บทที่36
ลอบสังหารท่านอ๋อง
บริเวณรอบร่างกายถูกล้อมรอบด้วยกลุ่มนักฆ่าอ๋องแห่งเมืองล่องนภาถูกล้อมรอบด้วยเหล่านักฆ่าที่มีฝีมือฉกาจพวกมันยืนล้อมรอบร่างกายพร้อมกับอาวุธที่อยู่ภายในมือ
ผู้คุ้มกันนับสิบคนก่อนหน้านี้ล้มลงไปนอนตายเกลื่อนกลาดอยู่ตามพื้นเหลือเพียงแค่ผู้คุ้มกันเพียงหยิบมือเดียวที่อยู่ภายในบริเวณนี้เท่านั้น
ในขณะเดียวกันเหล่าคุ้มกันที่อยู่ภายในบริเวณนี้ใบหน้าก็เต็มไปด้วยความเคร่งเครียดบริเวณรอบร่างกายถูกล้อมรอบด้วยกลุ่มนักฆ่าเหล่านี้เป็นพวกที่ฝึกฝนวรยุทธและมีฝีมือเก่งกาจ
เพียงแค่ทหารองครักษ์ธรรมดาระดับการฝึกฝนอยู่เพียงแค่ระดับต้นปราณหาได้เป็นคู่ต่อสู้ของพวกมันไม่
ท่ามกลางสถานการณ์ที่ย่ำแย่ตอนนี้โดนล้อมรอบและไม่มีทางหนีใบหน้าอ๋องแห่งเมืองล่องนภาเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด
ใบหน้าตอนนี้เต็มไปด้วยความหนักใจกับสิ่งที่มันจะเกิดขึ้นสถานการณ์เช่นนี้ถ้าไม่มีผู้ใดเข้ามาช่วยเหลือผลลัพธ์คงจะไม่พ้นความตาย
“ พาท่านอ๋องหนีไปข้าจะหยุดพวกมันเอาไว้!!! ”หัวหน้าองครักษ์ที่เป็นชายร่างกายกำยำล่ำสันยืนอยู่บริเวณด้านหน้าสุดกล่าวกับผู้ติดตามที่อยู่ด้านหลัง
ในตอนนี้มันตั้งใจจะทุ่มเทชีวิตทั้งหมดของตนเองเพื่อรักษาชีวิตของท่านอ๋องเอาไว้
ว่าการที่จะออกไปจากสถานที่แห่งนี้ก็หาใช่เรื่องที่ง่ายดายไม่เพราะว่ารอบร่างกายนั้นถูกล้อมรอบเอาไว้ทั้งหมดแล้วแทบจะไม่มีทางใดเลยที่จะสามารถออกไปจากบริเวณนี้ได้
พวกมือสังหารเหล่านั้นแสดงใบหน้าที่เย็นยะเยือกมันก้าวเท้ามาบริเวณด้านหน้าอย่างช้าๆตั้งใจจะมุ่งตรงเข้ามาจบชีวิตท่านอ๋องพร้อมกัน
ทุกย่างก้าวที่เคลื่อนที่เข้ามามันเหมือนกับเสียงฝีเท้าของยมทูตที่ก้าวเท้าเข้ามาอย่างช้าๆพวกทหารองครักษ์ที่อยู่รอบๆแสดงใบหน้าหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด
ในตอนนี้สถานการณ์นั้นเต็มไปด้วยความแยกแต่ในขณะที่พวกมันกำลังก้าวเท้าเข้าไปนั้นเองเสียงฝีเท้าหนึ่งดังขึ้นมาจากบริเวณด้านหลัง
พวกมันต่างพากันหยุดเท้าของตนเองแล้วหันกลับไปมองด้านหลังอย่างรวดเร็วสิ่งที่พวกมันได้ยินอย่างพอเพียงคือเสียงฝีเท้าของอาชาที่รุดหน้ามาในทันที
ก่อนที่ช่วงวินาทีถัดมามันจะปรากฏร่างของอาชาสีดำสนิทพุ่งทะยานออกมาจากพุ่มไม้หลังของอาชามีร่างของบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งปรากฏกายออกมาพร้อมกับร่างของอ๋องน้อย
ดวงตาของเรามือสังหารพวกนั้นต่างพากันเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงในพวกมันพูดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “มาที่นี่ได้อย่างไรกันพวกเราหลอกล่อไปที่อื่นแล้วไม่ใช่หรือ? ”
