ร้านอาหารไทยสไตล์ตะวันตกที่มีอาหารฟิวชั่นของหลายสัญชาติของอธิปทำให้โมนิก้าหรือโมนิคสนใจเป็อย่างมาก
เธอกลับมาเยี่ยมบ้านเกิดของมารดาและตระเวนทำงานของเธอไปด้วยจึงตัดสินใจเลือกมาชิมร้านอาหารของเขาเป็ที่แรกนอกเหนือจากอาหารของโรงแรมที่เธอพักอยู่
ทันทีที่เธอเข้าไปนั่งก็ยิ้มให้กับการตกแต่งที่ดูร่วมสมัยแต่ก็มีกลิ่นอายของเอเชียและชาติตะวันตกผสมกันได้อย่างลงตัวโดยเฉพาะโซนสวนด้านนอกที่เธอมองว่ามันสวยมาก
“ลูกค้ามากันกี่ท่านคะ”กุ้งนางถามเป็ภาษาอังกฤษเมื่อเห็นว่าโมนิคคือชาวต่างชาติ
“คนเดียวค่ะ” โมนิคตอบกลับเป็ภาษาอังกฤษ
“รบกวนดูเมนูรอสักครู่เดี๋ยวฉันจะมารับออร์เดอร์นะคะ” กุ้งนางยิ้มแล้วส่งเมนูให้เธออย่างสุภาพ
เธออ่านดูเมนูอาหารในมือแล้วยิ้มออกมาอย่างตื่นตาพลางนึกว่าที่นี่คงต้องเป็ร้านอาหารหลักของเธอใน่นี้แล้วเพราะมีเมนูดั้งเดิมและเมนูฟิวชั่นที่เธอไม่เคยลิ้มลองมากมายหลายเมนูเลยทีเดียว
เมื่อกุ้งนางเดินกลับมารับออร์เดอร์โมนิคจึงบอกเมนูที่เธอ้าเลือกไปให้กับอีกฝ่าย
“มักกะโรนีผัดซอสต้มยำกุ้งแม่น้ำบลูมมิ่งโอเนี่ยน และเครื่องดื่มขอเป็ชาไทยปั่นหวานน้อย”โมนิคบอกชื่อเมนูเป็ภาษาอังกฤษแล้วยื่นเมนูคืนกุ้งนางไป
เธอใช้กล้องถ่ายรูปที่เตรียมมาถ่ายรูปไปรอบๆร้าน ก่อนที่จะเดินออกไปถ่ายรูปที่มุมในสวน แล้วเดินกลับมานั่งที่โต๊ะของตัวเองในขณะที่อาหารมาเสิร์ฟพอดี
โมนิคตื่นตากับหัวหอมทอดรูปดอกไม้เป็อย่างมากมันคือโอเนี่ยนริงที่เธอเคยทานเพียงแต่ทำเป็รูปดอกไม้น่าทานกว่าเดิมอีกทั้งกุ้งแม่ย้ำตัวโตที่เนื้อเด้งสดใหม่ในจานน่าทานเป็อย่างมาก
เธอถ่ายรูปเมนูอาหารตรงหน้าแล้วลองชิมผัดมักกะโรนีตรงหน้าแล้วต้องทำตาลุกวาวเมื่อมันอร่อยถูกปากเธอเป็อย่างมาก รับรู้ถึงความตั้งใจของเชฟรวมถึงวัตถุดิบที่ใช้ทำมีความสดใหม่ ผสมผสานกลิ่นเครื่องเทศไทยที่หอมเตะจมูกชวนให้น้ำลายสอ
หลังจากทานอาหารเสร็จแล้วโมนิคก็เรียกเก็บเงินที่โต๊ะของเธอแล้วต้องทำหน้าตาตื่นเมื่อตนเองลืมพกกระเป๋าเงินมามีเพียงโทรศัพท์มือถือกับพาสสปอร์ตและกล้องตัวเดียวเท่านั้น
“ขอโทษนะคะ ฉันลืมพกกระเป๋าสตางค์มาฉันจะขอฝากกล้องไว้ก่อนแล้วมาจ่ายเงินในภายหลังได้หรือเปล่าคะ” โมนิคบอกกุ้งนางไป
“รอสักครู่นะคะ”กุ้งนางพูดอย่างสุภาพแล้วเดินไปปรึกษาน้ำหนึ่งที่อยู่หลังเคาน์เตอร์คิดเงิน
“พี่หนึ่งคะลูกค้าชาวต่างชาติบอกว่าไม่มีเงินจ่าย จะขอเอากล้องมัดจำไว้ก่อนค่ะ”
น้ำหนึ่งได้ยินก็รู้สึกเป็กังวลลูกค้าเคยทำลักษณะนี้กับทางร้านมาก่อน สั่งอาหารเพียงไม่กี่ร้อยแล้วนำกล้องมามัดจำเอาไว้พอจะมาจ่ายเงินแล้วรับกล้องคืนก็โวยวายว่าทางร้านทำกล้องเสียหายและทางร้านต้องชดใช้ให้เป็เงินจำนวนหนึ่ง
อธิปที่วางมือจากงานในครัวเพราะลูกค้าไม่ค่อยมีนักใน่เวลาบ่ายแก่ๆอย่างนี้ เดินมาได้ยินการสนทนาพอดี ประกอบกับที่หงุดหงิดเื่การรีวิวที่ทำให้ร้านต้องเกือบจะขาดทุนและวีรกรรมของมิจฉาชีพที่เคยฝากกล้องมัดจำเอาไว้นั้นทำให้เขาฉุนลูกค้าสาวคนนี้เป็อย่างมากและหยิบสมุดวางใบเสร็จจากมือของกุ้งนางเพื่อไปจัดการเื่นี้ด้วยตนเอง
“ขออภัยนะครับ ทางร้านของเราไม่มีนโยบายรับฝากของมีค่าไม่ทราบว่าคุณพอจะมีบัตรเครดิตหรือว่ามีบัญชีออนไลน์เพื่อใช้ในการโอนเงินจ่ายค่าอาหารหรือไม่ครับ”เขาสนทนาเป็ภาษาอังกฤษกับเธออย่างสุภาพ แต่สายตานั้นกดดันจนเธอรู้สึกได้
“ฉันลืมกระเป๋าเงินไว้ที่โรงแรมค่ะฉันขอฝากกล้องไว้ก่อนแล้วจะกลับไปเอาเงินมาให้” เธอถามเขาน้ำเสียงเริ่มหงุดหงิดเล็กน้อย
“กล้องนี้มูลค่าสูงมากไปครับเราไม่สามารถรับมันไว้ดูแลได้รบกวนลูกค้าหาวิธีจ่ายในรูปแบบอื่นแทนได้หรือเปล่าครับ” อธิปพยายามชี้แจงกับเธอดึงดันจะให้เธอจ่ายให้ได้
เขาดูจากการแต่งตัวของเธอแล้ว เสื้อยืดเอวลอยรัดรูปสวมทับด้วยแจ็กเก็ตยีนที่เข้าชุดกันกับกางเกงยีนสีฟ้าอ่อนดูเหมือนจะเป็นักท่องเที่ยววัยรุ่นที่แบกกระเป๋ามาเที่ยวพักผ่อนมากกว่าและมีสิทธิ์ที่เธอจะเป็มิจฉาชีพไม่น้อย
“ต้องขอโทษนะคะกล้องฉันราคาแพงมากกว่าอาหารของคุณหลายร้อยเท่า การที่ฉันกล้าฝากเอาไว้ก็เพราะอยากให้ทางร้านมั่นใจว่ายังไงฉันก็ต้องกลับมาเอากล้องฉันคืนแน่ถ้าฉันมีเงินติดตัวฉันก็คงจ่ายคุณไปแล้ว” โมนิคตอบเขาเสียงห้วน
เธอพอเข้าใจถึงความกดดันของอธิปและอดคิดไม่ได้ว่าทำไมร้านอาหารนี้ถึงร้อนเงินนักกล้องเธอตั้งหลายหมื่นบาทก็ยังไม่กล้ารับฝากเอาไว้
“เชฟใจเย็นนะคะ ลูกค้าชาวต่างชาติรายนี้อาจไปรีวิวร้านเราในเพจอาหารไทยอย่างครั้งก่อนจนเราต้องเสียชื่ออีกก็ได้ตอนนี้เราเองก็รอให้คุณแมนเชสให้มารีวิวร้านของเราเพื่อแก้ปัญหาเชฟใจเย็นก่อนนะคะ” น้ำหนึ่งเดินมาเตือนสติเขา
โมนิคได้ยินการสนทนาภาษาไทยของทั้งคู่ก็ทำให้เธอยกยิ้มขึ้นมาแล้วพูดเป็ภาษาไทยอย่างชัดเจนออกไป
“แมนเชสไม่มีวันมารีวิวร้านอาหารไทยที่เห็นแก่เงินมากกว่าการบริการหรอกนะคะ”
อธิปและน้ำหนึ่งมองหน้าลูกค้าชาวต่างชาติตรงหน้าด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
“แค่ฉันลืมกระเป๋าเงิน ทำอย่างกับฉันจะชิ่งค่าอาหารทำแบบนี้มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ” เธอพูดต่อด้วยความไม่พอใจ
“ต้องขอโทษด้วยนะคะร้านของเราเคยเกิดกรณีแบบนี้ขึ้นแล้วมีปัญหาตามมาเลยเกรงว่าจะเกิดปัญหาซ้ำรอยเดิมขึ้นมาค่ะ”น้ำหนึ่งรีบบอกเธอด้วยความสุภาพและใจเย็นเป็ภาษาไทย เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายนั้นสื่อสารได้เป็อย่างดี
“ถ้าไม่อยากรับดูแลกล้อง พาสสปอร์ตฉันก็มีหรือจะตามฉันกลับไปโรงแรมเพื่อเอาเงินก็ได้แต่คุณใช้คำพูดและสายตากดดันฉันจะให้ฉันหาเงินสดมาจ่ายคุณตอนนี้มันไม่เป็การแล้งน้ำใจกับฉันไปหน่อยเหรอคะ”
“ต้องขอโทษคุณลูกค้าด้วยนะคะ”
“คนที่ต้องขอโทษฉัน ไม่ใช่คุณนะคะ”โมนิคพูดแล้วปรายตามองอธิปด้วยสายตาที่ค่อนข้างไม่พอใจ
เขายืนมองเธอด้วยสายตาที่ดุดันและแข็งกร้าวยิ่งเธอพูดไทยได้ชัดเจน เขายิ่งเข้าใจว่าเธอคือพวกมิจฉาชีพหลอกกินฟรีหรือไม่ก็้าเรียกร้องค่าเสียหายจากสิ่งของที่มัดจำไว้แทนเงิน อะไรทำนองนั้น
โมนิคเองก็จ้องตาเขาอย่างไม่ลดละเพราะเธอยังมีทางออกอื่นอีกที่จะจ่ายค่าอาหารที่เสนอกล้องไปตอนแรกก็แค่ไม่อยากรบกวนคนอื่นก็เท่านั้น
“ผมไม่ได้กล่าวหาหรือว่ากดดันให้คุณต้องจ่ายเงินแค่บอกว่าไม่ขอรับฝากของมีค่า” อธิปพูดเสียงเรียบ
โมนิคหยิบโทรศัพท์โทรหาป้า พี่สาวของแม่ที่อยู่ต่างจังหวัดเพื่อขอให้เธอช่วยโอนเงินค่าอาหารให้ตามหมายเลขบัญชีที่ติดอยู่ตรงเคาน์เตอร์ เมื่อป้าของเธอส่งสลิปโอนเงินให้แล้วเธอก็ยื่นหน้าจอให้น้ำหนึ่งดูก่อนที่จะหันไปเหยียดยิ้มกับอธิปแล้วพูดในสิ่งที่คิดว่าพอเขอรู้แล้วจะต้องรีบอ้อนวอนคุกเข่าขอร้องเธอ
เธอเปิดข้อความที่น้ำหนึ่งส่งมาในเพจของแมนเชสยื่นให้กับน้ำหนึ่งดูเธอตาโตเอามือทาบอกด้วยความใไม่ต่างกับอธิปที่พอเดาออกว่าโมนิคต้องเป็หนึ่งในทีมงานของแมนเชส
“การรีวิวที่คุณขอให้แมนเชสมารีวิวคงไม่เกิดขึ้นแล้วนะคะ เพราะฉันคิดว่าร้านของคุณ ‘ไม่ผ่าน’ ต้องขออภัยด้วย” โมนิคพูดออกมาแววตาเธอเหมือนผู้ชนะที่ทำให้อธิปนิ่งงันไปได้
อธิปจ้องมองดูใบหน้าของเ้าของประโยคด้วยความขบขัน และส่ายหัวเล็กน้อยไม่ได้ใหรือว่ารีบมาอ้อนวอนเธออย่างที่โมนิคเข้าใจรอยยิ้มที่เย้ยหยันนั่นทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดเป็อย่างมาก
“ถ้าคุณแมนเชสจะส่งเด็กอมมือรีวิวอาหารร้านผมแทนเขาแบบนี้ผมก็ไม่โอเคผมไม่ได้จนตรอกถึงขั้นต้องขอร้องให้คนที่ไม่มีประสบการณ์และควบคุมอารมณ์ของตนเองไม่ได้อย่างคุณมาเป็ตัวแทนเขาหรอกนะ มันเหมือนไม่ให้เกียรติกันคนที่รีวิวคือคนที่ต้องชิมอาหารเป็และชอบมันจริงๆ เท่านั้น” อธิปพูดออกมาโดยไม่สนใจว่าเธอเป็ใคร
“นี่คุณหาว่าฉันทำงานไม่มีความเป็มืออาชีพเหรอ”
“การที่คุณแอบมาที่ร้านเพื่อมาทานก่อนจะรีวิวแล้วไม่เตรียมกระเป๋าเงินติดตัวมาด้วย ก็บ่งบอกแล้วว่าคุณสะเพร่ามากแค่ไหน”อธิปพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูเ็า เขา้ารีวิวที่เกิดจากมืออาชีพไม่ใช่ส่งหญิงสาวที่เืร้อนและพูดเหมือนตัวเองสูงส่งเพียงเพราะเป็ทีมงานของแมนเชสมาทำงานแทนแบบนี้
“นี่คุณ” โมนิครู้สึกไม่พอใจเป็อย่างมาก
**********************