ทะลุมิติครั้งนี้ฉันจะเป็นเศรษฐีนีด้วยซูเปอร์มาร์เก็ต (จบแล้ว)

    เล่มที่ 2 บทที่ 54 อาสะใภ้สามสกุลเคอมาเยือน

            หลังต้วนเหลยถิงจัดแจงเครื่องแต่งกายและการแปลงโฉมของคนทั้งสองจนเสร็จหมาป่าดำก็คาบตะกร้าลูกหมาป่ากลับออกมาแล้ววางไว้ข้างกายเคอโยวหราน

            ตามด้วยเอาหัวถูน่องของต้วนเหลยถิงเพื่อขอบคุณที่เขาช่วยดูแลลูกหมาป่าเป็นอย่างดี

            ต้วนเหลยถิงลูบหัวหมาป่าดำ ชายหนุ่มหิ้วตะกร้าลูกหมาป่าและม้วนผ้าเช็ดตัวห่อชุดว่ายน้ำให้เรียบร้อย

            จากนั้นแบกเคอโยวหรานขึ้นบ่า ครั้นสาวเท้าเดินออกจากถ้ำ ท้องฟ้าก็มืดสนิทไปเสียแล้ว

            แต่ต้วนเหลยถิงกลับพบว่าตนมองเห็นสิ่งต่างๆ ได้อย่างชัดเจนยิ่งนัก ไม่ต่างอันใดกับเวลากลางวันภาพเช่นนี้ช่างน่าประหลาดเหลือเกิน

            หลังเดินห่างออกมาระยะหนึ่ง เมื่อต้วนเหลยถิงหันไปมองปากถ้ำอีกครั้ง กลับนึกไม่ถึงว่าถ้ำที่อยู่ด้านหลังจะหายไปอย่างไร้ร่องรอยราวกับไม่เคยมีอยู่มาก่อน

            มุมปากของต้วนเหลยถิงกระตุก ไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ตนเพิ่งเห็นเท่าใดนัก

            ชายหนุ่มก้มหน้าลงมองสตรีที่อยู่ในอ้อมแขน หรือว่าโยวหรานของเขามิใช่คนธรรมดาเป็นนางเซียนลงมาจากฟากฟ้าเช่นนั้นหรือ?

            ครั้นคิดเยี่ยงนี้ ต้วนเหลยถิงก็ถึงกับหวาดหวั่นเสียแล้ว เขาเอ่ยพึมพำว่า“โยวหราน ไม่ว่าเจ้าจะเป็นเซียน มาร หรือปีศาจ ก็ห้ามไปจากข้าเป็นอันขาด

            หากมีผู้ใดขวางมิให้พวกเราอยู่ด้วยกัน เทพขวางสังหารเทพ มารขวางสังหารมารข้าต้วนเหลยถิงพูดได้ทำได้”

            กล่าวจบก็ถีบปลายเท้าพลางใช้กำลังภายในเหยียบย่ำอากาศเร่งระดับความเร็วมุ่งหน้ากลับเรือน

            เช้าตรู่วันถัดมา เคอโยวหรานค่อยๆ รู้สึกตัวตื่น แต่ข้างกายกลับไร้ร่างเงาของต้วนเหลยถิงฟูกนอนฝั่งของเขาเย็นเยียบ เห็นทีอีกฝ่ายคงจะตื่นตั้งนานแล้ว

            เคอโยวหรานหยัดกายลุกขึ้นมองไปทางนาฬิกาน้ำนับเวลาที่เอ้อร์หลางสร้างขึ้นก่อนจะร้องอุทานในใจนี่มันยามซื่อแล้ว หรือก็คือประมาณสิบโมงเช้า

            นางจำได้ว่าเผลอหลับไปในบ่อน้ำพุร้อน แล้วตนกลับมาที่นี่ได้อย่างไร?

            ยังมีเสื้อผ้าบนกาย หรือว่าต้วนเหลยถิงช่วยเปลี่ยนให้นาง?

            มิใช่กระมังเช่นนั้นนางไม่ได้ถูกบุรุษผู้นั้นเห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าหมดแล้วหรือ?

