จักรพรรดิปราชญ์บรรพกาลลี้เฟย

    ตอนที่ 47 ป่าอสูรสวรรค์เขต 3

    ศิษย์สำนักอัคคีทั้งสิบคนออกเดินทางพร้อมกันเข้าเขตป่าอสูรสวรรค์เขตสามด้านในพร้อมกันตั้งแต่เช้าตรู่ ในขณะที่สำนักวารีพิรุณก็กำลังเตรียมตัวจะออกในเวลาใกล้กัน


    สำนักกระบี่ชางไห่ หลังจากวันก่อนศิษย์ทั้งหมดได้รับบาดเจ็บ ใช้เวลาพักฟื้นหนึ่งวันกว่า ๆ ก็เตรียมตัวออกเดินทาง


    "น่าเจ็บใจนัก ไม่ได้กระทิงอสูรแม้แต่ตัวเดียว สำนักอื่น จะเล็กจะน้อย อย่างน้อยก็ได้กันสามสี่ตัว เจ็บใจโว๊ย" ลี้หยุนกระแทกฝ่ามือเข้าไปที่ก้อนหินดังโครมด้วยความโกรธและถูกกดดัน


    "จะโทษใครได้ สู้ไม่ได้แม้กระทั่งพลังตะวันสีม่วง รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั่น ถ้าจ้าวสำนักรู้ ไม่รู้จะโดนลงโทษยังไง" หยางผานยังคงบาดเจ็บจากพิษของตนเองและแรงกระแทกของลี้เฟย


    "ข้าจะให้มันตายไม่ได้กลับสำนัก คราวนี้ข้าประมาทไป" ลี้หยุนและหยางผานหันมาสบตา รังสีอาฆาตปรากฏบนดวงตาทั้งสอง


    ครึ่งชั่วยามต่อมาชานป่าที่เต็มไปด้วยฝูงกระทิงในสองวันก่อนก็เงียบสนิท มีฝูงกระทิงที่หลงเหลือไม่กี่สิบตัวเดินออกมาใช้ชีวิตเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น สำนักต่าง ๆ เดินทางเข้าป่าเขตสามกันหมดแล้ว


    "ตามที่จ้าวสำนักบอก ในป่าเขตสามเป็นเขตที่มีสัตว์ขนาดใหญ่ ระดับชั้นราชันและพลังตะวันแดงมากมาย เป็นส่วนที่อันตราย และที่สำคัญมีโบราณสถานเก่าแก่คงอยู่หลายพันปีมาแล้วซึ่งตามตำนานบอกว่า มีของมีค่าตกค้างอยู่ แต่ไม่มีใครรู้ว่ามันคืออะไร หรืออยู่ที่ไหน คนที่พบครั้งล่าสุดคือเมื่อร้อยกว่าปีมาแล้ว" หลงชิงเอ๋อเล่าให้ทุกคนฟังอย่างละเอียดเป็นฉาก ๆ ขณะเดินทาง


    "เดินมาสามชั่วยามแล้ว ยังเป็นทางรกชัฏอยู่เลย ข้าได้ยินเสียงน้ำไหลนะ อาจจะเป็นลำธาร พวกเราไปด้านนั้นกัน" เว่ยหัวชี้ไปยังอีกทางที่เป็นทางเดินเก่า ๆ เพื่อมุ่งไปลำธาร ตั้งใจให้คนอื่นได้พักผ่อนเอาแรงก่อน 


    "ตึง ... ตึง ... ตึง ..." พวกเจ้าได้ยินเสียงอะไรไหม ศิษย์สำนักอัคคีหันหน้ามามองกันเมื่อได้ยินเสียงดังและพื้นสะเทือนสนั่นหวั่นไหว


    "ตึง ... ตึง ... แปร๊น ... แปร๊น ..." เสียงดังเข้ามามากขึ้นพร้อมเสียงร้องของสัตว์อสูร ศิษย์สำนักอัคคีขึ้นไปที่เชิงเขาเพื่อตั้งรับสัตว์อสูรขนาดใหญ่ที่กำลังมา


