บทที่ 15 หย่าแล้ว ลูกสามคนจะทำอย่างไรดี
พี่ผางได้ยินอย่างนั้นก็ตกลงทันที แต่เธอก็กลัวว่าหลิวถวนหยวนจะเหนื่อย
"ไม่เป็ไรหรอกค่ะ การฝังเข็มไม่ได้เปลืองแรงมาก แค่หาจุดถูกก็พอแล้ว" หลิวถวนหยวนกล่าว พอได้ยินแบบนั้น พี่ผางจึงยอมให้เธอทำ เธอหันไปหยิบกล่องยาเล็ก ๆ มาให้หลิวถวนหยวน
บนเตียงไม่มีที่ว่างแล้ว หลิวถวนหยวนจึงหยิบเบาะนอนของเว่ยหนานหลินออกมา แล้วให้พี่ผางนอนลงบนเบาะ จากนั้นเธอก็เลือกจุดฝังเข็มที่ขา ท้อง และไหล่ ฝังเข็มลงไปหนาแน่นกว่าสิบเข็ม
พี่ผางนอนอยู่ตรงนั้นไม่กล้าขยับเขยื้อนแม้แต่นิดเดียว แขนทั้งสองข้างของเธอกางออก ปากอ้าค้าง เหมือนหุ่นยนต์
หลิวถวนหยวนพอเห็นเข้าก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา "พี่ผาง บนหน้าไม่ได้ฝังเข็มสักหน่อย จะอ้าปากค้างทำไมคะ"
พี่ผางรีบปิดปาก เหงื่อเย็นผุดขึ้นเต็มหน้าผากด้วยความกลัว
"ถวนหยวนจ๋า เข็มพวกนี้ทิ่มลงไปจะไม่เป็ไรจริง ๆ เหรอ ลมจะไม่รั่วออกมาหมดตัวใช่ไหม" หลิวถวนหยวนนั่งเล่นกับเด็กน้อยทั้งสามอยู่บนเตียง เมื่อได้ยินดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
"พี่ผางคะ พี่ไม่ใช่ลูกโป่งสักหน่อย จะรั่วได้ยังไง การฝังเข็มนี้ใช้จุดฝัง และถ้าทำถูกวิธี แม้แต่เืก็ไม่ออก รู้สึกแค่ปวด ๆ ชา ๆ บวม ๆ เท่านั้นแหละ" พอพี่ผางลองััดู ก็เป็อย่างนั้นจริง ๆ
สิบห้านาทีผ่านไป หลิวถวนหยวนก็ลงเข็มให้พี่ผางอีกครั้ง การฝังเข็มนั้นต้องมีการบิดเข็มในจุดที่ทำการฝังเข็ม แบบนั้นจึงทำให้พี่ผางที่ตึงเครียดร้องเสียงหลง จนเ้าตัวเล็กที่นอนอยู่ร้องไห้ออกมา
พี่ผางกลัวว่าจะทำให้ลูกใ จึงได้แต่กัดฟันทน ครึ่งชั่วโมงต่อมา หลิวถวนหยวนจึงถอนเข็มออก
และหลังจากถอนเข็มออกแล้ว พี่ผางก็นอนนิ่งอยู่นาน เพราะเธอไม่กล้าขยับตัว เอาแต่ถามย้ำ ๆ ว่า “ถอนเข็มออกหมดแล้วจริง ๆ เหรอ ทำไมฉันยังรู้สึกเหมือนโดนเข็มทิ่มอยู่เลย!”
หลิวถวนหยวนล้างมือแล้วพูดว่า “นี่เรียกว่าอาการรู้สึกถึงเข็มค่ะ อีกสักพักก็จะหายไปเอง อ้อ เื่อาหารการกินก็ระวังหน่อยนะ โดยเฉพาะมื้อเย็น อย่ากินแป้งกับของทอดเยอะเกินไป” พี่ผางยิ้มแห้ง ๆ แล้วพูดว่า “มื้อเย็นฉันชอบกินหมั่นโถวจิ้มซอสต้นหอมมากเลย!”
“ไม่ได้นะคะพี่ผาง คุณต้องทำตามสูตรอาหารของฉัน รับรองว่าอิ่มท้องไม่อด แล้วยังลดน้ำหนักได้อีกด้วย!” หลิวถวนหยวนถามถึงอาหารที่มีอยู่ในบ้านของพี่ผาง แล้วออกแบบเมนูอาหารสามวันให้เธอ พร้อมทั้งกำชับให้เธอทำตามที่บอกอย่างเคร่งครัด
“แล้วสามวันหลังจากนี้ ฉันรับประกันเลยว่าพี่ผางจะลดน้ำหนักได้อย่างน้อยห้าจินแน่นอน!” หลิวถวนหยวนกล่าว “แล้วตอนนั้นหน้าท้องพี่ก็จะยุบลงไปเยอะเลย!”
พี่ผางลูบท้องกลม ๆ ของตัวเอง แล้วนึกถึงสามีที่เวลาขึ้นเตียงก็นอนหันหลังให้กัน ไม่แม้แต่จะชายตามองเธอ เธอจึงพยักหน้าตกลง
สามวันต่อมา หลิวถวนหยวนก็ให้พี่ผางฝังเข็มวันละสองครั้ง พร้อมทั้งกำชับให้เธอทานอาหารตามที่ตนบอกอย่างเคร่งครัด ผลปรากฏว่าพี่ผางผอมลงอย่างเห็นได้ชัด
หลังจากนั้นสามวัน หลิวถวนหยวนก็ออกไปเดินเล่นในบริเวณบ้านพัก เธอตั้งใจว่าจะหาอะไรทำเพื่อสร้างรายได้ เพราะใน่ต้นทศวรรษ 1980 แม้ว่าธุรกิจส่วนตัวจะเริ่มผุดขึ้นบ้างแล้ว แต่ภายในบ้านพักทหารแห่งนี้ ทุกคนก็ยังคงใช้ชีวิตกันไปตามแบบแผนเดิม ๆ อยู่
บรรดาภรรยาของเหล่าทหารในบ้านพักแห่งนี้ ต่างก็ถูกจัดแบ่งเป็สามระดับ
ระดับสูงสุดคือสามีเป็นายทหารระดับสูง ภรรยาก็มีงานที่ดีทำ อย่างเช่นพี่หวัง สามีของเธอเป็ถึงกรรมการด้านการเมืองประจำกองทหาร ส่วนตัวเธอทำงานที่ห้างสรรพสินค้า ทุกครั้งที่บ้านพักทหารแห่งนี้้าของใช้ประจำวัน พวกเขาก็จะต้องวานให้พี่หวังช่วยเหลือ
อีกประเภทหนึ่งคือสามีเป็ผู้บังคับบัญชาส่วนภรรยาก็เป็ครู แพทย์ หรือทำงานในหน่วยงานรถไฟ อย่างเช่นครอบครัวของผู้บังคับบัญชากองพันหลิน ที่อยู่บ้านติดกัน ภรรยาของเขาเป็ครู แต่ก็เป็คนหยิ่งทะนงด้วย เธอไม่ค่อยสุงสิงกับใคร นาน ๆ ครั้งถึงจะไปเยี่ยมเยียนพี่หวัง
ส่วนประเภทสุดท้ายก็เช่นพี่ผาง สามีของเธอเป็เพียงทหารยศจ่า ส่วนตัวเธอเองก็ไม่มีความรู้ ไม่มีงานทำ จึงได้แต่อาศัยทำงานในโรงงานของครอบครัวทหาร ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็งานเย็บผ้าหรือทำกล่องกระดาษ และจะได้รับค่าแรงเป็รายวัน
ในบรรดาภรรยาทหารทั้งหมดในบ้านพักทหารแห่งนี้ กรณีของหลิวถวนหยวน ถือว่าพิเศษที่สุดแล้ว เพราะเธอเป็ถึงนักศึกษา แถมยังมีรูปร่างหน้าตาที่สะสวย แต่เธอมีภูมิหลังไม่ดี เพราะในครอบครัวของเธอมีคนเป็ฆาตกร และยิ่งไปกว่านั้น วิธีการที่เธอใช้แต่งงานกับเว่ยหนานหลินก็ไม่ขาวสะอาดเท่าไหร่ บวกกับตัวเว่ยหนานหลิน เองก็เป็ถึงรองผู้บังคับบัญชากองทหารที่อายุน้อยที่สุด ดังนั้นโดยพื้นฐานแล้ว แทบจะไม่มีใครในบ้านพักทหารแห่งนี้ยอมสุงสิงกับเธอเลย
อย่างไรก็ตาม นับั้แ่เกิดการโต้เถียงกับหวังอ้ายหลิงในครั้งนั้น บวกกับความสัมพันธ์กับเฉินก่างเฉิง ทำให้ตอนนี้บรรดาภรรยาทหารในบ้านพักทหารแห่งนี้ ค่อย ๆ ปรับท่าทีเป็มิตรกับหลิวถวนหยวนมากขึ้น
“เสี่ยวหลิวออกมาตากแดดเหรอจ๊ะ?” มีคนเริ่มทักทายหลิวถวนหยวนมากยิ่งขึ้น หลิวถวนหยวนได้แต่พยักหน้ารับอย่างสุภาพ
“เสี่ยวหลิว เื่นมผงรอบที่แล้ว ฉันคุยกับหัวหน้าที่ทำงานไว้แล้ว เขาอยากได้ไปมอบให้เป็ของขวัญวันไหว้บ๊ะจ่าง นี่ก็ใกล้จะถึงวันแล้ว พอหัวหน้าได้ยินว่าเป็นมผงมอลต์ เขาก็ดีใจมากเลยนะ!” ผู้หญิงคนนั้นพูดต่อ
หลิวถวนหยวนยิ้มแล้วพูดว่า “ตกลงกันไว้ั้แ่เมื่อไหร่คะ”
“ก็นะ ปีก่อน ๆ แค่ส่งนมผงกับขนมบิสกิตไปให้ไม่กี่ห่อ พวกนั้นก็ดีใจกันใหญ่แล้ว ถ้าปีนี้มีนมผงมอลต์ด้วย ใคร ๆ ก็ต้องรีบเอาใจแน่ๆ ่นี้หัวหน้ามองฉันแล้วก็ยิ้มแก้มปริเลยล่ะ”
“งั้นฉันจะรีบไปตามให้นะคะ” หลิวถวนหยวนกล่าว
อีกฝ่ายยิ้มพอใจแล้วเดินจากไป หลังจากนั้นไม่นานก็มีคนแวะเวียนมาทักทายหลิวถวนหยวนเป็ระยะ ไม่ถามเื่นมผงมอลต์ก็ถามเื่นมผง หลิวถวนหยวนจึงรับปากไปก่อน
ว่าแต่เฉินก่างเฉิงนั้น นับั้แ่ที่เจอกันครั้งล่าสุดก็หายไปสามสี่วันแล้ว เกิดเื่อะไรขึ้นรึเปล่านะ?
ขณะที่หลิวถวนหยวนกำลังคิดอยู่นั้น ก็เหลือบไปเห็นใครบางคนโผล่หน้าเข้ามาจากประตูค่ายทหาร หลิวถวนหยวนรู้จักคนคนนั้นดี เขาเป็เพื่อนร่วมชั้นในสมัยที่เธอเรียนมหาวิทยาลัยเธอชื่อหลูหรงหรง เคยมาฝึกงานที่ค่ายทหารพร้อมกับหลิวถวนหยวน ่ก่อนหน้านี้เธอก็เพิ่งได้รับมอบหมายให้ไปทำงานที่โรงพยาบาลประจำอำเภอ
ทันทีที่หลูหรงหรงเห็นหลิวถวนหยวน เธอรีบเดินเข้ามาหา ในมือถือถุงหิ้วใบใหญ่สีแดงขาวน้ำเงิน เขาเดินเข้ามาทีละก้าว ดูท่าทางของนั่นจะหนักเอาเื่
“แขนฉันแทบจะหลุดอยู่แล้ว” หลูหรงหรงพูดพลางวางถุงใบนั้นลงตรงหน้าหลิวถวนหยวน
“เฉินก่างเฉิงฝากฉันเอานมผงมอลต์กับนมผงมาให้ บอกว่าคนในค่ายทหารของเธออยากได้เหรอ?” พอได้ยินแบบนั้น หลิวถวนหยวนก็มองเลยไปที่ด้านหลังหลูหรงหรง
“แล้วเฉินก่างเฉิงล่ะ”
"เขากลับไปที่เซี่ยงไฮ้แล้ว เห็นบอกว่าไปจัดการเื่สำคัญ แต่ไม่ได้บอกว่าเื่อะไร ก่อนไปเขาเลยให้ฉันเอาของพวกนี้มาส่ง!" หลูหรงหรงมองไปที่ค่ายทหารแวบหนึ่ง
"ที่นี่คือค่ายทหารสินะ จริงๆก็ไม่เห็นจะมีอะไรเลยนี่ แต่ก็นะ! เธออุตส่าห์เป็นักเรียนที่เก่งที่สุดในชั้น สุดท้ายก็โดนครอบครัวทำให้เสียโอกาสตอนจบอยู่ดี งานของฉันที่จริงควรเป็ของเธอด้วยซ้ำ!" หลิวถวนหยวนขมวดคิ้วเล็กน้อย หลูหรงหรงคนนี้แข่งขันกับเธอมาสามปีตอนที่พวกเธออยู่ในโรงเรียน ถ้าไม่ใช่เพราะเื่ของพี่เธอดันเกิดขึ้นตอนที่ใกล้จะเรียนจบ หลูหรงหรงก็คงไม่มีโอกาสเข้าทำงานในแผนกชั้นนำของโรงพยาบาลประจำอำเภอ
หลูหรงหรงมองดูเสื้อผ้าของหลิวถวนหยวนอีกครั้ง
หลิวถวนหยวนสวมเสื้อนอกทหารที่เว่ยหนานหลินเอาอินทรธนูออกแล้ว บนหัวของเธอสวมหมวกขนสุนัขจิ้งจอกสำหรับฤดูหนาว ด้านล่างเป็กางเกงสีน้ำเงินเข้ม สวมรองเท้าที่ทำจากผ้าฝ้าย
"ได้ยินว่าสามีของเธอกำลังจะหย่ากับเธอเหรอ คิดแล้วก็น่าสงสารนะ ถ้าหย่าขึ้นมาจริง ๆ แล้วเด็กสามคนนั่นจะทำยังไง?" หลูหรงหรงพูดต่อ แม้จะได้ยินทุกอย่างแต่หลิวถวนหยวนก็ไม่อยากสนใจ แต่เธอก็ไม่คิดว่าหลูหรงหรงจะพูดมากขึ้นเรื่อย ๆ!
"ทำไมเธอออกมาข้างนอกล่ะ?" ตอนนี้มีเสียงหนักแน่นและคล่องแคล่วดังขึ้น หลิวถวนหยวนเงยหน้าขึ้น เห็นเว่ยหนานหลินถือกระเป๋าทหารกลับมา เขาสวมชุดทหารที่ดูเรียบร้อย ใบหน้าของเขาเด็ดเดี่ยว เดินมาท่ามกลางแสงแดด ดูสง่างามและน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน