“ น้องกุ้งวันนี้ตัวข้าก็….. ”
“ ลูกปิงหยวนนนนนนนนนนนน ”
ป้ากุ้งร้องะโเสียงดังลั่นนนนนนนนนน
กวางเส้าที่กำลังจะบอกกับฮูหยินกุ้งว่าวันนี้ตัวเค้าก็ยังไม่เจอลูกทั้งสองแต่ยังพูดไม่ทันจบอยู่ๆฮูหยินกุ้งก็ได้ะโชื่อลูกปิงหยวนออกมา เท่านั้นยังไม่พออยู่ๆ ฮูหยินกุ้งก็ได้ทิ้งไม้กวาดภายในมือก่อนที่จะวิ่งสวนตัวเค้าออกไปหน้าบ้านโดยไม่สนใจเค้าอีกเลย
เค้าทำได้เพียงหันหลังกลับไปดูว่าภาพข้างหลังเค้ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ กวางเส้าเริ่มค่อยๆหันหลัง และภาพที่เค้าเห็นนั้นมันทำให้ตัวของเค้าตกตะลึงและมีความสุขภายในใจ ความเศร้าตลอด 1 เดือนที่ผ่านมาของเค้าหายไปเป็ปลิดทิ้ง ตอนนี้ฮูหยินกุ้งได้ร้องไห้เหมือนคนขาดสติพร้อมกับโอบกอดลูกชายปิงหยวนอยู่ แต่สิ่งที่แปลกในสายตาของกวางเส้าที่เค้าเห็นในตอนนี้ ก็คือคนข้างๆ ของลูกชายปิงหยวนตอนนี้กลับไม่ใช่ลูกชายฉีิของเค้า
“ ลูกปิงหยวนไหนเ้าบอกจะกลับมากินมื้อเย็นกับที่บ้านไงลูก ฮื้อๆ แล้วฉไหนถึงได้หายไปเป็เดือนอย่างนี้ละ ฮื้อๆ ”
ฮูหยินกุ้งยังร้องไห้ด้วยความขาดสติไม่หยุดแต่พอนึกถึงประโยคนี้ขึ้นมาได้สติของเค้าก็เริ่มกลับมาอีกครั้ง เพราะเค้าพึ่งนึกได้ว่าประโยคที่พูดนี้นั้นมันไม่ใช่คำพูดที่มาจากลูกชายปิงหยวนแต่มาจากลูกชายฉีิของเค้า
เมื่อคิดได้แบบนี้ฮูหยินกุ้งจึงได้มองบริเวณรอบๆ ตอนนี้นั้นเองที่ฮูหยินกุ้งถึงได้สังเกตเห็นบุคคลที่ยืนอยู่ข้างๆลูกชายปิงหยวนของเค้า เค้าเป็ชายวัยกลางคนคนนึงรูปร่างสมส่วนดูมากด้วยบารมี แต่ฮูหยินกุ้งก็ไม่ได้คิดสนใจ ตอนนี้ในหัวของเค้ามีแต่คำถาม ?
“ ลูกปิงหยวนแล้วไหนลูกฉีิล่ะวันนั้นเ้าไปด้วยกันสองคนไม่ใช่หรือ ? ”
ฮูหยินกุ้งที่ตั้งสติได้เริ่มพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสงสัยปนมีความคาดหวัง
“ พี่ฉีิเค้า เค้าไปสบายแล้วขอรับท่านแม่ ”
“ ฮื้อๆ ลูกปิงหยวนมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ”
ฮูหยินกุ้งเมื่อได้รับฟังตัวเค้านั้นแทบเป็ลมกวางเส้าเห็นอย่างนี้จึงต้องรีบวิ่งเข้ามาเพื่อประคองร่างของฮูหยินกุ้ง
“ เ้าช่วยเล่าให้…… ”
โบ๊ะ !!!
กวางเส้าที่มีสติกำลังจะบอกให้ลูกปิงหยวนเริ่มเล่าโดยละเอียดแต่ยังพูดไม่ทันจบ อยู่ๆชายวัยกลางคนที่มากด้วยบารมีคนนั้นก็ได้ใช้มือตบหัวลูกชายปิงหยวนของเค้าต่อหน้าเค้าอย่างแรง
“ โอ้ย !!! ” เสียงร้องของปิงหยวนดังออกมา
เมื่อกวางเส้าเห็นลูกปิงหยวนของเค้าถูกทำร้าย ตัวของเค้านั้นจึงได้ปล่อยพลังรวบรวมปราณขั้น 8 ของเค้าออกมาใส่ชายวัยกลางคนผู้นั้น
“ ท่านพ่อหยุด !!!! ” เมื่อเด็กน้อยปิงหยวนเห็นแบบนี้ เด็กน้อยปิงหยวนก็ใและตัวเค้านั้นก็ได้ะโบอกท่านพ่อของเค้า แต่ก็ไม่ทันแล้วเพราะคลื่นพลังที่ปล่อยออกมาได้มาถึงตัวชายวัยกลางคนผู้นั้นแล้ว
ย้อนกลับไปเมื่อ 2 วันก่อน
ภายในค่ายกล 5 ดารารวมปราณเด็กน้อยปิงหยวนได้พยายามอย่างถึงที่สุดเพื่อดึงลมปราณในค่ายกลเข้าไปภายในร่างกายเพื่อกักเก็บไว้ในจุดตันเถียนให้ได้มากที่สุด พร้อมกับฝึกตนตาม วิชาการฝึกตนระดับ 1 ดาวบทที่ 1 ์สรรค์สร้างเพื่อที่ตัวของเค้านั้นจะสามารถบรรลุขั้นรวบรวมลมปราณได้
12 ชั่วโมงผ่านไป
“ อีกเพียงนิดเดียว ข้าจะไม่ยอมแพ้ ” ตอนนี้ภายในค่ายกลสีหน้าของเด็กน้อยปิงหยวนเริ่มบิดเบี้ยวตัวเค้านั้น แม้จะสามารถดูดซับลมปารณที่หนาแน่นกว่าเดิม รวมทั้งได้ฝึกตนตามเคล็ดวิชา์สรรค์สร้าง วิชาที่แข็งแกร่งของจักพรรดิสรรค์ฉีิแต่ด้วยตัวเค้านั้นพึ่งเริ่มฝึกตนเค้าจำเป็ต้องใช้เวลาในระดับหนึ่งเพื่อให้เส้นลมปราณของเค้านั้นปรับตัวได้ไม่เช่นนั้นมันจะสร้างความทรมาณและเสี่ยงที่เส้นลมปราณฉีกขาดแม้จะไม่ได้พิการถึงขั้นไม่สามารถฝึกตนได้แต่มันก็ต้องใช้เวลาในการรักษาที่นานพอสมควร
แต่เด็กน้องปิงหยวนหาได้สนใจเค้ามองว่ามันไม่มีเวลาแล้ว ถ้ามัวคอยให้เส้นลมปราณปรับตัวได้เมื่อถึงตอนนั้น 1 วันก็จะได้ผ่านพ้นไปนั้นหมายถึงอะไร นั้นหมายถึงว่ากว่าเค้าจะแข็งแกร่งขึ้นมันก็ต้องใช้เวลานานขึ้นยังไงละ
“ ข้าจะไม่ยอม ”
22 ชั่วโมงผ่านไป
จักพรรดิสรรค์ฉีิที่นั่งอยู่ภายในค่ายกลทุก่เวลาที่ผ่านมานั้นเค้าสามารถมองเห็นเด็กน้อยปิงหยวนได้อย่างชัดเจน ตอนนี้เด็กน้อยปิงหยวนมาถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้วในการรวบรวมลมปราณเข้าไปกักเก็บในตันเถียนเพื่อบรรลุ ขั้นรวบรวมปราณขั้นที่ 1 แต่เหมือนจะมีอะไรติดอยู่บางอย่าง เป็บางอย่างที่เด็กน้อยปิงหยวนไม่เข้าใจ
“ อีกเพียงนิดเดียว !!!! ”
เด็กน้อยปิงหยวนกัดฟันพูดออกมาตอนนี้เส้นลมปราณของเค้าแทบรับไม่ไหวแล้วน้ำตาของเด็กน้อยเริ่มไหลออกมา มันไหลออกมาเป็สีเืมันไม่ได้เกิดจากความอ่อนแอของเด็กน้อยปิงหยวนแต่ร่างกายมันรับไม่ไหวมันจึงปรากฎปฎิกิริยาออกมาแบบนั้น
“ รากฐานที่มั่นคง ” จักพรรดิ์เอ่ยออกมาเบา ๆ
5 นาทีต่อมาฟุบ
“ ข้า!!!! ข้า!!! ข้าบรรลุแล้ว ท่านพี่ฉีิขอบคุณท่านมากขอรับ ”
เด็กน้อยปิงหยวนกล่าวออกมาหลังจากบรรลุขั้นรวบรวมปราณขั้นที่ 1 เมื่อกี้ตอนเค้ารวบรวมลมปราณ รวมทั้งฝึกตนตามเคล็ด์สรรค์สร้างนั้น ตัวเค้ารวบรวมลมปราณมาฝึกมากเท่าไหร่แต่ก็ไม่สามารถบรรลุขั้นที่ 1 ได้แต่เมื่อได้ฟังคำกล่าวของพี่ชายฉีิมันทำให้เค้านึกออกถึงใจความสำคัญของวิชาการฝึกตน์สรรค์สร้าง
นั้นก็คือการทำรากฐานให้มั่นคงเมื่อคิดได้เค้าจึงได้หยุดรวบรวมลมปราณแต่เริ่มทำให้ปราณที่อยู่ในร่างกายนั้นบริสุทธิขึ้นก่อนส่งมันให้โคจรตามเส้นลมปราณสุดท้ายเมื่อลมปราณในร่างที่บริสุทธิขึ้นนั้นวนจนเข้าไปอยู่ในจุดตันเถียนเค้าจึงได้บรรลุขั้นรวบรวมปราณ ขั้นที่ 1 สำเร็จ
โบ๊ะ !!!
“ เ้ายังจะมาขอบคุณข้าทำมะเขืออะไร ข้านั้นเป็ทั้งพี่ชายของเ้าและก็เป็อาจารย์ของเ้าด้วย เข้าใจหรือไม่ทีหลังไม่ต้องขอบคุณข้าแล้ว”
จักพรรดิสรรค์ฉีิใช้มือของเค้าโบ๊ะไปที่หัวของเด็กน้อยปิงหยวนด้วยความเอ็นดู
“ ข้าเข้าใจแล้วขอรับท่านอาจารย์ ” เด็กน้อยปิงหยวนพูดพร้อมลูบหัวของเค้าด้วยความเ็ป
*เอ็นดูแบบใดดด