ฉันนั่งเกาะคิริวเป็ปลิงอยู่นานจนรถบิ๊กไบค์ของเขาจอดนิ่ง เลยเงยหน้าขึ้นจากการซุกแผ่นหลังกว้างขึ้นมองก็พบกับบ้านหลังใหญ่โตสวยหรู นี่เขาพาฉันมาที่ไหนเนี่ย
“ลง” คิริวพูดเสียงเข้มแล้วถอดหมวกกันน็อคใบใหญ่ออกวางลงบนรถ ฉันรีบะโลงจากรถเขาแล้วยืนจัดทรงผมตัวเองให้เป็ระเบียบขึ้น หัวฟูพันกันไปหมดแล้วอ่ะ
”เฮ้ยไอ้ริว พาใครมาด้วยวะ” ฉันหันไปมองผู้ชายร่างสูงเจาะหูหลายรูดูทะเล้นตรงหน้า ถ้าจำไม่ผิดเหมือนจะชื่อเติ้ลเลย
”แม่บ้าน”
“ห้ะ?!” ฉันหันขวับไปทางคิริวคอแทบเคล็ด เขาบอกว่าฉันเป็แม่บ้านงั้นเหรอ ไอ้บ้า!
“ทำไมแม่บ้านมึงคุ้นๆ” เติ้ลหันมาจ้องฉันด้วยความสงสัยแต่แล้วก็มีเสียงผู้ชายที่ชื่อเลย์ดังขัดขึ้นจากในตัวบ้านเสียงดังซะก่อน
”แม่บ้านเหรอวะ ดีๆ! ตอนนี้พวกกูหากับแกล้มอยู่พอดี” ฉันเดินตามเติ้ลกับคิริวเข้ามาที่โถงกลางบ้านแบบงงงวยระดับสิบ
“ไอ้เชี่ยริวมาแล้วโว้ย! ช้าชิบหายกูนึกว่าตายห่าไปแล้ว” เสียงผู้ชายอีกคนที่ฉันไม่รู้จักแหกปากะโดังลั่นบ้าน ไม่เจ็บคอกันบ้างหรือไงไอ้พวกนี้ หนวกหู!
“เชี่ยไทม์เสียงดังชิบหายเลยไอ้สัส!” เลย์ที่นั่งอยู่ข้างๆคนชื่อไทม์ยกมือขึ้นมาปิดหู เออสมควรโดนเพื่อนตัวเองด่า
“ไหนแม่บ้าน ไปทำอะไรมาให้กินหน่อยดิ๊” เติ้ลพูดแล้วหันมาทางฉัน
”แม่บ้านแน่เหรอวะ ทำไมมันดูน่ารักเกินไปวะ ขาวชิบหาย” ไทม์พูดแล้วจ้องมองฉันอย่างสำรวจ ฉันรีบรูดซิบเสื้อกันหนาวที่สวมทับเสื้อกล้ามสีขาวขึ้นจนถึงคอทันที แอบเห็นคิริวมองมาทางฉันด้วยสายตาดุดันด้วยอ่ะ จะมามองหาอะไรก็ไม่รู้
“กูก็กำลังคิดอยู่“ เติ้ลหันมามองฉันอีกรอบ คนพวกนี้มันจะอะไรนักหนา
”พวกนายจะกินอะไรล่ะ” ฉันไม่อยากจะมาอยู่ท่ามกลาวฝูงขี้เมานี่นานเท่าไรเลยพูดเพื่อออกไปจากตรงนี้เป็แม่บ้านก็ยอมอะตอนนี้
“เออหิวโว้ย อะไรก็ได้เร็วๆ” เลย์พูดแล้วลูบท้องตัวเองไปมา
”ไหนครัว” ฉันเงยหน้าไปถามคิริวที่ยืนอยู่ข้างๆแล้วถอนหายใจออกมาแรงๆ
“เดินตรงไปขวามือ” ฉันเดินไปตามทางที่คิริวบอกสักพักก็เจอครัวกว้างขวางอุปกรณ์ครบ มีบาร์ดื่มไวน์ด้วย ดูดีชะมัด ฉันจัดการเปิดตู้เย็นหาอาหารมาทำให้พวกเขา ทำยำทะเลกับต้มยำกุ้งก็แล้วกัน นึกเมนูเสร็จก็ลงมือทำอย่างรวดเร็ว เกิดไอ้บ้าพลังพวกนั้นโมโหหิวรุมแทะหัวฉันกินแทนคงไม่ไหว ใช้เวลาไม่นานยำทะเลก็เสร็จ ฉันเดินเอาไปวางไว้ที่โต๊ะใหญ่ที่โถงกลางบ้าน พอพวกขี้เมาสามคนเห็นก็รีบมาตักกินอย่างหิวโหย นี่ไปอดอยากปากแห้งมาจากไหนกันบ้านก็ออกจะใหญ่ เมื่อกี้ก็เห็นมีแม่บ้านกับยามด้วยนะทำไมไม่ให้ทำให้กินก็ไม่รู้ แต่คิริวกลับนั่งยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มไม่ลงมากินเอาแต่มองหน้าฉันอยู่นั่นแหละ ประสาท!
“อร่อยวะ มีอีกมั้ยมันจะหมดแล้ว” เติ้ลหันมาถามฉันแล้วก้มลงซัดปลาหมึกในยำต่อ
”กำลังทำต้มยำกุ้งอีก รอแปปนึง” ฉันเดินกลับไปที่ครัวแล้วลงมือทำต้มยำกุ้งต่อ นี่ฉันเหมือนแม่บ้านเข้าไปทุกทีแล้วนะ มันใช่เวลามาทำอาหารมั้ยนี่มันจะเที่ยงคืนแล้วด้วย เฮ้ย เกือบลืมไปเลยว่าฉันก็ยังไม่ได้กินข้าว
แกร๊ง
เสียงน้ำแข็งกระทบแก้วดังอยู่ใกล้ๆ ฉันหันไปมองก็เจอคิริวกำลังเอาน้ำแข็งในตู้เย็นใส่แก้วเหล้าในมือแล้วเขาก็ยืนพิงผนังห้องครัวมองฉันคนหม้อต้มยำอยู่นิ่งๆ
“มองอะไรนักหนา ประสาท” ฉันหันไปพูดเสียงขุ่นเคืองใส่คิริวแล้วหันมาปรุงต้มยำต่อ
พรึ่บ!
”พูดว่าอะไร” แขนแข็งแรงกักฉันไว้ในอ้อมแขนของเขา คิริวท้าวมือใหญ่ทั้งสองข้างมาอยู่ข้างลำตัวฉันโดยที่เขายืนซ้อนอยู่ด้านหลังของฉันไว้ กลิ่นแอลกอฮอล์ผสมกับกลิ่นบุหรี่ของคิริวทำสมองฉันมึนจนทำตัวไม่ถูก
”ปะ..เปล่า” ฉันสะดุ้งพูดลิ้นพันกัน จู่ๆก็มาทำอะไรแบบนี้ใหมด!
“ไหนต้มยำ”คิริวโน้มหน้าลงมาดูที่หม้อต้มยำ ลมหายใจของเขาโดนผิวแก้มฉันผะแ่จนน่าใจหาย ฉันเลยเอียงตัวหลบมาชิดแขนแข็งแรงของเขาอีกข้าง
”จะเสร็จแล้ว ถอยไป” ฉันเอาศอกกระทุ้งซิกแพคของคิริวแต่เขากลับหลบได้ซะก่อน
“สงสัยวันนั้นทำเบาไป”
“คิริว!” ฉันะโใส่หน้าเขาเสียงดังทันทีที่คำพูดทุเรศๆออกมาจากปากเขา คิริวมองฉันด้วยสายตาข่มขู่นิ่ง ฉันก็มองเขาอย่างโกรธเคืองกลับไปเหมือนกัน