
รถยนต์คันหรูแล่นไปตามถนนมุ่งหน้าไปยังสระบุรีก่อนจะเลี้ยวไปตามป้ายที่บอกทางไปยังจังหวัดนครราชสีมารถยนต์แล่นผ่านตัวจังหวัดที่มีห้างสรรพสินค้าใหญ่โตและผู้คนก็ค่อนข้างพลุกพล่าน ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งถอดเสื้อสูทที่แสนอึดอัดออกเพราะความรีบเร่งเขาเลยต้องมาด้วยชุดที่เพิ่งออกจากห้องประชุม
“แวะร้านนี้เหรอคะ”หญิงสาวน้ำเสียงหวานเอ่ยถาม
“ครับร้อนมากร้านนี้มีแอร์คุณไหมก็อุตส่าห์มาเป็เพื่อนผม”
“ไหมอยากเจอคุณย่าคุณดินด้วยค่ะไม่ได้เจอเกือบปีแล้ว”ไหมฟ้ายิ้มหวานให้คู่รักอย่างบดินทร์ที่คบหากันเข้าปีที่สามแล้วนับั้แ่เรียนจบและเริ่มคบหากันในสถานะแฟนจนตอนนี้ไหมฟ้าก็มาทำงานในบริษัทเดียวกับบดินทร์ในตำแหน่งเลขาส่วนตัวที่ไปกับเขาได้ทุกที่
“ผมไม่อยากรบกวนหรอกครับเพราะคุณไหมทำงานดีมากแล้วต้องติดรถมาเป็เพื่อนผมอีก”บดินทร์พูดจาให้เกียรติไหมฟ้าั้แ่เริ่มคบหากันแบบแฟนแต่ก็ไม่ได้ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย
“ไม่รบกวนค่ะไหมเต็มใจเราเป็แฟนกันนี่คะ ไปเถอะค่ะ” ไหมฟ้ายิ้มแล้วเดินตามเขาเข้าไปด้านในร้านอาหารที่ผู้คนค่อนข้างบางตา
“ที่นี่ก็ดูเจริญพอๆกะกรุงเทพฯนะคะคุณดิน”
“โคราชก็เจริญขอนแก่นก็เจริญมากเหมือนกันผมไปมาแล้ว”
“เหรอคะถ้าเราแต่งงานกันเราปลูกบ้านไว้ที่สวนคุณย่าเอาไว้มาพักผ่อนกันนะคะ”
“ครับ”บดินทร์ยิ้มเล็กน้อยแม้จะรู้สึกเหมือนว่าไหมฟ้ากำลังกดดันตนโดยทางอ้อมก็ตาม
“เราอายุ25แล้วมีครอบครัวก็ไม่แปลกนะคะ”
“ผมตั้งใจว่าสักสามสิบกำลังดี”เขาตอบแล้วยิ้มเพื่อไม่ให้หญิงสาวรู้สึกน้อยใจไปมากกว่านี้เพราะทุกครั้งที่พูดเื่แต่งงานบดินทร์จะบ่ายเบี่ยงตลอดเวลา
“สั่งอาหารดีกว่าค่ะ”ไหมฟ้าพยายามข่มอารมณ์เอาไว้เพราะไม่รู้ว่าตนบกพร่องตรงไหนเขาถึงไม่เคยเอ่ยปากขอแต่งงานสักครั้งทั้งที่ตนก็ตกเป็ของเขามาเป็ปีแล้ว
“ว่าไงครับคุณแม่ผมกำลังทานอาหารอีกสักชั่วโมงกว่าๆน่าจะถึงครับ”เขากรอกน้ำเสียงราบเรียบเมื่อมารดาโทรเข้ามา
“คุณย่าอยู่โรงพยาบาลแล้วลูกรีบตามมาเลย”
“ครับ”
“ไปเถอะเดี๋ยวไม่ทันเอาไว้ไปทานที่บ้านคุณย่าก็แล้วกัน”
“ค่ะ”
“ไม่สั่งแล้วครับ”เขาหันไปบอกพนักงานแล้ววางเงินไว้จำนวนหนึ่งร้อยบาทพร้อมกับรีบเดินออกไป
