เหม่ยกุ่ยตอนนี้ พลังงานในร่างของนักรบดวงดาว 5ชั้นฟ้าระเบิดออกมาเต็มที่ อากาศสั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่ง เหมยกุ่ยได้รับสัญญาณจากหินที่ให้ไว้กับเย่ชิงหยู มันส่งสีแดงจ้าออกมา แสดงว่าสามีของเธอกำลังอยู่ในอันตราย เธอก็บินมาด้วยความเร็วสูงสุดทัันที วิหคฟ้าเหมันต์ที่ถูกตบปลิวไปก็ตั้งตัวได้ เธอส่งเสียงครางในลำคอ ถูกตบไปมะกี้นี้เธอถึงกับได้รับบาดเจ็บภายใน ตอนที่เธอกำลังปิดฉากก็มีผู้หญิงที่ไหนไม่รู้มาต้านกรงเล็บของเธอไว้
"นักรบดวงดาว 5ชั้นฟ้า" วิหคฟ้าเหมันต์เอ่ยเสียงสั่นๆ ความคิดเธอยุ่งเหยิง ต้องการจะหลบหนีทันที
เหมยกุ่ยสีหน้าเยียบเย็น ขนาดนั่นออร่าพลังงานก็ควบแน่นเป็น ดาบน้ำแข็งขนาดมหึมามันส่งออร่าที่น่าสะพรึงกลัว เหมยกุ่ยจับดาบไว้แน่น ขนาดนั่นเธอพุ่งทะยานเข้าใส่วิหคเหมันต์ ตวับดาบราวกับจะพิฆาตในหนึ่งกระบวณท่า มิติตามทางถึงกับฉีกขาด
วิหคฟ้าเหมันต์หน้าเปลี่ยนสี เธอเอาปีกทั้งคู่มาป้องกัน ขนาดนั่น
"ฉับบบ" ปีกคู่ใหญ่พลันถูกฟันขาดครึ่ง วิหคฟ้าเหมันต์ส่งเสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวด เธอบ้าคลั่ง ปลดปล่อยกระบวณท่าสุดยอด ลำแสงสีฟ้าแห่งการทำลายล้างทะลักออกมารอบตัว พุ่งทะยานเข้าใส่เหมยกุ่ย
"ฮึ่ม ดาบน้ำแข็งสังหาร"
เหมยกุ่ยตวับดาบไปนับสิบครั้งปลดปล่อยเพลงดาบที่รวดเร็วราวกับพายุน้ำแข็ง เข้าปะทะ แรงปะทะกระจายไปหลายร้อยกิโลเมตร เหมยกุ่ยไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร เธอถือดาบน้ำแข็งขนาดใหญ่ไว้ในมือ แรงกดดันถูกส่งออกมาอย่างบ้าคลั่ง ส่วนวิหคฟ้าเหมันต์ลำแสงถูกผ่าออก เนื้อตัวถูกฟาดฟันนับสิบแผล
"อ๊ากกก" วิหคฟ้าเหมันต์ร้องเสียงโหยหวน ปีกเธอถูกฟ้นขาดแถมตอนนี้แผลขนาดใหญ่ก็ปรากฏ ในบาดแผลราวกับมีความเย็นเยือกแข็งกัดกินไปถึงข้างใน
ขนาดนั่น สัตว์อสูรดวงดาวนับสิบก็เพิ่งมาถึง ความเร็วของพวกมันเชื่องช้านัก เพิ่งจะตามมาทัน เมื่อมันเห็น ว่าผู้นำของพวกมันกำลังจะตาย แปรเปลี่ยนร่างที่แท้จริง ปลดปล่อยพลังออกมาอย่างเต็มที่
เหมยกุ่ยเมื่อเห็นว่ามีอีกหลายสิบตัว เธอไม่รอช้า เร่งร้าวพลังงานในร่าง ปลดปล่อยร่างพลังงาน
ร่างพลังงานความสูงนับพันเมตรปรากฏมันมีสีฟ้าสดใส รอบๆตัวมี บอลแสงนับสิบบินวนรอบๆ บนหัวที่หลัง ใบหน้าราวกับถอดแบบมาจากเหมยกุ่ย
