กระบวนการเพราะปลูกและขยายพันธุ์พืชเงียบๆ ครึ่งเดือนผ่านไป
จางเฉินใกล้ทะลุกลั่นร่างกายขั้นที่ 5 แล้วเขา้าปัจจัยภายนอกเพื่อกระตุ้นวันนี้เขาจึงตัดสินใจเข้าป่า
“แม่ ข้าเข้าป่านะครับ อาจจะราวๆ ครึ่งเดือนผมจะเที่ยวเล่นรอบๆ ไม่ไกล ไม่เข้าไปลึกมาก”
“เห็นว่าจะไปั้แ่ต้นเดือนที่คุยกัน แม่เตรียมอาหารแห้งไว้เยอะเลย ลูกไปหลังบ้านหยิบใส่กระเป๋าเลยนะ”
เดินทางกว่า 5 ชั่วยาม ในป่าทึบ จางเฉินย้ายไปบนต้นไม้ขยนาดใหญ่มองป่าทั้งหมดซึ่งกินพื้นที่กว้างขวางสุดลูกหูลูกตา
“หาสัตว์ป่าลองฝีมือก่อนละกัน”
เขาใช้สมาธิเพื่อตรวจจับพลังิญญา หลับตาทำจมูกฟุตฟิต
“เจอมัน” จางเฉินะโจากต้นไม้ยิงเหมือนลูกศร ในพื้นที่ไม่ไกลนักแล้วหยุดมองหน้าสัตว์อสูร
สัตว์อสูรตัวอวบอ้วนมีรูปร่างเสือ ขน และหางดูมีความแหลมคม
“เสือขนเหล็ก ตัวแรกที่เจอก็ลำบากเลย มันยากมากที่จะจัดการ เพราะขนมันเหมือนเหล็ก สู้ได้ไหมนี่” จางเฉินอยากล่าถอย แต่อย่างไรก็ตามดูเหมือนเสือจะมีความเร็วเท่าๆ กับเขา”
เสื่อขนเหล็ก วิ่งเข้าหาจางเฉินอย่างรวดเร็ว เขารีบหลบไปด้านข้าง ขาหน้าของเสือกระแทกต้นไม้ล้ม
ตูม
จางเฉินเคลื่อนไหวไปรอบๆ และปรากฏตัวที่ด้านหลังเสื่อขนเหล็กยิงหมัดลมปราณ
“ย๊าก” จางเฉินพยายามรวบรวมลมปราณเพื่อปลดปล่อยหมัดพลังปราณ แต่พลังลมปราณไม่ออกมาตามที่ฝึก เสือสะบัดหางเข้าที่หน้าอกของจางเฉินทันที กระเด็นไปติดต้นไม้ เือาบร่างของเขา
เป็เพราะจางเฉินไม่ค่อยมีประสบการณ์กับการต่อสู้มากนัก จึงปรับใช้หมัดพลังปราณในการต่อสู้ไม่ได้
“ขนแข็งเหมือนเหล็ก แล้วแรงเยอะชิบ”
เสือขนเหล็กพยายามพุ่งเข้าหาเขาอีกครั้ง เหมือนพายุเฮอริเคนที่รุนแรง ดูมันจะโกรธมากที่ไปเข้าข้างหลังมัน “ใครก็ต้องโกรธ มาแทงข้างหลัง ไม่ดีเนอะ”
จางเฉินลุกขึ้นกำหมัดแน่นปล่อยหมัดพลังปราณออกไป กระแทกที่หน้าฝากของเสือขนเหล็ก กระเด็นไปชนต้นไม้ล้มลง สองสามต้นแล้วหยุด เสือขนเหล็กลุกขึ้นอย่างยากลำบาก
“แรงมาก ดีจริง เสือตัวนี้น่าจะอยู่ระดับเดียวกับเรา” จางเฉินรู้สึกร่างกายร้อนขึ้น ร้อนขึ้น ่เวลาความเป็ความตายทำให้เขาใกล้ทะลุขั้นกลั่นร่างกาย 5
เสื่อขนเหล็กพุ่งเข้าหาจางเฉินอีกครั้ง เขาหลบไปด้านข้าง แล้ววิ่งไปรอบๆ ข้อดีของจางเฉินคือตัวเล็ก สามารถหลบไปตามต้นไม้ได้ ส่วนเสือนั้นตัวใหญ่เกินไปขยับไม่ค่อยสะดวก
