ลู่เหวินเหยานึกย้อนไปถึงเมื่อครั้งยังไม่แยกบ้านต้องพักอาศัยอยู่ในบ้านของปู่และย่าโดยมีเพียงเรือนหลังเล็กๆที่มีห้องโถงหนึ่งห้องห้องนอนสองห้อง
เรือนหลังน้อยนี้ทำมาจากไม้ไผ่ที่พ่อของเขาต้องเข้าไปที่ป่าหลังหมู่บ้านตัดและแบกหามมาเองหลังคาและผนังต้องบุด้วยเศษหญ้าเศษใบไม้ เพื่อกันลมและฝนในวันที่มีพายุของกระหน่ำ
แต่พี่น้องคนอื่น ๆของบิดาเขานั้นหรือจะเรียกว่าบรรดาลุงและอา ๆของเขาไม่ได้อาศัยอยู่ในเรือนโกโรโกโสเช่นเดียวกับครอบครัวของพวกเขา
เพราะปู่กับย่าให้เหตุผลว่า พวกเขาเป็ครอบครัวที่สามและมีลูกชายควรจะแยกเรือนกัน ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้ฟังแล้วสมเหตุสมผลอย่างใดแต่บิดาของเขานั้นเป็คนที่กตัญญูมากที่สุด
ท่านย่าว่าอย่างไรเขาก็ว่าตามนั้นยอมยากลำบากมากกว่าพี่น้องคนอื่นๆโดยไม่ปริปากบ่นแม้สักคำ
พี่น้องคนอื่น ๆของพ่อเขาทั้งหมดอยู่รวมกันในเรือนใหญ่ของปู่และย่า มีห้องส่วนตัวเป็ของตัวเองทำมาจากไม้เนื้อแข็งอย่างดีปิดมิดชิด
หากจะนับเพียงครอบครัวของเขาก่อนหน้านี้พวกเขาทุกคนล้วนต้องทำงานหนักให้บ้านใหญ่ ไม่มีรอยยิ้มไม่มีเวลาแม้จะพูดคุยกันเช่นนี้
ต่างคนต่างก้มหน้าก้มตาเร่งทำงานในมือให้เสร็จโดยไวเพื่อ้าพักผ่อนโดยเร็ว
ส่วนเขาหลังจากช่วยงานในบ้านแล้วก็ต้องรีบกลับมาอ่านหนังสือก่อนที่แสงแดดจะหมด เมื่อแสงหมด เขาก็ไม่สามารถจะอ่านหนังสือได้อีกถึงแม้ว่าจะมีตะเกียงแต่ก็ไม่สามารถจุดมันมาใช้ได้
สาเหตุก็เป็เพราะการจุดตะเกียงอ่านหนังสือตอนกลางคืนคือความสิ้นเปลืองหากย่าของเขาเห็นเข้าหรือมีใครสักคนปากสว่าง ครอบครัวเขาก็จะถูกกลั่นแกล้งให้งานเพิ่มบ้าง ลดกับข้าวลงบ้างย่าเขาบอกว่าเพื่อชดเชยค่าน้ำมันตะเกียงที่เขาใช้อย่างสิ้นเปลือง
ส่วนจ้าวอิงอิงภรรยาผู้ร้ายกาจและเกียจคร้านคนนี้หลังแต่งเข้ามาก็มิได้ช่วยเหลืออันใด วันๆ มีแต่หาเื่ปะทะกับพวกญาติ ๆของเขาเื่ไม่แบ่งของกินบ้าง บ้านใหญ่ให้ของกินน้อยไปบ้าง
บางคราก็เดินโอ้อวดชุดใหม่หรือหากนางว่างเกินไปก็จะหันมาหาเื่เขา ที่ไม่ยอมนอนห้องเดียวกัน ไม่ก็ดุด่าเสี่ยวเป่าเพื่อเรียกร้องความสนใจ
