มินตราเล่ารายละเอียดที่รู้ให้กับบิดา ฟังทั้งหมด รองมนต์ชัย ถึงกับถอนหายใจออกมา
“เื่นี่เป็เื่ใหญ่ยิ่งพ่อจะให้เ้าหน้าที่ท้องถิ่นตรวจสอบ แล้วต้องรายงานท่านผบ.ตร.ก่อน เสร็จแล้วพ่อจะขึ้นไปหาลูก ตอนนี้ลูกอย่าเพิ่งให้รายละเอียดกับพวกนักข่าวรอให้พ่อไปจัดการ พ่อจะสั่งการให้ผู้กำกับไปดูแลคดีนี้ด้วยตัวเองก่อน ลูกไม่ต้องห่วงนะ ทุกอย่างจะต้องผ่านพ้นไปได้”
มินตราแต่งตัวเพื่อจะลงไปด้านล่างเธอถอดชุดนอน แล้ว ก็สวมใส่ชุดทำงานทันที
โดยลืมไปว่าในห้องยังมีชายหนุ่มนั่งอยู่อีกคน
อัสนีแม้จะเคยเห็นรูปร่างและเคยััผิวกายของมินตรามาแล้ว แต่พอเห็นการเปลี่ยนเสื้อผ้าตามธรรมชาติของผู้หญิงแบบนี้ เืกำเดาถึงกับไหลซึมออกมาโดยไม่รู้ตัว
ส่วนมินตราพอใส่กระโปรงเสร็จแล้วเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าอัสนียังคงนั่งอยู่ก็ถึงกับอายหน้าแดง หันหลังให้แล้วกล่าวว่า
“ กลับเข้าห้องไปอย่าหันมามองนะ”
มีหรือที่อัสนีจะเชื่อฟังเขาได้แต่อมยิ้ม ส่วนมินตรานั้นสวมเสื้อผ้าเสร็จพอดี แล้วก็หันมา
“รอให้เสร็จเื่ก่อน ฉันจะจัดการกับนาย” มินตราไม่ได้พูดเปล่าเข้ามาหยิกแขนของเขาไป 1 ที อัสนีได้แต่ยิ้มไม่ได้รู้สึกเ็ปอะไร
ของขวัญภารกิจจัดการกับแก๊งนาโต้ดวงตามัจจุราช ส่งเงินเข้าในบัญชีธนาคารของเขาที่ประเทศสิงค์โปร์
จำนวน 1ล้านดอลล่าร์สหรัฐ ซึ่งบัญชีนี้ เขาเปิดเอาไว้นานแล้วมีไว้เพื่อซื้อขายหุ้นต่างประเทศ นึกไม่ถึงว่า ดวงตามัจจุราช จะล่วงรู้ด้วย
เวลาผ่านไปสองชั่วโมง อัสนีนอนหลับอยู่บนโชฟา คุณหนูมินตราก็เดินเข้ามายืนต่อหน้าเขามองอัสนีด้วยสายตาแปลกประหลาด จากนั้นก็ค่อย ๆ ก้มจูบปากของเขาอย่างช้าๆแต่ทันใดนั้นเอง อัสนีก็ดึงร่างของคุณหนูมินตรา เข้ามากอดแล้วจูบกลับไปแม้ว่าคุณหนูมินตราจะขัดขืนในตอนแรก แต่ว่าไม่นาน สองคนก็จูบกันอย่างดูดดื่มไม่สนช่องว่างระหว่างฐานะอีกต่อไป ก่อนที่อัสนีจะเริ่มถอดเสื้อผ้าของมินตราก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นมา
คุณหนูมินตรารีบผละออกจากอัสนี แล้วเดินไปเปิดประตูทันที
“ พ่อ มาได้ไงเนี่ย?”
“ พอดีพ่อเพิ่งคุยกับท่านอธิบดีและท่านรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ พวกเขาได้ข้อสรุปแล้วจะเริ่มแถลงข่าวพรุ่งนี้เวลา 8 โมง พ่อต้องไปนั่งแถลงข่าวกับพวกเขาด้วย...” เสียงของพ่อมินตราเงียบไปเพราะเขาเห็นอัสนียืนอยู่ในห้องกับลูกสาวของเขา รองมนต์ชัย ถึงกับชักปืนออกมาทางอัสนี
“ยกมือขึ้น บอกมาว่าแกเป็ใคร เข้ามาในห้องลูกสาวฉันได้อย่างไร”
อัสนีได้แต่ยิ้มแห้งๆแล้วยกมือขึ้นเหนือหัว
“ พ่อ นี่คืออัสนีเขาเป็บอดีการ์ดของมินเอง”
“ บอดี้การ์ดอะไรทำไมต้องมาอยู่ในห้องเดียวกันด้วย”
“ก็ในนี้มีห้องตั้งสามห้อง จะให้มินนอนอยู่คนเดียว หากมีใครบุกเข้ามาจะให้มินทำยังไง”
พล.ต.ท. มนต์ชัยเข้ามาใกล้กับอัสนี แล้วใช้มือซ้ายตรวจหาว่าเขามีอาวุธหรือไม่ แต่ไม่พบอะไรจึงใช้กุญแจมือล็อคอัสนีเอาไว้ก่อน
“ พ่อจะใส่กุญแจมือเขาทำไมอีก”
“ ปลอดภัยไว้ก่อนลูก่นี้คนร้ายมันแอบแฝงมาใกล้เรา อย่าได้ประมาทเป็การดีที่สุด”
“ บอกชื่อนามสกุล เกิดที่ไหน อายุเท่าไรพ่อแม่เป็ใครทำอะไรอยู่ที่ไหน จบการศึกษาที่ไหน เมื่อไร แต่งงานแล้วหรือยังเคยทำอาชีพอะไร ก่อนที่จะมาเป็บอดี้การ์ดให้กับลูกสาวของฉัน”
“ต้องตอบทั้งหมดเลยหรือครับ” อัสนีเอ่ยพร้อมกับมองไปที่ คุณหนูมินตรา ที่ได้แต่ยิ้มหวานให้ คำถามเหล่านี้เธอก็อยากรู้เช่นกัน
“ ผมชื่อ อัสนีเมฆา์ อายุ 28 ปี เกิดที่กรุงเทพ พ่อกับแม่เป็ชาวบ้านธรรมดาท่านขายน้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ อยู่ปากซอยเทโพ ผมจบคณะแพทย์ศาสตร์ จากมหาลัยแพทย์เกียวโตบางกอก เคยเป็ศัลย์แพทย์ที่โรงพยาบาลเทพพิทักษ์ปัจจุบันถูกไล่ออก เคยสมรสกับลูกสาวเ้าของโรงพยาบาลเทพพิทักษ์ ปัจจุบันหย่ากันแล้ว”
อัสนีไม่มีปิดบังใดๆทั้งสิ้น ตอบคำถามตามความเป็จริง แล้วยิ้มออกมา แต่สีหน้าของพล.ต.ท.มนต์ชัยนั้นถึงกับขมวดคิ้ว มองหน้าลูกสาวและ อัสนีอย่างสงสัย
ส่วนคุณหนูมินตราถึงกับจ้องหน้าอัสนี แววตานั้นมีความรู้สึกที่สับสน ผิดหวัง ประหลาดใจโดยที่ไม่รู้จะเอ่ยอะไรออกมาก่อนดี
“ เป็หมอเชื่อก็บ้าแล้ว เอาบัตรประชาชนออกมา”
อัสนีนำบัตรประชาชนออกมายื่นให้ ท่านรองมนต์ชัยถ่ายรูปแล้วส่งเข้าส่วนกลางเพื่อเช็คประวัติอาชญากรรมทันที ไม่นานประวัติของอัสนีก็ปรากฏขึ้นบนจอมือถือของเขา
“เป็เื่จริงหรือนี่ นายแพทย์อัสนี เมฆา์ เขาเป็หมอจริงๆ ด้วยลูก”
พล.ต.ท.มนต์ชัยเดินเข้ามาปลดกุญแจมือทันที
แต่คุณหนูมินตรากลับเดินเข้ามาใกล้อัสนีแล้วเอ่ยว่า
“ลูกสาวเ้าของโรงพยาบาล ต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่ๆ บอกความจริงมา ทำไมถึงต้องหย่ากันหรือว่า แกล้งหย่าเพื่อวัตถุประสงค์อื่น”
“ ไม่รักกันแล้วจะอยู่ต่อทำไม”
“ จริงๆ ใช่ไหม”
อัสนีพยักหน้ามั่นใจ
คุณหนูมินตราได้ฟังก็ไม่พูดอะไรต่อขึ้นมานั่งตักของอัสนี แล้วจูบปากของเขาอย่างเร่าร้อน
จนพล.ต.ท.มนต์ชัย ถึงกับต้องทำเสียงไอดังๆขึ้นมาเพื่อขัดจังหวะของทั้งสอง
“ ลูกเป็ผู้หญิงนะจะทำตัวแบบนี้ไม่ได้นะเว้ย”
“ มินตัดสินใจแล้วต่อแต่นี้เป็ต้นไป อัสนีจะเป็แฟนกับหนู ภายใน 1 ปี พวกเราจะแต่งงานกัน”
“ อะไรนะนี่ลูกจะบ้าแล้วหรือไง” พ่อถึงกับร้องออกมาอย่างใ
ส่วนอัสนีนั้นได้แต่ถอนใจออกมา คิดในใจว่าพูดออกมาแบบนี้ได้ถามเขาหรือยังว่ายอมเป็แฟนด้วยหรือเปล่า
“ มินไม่ได้บ้ามินคิดมาดีแล้ว หรือนายไม่ชอบฉัน” คราวนี้มินตราหันมาถามอัสนีตรงๆ
“ คือว่าผมเป็แค่คนตกงาน เป็แค่ลูกจ้างของคุณหนู จะให้เป็แฟนนั้น พวกเรายังมีช่องว่างที่ห่างกันเยอะเกินไป”
“ ใช่แล้วไอ้หนูนี่มันพูดถูก ลูกอย่าเพิ่งใจร้อน”
“ความรักกันเกี่ยวอะไรกับฐานะ เื่นี้ไม่ควรช้า ความสุขของคนเรานั้นสั้นนักใครจะรู้ว่าจะตายเมื่อไร ตอนนี้อยู่ด้วยกันแล้วมีความสุข ก็ไม่ควรชักช้าอีกต่อไป
หรือว่านายจะไม่รับผิดชอบเื่คืนนั้น”
“ คืนไหนมันทำอะไรลูกพ่อ”
“ เอ่อ คือว่าไม่ใช่แค่พวกเรานอนด้วยกันเฉยๆ เท่านั้น..” อัสนีกำลังจะอธิบายแต่ก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร เพราะตอนนี้ปืนของท่านรองมนต์ชัยจ่อมาที่อกของเขาอีกแล้ว
“นี่แกมีอะไรกับลูกฉันแล้วคิดจะไม่รับผิดชอบอย่างนั้นเร๊อะ?”
“ ปะเปล่าครับท่าน”
“ ดีถ้าเช่นนั้น พรุ่งนี้พวกเธอไปจดทะเบียนสมรสกันเลย แล้วอีกสามเดือนจัดงานแต่งทันที”
“ หา”คราวนี้ทั้งอัสนีและคุณหนูมินตราร้องออกมาอย่างใ
“ หาอะไรจะรอให้ท้องโตก่อนหรือไง ฉันเป็ผช.อตร.นะเว้ย พวกแกจะให้ฉันเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”
“ คือพวกเราไม่ได้..”คุณหนูมินตราพยายามจะอธิบาย แต่ถูกพ่อตัดบท
“ ไม่ต้องพูดแล้วบอกมา หมออัสนี คุณจะรับผิดชอบลูกสาวของผมหรือไม่”
สีหน้าจริงจังแบบนี้มองไปที่คุณหนูมินตรา นึกถึงคืนวันที่นอนด้วยกัน อัสนีได้แต่พยักหน้ายอมทำตามที่ท่านรองมนต์ชัยสั่งทุกประการ
“ ดี คืนนี้พวกเธอสองคนก็นอนห้องเดียวกันฉันจะไปนอนห้องอื่นเอง ฮ่า ฮ่า ฮ่า ในที่สุดฉันก็จะได้ลูกเขยเป็หมอแล้ว”
“ อย่าไปจริงจังเลยพ่อก็เป็แบบนี้แหละ พรุ่งนี้ก็ลืมแล้ว”
“ท่านยังไม่รู้จักผมดีเลย หากว่าท่านรู้เื่ความเลวของผมท่านคงไม่ยอมรับผมเป็ลูกเขยแน่”
“ ฉันบอกแล้วว่าฉันมองคนที่ปัจจุบัน ไม่ได้มองอดีต”
“ผมเคยทำเื่ชั่วช้า เนรคุณ ยอมตัดขาดพ่อกับแม่ เพื่อให้ได้แต่งงานกับภรรยาที่มีฐานะสูงกว่า ผมเลวขนาดนี้คุณหนูยังคิดแต่งงานกับผมอีกหรือไม่”
คุณหนูมินตราถึงกับเงียบไปแต่แล้วก็เอ่ยถามไปว่า
“ ฉันอยากรู้แค่ว่าปัจจุบันคุณยังตัดขาดกับพ่อแม่อยู่หรือเปล่า”
“ ไม่ ผมกลับไปขอโทษและให้สัญญาว่าจะไม่ทำเื่ชั่วช้าแบบที่ผ่านมาอีก
และจะดูแลท่านทั้งสองไปตลอดชีวิตของพวกท่าน”
“ รู้ผิดแล้วแก้ไขฉันยอมรับได้ ไม่มีปัญหา”
“ ยังไม่หมดในวันที่ผมเกิดปัญหาเื่เงิน ผมให้แฟนคนแรกไปช่วยเคลียร์เ้าหนี้เงินกู้ให้ นับั้แ่นั้นมาผมไม่เห็นเธออีกเลยผมมันเลวยิ่งกว่าสัตว์เดรฉานเสียอีก
คุณหนูยังยอมรับผมอีกไหม”
คราวนี้คุณหนูมินตราเดินปรี่เข้ามา แล้วตบหน้าอัสนีจนหน้าหัน
“ผู้ชายเลวๆที่ทำกับผู้หญิงแบบนั้นฉันรับไม่ได้จริงๆ แม้นจะรู้ว่าผิดแล้วแก้ไขแต่นายได้ทำลายชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งที่รักนายสุดหัวใจไปจนหมดสิ้นนายจะไปไหนก็ไป”
คุณหนูมินตราพอได้ฟังเื่นี้ก็สุดจะทนทานหากขืนอยู่ด้วยกันความรู้สึกผิดต่อผู้หญิงที่บริสุทธิ์คนหนึ่งจะติดอยู่ในใจไม่มีวันจางหายเพราะรู้ว่า ความสุขที่เธอได้รับนั้นมันแลกมากับอนาคตอันสดใสของเด็กสาวคนนั้น ซึ่งต่างจากเื่ของบิดามารดาที่ยังสามารถทดแทนคุณท่านต่อไปได้เพราะว่าท่านยังคงมีชีวิตอยู่
แต่กับผู้หญิงคนนั้นไม่ว่าจะอยู่หรือตาย ก็ไม่มีวันที่ทำให้เธอกลับมาเป็เหมือนเดิมได้อีกต่อไป
คุณหนูมินตราเดินกลับเข้าห้องไปด้วยน้ำตาที่รินไหลออกมาอย่างไม่เคยเป็มาก่อนในชีวิต
อัสนีเดินออกจากห้องไปโดยที่ไม่กล้าหันกลับมามองหน้าคุณหนูมินตราอีกเช่นกัน
คืนนั้น อัสนีมาที่สนามบิน นั่งรอจนเช้ากว่าจะหาซื้อตั๋วเที่ยวแรกได้................