ร่างพลังงาน ประกบฝ่ามือขนาดใหญ่เข้าด้วยกััน พลังงานเริ่มควบแน่นปลดปล่อยกลิ่นอายที่น่าหวาดกลัว เมื่อมันเปิดเผยออกมา ใจกลางฝ่ามือ ปรากฏดวงจันทร์ขึ้น มันส่องแสงเจิดจ้าราวกับแสงจันทร์ราวกับเป็นของจริง เธอปลดปล่อยมันออกไปลอยอยู่บนอากาศ เธอเอ่ยเสียงเย็น
"จันทราดับสูญ"
ขนาดนั่นดวงจันทร์บนท้องฟ้าก็ปลดปล่อยพลังที่น่าสะพรึง มันส่องแสงสาดส่องลงมาราวกับจะทำลายล้างทุกสรรพสิ่ง
สัตว์อสูรดวงดวงนับสิบกับวิหคฟ้าเหมันต์ส่งเสียงคำรามอย่างบ้าคลั่ง ร่างกายเริ่มถูกกัดกร่อนเป็นน้ำแข็งอย่างรวดเร็ว ขนาดนั่นบริเวณนับ 100กิโลเมตรราวกับเป็นวันสิ้นโลก ถูกแช่แข็งไปทั้งหมด
วิหคฟ้าเหมันต์กับสัตว์อสูรนับสิบตกลงจากฟากฟ้ากระแทกกับพื้นดิน
"เพล๊ง"
น้ำแข็งแตกออก ร่างกายสลายหายไปตามสายลม
เหมยกุ่ยตอนนี้ราวกับเป็นราชีนีน้ำแข็ง เมื่อเห็นว่าจบลงแล้วเธอปลดร่างพลังงานของเธอออก แล้วรีบบินมาหาเย่ชิงหยูอย่างรวดเร็ว เธอประคองร่างที่บาดเจ็บของเขาขึ้นอย่างเบามือ ใบหน้าเธอดูเป็นห่วงอย่างมาก
เธอไม่รอช้าเอาเขาประคองขึ้นที่หลัง บินทะยานออกไปอย่างเร็วที่สุด
ผ่านไปสักพัก เหมยกุ่ยพุ่งทะยานมาถึงเมืองหน้าด่าน ขนาดนั่นประตูมิติก็ปรากฏขึ้นมาดักหน้าเธอเอาไว้ ผู้อาวุโสสามเดินออกมา สีหน้าเธอดูร้อนรนอย่างมาก
"ท่านย่า" เหมยกุ่ยตะโกนออกมา เธอจำออร่าของท่านย่าเธอได้ แต่รูปลักษณ์ของท่านย่าดูไม่แก่ เป็นหญิงวัยกลางคน
ขนาดนั่นเธอเห็นเย่ชิงหยูที่อยู่บนหลังเหมยกุ่ย เธอไม่รอช้ารีบให้ไปที่สำนักงานใหญ่ทันที เหมยกุ่ยพยักหน้า
เมื่อมาถึงสำนักงานใหญ่ ผู้อาวุโสคนอื่นๆก็ได้ข่าวแล้ว ว่าเย่ชิงหยูถูกผู้ยิ่งใหญ่ฝั่งตรงข้ามไล่ล่านับสิบ อาการสาหัสปางตาย พวกเขารีบมาทันที
ผู้อาวุโสสามเปิดห้องลับของสำนักงาน ในห้องนี้มีพลังงานฟ้าดินที่หนาแน่นอย่างมาก เธอเอาหม้อต้มใบใหญ่ออก ขนาดนั่นสมุนไพรรักษานับสิบก็ถููกโยนลงไป เธอใช้พลังงานของเธอเริ่มผสานสมุนไพรต่างๆจนกลายเป็นน้ำ เธอสั่งให้เหมยกุ่ย เอาเย่ชิงหยูไปนอนแช่ไว้ทันที
เมื่อเย่ชิงหยูอยู่ในหม้อแล้ว สมุนไพรรักษาที่ล้ำค่าก็เริ่มทำงาน มันเข้าฟื้นฟูร่างกายที่สาหัสทันที ร่างเย่ชิงหยูส่องแสงน้อยๆ คัมภีร์อมตะห้าภพโคจรด้วยตัวมันเอง พยายามรักษาอย่างถึงที่สุด พลังงานฟ้าดินถูกดึงดูดมาอย่างไร้ที่สิ้นสุด
"เฮ้อ แค่นี้ก็ปลอดภัยระดับหนึ่งแล้ว ทีนี้ก็รอดูว่าจะฟื้นมาตอนไหน" ผู้อาวุโสสามถอนหายใจ
เหมยกุ่ยก็รู้สึกโล่งอก เธอหันไปมองสามีของเธอที่ตอนนี้นอนแช่รักษาอยู่ในหม้อ ขนาดนั่นเธอเอ่ยออกมา
"นี่ถ้าหนูไปไม่ทัน สามีหนูคงตายไปแล้ว" เหมยกุ่ยกัดฟัน ใบหน้าที่มีเสน่ห์บิดเบี้ยว ส่งเสียงกรอดๆ เธอกำหมัดแน่น
"นั่นสินะ พวกย่าก็เพิ่งได้ข่าวตอนที่ หลานรักส่งสัญญาณช่วยเหลือออกมานี้ละ" ผู้อาวุโสสามบอกให้ออกไปก่อน จะได้ไม่รบกวน เหมยกุ่ยพยักหน้าเดินตามท่านย่าของเธอออกมา
เมื่อมาถึงห้องโถงประชุม ผู้เฒ่าทั้งหมดรวมถึงผู้อาวุโสสูงสุดก็มา สีหน้าพวกเขาเงียบครึม แต่พลังงานในร่างราวกับจะปะทุ พวกเขาโกรธอย่างมาก เรื่องในคราวนี้นับว่าสาหัสเกินไปจริงๆ เฟยเซียนกับหวงก็สีหน้าบิดเบี้ยว ออร่าพลังงานในร่างกระจายออกมา ส่งแรงกดดันอย่างบ้าคลั่ง
"ประมาทเกินไปจริงๆ ไม่คิดว่าพวกมันถึงกับส่งสัตว์อสูรระดับดวงดาวนับสิบมา แถมหนึ่งในนั่นคือ วิหคฟ้าเหมันต์ระดับ 3ชั้นฟ้าด้วย" ผู้อาวุโสหนึ่งเอ่ยเสียงเย็น ในใจเขาโกรธเป็นอย่างมาก
ผู้อาวุโสสามสีหน้าบิดเบี้ยว เธอเอ่ยออกมา
"เราไปพวกสั่งสอนมันซักหน่อยไหม ไม่ใช่ว่า ที่อาณาเขตมนุษย์นี้จะเข้าออกได้ตามใจชอบ" ลูกเขยเธอเกือบจะตาย เธอต้องของขึ้นเป็นธรรมดา ร่างเธอปลดปล่อยพลังงาน ตึกสำนักงานถึงกับสั่นสะเทือน ฝูงคนพลันตื่นตระหนก เป็นพลังที่มากมายยิ่งนัก
เหมยกุ่ยยืนอยู่ข้างหลังเธอมองดู ท่านย่าของเธอที่ตอนนี้แสดงอาการออกมา อย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
ผูู้เฒ่าคนอื่นๆก็เงียบครึม ในใจแต่ละคนก็รู้สึกเช่นกัน ผู้มีพรสวรรค์สูงสุดเกือบถูกฆ่าตาย พวกเขาตั้งความหวังไว้ที่เย่ชิงหยูอย่างมาก
ผู้อาวุโสสองที่ตอนนี้เงียบเฉย ขนาดนัั่นเขาเอ่ยออกมา ซึ่งทำให้พวกคนอื่นๆต้องอึ้ง
"นั่นสินะ ตาเฒ่าหนึ่ง ยายเฒ่าสามอย่างที่เธอบอก เราไปสั่งสอนพวกมันที่อาณาเขตของมันกันไหม" ผู้อาวุโสสอง พลังงานในร่างเริ่มปะทุ ออร่าราวกับสัตว์ร้ายโบราณปรากฏ ผู้อาวุโสสองเป็นคนอารมณ์ร้อน เขาพร้อมที่จะปะทะตลอดเวลา
ผู้เฒ่าคนอื่นๆก็ตื่นตระหนัก ถ้าทำงั้นไม่ใช่ว่าจะเกิดสงครามหรอ
ผู้อาวุโสหนึ่งเงียบครึม เขาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบ นัยย์ตาปรากฏจิตสังหาร
"สงครามแล้วยังไง พวกเราทำสงครามกับพวกมันกี่รอบแล้ว เดียวรอให้เจ้าเด็กน้อยเย่ฟื้นคืนก่อนค่อยว่ากัน เมื่อถึงตอนนั่นเราค่อยเปิดฉาก จะให้พวกมันเห็นว่าเราไม่ใช่หมูในอวยให้พวกมันเชือด"
ผู้เฒ่าคนอื่นๆก็เงียบครึมขึ้นมา พวกเขาสีหน้าจริงจัง พยักหน้าออกมา
"ดี ข้ารอเวลานั่นไม่ไหวแล้ว" ผู้อาวุโสสองตะโกนออกมา
"หึึ ได้เลย" ผู้อาวุโสสามพยักหน้ารับ ตอนนี้พลังของเธอแข็งแกร่งกว่าเมื่อก่อนซะอีก ถ้าสู้กันจริงๆ เผ่าสัตว์อสูรต้องเสียหายยกใหญ่แน่ๆ