รุ่งเช้า ทุกคนเข้ามาในห้อง พบกับเตียงที่ว่างเปล่า เซกิะโเรียกหา ทาเคชิ พบว่าทาเคชิ ลงไปยืนอยู่ริมน้ำหันหลังให้ทุกๆ คน
“ ทาเคชิ นี่มันเกิดอะไรขึ้น เ้าไม่เป็อะไรแล้วรึ?”
เซกิ และ เซไก กับ บาทหลวงที่รักษาต่าง เข้ามาจับตัวเทพเพื่อ ตรวจดูให้แน่ใจ
“ เมื่อคืน ข้าได้พบกับพระเ้า ท่านบอกว่าต่อไปนี้เป็ต้นไป ข้าไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว ใครที่มันทำกับข้าเอาไว้ มันต้องชดใช้ ในสิ่งที่มันทำทุกๆ คน”
“ ใจเย็น ๆ ทาเคชิ เ้าหายดีก็ถือว่า พระเ้าคุ้มครองแล้ว อย่าไปคิดแก้แค้นเลย”
เซไก เอ่ยเตือน เทพไม่ตอบคำถามนี้ แต่กลับหันหน้ากลับมา แล้วมองหน้าของ เซไก ทำให้เซไก ถึงกับต้องถอยหลังไป หนึ่งก้าว
“ พี่เซไก ถ้าท่านคิดจะอยู่ในสังคมเช่นนี้ ก็ควรรับรู้ไว้ด้วยว่า หากคิดจะอยู่รอด ก็ต้องเรียนรู้ที่จะสู้ มิเช่นนั้น ท่านต้องกลายเป็ซามูไร พเนจรแร่ร่อนหาที่อยู่ใหม่อีก”
“ ทาเคชิ ดูเ้าเปลี่ยนไปนะ” บาทหลวงฟานเกา เอ่ยอย่างเป็ห่วง
ทาเคชิยิ้มรับแต่ไม่ได้ตอบเื่นี้ แต่ เซกิก็เอ่ยว่า
“ แล้วเราจะทำอย่างไรดี เวลานี้หนังกวางที่พวกเราซื้อเอาไว้ ถูกพวกของเ้าซาโต้ มันยึดไปหมดแล้ว”
“ ข้าว่า พวกเราลงเรือสำเภาไปรับจ้างไปคุ้มกันสินค้าที่เมืองนครของท่านยามาดะดีไหม ได้ยินข่าวว่า ท่านยามาดะ ้าคนคุ้มกันอีกเยอะ” เซไกเอ่ยแนะนำอีกหนทาง
“ พวกเ้าไปกันเถอะ คืนนี้ข้ามีแค้นที่จะต้องชำระ” เทพเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นระเยือกทุกคนฟังแล้ว ััถึงความแค้นที่ฝังแน่นแผ่ออกมาทั่วร้างของเทพ
“ ทาเคชิ เ้าเพิ่งหายเจ็บ อย่าเอาตัวไปเสี่ยงเลย พวกมันรับพวกโรนิน มาอีกเกือบห้าสิบคนแล้ว ตอนนี้การค้าหนังกวางพวกมันก็ผูกขาดแต่เพียงผู้เดียว ไม่มีใครกล้ายุ่งกับพวกมันอีก ได้ข่าวว่า นายภาษีอากร ท่านขุนไกรสีห์ อยู่เื้ัพวกมัน ทำให้มันค้าขาย หนังกวางได้อย่างอิสระ แล้วเ้าจะเอาอะไรไปสู้กับมันได้เล่า”
“ ข้ารู้ตัวเองดีว่ากำลังทำอะไร”
“ เ้านี่ ถูกตีจนเลอะเลือนไปแล้วหรือไง พวกเรามีแค่สามคนจะไปสู้อะไรกับพวกมันได้” เซไกส่ายหัวไม่เห็นด้วย
“ พวกท่านไม่ต้องลงมือ ข้าจะลงมือแต่เพียงคนเดียว”
เทพในคราบเด็กหนุ่มทาเคชิวัย 17 ปี เดินกลับเข้าไปในที่พักของตน เพื่อเตรียมอาวุธที่จะล้างแค้นในคืนนี้
หลวงพ่อฟานเกา ส่ายหัวกับเื่นี้ แต่ก็ไม่รู้จะห้ามได้อย่างไร เพราะ เด็กญี่ปุ่นพวกนี้ เป็เด็กกำพร้า ที่ได้เงินมาก็นำมาให้ทางโบสถ์เป็ค่าใช้จ่าย ในการเลี้ยงเด็กกำพร้า จากทั้งสยาม ญี่ปุ่น ล้วนตายจากต่อสู้กับพวกโจรสลัด โดยที่ทางการหาได้สนใจในเื่นี้ไม่ หลวงพ่อฟานเกาเองเป็คนโปรตุเกส แต่มาอาศัยอยู่ที่นี่ั้แ่ สมัยพระเ้าอยู่หัวเอกาทศรถ เห็นการแย่งชิงอำนาจมากมาย จึงได้แต่เตือนเด็กๆ เหล่านี้อย่าประมาทกับชีวิต
“ พวกเ้าคอยเตือนเ้าทาเคชิมันด้วย ตอนนี้มันคงแค้นใจเื่ พ่อกับแม่ของมันที่ถูกพวกเ้า ซาโต้เคยฆ่าตาย แล้วยังมาโดนอัดปางตายแบบนี้ โอ้ พระเ้าได้ทรงโปรดคุ้มครอง ทาเคชิ ให้รอดปลอดภัยด้วยเถิด” บาทหลวงฟานเกา ต้องขอพรให้เทพได้อยู่รอดปลอดภัย
เทพกลับมาในห้อง เพื่อมานำดาบซามูไรของพ่อ ที่มีเพียงเล่มเดียวที่ถูกเก็บซ่อนเอาไว้ในห้อง มันเป็ดาบซามูไร โบราณของพ่อของทาเคชิ ซี่งที่ผ่านมา ทาเคชินั้นไม่กล้าเอาออกมาใช้ เพราะเขาไม่มีฝีมือดาบเชิงดาบสูงนัก เพราะตัวเขาฝึกฝนเพียงเล็กน้อย พ่อกับแม่ของเขา ก็ถูกคนของซาโต้ ฆ่าสังหารเพื่อแย่งชิง สิทธิการเป็ผู้ที่ผูกขาดการค้าของกรุงศรีอยุธยา ที่จะไปขายที่ประเทศญี่ปุ่น
เทพหยิบดาบขึ้นมา แล้วเดินออกไปที่ริมน้ำ แล้วชักดาบออกมา แล้วเริ่มฟาดฟัน
ออกด้วยขบวนท่า ที่รวดเร็ว และว่องไว ไม่มีใครรู้ว่า เพลงดาบที่เทพใช้นั้น
เป็เพลงดาบตัดสายน้ำ หรือ ว่าเพลงดาบเดียว แม้กระทั่งตัดสายน้ำขาดออกจากกันได้ เซกิกับเซไก เห็นภาพของเทพ ะโลอยตัว เหินฟ้า หมุนตัวฟันดาบ คล้ายมีประกายวิชชุ แลบแปร๊บๆ ออกมา แต่ละขบวนท่า คล้ายแม่ทัพ์ ร่ายรำดาบ ทั้งสองได้แต่อ้าปากค้างเหม่อมองนิ่ง
จนเทพหยุดร่ายรำนิ่งสนิท เซกิ รีบเดินเข้ามา แล้วรีบเอ่ยว่า
“ นี่เ้าใช้ขบวนท่าดาบอะไร ใครเป็คนสอนเ้า ทำไมข้าไม่เห็นเ้าฝึกมาก่อนเลย”
“ นั่นซิ วิชาดาบขั้นสูงเช่นนี้ เ้าไม่น่าเรียนรู้ ได้เร็วขนาดนี้” เซไกเอ่ยอย่างสงสัยเช่นกัน
“ หากว่าวันหนึ่ง ท่านหมดลมหายใจ แล้วไปพบกับพระเ้า แล้วถูกถามว่า หากได้เกิดใหม่ ท่านอยากขอพรจากพระองค์เื่ใดมากที่สุด นี่คือพรจากพระเ้าที่มอบให้กับข้า” เทพเอ่ยส่งเดชไปอย่างนั้น เพราะรู้ว่า คนเหล่านี้ไม่มีวันเชื่อแน่ ว่าเทพกลับชาติมาเกิดใหม่ นอกจากอ้างพระเ้าเท่านั้น ที่จะทำให้พวกเขาจะเชื่อได้
“ มีเื่แบบนี้ด้วยหรือนี่?” เซกิรำพึงออกมาเบาๆ
“ ตอนนี้ พ่ออยู่หัวทรงเป็อย่างไรบ้าง” เทพเอ่ยถาม เซกิ กับ เซไกพร้อมกัน
“ พระเ้าทรงธรรม บัดนี้มีอาการประชวร มีข่าวว่าจะมอบราชสมบัติให้กับโอรสองค์โตพระเชษฐาธิราช แทนพระอุปราชศรีศิลป์ ทำให้สถานการณ์ตอนนี้ เมืองกรุงศรีแบ่งเป็สองฝ่าย โดยมีฝ่ายแรกพระเชษฐาธิราชมี ออกญาศรีวรวงศ์ เป็ผู้สนับสนุน ส่วนอีกฝ่ายคือ พระมหาอุปราชพันปีศรีศิลป์ กับ เ้าพระยากลาโหม
ว่าแต่เ้าจะถามไปทำไม พวกเราไม่เคยยุ่งเกี่ยวอะไรกับ พวกราชสำนักชั้นสูงของกรุงศรีอยุธยาเลยนะ” เซไกเอ่ยด้วยความสงสัย เทพควงดาบซามูไรของตน เสียบเข้ากับฝักดาบอย่างรวดเร็ว แล้วเอ่ยว่า
“ การผลัดแผ่นดินใหม่ ทุกครั้งส่วนใหญ่ต้องมีการนองเื พวกเราควรจะต้องรับรู้และระวังตัว เอาไว้ด้วย”
เทพตอบกว้างๆ ไม่เอ่ยอะไรอีก จากนั้นก็ขอตัวกลับไปที่ห้องพัก แล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็ชุดสีดำ ทั้งชุด นำดาบซามูไรติดตัวออกไป เห็น เซกิ กับ เซไก นั่งเฝ้าอยู่ทางออกประตูโบสถ์ แต่เทพไม่อยากให้พวกเขาเกี่ยวข้องด้วย ะโข้ามกำแพงด้านข้างออกไป แล้วเดินทางไปตามริมน้ำ พบเรือพายของชาวบ้าน ก็รีบกระโจนขึ้นแล้วพายข้ามฝั่งเข้าไปยังเกาะเมืองกรุงศรีอย่างเงียบเชียบ จุดมุ่งหมายของเขาไม่ใช่ เขตการค้าญี่ปุ่นที่ตั้งของคฤหาสถ์ซาโต้ แต่ว่า ที่เป้าหมาย ของเทพเคลื่อนตัวผ่านความมืดไปนั้นเป็พระบรมมหาราชวัง ที่ประทับของ พระเ้าอยู่หัว สมเด็จพระเ้าทรงธรรม !
เทพกลั้นหายใจ หายตัวเข้าไปผ่าน หอหลวง ผ่านพระที่นั่งสรรเพชญมหาปราสาท
ผ่านกองทหารอาสา เข้าสู่พระราชฐานชั้นใน ที่ประทับของ พระเ้าอยู่หัว คงเหลือทหารองครักษ์เฝ้ายามอยู่ นับร้อย แต่หามีใครมองเห็นเทพ แม้แต่คนเดียว
แต่พอจะเข้า ตำหนักของพระเ้าอยู่หัว เทพก็ถูก เวทย์ป้องกันกระแทกถอยหลังไปหลายก้าว ที่แท้ภายในตำหนักนี้มีการเขียนอักขระยันต์ ป้องกันคาถาอาคม ของพระสงฆ์ระดับสูง จากนั้น เทพก็ปรากฏร่างขึ้น พร้อมได้ยินบทสวดที่เทพ จำได้แม่นยำ แม้ตายอีกกี่ครั้งก็ไม่มีวันลืมเลือน
“ บทสวดพระปริตรปราบมาร”
บทสวดนี้เป็บทสวดของสมเด็จพระโมคคลานะ สาวกเบื้องซ้าย สำหรับไว้ป้องกันและทำลาย เวทย์มนตร์คาถาทุกชนิด ใครเข้าใกล้หรือ ถูกร่างเวทย์ใส่ คนผู้นั้นจะไม่อาจใช้ พระคาถาอาคมใดๆ ได้ เทพเคยเจอมาแล้ว จากพระเถระระดับสูงจากแปดทิศ ทั้งสิบรูป ที่ทำให้เขาต้องะเิตัวเองตายไป
ครั้งนี้แม้นไม่ใช่พระเถระผู้ใหญ่ทั้งสิบ แต่ก็เป็พระหนุ่มรุ่นๆ วัยไม่เกิน สามสิบพรรษา เดินออกมาด้านหน้าพร้อมกัน ทั้งสิบ แล้วมีทหารวิ่งกรูกันเข้ามาล้อมรอบ เทพเอาไว้อีกร้อยคน มีอยู่สามสิบคน เป็กองทหารอาสาชาวต่างชาติ ชาวยุโรป กับ ชาวญี่ปุ่น ผสมกัน ที่เหลือเป็ทหารกรุงศรี อีก สิบคนถือปืนยาว ประทับบ่าเตรียมยิง โดยมีหัวหน้าทหารองครักษ์ผู้หนึ่ง ยืนขวางหน้าเอาไว้ เทพยังคงจำมันได้ไม่เคยลืม ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี เป็เพราะมันที่วางยาสลบเขา ทำให้เขาต้องตายไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน มันคือ หัวหน้าองครักษ์วายุนี่เอง
“ เ้าเป็ใคร เข้ามาวังหลวงเพื่อจุดประสงค์สิ่งใด?”
“ พูดไปทำไม ฆ่ามันเลย ดูก็รู้ พวกมันน่าจะเป็พวกซามูไรไร้สังกัด ที่เคยบุกมาเมื่อคราวที่แล้ว” รองหัวหน้าองครักษ์เอ่ยอย่างรวดเร็ว เพราะเห็นชุดของเทพและดาบซามูไรถือ เทพถืออยู่
เทพไม่เอ่ยอะไรอีก ได้แต่ท่องบทสวดกำบังตนใหม่ กลั้นหายใจ ตีลังกากลับหลังหายไป ในอากาศ ถอยออกจากตำหนัก เสียงปืนระดมยิงใส่ ปานสายฟ้าฟาด เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !!! แต่ว่าไม่มีใครเห็นเทพเลยแม้แต่คนเดียว เพราะบัดนี้ เทพได้หายวับไปนอกตำหนัก แล้วเข้าไปหลบอยู่บนต้นไม้ใหญ่
ไม่มีผู้ใดเห็น ทหารอาสา ออกตามหากันรอบๆ แบ่งกำลังไปชุดละ สิบคน เทพเห็นสิบคนแรกที่เข้ามาใกล้ ก็ะโลงมาจากต้นไม้ แล้วใช้ ดาบซามูไร ฟาดฟันไปสิบดาบ ร่างของทหารอาสาทั้งสิบ ขาดครึ่งตายอนาถ เทพหยิบปืนยาว และ หน้าไม้ธนูเข้ามาเก็บเอาไว้ แล้วพุ่งตัว ไปทางตำหนักที่ประทับด้านหลัง ซึ่งเทพรู้ว่าตำหนักแห่งนี้นั้น มีทางเข้าลับอยู่ตรงไหน โดยที่ทหารเหล่านี้ไม่มีใครรู้
เนื่องจากสมัยนั้น เทพได้ทำการให้ทหารช่างอาสาต่างชาติ เข้ามาช่วยสร้างเอาไว้ ก่อนที่พวกเขาจะถูกส่งมนตร์ตราของเทพล้างความจำออกไป ทำให้ทางเข้านี้มีเพียงพระเ้าอยู่หัวเอกาทศรถ กับ เทพเท่านั้นที่ล่วงรู้
พอเทพเข้าไปทางลับแล้ว ก็ผลักประตูกล ออกไป แล้วก็เข้าไปในห้องพระบรรทมของพระเ้าอยู่หัวในทันที
“ หยุดนะ อย่าขยับ มิเช่นนั้น เอ็งได้ตายแน่ วางอาวุธ แล้วเปิดผ้าคลุมหน้าออกซะ”
เทพเห็นพระเ้าทรงธรรมถือปืนสีทอง ที่พระเอกาทศรถทรงประทานให้เขา เป็ของขวัญ เป็ปืนของโปรตุเกส เทพยังคงจำได้มั่น แต่ก็วางปืนยาว หน้าไม้ และดาบซามูไร ลงกับพื้นแล้วเอ่ยว่า
“ ปืนเทพประสิทธิ์ เป็ปืนสั้นของโปรตุเกส ที่แท้อยู่กับพระองค์นี่เอง”
พระเ้าทรงธรรมได้ยินเช่นนั้นก็ตกพระทัยยิ่งนัก เพราะน้อยคนนักที่จะรู้จักชื่อของปืนที่พระองค์ถืออยู่นี้
“ เอ็งเป็ใครกันแน่ บอกมาซะ มิเช่นนั้ข้ายิงเองแน่”
“ ก็ลองยิงดูซิ” เทพไม่หวั่นแม้คมะุ พระเ้าทรงธรรมเลยยิงปืนเข้าใส่เทพที่หัวไหล่ ทันที ก่อนที่นิ้วของพระเ้าทรงธรรมจะเหนี่ยวไก เทพก็เตะดาบซามูไร พุ่งใส่ปืนเทพประสิทธิ์ กระเด็นออกไป พระเ้าทรงธรรม ดึงดาบอาญาสิทธิ์ ออกมาแล้วฟาดใส่เทพอย่างรวดเร็ว เทพรีบคว้าดาบซามูไรต้านรับทันที เสียงของดาบทั้งสองปะทะกันดังกึกก้องไป ดาบซามูไรที่คมกริบ ถึงกับบิ่น ไปเลย เพราะดาบอาญาสิทธิ์ของพระเ้าทรงธรรมนั้น เป็ดาบที่มีเนื้อมวลสารที่มีคุณภาพมากกว่า และขนาดสั้น และ หนากว่า และตีด้วยช่างตีดาบจากสำนักราชวังจากญี่ปุ่น เทพทราบเป็อย่างดีว่า ดาบซามูไรธรรมดาของเทพไม่อาจต้านทานได้แน่ หากปล่อยให้ฟาดลงมาอีก สักสองดาบ ละก็ ดาบซามูไรได้หักเป็สองท่อนแน่
เทพเลย ถอยหลังออกไป แล้วหมุนตัวเป็เกลียวรีบเผด็จศึกพระเ้าทรงธรรมเสียก่อน ดาบทั้งสองฟาดฟันอีกครั้ง คราวนี้ ดาบซามูไรของเทพพอปะทะดาบอาญาสิทธิ์อีกครั้งก็ได้หักสะบั้นไปจริงๆ แต่ว่าคมดาบซามูไรที่หักกลับไปประทับที่ ลำคอของพระเ้าทรงธรรมเรียบร้อยแล้ว
“ พระองค์แพ้แล้ว”......