ผ่านไปไม่ถึงสิบนาทีมารดาของบดินทร์ก็โทรมาอีกครั้งพร้อมบอกบางอย่างกับเขา
“คุณย่าช็อกแม่กลัวว่าคุณย่าอาจจะไม่ทันเห็นหน้าหลานรักนะลูก”
“ผมจะรีบไปให้เร็วที่สุด”เขาพูดด้วยเสียงสั่นแล้วเหยียบคันเร่งจนมิดเมื่อออกมาพ้นตัวเมืองและทันใดนั้นร่างอรชรในชุดนักศึกษาก็วิ่งออกมาจากอีกฟากปะทะกับรถของเขาจนร่างกระเด็นไปที่พื้นไม่ทันไรชายร่างท้วมก็วิ่งตามมาพร้อมมีดในมือตรงไปยังร่างอรชรที่นอนนิ่งเือาบเต็มแก้ม
“อีห่าแค่ยอมมึงก็ไม่ต้องหนีมาให้รถชน”ชายคนนั้นมองมายังรถของบดินทร์แล้วรีบวิ่งจากไป
“เพลงอย่าตายนะลูก”
“ผมพาไปหาหมอเองครับ”บดินทร์ช่วยประคองร่างอรชรที่อยู่บนพื้นเพื่ออุ้มไปที่รถยนต์ของเขา
“ช่วยยัยเพลงด้วยค่ะ”นางพิราพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“เร็วค่ะคุณดิน”ไหมฟ้ารีบเปิดประตูรถแต่ไม่ทันไรบดินทร์ก็เปลี่ยนใจเพราะเกรงจะไม่ทันดูใจคุณย่าเขาหันไปมองหน้านางพิราแล้วยื่นเงินพร้อมกับนามบัตรของเขา
“ผมต้องไปหาคุณย่าที่กำลังรอผมอยู่คุณน้าพาลูกสาวไปหาหมอได้ไหมครับผมรับผิดชอบทุกอย่างมีรถรับจ้างแถวนี้ไหมครับ”
“ฮือ…” นางพิรามองเืที่เลอะตามแขนของเพลงพิณแล้วสะอื้นไม่หยุด
“ผมขอโทษผมรับผิดหมดทุกอย่างแต่ผมต้องไปแล้วครับ”บดินทร์โบกรถที่วิ่งผ่านมาคุยอยู่สองสามนาทีก็อุ้มร่างอรชรไปท้ายกระบะและนางพิราก็นั่งประกบไปด้วย
“คุณอย่าทิ้งยัยเพลงนะฉันไม่ใช่แม่เขาหรอกนะฉันเป็แค่น้า พ่อมันติดยาจะเอาทองไปขายมันไม่ยอมมันเลยวิ่งหนีออกมา”
“ผมจะรีบกลับมาผมสัญญาครับ”เขาพูดด้วยความรู้สึกผิดแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้แล้วรีบขับรถออกไปแม้จะร้อนรุ่มไปทั้งหัวใจก็ตาม
“เขาจะเข้าใจคุณดินไหม”
“ไม่เข้าใจหรอกแต่ผมจะรีบกลับมาดูอาการเขาให้เร็วที่สุด”บดินทร์รู้ดีหากใครที่เห็นการกระทำของเขาตอนนี้ก็ต้องตราหน้าเขาว่าเป็คนเลวแต่คุณย่าที่เคยเลี้ยงดูเขาั้แ่หนึ่งขวบตอนที่มารดาไปมีสามีใหม่จนเขาอายุสิบห้าถึงได้ย้ายไปอยู่กรุงเทพฯซึ่งคุณย่าก็ไม่ต่างจากมารดาแท้ๆของเขาเลยบดินทร์รักคุณย่ามากและจะแวะมาเยี่ยมทุกครั้งที่หยุดเพราะคุณย่าอยู่กับคนใช้เพียงสองคนที่บ้านสวน
“ค่ะ”ไหมฟ้าเห็นใจคนรักยิ่งนักเพราะคุณย่าก็กำลังรอหลานสุดที่รักแล้วผู้หญิงที่เคราะห์ร้ายคนนั้นก็อาการสาหัส
“รถรู้สึกจะไม่ค่อยดีเดี๋ยวไปเจอคุณย่า เสร็จธุระต้องเอาไปให้ช่างดูแล้วล่ะ”เขาเองก็รู้สึกว่ารถยนต์ที่ขับตอนนี้ดูไม่ค่อยปกติเหมือนทุกวันที่ผ่านมาเลยแต่ก็ยังขับไปได้เรื่อยๆ
“คุณไม่ได้เช็กตอนมาเหรอคะ”
“ไม่ได้เช็กพอดีผมรีบแต่ก่อนจะมาคนรถก็เอาคันนี้ขับไปส่งน้องสาวผมที่โรงเรียนอยู่นะเห็นว่าอีกคันเบรกไม่ค่อยดีเท่าไร”
“เสร็จธุระก็ไปให้ช่างเช็กดูนะคะแต่เราต้องกลับมาหาน้องคนที่ชนก่อน”
“ผมรู้ครับผมไม่ทิ้งเขาหรอกอีกอย่างทางนั้นคงไปแจ้งความไว้แล้วล่ะ”
“ค่ะไหมรู้ว่าคุณไม่ได้ตั้งใจอยู่แล้ว”
“น้องวิ่งมาเร็วแต่ผมเบรกไม่ทันจริงๆ”เขาพูดด้วยความรู้สึกผิด
เพลงพิณเด็กสาววัย18ปีที่กำลังมีความหวังกับชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยเพราะได้เรียนตามที่ตัวเองสอบติดแม้ว่าตอนแรกจะสิ้นหวังแล้วก็ตามแต่เมื่อน้าพิราที่เลี้ยงดูมาแต่เด็กช่วยเื่ค่าใช้จ่ายทำให้มีโอกาสได้เรียนเหมือนเพื่อนๆรุ่นเดียวกันแม้ว่าจะกู้ยืมเรียนร่วมด้วยแต่ก็ยังไม่พอกับค่าใช้จ่ายส่วนนางพรเพ็ญแม่แท้ๆนั้นมีสามีใหม่ไม่ยอมติดต่อกลับมาหาลูกสาวเลยนานนับสิบปีทำให้นางพิราที่เป็น้าต้องคอยดูแลเพลงพิณแทนเพราะสงสารหลานจับใจ จนกระทั่งเมื่อปีที่แล้วพ่อของเพลงพิณซึ่งก็คือนายพงษ์ศักดิ์ได้พาภรรยาใหม่มาอยู่ที่นี่และสร้างบ้านหลังเล็กๆติดกับบ้านของนางพิราทำให้เพลงพิณต้องออกมาอยู่กับพ่อแต่พอนานๆไปภรรยาใหม่กลับตั้งแง่หาเื่ให้เพลงพิณถูกนายพงษ์ศักดิ์ดุด่าทำร้ายร่างกายบ่อยๆหนักเข้าก็รูดไถเงินที่เพลงพิณไปทำงาน่วันหยุดเอาไปใช้จนหมดและที่ทำให้เพลงพิณต้องวิ่งหนีมาโดนรถชนเพราะนายพงษ์ศักดิ์้าสร้อยทองน้ำหนักครึ่งสลึงที่เพลงพิณเก็บเงินซื้อไว้เอาไปขายแต่เพลงพิณไม่ยอมเลยต้องวิ่งหนีออกมาจากบ้านจนกระทั่งรถของบดินทร์ชนเข้า
ที่โรงพยาบาล
ร่างอรชรที่นอนนิ่งบนเตียงและไร้การตอบสนองหลังจากหมอช่วยเหลือเอาไว้ทันแม้าแทางร่างกายจะมีวันหายแต่ก็โชคร้ายเมื่อสมองได้รับแรงกระแทกและบวมทำให้ความทรงจำหายไปหมดตอนนี้ในสมองเพลงพิณมีแค่ความว่างเปล่าจำอะไรไม่ได้แม้แต่นางพิรา
“ต้องรอดูอาการเรื่อยๆครับ” คุณหมอบอกด้วยน้ำเสียงวิตกกังวลเพราะร่างกายของเพลงพิณบอบช้ำมากไหนจะเื่สมองที่ได้รับความกระทบกระเทือนอีก
“ค่ะ”นางพิราจับมือหลานสาวไว้แน่นอย่างน้อยเพลงพิณก็ยังมีลมหายใจอยู่