            ครั้นคิดเช่นนี้ หัวใจของเคอโยวหรานก็อดเต้นโครมครามขึ้นมามิได้ ใบหน้าเรียวขึ้นสีแดงดั่งผลอิงเถาเสียแล้ว

            เคอโยวหรานพยายามปลอบใจตนเองไม่หยุด : ทูนหัว ใจเย็นๆต้วนเหลยถิงคือสามีตามกฎหมายของเจ้า ไม่ว่าช้าหรือเร็วย่อมต้องถูกเขากินจนไม่เหลือแม้แต่กระดูกให้ดูสักนิดสักหน่อยจะเป็นอันใดไป?

            ไม่รอให้นางปรับทัศนคติภายในใจให้เรียบร้อย พลันได้ยินเสียงจากทางเรือนฝั่งตะวันตกสะใภ้สามสกุลเคอหลิวชุนฮวากำลัง ‘แหกปาก’ เสียงดังลั่น

            “ข้าว่านะคนแซ่ถง พวกเรามาหาต้าส่าของเจ้าเพราะเห็นแก่ที่เขามีเรี่ยวแรงไม่เช่นนั้นคงไม่มีทางมาคบค้ากับคนทึ่มทื่อผู้หนึ่ง”

            “ยังมีอีกเรื่องนะคนแซ่ถง มิใช่ว่าข้าตำหนิเจ้าโยวหรานออกเรือนกับสกุลเคอแต่เหตุใดพวกเจ้าถึงได้พากันเข้ามาอยู่ในเรือนสกุลต้วนกันหมดเล่า?

            ผู้อื่นไม่รู้ยังจะคิดว่าสินเดิมของโยวหรานก็คือเด็กและผู้ใหญ่ทั้งเรือนสกุลเคอเสียแล้วกระมัง?

            อับอายขายหน้าบ้างหรือไม่? เจ้าอาจจะไม่แต่สกุลเคอของพวกเรามิอาจขายขี้หน้าได้”

            เคอโยวหรานสวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้ววิ่งเข้าไปในเรือนฝั่งตะวันตก พลันพบกับเคอเจิ้งซีที่กำลังนั่งดื่มชาอยู่บนเก้าอี้ด้วยท่าทางเอ้อระเหยเป็นอย่างยิ่ง

            หลิวชุนฮวาชี้หน้าถงซื่อพลางร้องบริภาษจนฟองน้ำลายกระเด็นไม่ยอมหยุด

            เคอโยวหลานกับเคอโยวเยวี่ยถูกไป๋ซื่อกอดเอาไว้แน่น

            เคอโยวเยวี่ยมิอาจอดกลั้นไปนานแล้ว เอาแต่ดิ้นขัดขืนอยู่ในอ้อมแขนของไป๋ซื่อด้วยอยากจะตรงเข้าไปช่วยถงซื่อ

            ไป๋ซื่อกระซิบเกลี้ยกล่อมเสียงเบาอยู่ข้างหูของนาง “โยวเยวี่ย เจ้าเป็นผู้อ่อนอาวุโสอีกทั้งร่างกายยังเล็ก หากวิวาทขึ้นมาจริงๆ มีแต่จะเสียเปรียบ

            เชื่อพี่สะใภ้รอง เจ้ากับโยวหลานไปดูบริเวณภูเขาสักหน่อยว่าพี่เขยของเจ้าอยู่ที่นั่นหรือไม่ไปพาเขามาหนุนหลัง”

            เคอโยวเยวี่ยดวงตาเป็นประกาย รีบลากเคอโยวหลานวิ่งออกไปข้างนอกสวนกับเคอโยวหรานที่เพิ่งเดินเข้ามาพอดี

            เคอโยวหรานยกยิ้มพลางพยักหน้าให้ไป๋ซื่อ เพราะเมื่อครู่นางได้ยินสิ่งที่ไป๋ซื่อชี้แนะน้องสาวทั้งสองแล้ว

            ไม่รู้ด้วยเหตุใด ยามนี้หูตาของนางว่องไวยิ่งนักไม่ว่าจะเป็นเสียงความเคลื่อนไหวแผ่วเบาอันใด ขอเพียงนางต้องการฟังก็จะได้ยินอย่างชัดเจนอาจเป็นผลมาจากสระบัวและบ่อน้ำพุร้อนในถ้ำกระมัง

            เพียงแต่ตอนนี้มิใช่เวลามาใคร่ครวญ สะใภ้สามสกุลเคอผู้นี้เคอโยวหรานยังไม่เคยพบหน้าหลังจากกลับมาเกิดใหม่

            ภายในความทรงจำเจ้าของร่างเดิม หลิวชุนฮวาเป็นคนร้ายกาจมักชี้นิ้วสั่งให้เจ้าของร่างเดิมกับถงซื่อทำงาน ยามอยู่ในเรือนสกุลเคอ คนผู้นี้ไม่เคยเผยท่าทีเคารพต่อเคอต้าส่ากับถงซื่อแม้แต่ครั้งเดียว

            เจ้าของร่างเดิมหวาดกลัวนางราวกับหนูเห็นแมวก็มิปาน

            อาสามเคอเจิ้งซีผู้นี้ก็เช่นกัน อาศัยว่าตนมีทักษะวิชาติดตัวและมีบุตรชายถึงสามคน

            อีกฝ่ายมักจะแคะจมูกทำตาขวางใส่เคอโยวหรานกับคนทั้งครอบครัวอยู่บ่อยครั้งวางอำนาจบาตรใหญ่เป็นอย่างยิ่ง

            เมื่อก่อนบิดาของนางทึ่มทื่อ ครั้นอาสามทุบตีเขาหนึ่งหน เขาก็จะยกมือทั้งสองข้างกุมหัวและนั่งพึมพำอยู่ในมุมห้องไม่หยุดว่า: อย่าตีข้า ไม่กล้าแล้ว อย่าตีข้า ไม่กล้าแล้ว...

            ถงซื่อเป็นสะใภ้เด็กที่สกุลเคอซื้อมาจากนายหน้าค้ามนุษย์ถูกคนสกุลเคอรังแกมาตั้งแต่เล็กจนเคยชิน ทุบตีไม่เอาคืน ด่าทอไม่เถียงกลับ

            คนสกุลเคอไม่เคยเคารพพวกนางทั้งครอบครัว ดูแค่หลิวชุนฮวา ด่าทอมานานขนาดนี้สรรพนามล้วนแต่เรียกถงซื่อว่า ‘คนแซ่ถง’ กระทั่งคำว่าพี่สะใภ้ยังไม่มีเลยสักคำ

            ไม่เพียงเท่านั้น หลิวชุนฮวายังคงร้องบริภาษไม่ยอมหยุดถงซื่อก้มหน้าพลางกัดริมฝีปาก บีบนิ้วมือของตนอย่างไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไร กระทั่งน้ำตาที่เอ่อคลอยังไม่กล้าไหลรินลงมาเสียด้วยซ้ำ

            เคอโยวหรานส่ายหน้า ดูเหมือนว่าภารกิจการเปลี่ยนนิสัยยอมคนของมารดาจะยังอีกยาวไกล!

            ครั้นนางกำลังจะเดินเข้าไปช่วยถงซื่อจากปากพิษของหลิวชุนฮวาทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงมารดาสกุลต้วนดังขึ้นจากด้านหลัง

            “ข้าว่านะอาสะใภ้สามของโยวหราน เรื่องภายในสกุลต้วนของข้าต้องให้คนนอกเช่นเจ้ามาชี้มือสั่งการตั้งแต่เมื่อใดกัน?”

            ต้วนเอ้อร์หลางพลันโยนกองฟืนที่เพิ่งขึ้นไปตัดมาจากบนเขาลงข้างๆ ชายหนุ่มคอยคุ้มกันอยู่ด้านหลังมารดาและเดินเข้ามาในเรือนฝั่งตะวันตก

            “ท่านแม่” เคอโยวหรานย่อกายทำความเคารพก่อนยืนประกบอีกฝั่ง

            “อ้อ ข้ายังนึกว่าเป็นผู้ใด? ที่แท้ก็คนต่างแซ่ซึ่งอพยพมาจากที่อื่นยังกล้าวางตัวเป็นใหญ่ในหมู่บ้านเถาหยวนของพวกเราอีกหรือ?”

