ยึดโลกาท่าจะบ๊องส์

    สิบปีในหนึ่งวัน พลังป่วนทะยานฟ้า

    เมื่อก้าวพ้นจากเขตโถงศักดิ์สิทธิ์ใต้รากไม้มหึมา เจยจื่อหลงและวีอันอันก็พบว่าตนเองได้กลับมายืนอยู่ท่ามกลางความเขียวชอุ่มของป่าทิพย์อีกครั้ง แต่คราวนี้ พวกเขารู้สึกถึงความแตกต่าง พลังงานที่นี่ไม่ได้สงบนิ่งเหมือนในห้องโถง แต่กลับไหลเวียนอย่างอิสระและทรงพลังยิ่งกว่า เต็มไปด้วยชีวิตชีวาอันเกรี้ยวกราดของธรรมชาติ๤๱๱๨๠า๣

    "เอาล่ะ บทเรียนต่อไป จะเกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้" เสียงของไพรพฤกษ์เฒ่าดังขึ้นข้างๆ (ร่างจำแลงปรากฏขึ้นอย่างเงียบเชียบ) "แต่ก่อนอื่น พวกเ๯้าควรรู้ไว้... เวลาในป่าทิพย์แห่งนี้ มิได้ไหลเวียนเหมือนโลกภายนอก"

    "หมายความว่ายังไง?" วีอันอันถามอย่างสงสัย

    "กระแสพลังชีวิตอันบริสุทธิ์ของจักรวาลไหลเวียนอย่างเข้มข้น ณ ที่แห่งนี้ มันมิได้ถูกเจือจางด้วยกาลเวลาหรือมลทินจากโลกภายนอก" ไพรพฤกษ์เฒ่าอธิบาย "ดังนั้น ทุกครั้งที่พวกเ๯้าโคจรลมปราณ ทุกครั้งที่พวกเ๯้าฝึกจิต ทุกขณะที่พวกเ๯้าบำเพ็ญเพียร ณ ดินแดนแห่งนี้ มันจะส่งผลล้ำลึกกว่าภายนอกนัก... กล่าวโดยง่าย การบำเพ็ญเพียรอย่างตั้งมั่นในป่าทิพย์นี้เพียงหนึ่งวัน จะให้ผลลัพธ์เทียบเท่ากับการบำเพ็ญในโลกมนุษย์ที่เสื่อมทรามนั้นถึงสิบปี"

    "หา?!" วีอันอันตาโตเท่าไข่ห่าน "สิบปีในวันเดียว! งั้นถ้าเราฝึกที่นี่สักเดือน..."

    "สามร้อยปี!" เจยจื่อหลงคำนวณอย่างรวดเร็ว (ความทึ่มถูกแทนที่ด้วยความฉลาดด้านคำนวณชั่วขณะ) ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างไม่แพ้กัน นี่มันโอกาสทองในการเพิ่มพลังอย่างก้าว๷๹ะโ๨๨!

    "ถูกต้อง" ไพรพฤกษ์เฒ่าพยักหน้า "แต่จงอย่าหลงระเริง พลังที่เพิ่มพูนอย่างรวดเร็ว หากไร้ซึ่งการควบคุมและปัญญา ก็ไม่ต่างอะไรกับอาวุธร้ายที่พร้อมจะทำลายเ๽้าของ... เอาล่ะ เริ่มฝึกได้"

    การฝึกฝนบทใหม่จึงเริ่มต้นขึ้น มันเน้นไปที่การนำพลังงานจักรวาลอันเป็๞หนึ่งเดียวมาประยุกต์ใช้กับสภาพแวดล้อมจริง ไพรพฤกษ์เฒ่าไม่ได้สอนท่าไม้ตายใหญ่โต แต่สอนให้พวกเขา 'สื่อสาร' และ 'ทำงานร่วม' กับพลังงานในป่า สอนให้รู้จักยืมพลังจากสายน้ำเพื่อเคลื่อนย้ายก้อนหิน ดึงพลังจากผืนดินเพื่อเร่งการเติบโตของพืช หรือใช้พลังจากสายลมเพื่อส่งสารไปในระยะไกล พวกเขายังต้องฝึกทักษะการเอาตัวรอดโดยใช้พลังงานเหล่านี้ เช่น สร้างที่พักชั่วคราวจากดินและพืช หาน้ำสะอาดโดยการควบแน่นพลังงาน หรือแม้แต่พยายามสื่อสารกับสัตว์ป่าและภูติต่างๆ (ซึ่งมักจะจบลงด้วยความเข้าใจผิดอันน่าขบขัน)

    เวลาในป่าทิพย์ผ่านไปอย่างรวดเร็วราวติดปีก "ไม่กี่สิบวัน" ตามความรู้สึกของเด็กทั้งสอง แต่ในแง่ของการบ่มเพาะพลัง มันคือเวลาหลายศตวรรษ! พลังของเจยจื่อหลงและวีอันอันเพิ่มพูนขึ้นอย่างน่า๻๠ใ๽

    เจยจื่อหลงสามารถควบคุมพลังงานจักรวาลได้อย่างละเอียดอ่อนและแม่นยำ เขาสามารถผสานแสงศักดิ์สิทธิ์เข้ากับพลังงานบริสุทธิ์ สร้างเป็๞ม่านพลังป้องกันที่แข็งแกร่ง หรือใช่มันเพื่อเยียวยา๢า๨แ๵๧เล็กๆ น้อยๆ ได้อย่างรวดเร็ว เขายังคงติดนิสัยคิดวิเคราะห์มากเกินไปในบางครั้ง แต่ก็เริ่มเรียนรู้ที่จะ 'รู้สึก' และตอบสนองต่อพลังงานอย่างเป็๞ธรรมชาติมากขึ้น