“เจ็บ”เพลงพิณร้องเบาๆแล้วก็มองคนที่นั่งอยู่ข้างเตียงพร้อมกับรู้สึกสงสัย
“ไม่ต้องขยับลูก”
“คุณเป็ใครคะ” น้ำเสียงแหบพร่าถามพร้อมอาการปวดทั่วร่างกาย
“ไม่ต้องถามก็ได้รออาการดีก่อนนะลูก”นางพิราพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“คุณเป็แม่หนูเหรอคะ”น้ำเสียงแหบพร่าราวกันคนคอแห้งทำให้นางพิรารินน้ำใส่แก้วพร้อมหลอดดูดยื่นให้หลานสาว
“เป็น้าจ้ะหนูจำไม่ได้คุณหมอเช็กละเอียดแล้วสมองหนูน่าจะได้รับแรงกระแทกแรง แต่คงไม่นานหรอกลูกคงดีขึ้น”นางพิราก็แอบกังวลใจหากเพลงพิณอาการไม่ดีขึ้นหรือจำไม่ได้ชีวิตคงวุ่นวายมาก
“โอ๊ย”
“ขาหักข้างซ้ายอยู่นิ่งๆลูก”
“หนูชื่ออะไรคะทำไมจำไม่ได้”
“เพลงพิณ”
“ไม่คุ้นเลยโอ๊ย” เพลงพิณร้องอีกครั้งก่อนเ้าหน้าที่พยาบาลจะเข้ามาดูแผลและทำความสะอาดแล้วเปลี่ยนผ้าปิดแผลให้ใหม่
นางพิรากดโทรศัพท์หาพี่สาวแต่ก็ยังคงติดต่อไม่ได้ก่อนจะหยิบนามบัตรของบดินทร์แล้วโทรหาเขา
“สวัสดีครับ”
“คุณอย่าทิ้งยัยเพลงนะหลานฉันสมองได้รับความกระทบกระเทือนจำอะไรก็ไม่ได้ ขาก็หักฉันหาเช้ากินค่ำไม่มีปัญญาจ่ายค่ารักษาได้หรอกค่ะคุณต้องรับผิดชอบนะคะฉันขอร้องฉันจนปัญญาแล้วคุณอย่าทิ้งหลานฉันนะ”
“ผมไม่ทิ้งหรอกครับรอเสร็จงานศพคุณย่าแล้วผมจะรีบไป”บดินทร์พูดจบก็กดวางสายก่อนจะเข้าไปกอดมารดาที่ร้องไห้ไม่หยุดเพราะคุณย่าของบดินทร์เพิ่งสิ้นใจเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วทั้งที่คุณย่าของบดินทร์มีกำลังใจและยื้อเวลาเพื่อรอเจอหน้าหลานชายสุดที่รักอยู่นานหลายชั่วโมงแต่ก็ไม่ทันได้สั่งลากันแม้แต่คำเดียว
ทางด้านนางพิราเมื่อหมดหนทางติดต่อพี่สาวได้ก็ตัดสินใจค้นหาเบอร์ติดต่อหลานชายอีกคนซึ่งเป็พี่ชายแท้ๆของเพลงพิณแต่นางพรเพ็ญได้ส่งให้ไปอยู่กับญาติที่สนิทอีกคนที่เชียงใหม่ั้แ่อายุสามขวบแม้จะไม่ผูกพันกันมากนักเพราะไม่เคยได้เจอะเจอกันั้แ่ไปอยู่กับลุงแต่ก็จำเป็ต้องบอกเื่เพลงพิณให้รับรู้เพราะทางนั้นน่าจะพอมีกำลังช่วยเหลือเื่เงินทองได้บ้าง
“ครับคุณน้าผมจำคุณน้าได้คุณลุงเล่าให้ฟังบ่อยๆว่าคุณน้าช่วยดูแลน้องสาวผม”พลาธิปพี่ชายแท้ๆของเพลงพิณที่อายุห่างกันห้าปีพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เขาต้องทำงานทดแทนบุญคุณลุงที่เลี้ยงดูั้แ่สามขวบเขาโตมาพร้อมการทำงานในไร่ตรากตรำเกินอายุทำให้เขาดูเคร่งขรึมไปเสียทุกเื่แต่โชคดีที่เขาได้รับการส่งเสริมให้เรียนหนังสือแม้จะต้องทำงานในไร่ไปด้วยก็ตามแต่ก็ยังเรียนจนจบปริญญาตรีและวันรับปริญญาเขาก็มีแค่คุณลุงที่ไปร่วมงานส่วนน้องสาวและนางพิราไม่สะดวกเื่การเดินทางเพราะ่นั้นนางพิราติดขัดเื่เงินทองแต่เขาก็เข้าใจดีแม้ตอนแรกเขาจะส่งเงินให้เป็ค่าเดินทางแต่นางพิราไม่รับและที่สำคัญนางพิราตั้งท้องแก่รอวันคลอดในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
“เพลงโดนรถชนแต่คนชนเขามีเื่ด่วนไม่ได้มาเฝ้าตอนนี้น้องขาหักและยังจำอะไรไม่ได้น้าก็คงสู้ค่ารักษาไม่ไหวคนชนก็บอกจะรับผิดชอบทุกอย่างแต่น้าก็ไม่ค่อยมั่นใจนักนะลูก”
“แจ้งความหรือยังครับ”
“แจ้งแล้วจ้ะทางนั้นบอกเสร็จงานศพจะรีบมา”
“ใครมันจะมาตายอะไรตอนนี้ครับผมว่าหาข้ออ้างไม่อยากรับผิดชอบมากกว่าเดี๋ยวผมจะรีบไปหาน้องไปดูหน้าไอ้คนชนแล้วอ้างว่าติดงานศพด้วย”
“รีบมานะลูกน้าก็ไม่ไหววิ่งไปมาบ้านและโรงพยาบาลทั้งวันลูกน้าก็เพิ่งจะสี่ขวบเองจะเอามาด้วยก็ไม่ไหวซนเกินจะดูแลได้เลยให้อยู่บ้านกับตายายซึ่งก็ไม่ค่อยจะมีเรี่ยวแรงวิ่งตามหลานได้”นางพิรารู้สึกเหนื่อยล้าและท้อแท้เพราะั้แ่สามีทิ้งไปเมื่อตอนลูกอายุแค่สองขวบก็ต้องทำงานหนักดูแลลูกเพียงลำพังไหนต้องคอยดูแลเพลงพิณอีก
“ครับ”พลาธิปในวัย23ปีตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแม้หัวใจจะร้อนรุ่มเพราะรู้สึกเป็ห่วงน้องสาวแม้จะไม่ได้เติบโตมาด้วยกันแต่ก็พอรับรู้เื่ราวได้ผ่านคุณลุงพรศักด์ที่คอยเล่าเื่ราวทางด้านครอบครัวของนางพิราให้ฟังอยู่เรื่อยๆ
งานศพคุณย่าของบดินทร์เต็มไปด้วยความโศกเศร้าของลูกหลานที่มาพร้อมหน้าพร้อมตากันบุญชญาในวัยสิบหกปีซึ่งเป็น้องสาวต่างบิดาของบดินทร์โผกอดมารดาและหันไปกอดพี่ชายแล้วร้องไห้จนตาแดงก่ำ
“คุณย่าขาบุญติดสอบมาไม่ทันดูใจคุณย่าฮือๆ”
“ไม่เป็ไรลูกแค่หนูไม่ได้รับาเ็จากรถชนกันก็ดีแล้ว”นางบุญนภาพูดปลอบบุตรสาวคนเล็กที่เพิ่งเรียนอยู่แค่มัธยมศึกษาชั้นปีที่ห้า
“น้องบุญทีหลังอย่าให้คนขับรถซิ่งมาแบบนี้นะมันอันตรายเกิดอุบัติเหตุจะทำยังไง”บดินทร์พูดพลางก็นึกถึงเด็กสาวคนนั้นขึ้นมาทันที
‘เป็ไงมั่งป่านนี้ ฉันไม่ทิ้งเธอหรอกเสร็จงานศพฉันจะรีบไปนะ’