    "เสียงแบบนี้ มันคือช้าง ไม่มันไม่ใช้ช้างธรรมดาแน่นอน ในป่าโบราณนี้ มันต้องเป็นช้างตระกูลคชอสุราแน่นอน" ลี้เฟยบอกคนในสำนักตามประสบการณ์ที่เคยออกหาโอสถในป่าสมัยเด็กกับปู่และพ่อ


    "ข้าก็คิดเช่นนั้น ถ้าเช่นนั้นเห็นทีจะเหนื่อยกันแล้ว ในป่าเขตสามนี้ คชอสุรานอกจากตัวใหญ่แล้ว ระดับพลังน่าจะเป็นชั้นราชันแล้วเป็นอย่างน้อย พวกเรามากสุดเป็นกึ่งราชัน พลังห่างชั้นเช่นนี้ ต้องร่วมช่วยกัน" ขณะเว่ยหัวกำลังกล่าวกับเพื่อนในสำนัก ฝูงคชอสุราก็เดินเข้ามาในเขตลำธารใหญ่ 


    "ตัวหน้าเป็นจ่าโขลง มันหยุดดูเหมือนพวกมันจะได้กลิ่นพวกเรา ข้าไม่เคยเห็นตัวที่ใหญ่ขนาดนี้เลย ขนาดคนสามคนยืนต่อตัวกันทีเดียว" ลี้เฟยกล่าว


    "ราชันชั้นตะวันแดง  !" หงฟงหมินและหลงชิงเอ๋อพูดขึ้นพร้อมกันด้วยความตกใจ


    "พวกเราต้องชิงลงมือกับทางหางขบวนก่อน ระดับจ่าโขลงพลังสูงเกินไป ต่อให้พวกเรารวมตัวกันสิบคน เกรงว่าจะรับมือไม่ไหว" เว่ยหัวชี้ไปทางหางขบวนช้างที่กำลังเดินเข้ามา เป็นช้างตัวเล็กกว่า แต่ก็ไม่ใช่ตัวขนาดที่เห็นทั่วไปอยู่ดี


    "พวกเรากระจายกำลังไปด้านหลัง ท้ายโขลง ระวังให้ดี พวกมันมีประสามสัมผัสที่ไว้มาก" ลี้เฟย หันไปทางหงฟงหมินพร้อมพุ่งตัวออกไปกับคนอื่นอีก 4 คนอ้อมไปด้านหลัง


    "ข้าจะล่อต่วอื่นออกไปเอง" หลงชิงเอ๋อกับอีกส่วนพุ่งไปด้านหน้ากลุ่ม เพื่อเรียกความสนใจมาทางนาง นางไม่ได้ต้องการปะทะโดยตรง นางจึงใช้กายาดวงดาวพริ้วกายเคลื่อนผ่านโขลงคชอสุราพร้อมกระแทกให้พวกมันตกใจ แต่ไม่ได้ทำอะไร นางกับศิษย์ไม่กี่คนคงทำอะไรไม่ได้มาก


    ในส่วนท้ายโขลง เมื่อช้างตัวด้านท้ายสองสามตัวติดกับไปไหนไม่ได้ มันจึงตกใจเริ่มฟาดงวง วิ่งไปชนศัตรูของมัน พลังในการวิ่งทำให้พื้นดินสั่นสะเทือน เว่ยหัวกระโดดขึ้นไปบนฟ้าแล้วใช้ท่าร่างดาบเทวัญฟันลงไปที่กลางหลังช้างคชอสุรา แต่เนื่องจากหนังมันหนามาก จึงสร้างได้เพียงแค่ลอยถลอก ตัวเว่ยหัวกระเด็นออกไปกระแทกต้นไม้ด้านข้าง เว่ยหัวพยายามหลายครั้ง แม้ทุกครั้งจะตรงเป้า แต่เพราะหนังหนาและระดับพลังชั้นราชัน ทำให้ไม่สามารถทำอะไรคชอสุราบาดเจ็บสาหัสได้ ทำได้มากที่สุดก็สร้างรอยแผลลึกให้กับมันหลายแห่งเท่านั้น แต่นั่นก็ยิ่งสร้างความโมโหให้กับพวกมันเช่นกัน