จางเฉินเข้าข้างหลังเสือขนเหล็ก แล้วอัดหมัดลมปราณอีกครั้งบริเวณต้นคอของเสือขนเหล็ก
“ตูม กร๊อบ"
เสียงกระดูกต้นคอเสือขนเหล็กถูกทำลาย แล้วเสือขนเหล็กก็หายใจอีก สองสามที ก็นอนลงไปกองกับพื้นตาย
จางเฉินอ้าปากค้าง ตัวสั่น ด้วยความตื่นเต้น แต่ทันใดนั้นความรู้สึกเผาไหม้ที่รุนแรงในร่างกาย ปนกับความเ็ปแผลที่หน้าอกก็รุมเร้า เขาชกไปที่ต้นไม้ข้างๆ เพื่อระบาย
“ตูม”
"กลั่นร่างกายขั้นที่ 5 ในที่สุด” จางเฉินรีบเอามีดขุดที่บริเวณหัวของเสือเพื่อดูแกนิญญาของสัตว์อสูร เขาขุดอยู่นานจึงพบแกนิญญาสีดำแดง
“ของดี ราคาแพง ฮา ฮา”
แกนของสัตว์อสูรนั้นเป็ส่วนผสมสำคัญสำหรับปรุงยาระดับสูง หรือทำอาวุธ ซึ่งราคาดีมาก จางเฉินไม่สามารถทำสิ่งเหล่านี้ ได้แค่เอาไปขายเท่านั้นนั้น เขาลอกหนังเสือ และตัดเนื้อเป็ชิ้นๆ ไปตากไว้บริเวณใกลู้เาไฟ ในมิติ แล้วก็เดินหาสมุนไพรรักษาแผลเบื้องต้น ใช้วิธีการเคี้ยวๆ รวมกันแล้วปิดที่แผล ซึ่งเป็วิธีแบบโบราณ
“หวังว่า โลกนี้จะไม่มีแผลติดเชื้อ น้ำลายทั้งนั้น ฮา ฮา ”
จางเฉินเข้าไปนั่งพักในบ้าน เพื่อเดินลมปราณฟื้นฟูพลังงาน หาอาหารแห้ง น้ำมะพร้าวกินแล้วก็นอนพักผ่อน
จางเฉินเดินดูพื้นที่โลกใบเล็กแล้ว ปรากฏว่าหญ้า ดอกหญ้า และดอกไม้ต่างๆ กระจายตัวกันเกือบเต็มพื้นที่ตามเกาะต่างๆ
ส่วนป่าไผ่ เขามักมาขุดหน่อ เพื่อขยายพื้นที่เพาะปลูกอยู่เสมอ รวมกับที่มันงอกมาเองด้วย ก็เลยกลายเป็ป่าขนาดใหญ่ ไผ่น้ำเต้า และไผ่ตรง ลำต้นโตมากจนจางเฉินรู้สึกแปลกสุดๆ เพราะผสมมาจากหญ้าต้นเล็กนิดเดียว แล้วเนื้อไม้ก็แข็งแรงเหมือนเหล็ก ลองเอามีดตัดก็ตัดไม่เข้า ต้องค่อยๆ ใช้มีดเหมือนเลื่อยตัดไปทีละน้อย ส่วนข้าวก็ขยายตัวเองเมื่อเมล็ดหล่นก็แตกหน่อกันอยู่รอบๆ พื้นที่ กลายเป็ป่าข้าวกว้างใหญ่
จางเฉินออกจากมิติแล้วเดินในป่าอีกครั้ง ค้นหาอยู่นานจับ ไก่ป่า หมูป่า กระต่ายป่า และกวางป่า อย่างละ 5 ถึง 10 ตัว เขา้าสัตว์กินพืชเหล่านี้เพื่อเลี้ยง ถ้ามันกินหญ้า ดอกหญ้า หรือดอกไม้ิญญา นอกจากลดปริมาณพืชเหล่านี้ ยังได้เนื้อสัตว์ิญญาซึ่งจะมีคุณภาพสูงด้วย เขาคิดว่ามันอาจจะเปลี่ยนเป็สัตว์ที่มีเนื้อเหมือนสัตว์อสูรเพราะได้รับพลังิญญาจากพืชิญญา ส่วนสมุนไพริญญาเขาหาได้เพียง 2 ต้น คิดว่าต้องลึกเข้าไปในป่าอีก รอบนอกคนอื่นคงมาเก็บกันหมดแล้ว สัตว์อสูรก็เจอแค่ตัวเดียวที่ออกมาหาอาหารรอบนอก