            หลิวชุนฮวาเอามือทั้งสองข้างเท้าเอว หางตาชำเลืองมองต้วนเอ้อร์หลางด้วยความเย่อหยิ่งเมื่อเทียบระหว่างเขากับเคอเจิ้งซี พบว่าเคอเจิ้งซีร่างกายกำยำกว่าสักหน่อยดังนั้นจึงเอ่ยต่อไปอย่างวางใจว่า

            “ข้าสั่งสอนคนสกุลเคอของข้า เจ้านับเป็นอันใดกัน? อ้อ ข้ารู้แล้ว ที่พวกเจ้าแต่งโยวหราน ทั้งยังให้ต้าส่าทั้งครอบครัวย้ายเข้ามา

            เป็นเพราะหมายตาน้องสาวทั้งสองของโยวหรานคิดอยากจะให้ต้วนต้าหลางกับต้วนเอ้อร์หลางแต่งพวกนางเป็นอนุกระมัง!

            จิ๊ๆๆ แผนการนี้ยอดเยี่ยมยิ่งนัก ช่างรู้จักวางแผนเสียจริง!”

            “เจ้า...” มารดาสกุลต้วนชี้หน้าหลิวชุนฮวาด้วยความโมโหนิ้วมือสั่นเทาจนเกือบจะเป็นลม

            เคอโยวหรานรีบประคองนางเอาไว้และช่วยผ่อนคลายโทสะ

            มารดาสกุลต้วนมีภูมิหลังที่ดีมาตั้งแต่วัยเยาว์ การอบรมเลี้ยงดูที่ได้รับล้วนดีเป็นอย่างยิ่งแม้จะร่อนเร่มาสองปี พบเห็นคนโหวกเหวกโวยวายมาไม่น้อย ทั้งเคยเรียนรู้กิริยาหยาบคายมาบ้าง

            เพื่อปกป้องบุตรชายไม่กี่คนนางยังเลียนแบบคำด่ากราดข้างถนนเช่นสตรีในหมู่บ้านไว้หลายประโยค

            ทว่าการพูดจาเลอะเลือนใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่นตามอำเภอใจเช่นนี้ นางยังพบเจอมาน้อยจนเกินไปเมื่อถูกหลิวชุนฮวาเอ่ยเช่นนี้ก็แทบจะหายใจไม่ทันเสียแล้ว

            เคอโยวหรานประคองมารดาสกุลต้วนส่งให้ต้วนเอ้อร์หลาง ดวงตานางมีประกายเย็นเยียบวูบผ่านจากนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า

            “ข้าว่านะท่านอาสะใภ้สาม ท่านแม่ของข้าเป็นพี่สะใภ้ใหญ่ของท่านพี่สะใภ้ใหญ่ดั่งมารดา ไม่ว่าอย่างไรท่านก็ควรจะเชื่อฟังมารดากระมังมิใช่มาก่อความวุ่นวายถึงเรือนของพวกเรา

            นอกจากนี้ ท่านโปรดใช้วาจาที่สะอาดกว่านี้สักหน่อยน้องสาวทั้งสองของข้าเพิ่งจะอายุได้เท่าใด ท่านไม่ชอบพวกนางทันทีที่อ้าปากก็กล่าววาจาเหลวไหล ท่านไม่กลัวว่าต้องตกนรกขุมตัดลิ้นหรือเจ้าคะ?”

            ครั้นเคอโยวหรานปริปาก หลิวชุนฮวายังแทบจะจำมิได้ นางเอ่ยด้วยความไม่มั่นใจว่า“เจ้าคือเคอโยวหรานหรือ?”

            “ก็ใช่น่ะสิเจ้าคะ ผ่านมาไม่ถึงเดือน ท่านอาสะใภ้สามก็จำมิได้เสียแล้วหรือ?” เคอโยวหรานเผชิญหน้ากับหลิวชุนฮวาโดยตรงขณะเดียวกันยังฉวยโอกาสดึงถงซื่อไปไว้ด้านหลังของตนเอง

            หลิวชุนฮวาอุทาน “ไอ้หยา เห็นทีสกุลต้วนจะมีเงินทองจริงๆเจ้ากินดีอยู่ดีที่นี่เหตุใดถึงไม่รู้จักเอาเงินไปแสดงความกตัญญูต่อท่านปู่ท่านย่าของเจ้าบ้างเล่า?”

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติครั้งนี้ฉันจะเป็นเศรษฐีนีด้วยซูเปอร์มาร์เก็ต (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน