นวลแพรนึกถึงคำพูดของณัฐวุฒิ ที่เล่าเกี่ยวกับทรงธรรมให้ฟังเมื่อตอนกลางวันมันลอยเต็มหัวไปหมด จากบุคคลที่เคยเป็ความลับดำมืดในชีวิตเธอตอนนี้ถูกสปอตไลต์ดวงใหญ่ส่องไปที่หน้าเต็ม ๆ ค่อยเบาใจขึ้นมาหน่อยที่ว่าอีกฝ่ายไม่ได้เป็โรคจิตอย่างที่คิด (หรือเป็ก็ไม่รู้) อย่างน้อยก็รู้จักหัวนอนปลายเท้า เป็คนดังเสียด้วยสิ
‘เขาเรียนวิศวะมหาลัยเดียวกับผม เรียนเก่งนะ เป็นักกีฬาบาส แถมเล่นดนตรีอีกต่างหาก ดังมากในหมู่สาว ๆ แต่หลายคนก็ขยาดไม่กล้าเข้าใกล้อาจเพราะความเพอร์เฟกต์มากมากของเขาก็เป็ได้’
ชายหนุ่มพูดไปยิ้มไปคล้ายตัดเนื้อหาชีวิตบางส่วนหรือจะเป็ส่วนที่เขาไม่อยากพูดถึง หรือไม่ก็เพราะความเป็สุภาพบุรุษในสายเืที่ไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์ใครในด้านไม่ดี นวลแพรวิเคราะห์จากนิสัยณัฐวุฒิ
“ฉันต้องรู้ให้ได้ ว่าคุณโก้ปิดบังเื่ไม่ดีอะไรของนายเอาไว้ นายทรงธรรม”
เสียงเพลงทันสมัยที่เธอตั้งเป็เสียงเรียกเข้าดังขึ้น หญิงสาวมองหา ใช้มือตบ ๆ ไปทั่วเตียงก็เจอว่ามันซุกตัวอยู่ใต้หมอน
“ฮัลโหล” ปลายสายเงียบ
“ฮัลโล” ก็ยังเงียบอีกนวลแพรมองเบอร์ที่ปรากฏอยู่หน้าจอ ไม่คุ้น มิจฉาชีพไหมนะ
“สวัสดีค่ะถ้ายังเงียบอยู่จะวางสายแล้วนะคะ”
“เดี๋ยวครับ...ผมกมลยามหอพักครับคุณแพร”
หญิงสาวขมวดคิ้ว ยามมารู้เบอร์โทรศัพท์มือถือเธอได้ยังไง
“มีอะไรคะ” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่พอใจอย่างเก็บไม่มิด
“คือเพื่อนคุณเขาบอกให้โทรหาคุณ ให้ลงมารับครับ”
“ถามชื่อเขาหน่อยได้ไหมคะ”
ถ้าเป็นายทรงธรรมให้ตายก็ไม่ลงไปเด็ดขาดเธอได้ยินเสียงยามคนนั้นถามใครคนนั้น แล้วตอบกลับมาว่า
“ชื่อทรงธรรมครับ”
เดาผิดซะที่ไหน อ้อ เบอร์นี้ก็คงเป็เบอร์ใหม่ของอีตานั่นสินะ เปลี่ยนเบอร์ยังกับทิชชู
“แพรเคยบอกแล้วนี่คะว่าถ้าเป็เขาให้ไล่กลับไปได้เลย” กำลังจะกดวางสายแต่ประโยคต่อมาของคุณยามทำให้ เธอลังเล
“เขามีเืไหลออกตามแขนด้วยท่าทางจะเจ็บหนักครับ”
ทำไมไม่ไปหาหมอ โอ้ย! ยังไงดีเนี่ย นวลแพรคิดหนัก เหตุการณ์ตอนไปทะเลมันฝังใจนี่นา จะไว้ใจได้แค่ไหน เธอถอนหายใจเฮือกสุดท้าย
เอาวะ! ถือเป็การช่วยลูกหมาเอาบุญ
ยามหิ้วปีกชายหนุ่มที่วันนี้อยู่ในชุดเสื้อยืดแขนยาวสีดำกางเกงขาเดฟเข็มขัดสีเงินเส้นใหญ่ห้อยด้วยอะไรระโยงระยางน่ารำคาญ พอถึงห้องยามกมลก็จากไปทันทีไม่ฟังเสียงเรียกให้อยู่เป็เพื่อนของเธอเลย ปล่อยให้จัดการธุระกันเอง นวลแพรหน้าซีดเมื่อเห็นของเหลวสีแดงเลอะแขนเสื้อ มองเผิน ๆ อาจไม่รู้ แต่มันไหลมาโผล่ที่ปลายแขนเสื้อตัดกับผิวขาวของเ้าตัว
“ทำไมนายไม่ไปหาหมอ”
เธอสงสัยเมื่อเขาปฏิเสธเอาเป็เอาตายที่จะไม่ไปหาหมอเด็ดขาด เธอก็ไม่รู้จะทำยังไง ถ้าเป็ก่อนหน้าที่จะรู้จักชื่อเสียงเรียงนาม ไม่มีวันเสียละจะให้ขึ้นมา ที่ให้ขึ้นมาใช่ว่าจะไว้ใจ แต่เห็นแก่มนุษยธรรมหรอกนะ
ทรงธรรมมองหญิงสาวแล้วยิ้มนิดที่มุมปาก เขาชอบอาการปากกล้าขาสั่นของเธอที่สุด แม้จะชอบทำหน้ายุ่งใส่แต่ก็ใจดีแถมใสซื่อเอามาก ๆ เขาไม่เคยเจอคนแบบนี้เลย
“คุณพี่ห่วงผมด้วยเหรอ” เขาถามเมื่อเธอมานั่งใกล้ ๆ
“ไหนขอดูแผลหน่อย”
“ถามก็ตอบอย่าเฉไฉสิครับ” เขาเบี่ยงตัวหนี เ้าของห้องเริ่มฉุน
“นี่เจ็บจะตายอยู่แล้วยังจะมาปากดีอีก”
“คุณพี่ก็ตอบมาก่อนสิ”
เธอถอนหายใจ อย่างเอือมระอา
“ไม่ได้ห่วง แต่ทำเพื่อมนุษยธรรมรู้ไว้ด้วย อย่ามาโมเมคิดเข้าข้างตัวเองให้มันมาก ถึงจะหล่อแต่ใช่ว่าผู้หญิงทุกคนจะชอบนะ นิสัยแปลก ๆ”
ทรงธรรมหัวเราะ คนนิสัยแปลกน่ะไม่ใช่แค่เขาแต่เธอก็ด้วย กลัวเขามากขนาดนี้แทนที่จะปฏิเสธยังอุตส่าห์ให้เข้าห้อง ถ้าเป็คนร้ายจะรอดไหมเนี่ย ดีนะที่อยู่มาจนโตได้ขนาดนี้ โดยไม่เจอคนเอาเปรียบ แต่คงเป็ความโชคร้ายนิดหน่อยที่มาเจอเขา ว่าแล้วชายหนุ่มก็ลุกพรวดเหมือนไม่เจ็บอะไรเลย แล้วเดินไปห้องน้ำ
นวลแพรมองด้วยความมึนงง ก่อนคิดได้ว่า หรือเธอถูกหลอก หญิงสาวมองหาโทรศัพท์ ไปวางไว้ตรงไหนเนี่ย ฉุกเฉินทีไร ลืมทุกที หาได้สักพักไม่มีวี่แววจะเจอ ไม่ทันการณ์ละ ไปหาพี่กมลดีกว่า
จังหวะเดียวกับที่คนในห้องน้ำเปิดประตูออกมา ท่อนบนเปลือยเปล่าหยดน้ำเกาะตามแขนและ่ตัว้า นวลแพรพิจารณาร่างนั้นไม่มีร่องรอยาแอะไรเลยแม้แต่น้อยแล้ว เืนั่นล่ะ? ชัวร์แล้ว!
เธอโดนหลอก!!!
“คุณพี่จะไปไหน”
กว่าจะรู้ว่าอะไรเป็อะไร ทรงธรรมเข้าประชิดตัวแล้ว
แววตาท่าทางเขาคล้ายเสือตะครุบเหยื่อ และเหยื่อนั่นก็คือ ‘เธอ’ รอยยิ้ม เสียงหัวเราะแปลก ๆ เมื่อครู่เป็การส่งสัญญาณอันตรายแล้ว
“นายทำแบบนี้เพื่ออะไร”
นวลแพรถามแบบใจดีสู้เสือ เพราะเขาใช้มือแข็งแรงดันกำแพงขวางเธอเอาไว้ สภาพเธอจึงต้องหันหลังพิงประตู อีกนิดเดียวจะหมุนลูกบิดได้แล้วแท้ ๆ
“ตักเตือนที่คุณพี่บังอาจนอกใจผม”
คำกล่าวหาทำให้เธอมองเขางง ๆ
“ฉันไปนอกใจอะไรนายั้แ่เมื่อไร”
“เห็นอยู่กับตาเมื่อกลางวันยังจะมาเฉไฉอีกแบบนี้มันน่า”
เขาพูดอย่างมันเขี้ยวก้มลงมาใกล้ นวลแพรหดคอหนี
“นั่นมันคุณโก้แฟนน้องสาวนาย ไม่ใช่เหรอ” เธอบอกเร็ว ๆ เขาชะงักเมื่อได้ยินคำว่าน้องสาว
“ไอ้หน้าจืดนั่นอะนะ”
“จืดตรงไหนหล่อกว่า...”
นวลแพรหยุดพูดเมื่อเห็นตาวาว ๆ จะบอกว่าหล่อกว่าเขา เดี๋ยวก็จะผีเข้าไปกันใหญ่ คนซวยไม่ใช่ใครเลย นวลแพรทั้งนั้น
“คุณพี่ชอบมัน” เขากล่าวหาหน้าตาเฉย
“ไม่ได้ชอบ เขาเป็เ้านาย” เธอตอบ
“ไม่เชื่อ” เขาสวน
“แล้วแต่จะคิดเถอะ”
ผลของการแล้วแต่จะคิด ก็คือมืออีกข้างของทรงธรรมรวบเอวบางแล้วรั้งไปที่เตียงอย่างง่ายดายและรวดเร็ว นวลแพรใตาโตคราวนี้สถานการณ์คับขันกว่าครั้งก่อนมาก อยู่ในห้อง มีเตียง อยู่กันสองต่อสอง
นี่เธอกำลังถูกข่มขืนในห้องตัวเองโดยที่ใครก็ช่วยอะไรไม่ได้เลยหรือ โอย ทำกรรมอะไรไว้กับอีตาปีศาจตนนี้นักหนาหนอ หญิงสาวโอดโอยในใจ ทรงธรรมมองคนที่ทำหน้าราวกับกินยาขมขำๆ คงกลัวเขาจะทำมิดีมิร้ายขนาดหนักถึงตั้ง ‘การ์ด’ ด้วยการทำตัวแข็งทื่อเป็หิน แล้วคงกลั้นหายใจด้วย
“ผมคิดของผมแบบนี้คุณพี่อนุญาตแล้วนะ”
คนที่ไม่รู้ว่าไปอนุญาตั้แ่เมื่อไรจ้องเขาเขม็ง
“พูดอะไรไปมันก็ผิดทั้งนั้นแหละถ้านายไม่คิดจะฟัง” นวลแพรหายใจหอบ ทรงธรรมยิ้มหวานหยด
“เก่งนี่ถือว่ารู้จักผมดีขึ้นอีกหน่อย” เขาใช้หลังมือไล้แก้มเนียนเบา ๆ
“ปกตินายทำแบบนี้บ่อยเหรอ”
เขาเลิกคิ้ว “แบบไหน”
“ก็ชอบยุ่งกับคนที่เขาไม่เต็มใจ”
ชายหนุ่มไล้นิ้วมาที่ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มที่เ้าตัวมักใช้มันพูดจาเชือดเฉือนและด่าเขาได้แสบถึงในทรวง เด็กนรกมั่งละ เป็ชู้กับแฟนชาวบ้านนั่นก็อีก
“ใครไม่เต็มใจ” เขาถามเหมือนมันไม่ใช่เื่แปลก
“ฉันคนหนึ่งละ”
“เต็มใจไม่เต็มใจของแบบนี้มันต้องพิสูจน์กันละคุณพี่”
เขาจับคางเธอไว้มั่น พร้อมก้มลงไปหา กระทั่งริมฝีปากแดงสดของเขาแตะริมฝีปากเล็กช่างเจรจา แต่หญิงสาวใช้วิธีอารยะขัดขืน ด้วยการเม้มปากสนิทปิดตาย
ทรงธรรมหัวเราะในลำคอ สนุกแฮะ เขาผละออกมายิ้มให้ก่อนกลับไปใหม่ สอดเข้าไปในชุดนอนผ้าฝ้ายลายคิตตี้น่ารัก แล้วเลื่อนขึ้นอย่างจงใจ ลูบหลังเปลือยเปล่าเหมือนเป็เ้าเข้าเ้าของ กระทั่งถึงฐานหน้าอก ได้ผล หญิงสาวดิ้นรนอึกอักอย่างใปากที่เม้มไว้เผยอออกเพราะตั้งใจจะร้องประท้วง คนรออยู่แล้วใช้จังหวะนั้นล่วงล้ำทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้เปล่งเสียงใดออกมา มือด้านซ้ายล็อกท้ายทอยไว้แน่น อีกมือกระชับร่างเล็กให้ดิ้นไม่หลุด
นานเท่านานแทบขาดใจ
นวลแพรรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังดำดิ่งลงไปในบ่อน้ำลึก ก่อนจะพยายามตะเกียกตะกายเพื่อเอาชีวิตรอด แรงที่มีทั้งหมดถูกดูดกลืนจากคลื่นใต้น้ำ ชายหนุ่มถอนริมฝีปากไม่ใช่เพราะเธอหยุดอาการต่อต้านหรือยอมจำนน คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน กลิ่นเหม็นไหม้จากที่ไหนสักแห่งที่อยู่ไม่ไกลดูมันจะส่งกลิ่นรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทรงธรรมผละจากร่างเล็กรวดเร็ว
สัญชาตญาณบอกเขาให้เดินหาต้นตอของกลิ่นนั้น ชายหนุ่มเปิดประตูระเบียงไอความร้อนปะทะใบหน้าควันสีเทาลอยมาจากระเบียงห้องข้าง ๆ สักพักเสียงโหวกเหวกโวยวายก็ดังขึ้นเมื่อควันเริ่มหนาตาและส่งกลิ่นรุนแรงมันกระจายรวดเร็ว ทรงธรรมถอยเข้ามาวิ่งเข้าห้องน้ำคว้าเสื้อมาสวม ก่อนจะเดินมาคว้าแขนหญิงสาวดูมึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“เร็วเถอะไฟไหม้” เขาบอก
“ไฟไหม้” เธอทวน
“ใช่เราต้องรีบออกไปก่อนจะรามไปทั่วตึก”
นวลแพรปล่อยให้เขาลากจูงอย่างว่าง่าย ก่อนสติจะกลับมา
“เดี๋ยวก่อนอย่าเพิ่งไป”
“อะไร” ทรงธรรมหันถามเสียงดุ
“กระเป๋า ๆ เอากระเป๋าก่อน”
ทรงธรรมอยากจะบ้าตาย
หญิงสาวคว้ากระเป๋าทำงานใบเก่ง ชายหนุ่มพาเธอลงบันไดหนีไฟซึ่งตอนนี้คนในตึกวิ่งออกจากห้อง มาถามไถ่กันหน้าตึกเซ็งแซ่ บางคนเดินสวนขึ้นตรงบันได เห็นเขาจูงมือนวลแพรวิ่งลงมา ก็วิ่งตาม ไม่ถึงห้านาทีสองหนุ่มสาวก็มาถึงข้างล่างทรงธรรมพาเธอไปยืนตรงลานกว้างหน้าตึก พอเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาจากระเบียงชั้นสี่ที่ติดกับระเบียงห้องเธอ หญิงสาวนึกขึ้นได้
“นั่นมันห้องน้องแพรนี่นา” นวลแพรอุทาน “แล้วน้องแพรล่ะ”
ทรงธรรมหน้านิ่ง
“ควันขนาดนั้นเพลิงน่าจะเกิดมาซักระยะเ้าของห้องน่าจะรู้ตัวและออกมาแล้ว หรือไม่ก็ไม่มีใครอยู่”
เขาวิเคราะห์เธอภาวนาขอให้เป็อย่างหลังทีเถอะแม้น้องแพรจะไม่ชอบขี้หน้าเธออยู่บ้างหลังจากรู้ว่าทรงธรรมแวะเวียนมาหาแต่เ้าหล่อนก็ไม่มีทีท่าว่าจะระรานอีก
“ห้องใครคะ” เสียงใครคนหนึ่งที่เดินรวมกลุ่มมาเป็ไทยมุงถามขึ้นเมื่อได้ยินเสียงเธออุทาน
“ห้องน้องแพรค่ะ” นวลแพรบอกไป
“ใช่คนสวย ๆ ที่เป็พริตตี้รึเปล่าคะ”
ใช่แล้วน้องแพรเป็ที่กล่าวขวัญของคนละแวกนี้ด้วยหน้าตาที่น่ารักราวกับหลุดมาจากดาราซีรี่ส์เกาหลีสักเื่และรับงาน ‘พริตตี้’ แต่ไม่ทำให้คนจำได้มากเท่ากับหนุ่มน้อยใหญ่ที่แวะเวียนมารับมาส่งเป็ประจำ (บางคนมาค้างคืน อิตาหน้าหล่อที่ยืนเด่นอยู่ข้าง ๆ นี่ด้วย) แถมมีแฟนหน้าโหดจอมหึงดุ ภาพเธอจึงมีแต่ข่าวคาวมากกว่า
“ค่ะ”
เมื่อรู้ว่าเ้าของห้องเพลิงคือใครคนบริเวณนั้นก็เริ่มจับกลุ่มคุยกัน
จากนั้นเสียงไซเรนรถร่วมกตัญญูก็มา ตามด้วยรถดับเพลิง กระนั้นยังช้ากว่านักข่าวบางสำนัก นวลแพรมองการทำงานของเ้าหน้าที่ด้วยใจระทึก ผ่านไปครึ่งชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้พร้อมกับการรายงานข่าวจากสถานีโทรทัศน์เป็ระยะ บางคนก็ไลฟ์กันแข่งกันเป็เื่เป็ราว
ไม่นานเ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูช่วยกันหิ้วผ้าขาวที่มัดหัวท้ายเดินออกมาจากตึกเป็การบอกว่ามีใครสักคนเป็เหยื่อเพลิงมรณะแล้ว
หญิงสาวยกมือขึ้นกอดอกอย่างหดหู่ รู้สึกหนาวขึ้นมาจับจิตจับใจทั้งที่เขม่าควันยังล่องลอยอบอวลอยู่ในอากาศ กลิ่นไอแห่งความสูญเสียรุนแรงกลบกลิ่นไอความร้อน
‘พี่มาร์ค’ ที่เคยเจอในวันนั้น ใบหน้าที่เธอเคยแอบนินทาในใจว่าโหด ดุ เถื่อน ไม่สมกับน้องแพรสักนิด วันนี้ดูเ็ปแทบขาดใจร้องไห้โฮไม่อายใคร ผู้ชายตัวโตกอดร่างที่ไร้ิญญาของคนรักในผืนผ้าขาว สร้างความเวทนาให้แก่ผู้พบเห็นเป็อย่างยิ่ง
ทรงธรรมโอบไหล่บอบบางของคนข้าง ๆ ก่อนจะรั้งร่างเล็กให้ห่างมาจากความชุลมุนวุ่นวายชายหนุ่มพาเธอมาที่รถตัวเอง
“คืนนี้คงนอนที่ห้องไม่ได้”
เขาเอ่ยขึ้นเมื่อมานั่งในรถเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวที่เอาแต่นิ่งมาตลอดเพิ่งนึกได้จึงหันไปขอร้องเขา
“รบกวนให้ไปส่งที่บ้านเพื่อนจะได้ไหม”
“ได้สิ เพื่อนอยู่ไหนล่ะ”
นวลแพรบอกที่อยู่ เขารับทราบแล้วออกรถโดยไม่พูดอะไรอีก เส้นทางที่ชายหนุ่มพาไปนั้นมันไม่คุ้นเหมือนที่เธอเคยไป ดูเหมือนมันจะทางเดียวกันแต่มันไม่ใช่ นวลแพรอยากถามแต่ก็เกรงใจ กลัวโดนว่าเื่มาก จึงได้แต่เงียบ เขาคงพาไปเส้นทางลัด เธอปลอบใจตัวเองพยายามคิดในแง่ดี
กระทั่งรถเลี้ยวเข้าตึกสูง ๆ มีป้ายเขียนบอกว่าเป็คอนโดมิเนียมหรูแถบชานเมืองแห่งหนึ่งหญิงสาวหันมองหน้าเขา
“พามาที่นี่ทำไมมันไม่ใช่ที่นี่นะ”
หอพักของเพื่อนเธอสูงไม่กี่ชั้นลักษณะกลางเก่ากลางใหม่
“ก็ที่นี่แหละคอนโดผม” ทรงธรรมพูดหน้าตาย