    ฝ่ายหงฟงหมินหยิบทวนร่างท่าสุริยันจันทรา พุ่งหอกนิลกาฬใส่ด้านหน้าพร้อมแรงอัคคีและไอเย็นประกบแทรกเข้าไปที่กลางหัวคชอสุรา คมทวนปักอยู่ที่บนหัว แต่คชอสุรานำงวงของมันปัดออกไปได้ ศิษย์คนอื่นต่างออกท่าร่างทั้งกระบี่ ทั้งดาบ คชอสุราเริ่มบาดเจ็บ ตัวที่มีระดับพลังต่ำเริ่มร้องโหยหวนเพราะพิษบาดแผล พร้อมกับอาการโกรธของคชอสุราที่มากขึ้นไปอีก


    ลี้เฟยเห็นดังนั้นจึงใช้ปราณบินเหยียบชั้นอากาศขึ้นไปด้านบน พร้อมทิ้งตัวดิ่งลงมาด้วยมังกรกายา โดยกำหนดพลังปราณระดับสามล้านจินพุ่งลงมา ทุกระยะที่คลื่นพลังถูกส่งผ่านลงมา จะห็นเป็นวงรอบของคลื่นกระแทกไปยังสิ่งต่าง ๆ รอบข้าง สุดท้ายเป้าหมายคือกระแทกเข้าที่กลางหัวของคชอสุรา "ปั๊ง" เสียงดังสนั่น คชอสุราหยุดยืนนิ่ง พร้อมคลื่นหลังที่กระแทกเป็นวงกว้าง ฝุ่น ใบไม้คลุ้งกระจายตลบ 


    เมื่อฝุ่นหายไป ภาพที่เห็นคือ ลี้เฟยอยู่บนหัวช้าง ส่วนตัวช้างหยุดนิ่งไม่ไหวติง ลี้เฟยกระโดดออกมายืนด้านข้าง เพื่อนร่วมสำนักคนอื่นพร้อมหลงชิงเอ๋อที่กลับมาสมทบยืนมองดูด้วยความแปลกใจอีกครั้งกับพลังมือที่ปราศจากอาวุธใด ๆ สามารถกำราบพลังของคชอสุราได้จนสิ้นฤทธิ์


    ไม่กี่อึดใจ คชอสุราล้มลงเสียงดัง


    "พวกเราเก็บหินวิญญาณออกมา เก็บทุกอย่างลงแหวนมิติของพวกเจ้า ข้าจะจัดการตัวต่อไป" ลี้เฟยใช้มังกรทะยานไปจัดการอีกสี่ตัวที่เหลือโดยใช้เวลาไปเกือบครึ่งชั่วยาม สองในสี่ตัวที่เหลือมีขนาดใหญ่กว่า และอยู่ในภาวะตกมัน ทำให้ลี้เฟยบาดเจ็บโดนงวงฟาดกระแทกลำตัวหลายครั้ง กระอักเลือดออกมาสองครั้ง แต่ในที่สุดทั้งสี่ตัวก็ถูกพลังมังกรกายากระแทกกระดูกภายในหัก และโดนมังกรปรมัตถ์พื้นฐานห้าท่าร่างทำลายจนตายคาที่ทั้งสิ้น ลี้เฟยต้องแลกมาขนาดลมปราณถึงห้าส่วน เมื่อเสร็จสิ้น ลี้เฟยจึงเร่งใช้เจตจำนงการเคลื่อนที่ดึงดูดปราณธรรมชาติอย่างรวดเร็ว พลังปราณห้าส่วนถูกส่งไปยังจักระมังกร และที่เหลือเป็นจักระกิเลน และจุดตันเถียน