หลี่หยุนนั่งอยู่บนหลังม้ายกยิ้มขึ้นที่มุมปากเขากระโดดลงจากหลังม้าที่กำลังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว
อ๋องน้อยปรากฏกายมาที่บริเวณนี้มองเห็นภาพเหล่าผู้ติดตามกำลังล้อมรอบเตรียมสังหารท่านพ่อของตนดวงตานั้นพบถึงความกระจ่างที่ปรากฏขึ้น
ผู้คุ้มกันเหล่านี้ถูกทาบทามมาโดยคนจากสำนักคุ้มภัยแบบนั้นสิ่งที่พบเห็นด้านหน้ามันเลยมองเป็นอื่นไปไม่ได้เลย
หลี่หยุนกระโดดลงมาจากหลังม้าอย่างรวดเร็วร่างกายของเขาหยุดนิ่งดวงตามองตรงไปที่พวกมันทั้ง4 ชีวิตที่ล้อมรอบท่านอ๋องอยู่
ภายในบริเวณนั้นพวกมันทั้ง4 คนมีระดับอยู่ในระดับก่อนจิตซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่าเขาเป็นอย่างมาก
แต่กระนั้นหลี่หยุนไม่ได้แสดงท่าทางเกรงกลัวออกมาเลยแม้แต่น้อยใบหน้ายังคงเรียบเฉยเผชิญหน้ากับพวกมันโดยไร้ซึ่งความหวาดกลัว
มันทั้งหมดที่อยู่บริเวณด้านหน้าดวงตาจ้องมองตรงมาที่เขาพร้อมกับขยับร่างกายพบเห็นผู้ฝึกฝนวรยุทธหนุ่มที่มีลมปราณอยู่ในร่างกายอยู่ในระดับขอบเขตนั้น
“ ว่าอย่างไรล่ะท่านอ๋องน้อยดูนี่สิคนพวกนี้ร่วมมือกับสำนักคุ้มภัยเพื่อที่จะสังหารท่านอ๋องผู้เป็นบิดาของท่าน”
“ ถ้าตามความคิดของข้าคาดเดาพวกมันทั้งหมดตั้งใจจะสังหารท่านอ๋องแล้วก็ให้ท่านขึ้นเป็นอ๋องผู้ปกครองเพื่อที่จะได้บงการท่านได้อย่างง่ายดาย” หลี่หยุนพูดออกมาเพื่อปลุกให้อีกฝ่ายนั้นตาสว่าง
ดูเหมือนว่าอ๋องน้อยที่อยู่บริเวณด้านหน้าจะเริ่มเข้าใจเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว
กำลังแสดงใบหน้าที่ตกตะลึงร่างกายที่นั่งอยู่บนหลังม้าไม่ขยับแม้เพียงนิดกำลังไต่ตรองกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่
หลี่หยุนหันไปมองอ๋อองน้อยที่กำลังนั่งอยู่บนหลังม้าแล้วก็คิดภายในใจ“ อย่างไรเสียเด็กหนุ่มผู้นี้ก็คงจะไม่ได้มี พื้นฐานหรือรากฐานของจิตใจที่เป็นคนเลวทรามแต่ที่นิสัยใจคอเป็นคนพาลเช่นนี้ก็เป็นเพราะว่ามีแต่ผู้คนรอบกายทำให้คิดเช่นนั้น”
ตามความคิดของเขาผู้คนนั้นจะเป็นอย่างไรเกี่ยวกับพื้นฐานของสังคมรอบกายนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ยืนยันได้อย่างชัดเจน
ทั่วไปแล้วมนุษย์ทุกคนที่เกิดมาล้วนแล้วแต่เหมือนกับผ้าขาวสะอาดที่ไม่มีมลทินแม้แต่น้อย
แต่เพราะว่าโดนสังคมรอบกายนั้นบ่มเพาะทำให้มันเกิดกลายเป็นนิสัยขึ้นมา
หลี่หยุนก้าวเท้าออกไปบริเวณด้านหน้าเผชิญหน้ากับพวกมันพร้อมกับพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว“ พวกเจ้าเป็นผู้ใดกันเหตุใดถึงมาที่สถานที่แห่งนี้ ”
พวกมันที่กำลังยืนอยู่มองเห็นรูปที่อยู่ด้านหน้าเป็นตัวเกะกะในทันทีหนึ่งในกลุ่มมือสังหารพวกนั้นพุ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ร่างกายของมันทะยานมาราวกับลูกธนูที่ถูกยิงออกมาพุ่งตรงเข้ามาหาเขาในพริบตาจากนั้นใช้ฝ่ามือของตนเองตรงออกมาหวังจบชีวิตเขาด้วยฝ่ามือเดียว
ด้วยระดับพลังที่ต่างๆอีกฝ่ายสามารถจบชีวิตเขาด้วยมือเดียวได้ถ้ามันใช้พลังทั้งหมดในการใช้ฝ่ามือนั้น
ในขณะที่มันปล่อยฝ่ามือของตนเองตรงออกมาบริเวณด้านหน้าเข้าหาร่างกายของเขาหลี่หยุนที่ยืนอยู่ไม่ได้ตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย
ในชั่วพริบตานั้นมือของเขายื่นไปคว้าจับกระบี่ไม้ท้อบริเวณด้านหลังดึงมันออกมาแล้วก็รับการโจมตี
“ ตรึง!!! ” เสียงปะทะดังลั่นลมปราณทั้งสองต่อต้านกัน หลี่หยุนเป็นฝ่ายที่ลมปราณด้อยกว่าเพราะแบบนั้นร่างกายของเขาถึงกระเด็นถอยหลังมาประมาณ4-5 ก้าว
แม้ว่าเขาจะเป็นฝ่ายที่ต้องกระเด็นถอยกลับมาผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้ากลับเป็นฝ่ายที่ตกตะลึง ตาทั้งสองข้างของมันเบิกกว้างขึ้นมองเห็นภาพที่อยู่บริเวณด้านหน้าในตอนนี้
“ ได้อย่างไรกัน? เจ้าทำได้อย่างไรฝ่ามือของข้าน่าจะจบชีวิตของเจ้าไปแล้วแถมยังกระบี่ไม้ที่ไม่หักนั่นอีก…" ผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าพูดขึ้นมาด้วยความตื่นตระหนกตกใจ
ในตอนนี้คงจะไม่มีอันใดปรากฏขึ้นนอกจากความตกตะลึงกับสิ่งที่มันปรากฏในยามนี้แล้ว
การโจมตีที่พุ่งทะยานเข้าไปก่อนหน้านี้ควรจะหักกระบี่ไม้นั้นและก็สังหารอีกฝ่ายไปแล้วแต่นี่กลับไม่เป็นอันใดแม้เพียงนิด
หลี่หยุนยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนที่จะยืดร่างกายตรงขึ้นมา “นั่นสิถ้าเช่นนั้นก็ลองปล่อยออกมาดูอีกทีเป็นอย่างไร… ”
อีกฝ่ายเมื่อได้ยินคำท้าทายเช่นนั้นใบหน้าของมันแดงก่ำขึ้นมาในทันทีเมื่อได้ยินคำท้าทายของผู้ที่มีวรยุทธ์ต่ำต้อยกว่าตนเองมีหรือว่ามันจะสามารถสะกดกลั้นความโกรธได้
ภายในใจของมันเต็มไปด้วยความโกรธผู้ที่อยู่ด้านหน้าเก่งกาจมาจากที่ใดมีวรยุทธเพียงแค่นั้นกลับกล้าท้าทายมัน
มันเลยทำการพุ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็วแล้วก็ปลดปล่อยการโจมตีออกมาในทันทีคราวนี้ฝ่ามือที่ซัดตรงเข้ามาอัดแน่นด้วยรวมกันทั้งหมด 10 ส่วนพร้อมที่จะสังหารผู้ที่อยู่ด้านหน้าในทันที