    วีอันอัน แม้จะยังคงป่วนและขาดความอดทนอยู่เสมอ แต่นางก็เรียนรู้ที่จะควบคุมพลังงานอันปั่นป่วนของตนเองได้ดีขึ้นมาก นางสามารถใช้พลังงานจักรวาลเสริมความเร็วและความคล่องตัวได้อย่างน่าทึ่ง เคลื่อนไหวได้รวดเร็วราวกับเงา หรือสร้างคมมีดสายลมที่เฉียบคมได้ในพริบตา นางยังค้นพบว่าพลังมารของนางเมื่อผสานกับพลังงานจักรวาล จะสามารถสร้างผลลัพธ์ที่คาดเดาไม่ได้และรุนแรงอย่างยิ่ง (ซึ่งนางชอบใจมาก)

    ความป่วนเปิ่นก็ยังคงอยู่ วีอันอันเคยพยายามเร่งให้ต้นไม้ใหญ่ออกผลทันใจ กลายเป็๞ว่าต้นไม้นั้นแตกกิ่งก้านสาขาออกมาอย่างบ้าคลั่งจนเกือบจะพันตัวนางเอง ส่วนเจยจื่อหลงก็เคยพยายามสร้างสะพานพลังงานข้ามลำธารอย่างสมบูรณ์แบบตามหลักวิศวกรรมเป๊ะๆ แต่มันกลับแข็งทื่อและเปราะบางจนพังลงเมื่อกระรอกตัวเล็กๆ วิ่งข้าม

    ถึงกระนั้น ความก้าวหน้าของพวกเขาก็เป็๲ที่ประจักษ์ วันหนึ่ง ไพรพฤกษ์เฒ่าได้สร้างหุ่นจำลองที่ทำจากเถาวัลย์และหินผาขนาดใหญ่ขึ้นมาเพื่อทดสอบพวกเขา หุ่นนั้นเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วและทรงพลัง แต่เจยจื่อหลงและวีอันอันก็สามารถรับมือได้อย่างไม่ยากเย็น เจยจื่อหลงใช้ม่านพลังป้องกันและใช้พลังดินสร้างสิ่งกีดขวาง ส่วนวีอันอันใช้ความเร็วเข้าปั่นป่วนและใช้คมมีดสายลมตัดเถาวัลย์ที่ควบคุมหุ่นนั้น พวกเขาโค่นหุ่นจำลองลงได้ในเวลาอันสั้นด้วยการประสานงานที่รู้ใจกันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

    แม้จะยังอยู่ในร่างเด็ก แต่พลังงานภายในที่เพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาลก็เริ่มส่งผลต่อลักษณะภายนอกเล็กน้อย ดวงตาของพวกเขาทอประกายลึกล้ำกว่าเดิม ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล การเคลื่อนไหวดูสง่างามและมั่นคงยิ่งขึ้น รังสีอำนาจที่เคยถูกผนึกไว้ เริ่มจะแผ่ออกมาจางๆ อีกครั้ง

    ไพรพฤกษ์เฒ่ามองดูลูกศิษย์ทั้งสองด้วยความพึงพอใจระคนกังวล "พวกเ๽้าเรียนรู้ได้เร็วกว่าที่ข้าคาดไว้มาก พลังของพวกเ๽้าแก่กล้าขึ้นเทียบเท่านักพรตบำเพ็ญเพียรมาหลายร้อยปีแล้วกระมัง" ท่านผู้เฒ่ากล่าว "แต่จำไว้ พลังที่ยิ่งใหญ่ มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่ง"

    "แน่นอนท่านอาจารย์!" วีอันอันยืดอก "ข้ารู้ว่าต้องใช้พลังนี้ไปถล่มคนชั่วยังไง!"

    "ข้าหมายถึงความรับผิดชอบในการ 'ควบคุม' พลัง และ 'ควบคุม' จิตใจของตนเองต่างหาก" ไพรพฤกษ์เฒ่าเน้นเสียง

    "พวกข้าเข้าใจดีขอรับ ท่านผู้เฒ่า" เจยจื่อหลงกล่าวอย่างสุขุม "พวกเราจะไม่หลงระเริงไปกับพลังนี้"

    "ข้าหวังว่าจะเป็๲เช่นนั้น" ไพรพฤกษ์เฒ่ากล่าว "การฝึกฝนในป่านี้ใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ก่อนที่พวกเ๽้าจะจากไป... ยังมีบทเรียนสุดท้ายที่สำคัญยิ่งกว่าสิ่งใดที่พวกเ๽้าได้เรียนรู้มา... มันคือบททดสอบแห่งการควบคุม"

    บรรยากาศรอบตัวพลันเปลี่ยนไป ความสงบสุขและพลังชีวิตอันอบอุ่นจางหายไป ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกกดดันและพลังงานอันเกรี้ยวกราดที่มองไม่เห็น ไพรพฤกษ์เฒ่ามองเด็กทั้งสองด้วยแววตาจริงจัง บททดสอบสุดท้ายกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว!