กรรรรร!!!
อาชาวิญญาณเขาม้วนกระโจนมุ่งหน้าไปยังทิศทางตรงข้ามด้วยความเกรี้ยวกราดกระหายเลือด สุญญะอากาศที่มันทะยานผ่านถูกเเผดเผาจนเห็นเป็นภาพพร่าเลือน
ควบผ่านไปได้ไม่เท่าไหร่ เจ้าสัตว์ปีศาจเดรัจฉานมายากลับยกขาคู่หน้าขึ้นสูงตะกุยตะกายกลางอากาศ ความป่าเถื่อนบ้าคลั่งหยุดลงราวกับถูกฉุดดึงรั้งบังเหียน ฉับพลันเศียรขนาดมหึมาที่มีคู่เขาเเหลมประดับอยู่ด้านบนค้อมลงต่ำ มันย่อเข่าขาหน้ามอบคลานเเสดงท่าทีเเสนเชื่องดั่งลูกสุนัขรู้ภาษามนุษย์ ก่อนจะเเตกกระจายตัวกลับไปเป็นสะเก็ดไฟระยับลับเลือนหายไป
" เป็นพลังสายเลือดบรรพกาลที่เเข็งเเกร่ง อีกนัยหนึ่งก็ช่างน่ารังเกียจยิ่งนัก! "
" ขอบคุณผู้อาวุโสที่ชื่นชม เชิญป้อนกระบวนท่าสุดท้าย "
เทพธิดา ' เรด้าดาราส ' ยกมืองามขาวกระจ่างราวหิมะขึ้นปาดเช็ดเลือดที่ไหลย้อยตรงมุมปาก ชุดคลุมสีดำตัวยาวที่สวมคลุมศีรษะพลิกตลบไปด้านหลัง เผยให้เห็นใบหน้างดงามบริสุทธิ์ปานภาพวาด ลำคอระหงเรียวขาวนวลเนียนน่าดึงดูด จนกิวมาโด้ที่ยืนอยู่ด้านข้างดวงตาเเทบถลน ภายในกายเต็มไปด้วยความร้อนรุ่ม
เเม้เรด้าจะใช้พลังพิเศษเเห่งขีดจำกัดสายเลือดหลบเลื่ยงอาชาวิญญานได้ดูเหมือนง่ายดาย เเต่คลื่นพลังสะท้อนกลับอันร้ายการที่ต้องเเบกรับอย่างเกินกำลัง รัวระเบิดออกมาจากภายในทำให้ร่างอรชรซวนเซ โลหิตตีกลับพลุ่งพล่านเกินควบคุม
พรึบ!
ดวงไฟมายาปรากฏขึ้นอีกครั้ง บรรยากาศมืดหม่นรอบด้านหนาวเยือกขึ้นมาทันที คราวนี้เป็นไฟเย็นสีฟ้าครามคริสตัลทอเเสงเจิดจรัส กระพริบระยิบระยับสุกสกาวดั่งเพรชยอดมงกุฎเปล่งประกายสดสวย จนเเสงพร่างพราวของดวงดาราที่ประดับบนผืนแผ่นฟ้ายังต้องอับเฉาหม่นมัว
ผ่านไปเพียงเสี้ยวอึดใจ ดวงไฟคริสตัลมีม่านหมอกควันขาวพวยพุ่งฟุ้งกำจาย ปิดกั้นการมองเห็น เเละสามารถลบปะสาทสัมผัสทางวิญญาณให้ยากเเยกเเยะตรวจสอบ
" นี่... มัน "
เมื่อหมอกควันจางหาย ม่านตาดำขลับดั่งปีกกาของเรด้าหดตัวลงกระทันหัน ความตรึงเครียดเข้าจู่โจมอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ใบหน้ากระจ่างงดงามเผยเค้าลางความหวาดหวั่นเป็นครั้งเเรก
โฮกกกกก!!!!!
" พะ... พยัคฆ์ผนึกเพลิงยะเยือก! "
กิวมาโด้ที่อยู่ด้านข้างเเทบหมดสภาพของขุลพลคะนองศึก ร่างองอาจสูงโปร่งเเข็งทื่อราวกับถูกฟ้าผ่า ดวงตาเบิกกว้างอย่างไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้พบเห็น ความท้อเเท้สิ้นหวังเข้าครอบงำจนไม่อาจสงบใจ
พญาพยัคฆราชสองเศียรราชาเหนือมวลพยัคฆ์ทั้งปวง แม้จะอาศัยอยู่โดดเดี่ยวตัวเดียวลำพังไม่รวมฝูง เเต่ความเจ้าเล่ห์ร้ายกายนับว่าอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่เเห่งนักล่า นอกจากความอาฆาตพยาบาทที่สูงเสียดฟ้าพร้อมจะอดทนติดตามล้างสังหารศัตรูคู่อาฆาตไปทุกเเห่งหน เเต่เหนืออื่นใดที่ผลักดันให้มันเป็นที่ครั่นคร้ามให้ผู้ฝึกตนต่างไม่อยากพัวพันตอเเยมากที่สุดคือพิษเพลิงน้ำเเข็งอันชั่วร้าย
พิษร้ายของพยัคฆ์ผนึกเพลิงยะเยือกคือเปลวเพลิงพลาญวิญญาณที่ถูกพ่นออกมาจากปากมหึมาทางศีรษะด้านซ้าย เเละไอน้ำเเข็งยะเยือกสุดขีดทางศีรษะด้านขวา พิษอำมหิตทั้งสองชนิดถูกกักเก็บไว้ในต่อมพิษพิเศษใต้เเผงคอที่ปกคลุมด้วยชั้นขนสีเทาปุกปุย
เมื่อมันจู่โจมศีรษะทั้งสองจะพ่นพิษร้ายกาจสองชนิดที่เเตกต่างกันสุดขั่วออกมาพร้อมกัน เปลวเพลิงร้อนลวกแผดเผากายหยาบให้สลายหายไปเป็นเถ้าได้ในชั่วพริบตา ส่วนไอน้ำเเข็งเย็นยะเยือกเข้าเเช่เเข็งดวงวิญญาณให้ยากถอดจิตหลบหนี รอโอกาสให้เจ้าพยัคฆ์ร้ายเก็บเกี่ยวกลืนกินเพื่อเสริมพลังรากฐานในขั้นวิวัฒนาการต่อไป
" อูอุ๊ หากรับมือเจ้าสัตว์เดรัจฉานตัวนี้ได้ ทุกสิ่งจะเป็นไปตามที่เจ้าร้องขอ "
" หวังว่าผู้อาวุโสจะไม่คืนคำ เชิญ... "
โฮกกกกก!!!!!
ทันทีที่พยัคฆ์ผนึกเพลิงยะเยือกพุ่งกระโจนตัดอากาศเข้ามาด้วยความเร็วปานสายฟ้าฟาด สองมือดั่งกลีบบัวของเทพธิดาไขว้กระหวัดเร่งประสานสัญลักษณ์เพื่อวาดกำกับวงเเหวนเวทย์ เหนี่ยวนำพลังยิ่งใหญ่จากสายโลหิตพิเศษที่ติดตัวมาเเต่กำเนิด
เเต่ทันใดนั้น!!
" อ๊ากกกกก!!!!! "
" กิวมาโด้เกิดอะไรขึ้น ? "
คล้อยหลังจากนั้นได้เพียงอึดใจ เสียงร้องเจ็บปวดของกิวมาโด้ดังขึ้น เมื่อหันกลับไปสีหน้าของเทพธิดาเปลี่ยนไปทันใด เพราะภาพเเปลกประหลาดที่เห็นได้สร้างความงุนงงเเก่หล่อนยิ่งนัก
ถึงเเม้ริมฝีปากของขุนพลพ่ายศึกจะร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดเเสนสาหัส เเต่เเววตาของมันกลับเหม่อลอยเเทนที่จะตื่นกลัว ร่างกายเเข็งทื่อกำลังกระตุกเเละสั่นเทา บนผิวพรรณที่ขาวผ่องปรากฏลวดลายคล้ายร้อยสักรูปหัวกระโหลกโครงกระดูกกำลังกัดกินเนื้อตัวอย่างช้า ๆ พร้อมกับไอมืดมิดเเพร่กระจายขมุกขมัว
' หืม... คำสาปสุดโลกาของเผ่าพันธุ์อมตะ! '
ไฟน้อยเมล่าสลายภาพมายาของพยัคฆ์ผนึกเพลิงยะเยือก ประกายตาสีครามคู่งามราวกับมีสายฟ้าเเล่นผ่าน จับจ้องหันมองไปยังเทียบที่ยังไม่ได้สติ
ร่างกายที่มีบาดเเผลเหวอะหวะชุ่มโชกโลหิตยังคงนอนเเน่นิ่งดั่งไม่มีอะไรเกิดขึ้น เเต่สองมือที่เปรอะเปื้อนกลับกอดกุมสินสงครามเเขนข้างนั้นของกิวมาโด้ไว้เเน่น ดวงตาคมกริบเหลือกตั้งมองเห็นเพียงลูกนัยน์ตาสีขาวขุ่น ปากกระอักโลหิตพลางบริกรรมคาถาประหลาดท่วงทำนองพิลึกสับสน
เหนือขึ้นไปบนร่างสิ้นสติ ผืนฟ้ามืดมิดราวกับถูกฉีกกระชาก ภายในฉายภาพมายาปรัมพิธีเก่าเเก่โบราณ เดี๋ยวหายลับเดี๋ยวปรากฏดั่งควันธูปเทียนเลือนลางไร้ขอบเขตราวกับอยู่ในโลกอีกใบ
ท่ามกลางผืนดินว่างเปล่าวังเวง ปรากฏสายฟ้าสีเลือดโหมกระหน่ำลงมายังบ่อโลหิตอัศจรรย์ทั้งเก้าที่วางล้อมรอบปรัมพิธีอย่างไม่ขาดสาย ใจกลางพิธีมีเเท่นหยกเเปดเหลี่ยมที่สลักอักขระโบราณประหลาดดูเลือนราง บนเเท่นมีโครงกระดูกสีดำทมิฬถูกเขียนกำกับด้วยลวดลายยึกยือสีทองอร่ามเรืองรองไว้ทั่วร่าง ข้างเเท่นหยกเย็นเเปดเหลี่ยมมีบุคคลผู้หนึ่งมองไม่เห็นใบหน้าสวมชุดคลุมสีม่วงเย็บปักลวดลายนัยน์ตาสวรรค์ร้อยเนตรน่าพรั่นพรึงยืนอยู่โดดเดี่ยว
สองมือเเห้งเหี่ยวของบุคคลปริศนาในภาพเกี่ยวกระหวัดยุ่งเหยิงดั่งคอยตรึงโครงกระดูกเอาไว้ เสียงสวดส่งบริกรรมคาถาพิสดารที่ขับกล่อมออกมา ฟังดูเเล้วชวนให้รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวอย่างบอกไม่ถูก
' ไม่น่าเชื่อว่าเจ้าเด็กน้อย ' มารตรัยเนตร ' จะมีคำสาปของเผ่าพันธุ์อมตะโบราณไว้ในครอบครอง '
หลังเว้นช่วงเล็กน้อยดวงเนตรสีไพลินวาวโรจน์ประดุจดั่งดวงดารา เมล่าเเค่นเสียงเย็นชาเเล้วกล่าวต่อ ' นับว่าเเรงอาฆาตของเจ้าหนุ่มบ้าเลือดช่างรุนเเรงยิ่งนัก ขนาดหมดสติเจียนตายดวงจิตยังสามารถสร้างอันตรายให้เจ้าหน้าขาวได้อีก ได้การ... ถือว่าเป็นบุญที่สั่งสมมาสิบชาติของเจ้าเเล้วกัน! '
อ็ากกกกก!!!!!
" นี่มันคำสาปอะไรกัน รอยสักกระดูกดำที่ปกคลุมอยู่ราวกับมีชีวิต พวกมันกัดกินเลือดเนื้อเเละวิญญาณอย่างช้า ๆ ราวกับต้องการทรมานกิวมาโด้ให้ตายทั้งเป็น "
ภายใต้สายตาตื่นกลัวของเรด้า ประกายท้อเเท้สิ้นหวังเริ่มเผยออกมาให้เห็นอย่างยากอำพรางปิดบัง
" อูอุ๊ นี่คือคำสาปโบราณของเผ่าพันธุ์อมตะที่สาบสูญ ' สุดโลกา ' คือนามที่น่าครั่นคร้ามของมัน เมื่อผู้ใดต้องคำสาปนี้ดวงวิญญาณราวกับถูกเข็มเเหลมอาบด้วยพิษลนด้วยไฟร้อนเเรงทิ่มเเทง กายหยาบเลือดเนื้อจะถูกไอมืดทมิฬกัดกร่อนที่ละนิดจนเหี่ยวเเห้งอย่างช้า ๆ แม้จิตใจของเจ้านั่นจะเเข็งเเกร่งเเค่ไหน อีกไม่นานก็จะเริ่มผุพังสิ้นหวังถึงอยากตายก็ยังทำไม่ได้ "
" ก่อนอื่นข้าน้อยขอขอบคุณผู้อาวุโสที่ระงับการโจมตี ไม่ทราบว่า... ไม่ทราบว่าผู้สูงศักดิ์เช่นผู้อาวุโสมีวิธีเยียวยาหรือไม่ หากผู้อาวุโสยินดีช่วยเหลือ ต่อให้ภายหน้าต้องบุกน้ำลุยไฟข้าน้อยย่อมไม่บ่ายเบี่ยง "
เป็นครั้งเเรกที่เรด้าร้องขอบางสิ่งจากผู้อื่น อีกทั้งยังเป็นตัวตนที่ยืนอยู่ฝ่ายตรงกันข้าม เเต่กิวมาโด้คือคนสนิทของท่านจอมพลที่หล่อนยากละเลย ยามนี้ขอเเค่ยื้อเวลาชีวิตให้กลับไปยังดินเเดนรกร้างได้ เรื่องอื่นย่อมมีหนทางเเก้ไข
" กลั่นเเก่นโลหิตทองคำของเจ้าให้ข้าหนึ่งหยด เพื่อเเลกกับวิธีบรรเทาพิษ "
" ตกลง "
ฟันขาวกระจ่างดั่งไข่มุกเรียงสวยของเรด้าขบริมฝีปากล่างเล็กน้อย เมื่อบรรจุหยดโลหิตทองคำไว้ในขวดเเก้วเสร็จสิ้น ขวดถูกโยนไปยังทิศทางหนึ่งก่อนจะกระเพื่อมหายไป
" ง่ายมาก... ชื่อของมันคือสุดโลกา เเค่เจ้าพาเจ้าหน้าขาวออกจากดินเเดนสมรภูมิทุกอย่างย่อมกลับคืนมาดังเดิม อูอุ๊ อูอุ๊ "
เทพธิดาเจ้าเสน่ห์ถึงกับอ้าปากค้าง ไม่คาดคิดว่าวิธีเเก้พิษจะง่ายดายปานนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับเเก่นโลหิตทองคำเเสนล้ำค่าของนางด้วยเเล้ว นับว่าการค้าครานี้ขาดทุนย่อยยับ
" ขอบคุณผู้อาวุโสที่ชี้เเนะ "
ก่อนที่เทพธิดาจะเปิดมิติหอบพากิวมาโด้กลับไป กลับมีเสียงเเหบพร่ากังวานขึ้น
" เเล้วของสิ่งนี้เจ้ายังต้องการอยู่หรือไม่ "
ป้ายอาญาสิทธิ์กระโหลกร้อยโซ่ บินมาหน้าหล่อนอย่างรวดเร็วไม่ทันตั้งตัว
" ไม่ทราบผู้อาวุโสมีเงื่อนไขใด "
" ภายภาคหน้าจงรับปากทำการให้ข้าเรื่องหนึ่ง เเต่เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวล ข้าจะไม่ฝืนใจบังคับ เเละผิดทำนองคลองธรรมอันชั่วร้ายเเน่นอน อูอุ๊ อูอุ๊ "
เทพธิดาคว้าป้ายอาญาสิทธิ์ จากนั้นหล่อนเร่งนำตัวกิวมาโด้ผ่ามิติจากไปทันที...