แต่มีอยู่เื่หนึ่งที่นางไม่ให้ใครรู้เลยคือของกินที่นางแอบซ่อนไว้ในตู้ของนางเขารู้ว่าข้างในตู้ของนางนั้นมีทั้งเงินที่มารดาของนางให้มา
ข้าวสาร เนื้อตากแห้งแป้งสำหรับทำอาหาร ขนมต่างๆแม้แต่น้ำผึ้ง นางก็มีเช่นกัน ถึงเขาจะรู้ก็ไม่ได้สนใจข้าวของของนางแต่อย่างใด
แต่ภาพของภรรยาและลูกชายที่เขาเห็นอยู่ตรงหน้าตอนนี้ช่างดีเหลือเกินบรรยากาศเช่นนี้นี่แหละที่เรียกว่าบ้าน
‘เอ๋….ภรรยาหรือนี่เขาถึงกับคิดว่านางเป็ภรรยาหรือเนี้ย’
‘ใช่นางเป็ภรรยาเขาเป็แม่ของลูกเขาหากนางเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ เขาก็จะไม่ไล่นางไป อย่างน้อย ๆก็เพื่อลูกชายของเขา’
‘แต่นิสัยของนางแย่มากขนาดนั้นจะเปลี่ยนได้ภายในเวลาไม่นานได้จริงๆหรือ ไม่แน่นี่นางอาจจะมีแผนการบางอยู่ก็เป็ได้ นางมันเป็พวกเ้าแผนกานอยู่แล้ว’
ระหว่างที่เขากำลังถกเถียงอยู่กับตัวเองนั้นก็ไม่รู้ตัวเลยว่าสายตาของเขานั้นจับจ้องไปที่ร่างของจ้าวอิงตลอดเวลาจนทำให้ผู้ถูกมองรู้ตัวแล้ว
จ้าวอิงรู้สึกถึงสายตาร้อนแรงจึงหันมามองทั้งคู่สบตากันสายตาที่ประสานกันมีทั้งสงสัยและใเมื่อรู้สึกตัวพวกเขาก็หันหน้าออกไปคนละทาง
“ั้แ่อาอิงจมน้ำครั้งนั้น ตอนที่ย้ายมาอยู่บ้านนี้ใหม่ ๆนางก็เปลี่ยนไปราวกับเป็คนละคนกันเลย นางเปลี่ยนไปเป็เื่ที่ดีนางมีนิสัยใจคอดีขึ้นยิ่งนัก ที่บ้านเรายืนหยัดมาได้ถึงตอนนี้ก็เพราะนางและนางยังงดงามมากใช่ไหมล่ะ”
จางซื่อกล่าวยิ้มๆ
ลู่เหวินเหยาที่ได้ฟังกลับขมวดคิ้วถามว่า
“นางจมน้ำหรือขอรับเสี่ยวเป่าตกน้ำด้วยหรือไม่”
“ไม่เสี่ยวเป่าไม่ได้ตกน้ำไปกับนางวันนั้นนางพาเสี่ยวเป่าไปซื้อของที่บ้านของปู่เซี่ยหน้าหมู่บ้านแต่ไม่รู้ยังไงเดินไปที่แม่น้ำแล้วพลัดตกลงไป
ดูเหมือนว่าหมดลมหมดสติไปแล้วแต่เสี่ยวเป่าเขย่าตัวนางจนสำลักน้ำออกมาถึงรอดมาได้เื่ราวก็ไม่รู้ชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้น
จริงสินางบอกว่าผ่านความตายมาแล้วครั้งหนึ่งนางจึงเห็นความสำคัญของชีวิตและปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อเสี่ยวเป่านี้แหละ”
จางซื่อบอกเขา
ลู่เหวินเหยาคิดตามแล้วให้ขมวดคิ้วแน่นแต่มิได้เอ่ยสิ่งใด เพียงฟังเงียบๆ เมื่อเห็นจางซื้อลุกขึ้นนำหญ้าที่ถอนไว้ไปกองรวมกันข้างๆ
เขาจึงลูกขึ้นเดินไปช่วยพ่อลู่รดน้ำอีกแรง
เพราะมีคนมาช่วยงานเพิ่มวันนี้พวกเขาจึงเสร็จงานเร็วกว่าปกติ
“เสี่ยวเป่าวันนี้เก่งมากตอนนี้ตามท่านพ่อไปล้างมือแล้วกินข้าวกัน”
จ้าวอิงบอก
“ขอรับ”
เสี่ยวเป่าพยักหน้าแล้วหันไปจูงมือลู่เหวินเหยาไปทางอ่างสำหรับล้างมือล้างเข้าข้างบ่อน้ำแล้วล้างมือพร้อมกัน
จ้าวอิงเข้าครัวไปตั้งหม้อต้มน้ำสำหรับอาบไว้ หนึ่งหม้อใหญ่ๆ จากนั้นก็อุ่นอาหารที่เตรียมไว้แล้ว
นางยกสำรับเดินออกมาจากห้องครัวเกือบชนเข้ากับลู่เหวินเหยาที่เดินสวนทางเข้ามาในครัว
นางใถ้ายเกือบจะร่วงออกจากมือนางลู่เหวินเหยารีบเห็นดังนั้นก็รีบรับของจากมือนาง จับไว้ให้มั่นคง
“ระวังหน่อยมันร้อนมาก ข้ายกไปเองเ้าไปนั่งเถอะ”
ลู่เหวินเหยาพูดอย่างไม่เป็ธรรมชาติอยู่บ้าง
จ้าวอิงมิได้ขัดอันใดแต่ยามที่นางเห็นลู่เหวินเหยาพลิกตัวและยื่นมือมารับถ้วยจากนางนั้นรวดเร็วยิ่ง
‘อืมไม่ใช่นักศึกษาไก่อ่อนเสียด้วยเป็คนที่ฝึกร่างกายมา อย่างน้อยก็มีความคล่องแคล่วว่องไวอยู่มาก’
“ไม่เป็ไรยังมีอีกหลายจานต้องยกไป”
จ้าวอิงตอบ
แล้วนางก็หันกลับเข้าครัวยกแกงออกมาอีกสองอย่าง เดินออกไปห้องโถงพร้อมกัน หลังจัดวางของทั้งหมดลงโต๊ะแล้วทุกคนนั่งลงเริ่มกินข้าวกัน
ลู่เหวินเหยาสังเกตปฏิกิริยาของทุกคนแล้วไม่มีความตื่นใอันใดกับอาหารจานเนื้อทั้งหลายบนโต๊ะและเริ่มกินกันอย่างเป็ธรรมชาติ ดูท่าแล้วระหว่างที่เขาจากบ้านไปคงพลาดไปหลาย ๆอย่าง
“เสี่ยวเป่าดื่มน้ำแกงปลาก่อน”
จ้าวอิงยื่นถ้วยน้ำแกงที่มีสีขาวขุ่นให้เสี่ยวเป่า
“แฮะๆ ท่านแม่เสี่ยวเป่าลืมขอรับ”
เสี่ยวเป่าหัวเราะแห้งๆพร้อมยกน้ำแกงปลาดื่มอย่างว่าง่าย
“เสี่ยวเป่าคงเบื่อน้ำแกงปลาแล้วไว้แม่หาซื้อแพะได้เมื่อไหร่แม่จะทำนมแพะอร่อยๆ ให้ดื่มนะ แต่ตอนนี้เสี่ยวเป่าต้องดื่นน้ำแกงปลาก่อนไม่งั้น……”
“ไม่งั้นเสี่ยวเป่าจะตัวเล็กไม่สูงเหมือนท่านพ่ออื้ม ๆ เสี่ยวเป่าไม่ดื้อแล้ว”
จ้าวอิงยังไม่ทันจะพูดจบก็ถูกเสี่ยวเป่าแย่งพูดเสียแล้ว
ความน่ารักของเสี่ยวเป่าเรียกเสียงหัวเราะจากปู่ย่าอีกครั้ง
เมื่อลูกชายดื่มน้ำแกงของเขาจนหมดแล้วจ้าวอิงจึงหันไปตักน้ำแกงไก่ส่งให้ทุกคนต่อ
“ในเมื่ออาเหยากลับมาแล้วพรุ่งนี้พ่อจะเข้าป่าไปดูกับดักเองแล้วกัน อาอิงกับอาเหยาเข้าไปส่งสมุนไพรกันเถอะจะได้ซื้อข้าวของกลับมาด้วย เดี๋ยวพ่อจะไปบ้านถังเสียนหน่อยว่าเขาเข้าไปที่ตำบลหรือไม่ จะได้ให้แวะมารับพวกเ้าด้วย”
พ่อลู่บอกกล่าวระหว่างกินข้าว
จ้าวอิงได้ฟังแล้วก็หันไปหาจางซื่อ
“ท่านแม่ก็ไปด้วยกันสิเ้าคะท่านจะได้ไปซื้อของด้วยกัน”
จางซื่อทำหน้าลำบากใจถึงแม้เมื่อกลางวันนางจะฮึกเหิม แต่ตอนนี้นางเริ่มกลัวคนมากอีกแล้ว
“อาอิงพาเสี่ยวเป่าไปกับอาเหยาเถอะแม่จะเฝ้าบ้านเอง”
“ท่านแม่ไปเถอะขอรับให้ท่านพ่ออยู่บ้านก็ได้ ไว้พวกเรากลับมาแล้วค่อยเข้าไปดูกับดัก”
ลู่เหวินเหยาเกลี้ยกล่อมต่อเขายังไม่อยากไปไหนกับจ้าวอิงอิง
“ท่านย่าไปเถอะข้าอยากไปกับท่านย่า”
“โถ่เสี่ยวเป่าไม่อยากไปกับแม่นี้เอง ใช้สิมีท่านย่าแล้วลืมแม่”
จ้าวอิงแกล้งหยอกเสี่ยวเป่าซึ่งเสี่ยวเป่าเหมือนจะชินชาที่โดนท่านแม่แกล้งแล้วจึงหันไปหาลู่เหวินเหยาแล้วบอกว่า
“ท่านแม่ก็มีท่านพ่อแล้วเดี๋ยวท่านแม่ก็ลืมเสี่ยวเป่า”
พร้อมทำท่าขยิบตาเลียนแบบจ้าวอิง
“ฮ่า ๆ”
ทุกคนต่างหัวเราะออกมายกเว้นลู่เหวินเหยาที่ทำเพียงยิ้ม ๆ เท่านั้น
หลังจากจบมื้ออาหารทุกคนแยกย้ายกันไป ลู่เหวินเหยาเดินมาช่วยจ้าวอิงและเสี่ยวเป่าล้างจาน
“ท่านไม่ต้องช่วยหรอกนี่ใกล้จะเสร็จแล้ว”
จ้าวอิงบอก
จริงๆแล้วนางยอมรับเื่สามีได้แล้วเพียงแต่ต้องปรับตัวอยู่บ้าง
“ไม่เป็อันใดเ้าเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ไปอาบน้ำเถอะที่เหลือข้าทำเอง”
ลู่เหวินเหยาบอก
จ้าวอิงก็ไม่ได้ขัดวันนี้นางเหนื่อยแล้วจริงๆ จึงพาเสี่ยวเป่าไปอาบน้ำ หลังแต่งตัวให้เสี่ยวเป่าเสร็จนางให้เขานั่งทบทวนอักษรที่เรียนเมื่อวาน
ส่วนนางก็ไปอาบน้ำเช่นกันปกตินางจะแอบไปอาบน้ำในกระท่อมลับห้วงมิติเพราะที่นั้นมีทั้งห้องอาบน้ำแบบสมัยใหม่ มีครีมอาบน้ำ แชมพู รวมถึงสครับขัดผิวพร้อมให้ใช้งานได้แบบไม่มีวันหมด
แต่วันนี้มีลู่เหวินเหยาเพิ่งถึงบ้านมานางจึงอาบน้ำที่ห้องน้ำนอกบ้าน เมื่อเดินเข้าไปลองแตะๆดูน้ำพบว่าน้ำอุ่นถูกผสมไว้แล้ว น่าจะเป็ลู่เหวินเหยาที่เติมน้ำร้อนไว้ให้
‘หื้ม….ช่างรู้จักเอาใจ’
นางจับ ๆลูบ ๆ ใบหน้าที่ตอนนี้ไม่มีสิวหัวช้างหัวหนองอีกแล้วรอยด่างดำก็จางหายไปเกือบทั้งหมด หากใช้รองพื้นหรือคูชั่นแตะบางๆก็ไม่เห็นแล้ว
คิดได้เช่นนี้นางก็พลันคิดเข้าข้างตัวเองหรือว่าตอนนี้นางสวยแล้วเขาจึงตกหลุมรักนาง แบบรักแรกพบหรือปล่าวนะ
‘บ้าบอจ้าวอิงหล่อนทำเป็ไม่เคยไปได้’
นางด่าตัวเองในใจ
แต่จะว่าไปแล้วสามีนางคนนี้หน้าตาดีเช่นกันเป็ซุปเปอร์โมเดลดี ๆ นี้เอง ฮ่า ๆ ไม่ต้องหาสามีเองแถมได้สามีระดับซุปตาร์มาอีก
‘์ท่านช่างดีกับข้าจริงๆ’
นางตบ ๆ หน้าตัวเองแล้วรีบอาบน้ำอย่างเริงร่าเพียงลงแช่น้ำไม่นานนางก็คิดได้
เอ๊ะ!!!!
คืนนี้เขาต้องนอนร่วมเตียงกับนางนี่แล้วนางต้องทำตัวอย่างไร
ไล่เขาออกไปนอนห้องหนังสือ? ก็ไม่ได้
ปูผ้านอนข้างเตียง? ไม่ๆ ๆ อันนี้ไม่เหมาะอย่างแรง
เห้อ..ช่างเถอะ ใครใช้ให้เขาเป็สามีนางเล่า
สามีนางก็หล่อเหลาใช่ย่อยนี่น่านางคิดมาตลอดว่าไอดอลที่นางติดตามว่าหล่อเหลาแล้ว เจอสามีคนนี้ของนางเข้าไปนางใจละลายแล้วจริง ๆ ์ขอบคุณที่ส่งสามีสุดหล่อมาเ้าค่ะ
แล้วถ้าเื่อย่างว่าละชาติก่อนก็ใช่จะไม่เคยถึงจะไม่มีคนรักแต่ก็มีคู่ขาอยู่บ้างแถมร่างนี้หน้าอกหน้าใจคัพดีเลยนะนั้น
แม่เ้าโว้ย!นอกจากหน้าตาที่เหมือนชาติก่อนของนาง
ก็มีไฟหน้านี่หล่ะที่ดีกว่าชาติก่อนมากโขหึ หึ
ระหว่างที่นางพร่ำเพ้อพรรณนาเข้าข้างตัวเองอยู่นี้ หารู้ไม่ว่าตอนนี้บ้านของนางที่อยู่ช่องเขาไม่มีแม้แต่เพื่อนบ้านสักหลัง
กำลังถูกจับจ้องด้วยสายตาสองคู่ แต่สองคนที่เป็เ้าของสายตาสองคู่นี้เพียงนอนเอกเขนกอยู่บนต้นไม้หากพวกเขาไม่ขยับคนธรรมดาไม่มีทางเห็นแน่นอนว่ามีคนแอบซ่อนอยู่ตรงจุดนั้น
•─────❅❀❅─────•