แต่หลี่หยุนเขาใช้เขาใช้กระบี่ไม้ท้อภายในมือของตนยกขึ้นมาป้องกันอีกครั้ง
“ ปั้ง!!! ”เสียงปะทะในครั้งนี้รุนแรงกว่าก่อนหน้านี้ร่างของบุรุษหนุ่มกระเด็นถอยออกไปอีกสิบก้าว
ร่างกายของเขาที่กระเด็นถอยออกไปก็ตั้งหลักอีกครั้งร่างกายของเขาตั้งหลักดวงตาก็มองตรงไปด้านหน้า
ร่างของผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าในยามนี้เต็มไปด้วยความประหลาดใจหลี่หยุนมองเห็นมันยืนนิ่งด้วยความประหลาดใจเช่นนั้นเขาพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว “ในครั้งนี้ตาของข้าบ้าง… ”
หลี่หยุนขยับเข้าไปอย่างรวดเร็วในขณะที่ร่างกายของอีกฝ่ายยืนนิ่งด้วยความตื่นตระหนก
ด้วยความตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นและกำลังสับสนทำให้คนผู้นั้นยืนนิ่งไม่ขยับแม้เพียงนิด
และเมื่อเขาพุ่งทะยานเข้าไปเท้าทั้งสองข้างของเขาหยุดนิ่งร่างกายตั้งท่าโจมตีกระบี่ไม้ท่อที่อยู่ภายในมืออยู่ๆก็ปลดปล่อยลมปราณจำนวนมากออกมา
หลี่หยุนดวงตาทั้งสองข้างปลดปล่อยจิตสังหารมหาศาลจากนั้นก็ใช้กระบี่ไม้ท้อภายในมือของตนเองมันกำลังปลดปล่อยลมปราณมหาศาลฟาดเข้าไปที่ร่างกายของคนผู้นั้นอย่างเต็มแรง
“ ตูม!!! ”การโจมตีอันรุนแรงถูกปล่อยออกไปลมปราณที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากกระบี่ไม้อัดเข้าไปที่ร่างกายของคนผู้นั้น
กระแทกอย่างเต็มแรงชายผู้นั้นส่งเสียงกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวดร่างกายของมันค่อยๆร่วงหล่นลงไปอย่างช้าๆกับโลหิตออกมาเป็นจำนวนมาก
สุดท้ายแล้วก็ล้มลงไปหมดสติอยู่กับพื้นในทันทีด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว
ดวงตาของผู้คนมากมายต่างพากันจ้องมองอย่างตกตะลึงสิ่งที่ปรากฏให้เห็นในยามนี้มันคืออะไรคำถามมากมายปรากฏขึ้นภายในหัวของเหล่าผู้คนมากมาย
กระบี่ไม้เพียงเล่มเดียวที่ถืออยู่ภายในมือของผู้ฝึกฝนวรยุทธที่อยู่ในระดับต้นปราณกับสามารถเล่นงานให้ผู้ฝึกฝนระดับก่อจิตล้มลงไปหมดสติได้ในครั้งเดียว
มือสังหารอีก3 คนที่เหลืออยู่ต่างพากันแสดงใบหน้าที่จริงจังดวงตาของพวกมันในตอนนี้มุ่งตรงความสนใจทั้งหมดมาที่หลี่หยุนแต่เพียงผู้เดียว
หลี่หยุนที่เล่นงานคนผู้นั้นลงไปนอนกับพื้นได้ยกกระบี่ไม้ท้อภายในมือของตนขึ้นมาพลาดเอาไว้บริเวณด้านบนบ่าจากนั้นก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ท้าทาย“ ต่อไปตาผู้ใดดี.. ”
เขาพูดท้าทายกับกลุ่มนักฆ่าที่อยู่บริเวณด้านหน้าทำให้พวกมันแสดงใบหน้าที่โกรธเคืองออกมา
…