    ในขณะที่สำนักอัคคีกำลังเก็บซากคชอสุราที่ล้มแล้ว คชอสุราอีกหลายเชือกก็กระจายกัน สำนักต่าง ๆ ต่างใช้คนของตนเองเข้าล้อมเพื่อจะล้มให้ได้ ต่างฝ่ายต่างจัดการ สำนักวารีพิรุณและสำนักกระบี่เองก็แยกกันจัดการไม่เกี่ยวกัน แต่ขนาดของคชอสุราในกลุ่มนั้น จะเป็นตัวใหญ่มาก และมีพลังชั้นราชันทั้งสิ้น ทำให้ยังไม่มีใครจัดการได้ แม้นจะพยายามแยกออกมาเป็นตัวไม่ให้รวมในโขลง ศิษย์สำนักกระบี่ที่ตามมาทีหลัง หยานผานและลี้หยุนก็โดยงวงกระแทกเข้าไป ส่วนศิษย์อีกหลายคนโดนงาแทง และโดนกระทืบตายคาที่ขณะที่เข้าไปตะลุมบอนโขลงช้างคชอสุรา ทำให้ตอนนี้ สำนักกระบี่เหลือเพียงสี่คนที่รอดชีวิต แต่ก็สามารถล้มคชอสุราได้มาสองตัว


    ในอีกด้านหนึ่ง สำนักวารีพิรุณ จ้าวหยานเอ๋อกับศิษย์พี่ใหญ่ ฉู่ฉานชิงก็ร่วมมือกับศิษย์อีกสี่คนล้อมคชอสุราสองตัวไว้และพยายามจะล้มให้ได้ ทว่าตัวใหญ่พอ ๆ กับจ่าโขลงทีเดียวทำให้ยังทำอะไรไม่ได้มาก แต่ทุกคนสภาพก็ได้รับบาดเจ็บไม่เบาทีเดียว สองในหกคนกระดูกหักล้มอยู่ด้านข้าง


    ส่วนมู่หยงฟ่าน นางอยู่กับศิษย์ที่เหลือกำลังพยายามจัดการกับคชอสุราตัวใหญ่ได้สองตัว ทว่าในเวลาไล่เรี่ยกัน จ่าฝูงก็รุกเข้ามาพร้อมกันอีกสองตัวเพื่อมาช่วยลูกโขลง กลายเป็นคชอสุราถึงสามตัว ที่มีขนาดตัวสูงใหญ่กว่าคนสามคนยืนต่อตัวกัน กำลังเพียงสี่คน จะล้มคชอสุราสามตัวได้อย่างไร เฉพาะจ่าฝูงตัวเดียวก็ระดับราชันพลังตะวันแดงแล้ว พวกนางเพียงระดับวิญญาณหรือกึ่งราชันเท่านั้น


    ในขณะที่กำลังถูกคชอสุราไล่ทำร้าย ชายจากสำนักไหนไม่ปรากฏธงสำนัก แน่นอนแสดงว่ามาจากนอกเมืองชางไห่อีกสามคนก็ปรากฏตัว พร้อมต่อสู้กับสามตัวที่กำลังบ้าคลั่ง ชายหนุ่มทั้งสามหันมาดูมู่หยงฟ่านเป็นระยะ แต่ไม่ได้พูดอะไร หากแต่พยายามจัดการฝูงคชอสุราออกไปก่อนก่อนจะถูกจ่าโขลงใช้งวงฟาดเหวี่ยงมาที่กลางหลังกระเด็นออกไปกระแทกกลางหินผา จากนั้นมันจึงไล่กระทืบอีกคนที่หลบไม่ทันเสียชีวิตทันที ในเวลานี้จ่าฝูงกำลังตกมัน มันโกรธจัดที่ลูกโขลงมันถูกทำร้ายและถูกฆ่ามากมาย


    "แปร๊น ... แปร๊น ... ทั้งสามตัววิ่งกรูเข้ามาจากสามทิศทางล้อมมู่หยงฟ่าน ไม่มีทางที่จะหนีไปไหนได้เลย













    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิปราชญ์บรรพกาลลี้เฟย ที่คุณอ่าน