับอักขระเร้นลับในห้วงจิตสำนึก พลังแห่งการกลืนกินอันน่าหวาดหวั่นถูกปลดปล่อยออกมาตามจังหวะการเต้นของหัวใจสีดำส่งผลกระทบต่อสรรพสิ่งรอบกาย
"ไข่มุกสีดำเม็ดนี้มีความเกี่ยวข้องกับอสูรเทพเทาเที่ยจริง ๆ ตอนนี้มันไม่เพียงแต่หลอมรวมกับหัวใจของข้า แต่มันยังมีวิชาลับและอิทธิฤทธิ์อย่างเคล็ดวิชาเทาเที่ยกลืนนภาบรรจุอยู่ด้วย"
หลังจากทำความเข้าใจเคล็ดวิชาเทาเที่ยกลืนนภาได้บางส่วน เฉินฉางอันก็ทั้งใและดีใจราวกับกำลังฝันไป
หากฝึกฝนเคล็ดวิชาเทาเที่ยกลืนนภาไปจนถึงจุดสูงสุด จะสามารถกลืนกินฟ้าดิน หลอมรวมสรรพสิ่งมาใช้เป็พลังของตนเองได้
วิชาที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย เฉินฉางอันรู้ดีว่าตนเองได้พบของล้ำค่าเข้าแล้ว โบราณว่าไว้ ‘รอดพ้นภัยพิบัติย่อมมีวาสนาใหญ่ตามมา’ คำของคนโบราณไม่เคยหลอกใครจริง ๆ
ขอเพียงให้เวลา เฉินฉางอันเชื่อมั่นว่าด้วยเคล็ดวิชาเทาเที่ยกลืนนภานี้ เขาจะต้องชิงพื้นที่ในตำหนักเก้าชั้นฟ้าไท่ซ่างมาได้แน่ เขาจะต้องครองความเป็ใหญ่หรือกระทั่งโบยบินเป็เซียนมีอายุยืนยาวเทียมฟ้าดินบรรลุถึงความหลุดพ้นอันยิ่งใหญ่
ยามนี้เฉินฉางอันไม่ต้องตั้งใจทำสิ่งใด พลังกลืนกินอันน่าหวาดหวั่นก็ฉุดกระชากจิติญญาของเขาเข้าไปในหมู่มวลอักขระเร้นลับที่กว้างขวางดุจมหาสมุทร…
ครืน!
ท่ามกลางเสียงคำรามแห่งมหาเต๋า พลังแห่งกฎเกณฑ์สั่นะเืกลิ่นอายเต๋าอันลึกลับห่อหุ้มรอบกายของเฉินฉางอัน
ภายใต้แรงดึงดูดของเคล็ดวิชาเทาเที่ยกลืนนภา พลังิญญาที่ล่องลอยอยู่ระหว่างฟ้าดินพุ่งเข้าสู่ร่างกายของเฉินฉางอันอย่างบ้าคลั่ง าแที่เขาได้รับกลับสมานตัวกันทีละน้อยจนสังเกตได้ด้วยตาเนื้อ
ในขณะที่เฉินฉางอันกำลังดื่มด่ำอยู่กับเคล็ดวิชาเทาเที่ยกลืนนภาอยู่นั้น เสียงฝีเท้าที่แ่เบาเลือนรางค่อย ๆ ปรากฏขึ้นและท่ามกลางความมืดมิดนั้นเอง… พลันปรากฏดวงตาสีโลหิตคู่หนึ่งขึ้นมา