Danger area : เขตก่อการรัก [จบ]

    เล่มที่ 2 บทที่ 34 ฉันถึงขนาดให้ดูรูปศัตรูหัวใจแล้ว 2


            “ถ้าฟังไม่รู้เรื่องก็ตัดทิ้งไปเลยแล้วกัน” ชย่าลิ่วอีพูดเยาะเย้ยอย่างเย็นชา

            “ผมพูด ผมพูด ผมพูดแล้ว…” อันธพาลอีกคนร้องไห้เสียงดัง “ผม…”

            จากนั้นเสียงของเขาก็หยุดลงชย่าลิ่วอีมองตามสายตาของอันธพาลคนนั้นไป กระทั่งเห็นมีดสปริงจ่ออยู่ที่คอของเหอชูซานเขาถูกผลักให้เดินเข้ามาใกล้

            อันธพาลคนที่สามมีรูปร่างสูงใหญ่และใบหน้าที่ดุร้ายเมื่อเทียบกันแล้ว เหอชูซานก็เหมือนกระต่ายผอมๆ ตัวหนึ่ง เขาถูกโอบไว้ในอ้อมแขนของอันธพาลคนนั้นอย่างแน่นหนาแล้วพูดอย่างขมขื่นว่า “พี่ลิ่วอี ผมขอโทษ”

            ชย่าลิ่วอีรู้สึกโมโหเขาไม่ใช่แค่หนึ่งหรือสองครั้งแต่โมโหหลายต่อหลายครั้ง เขาคิดว่าตัวเองใจกว้างพอที่จะรองรับเรือได้ทั้งลำแต่ก็ยังทนกับเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ดี ชย่าลิ่วอีค่อยๆ ลุกขึ้นยืนโดยไม่รู้ตัว เรียวขมวดคิ้วมุ่น

            “ไอ้ขยะ” เขาพูดอย่างหงุดหงิด “ใครใช้ให้แกออกมา? ก่อเรื่องเองก็แก้เองสิ”

            เหอชูซานพยายามดิ้นหนีแต่ก็ไม่เป็นผลเขาพูดด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย “ผมแก้ไขไม่ได้”

            “ถ้าแก้ไม่ได้ก็ตายไปซะ!” ชย่าลิ่วอีสบถพลางกระทืบขาลงบนเท้าของอันธพาลที่อยู่ตรงหน้าเขาอย่างแรงอันธพาลคนนั้นร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด

            เหอชูซานเข้าใจความหมายที่ชย่าลิ่วอีต้องการจะสื่อเขาเขย่งปลายเท้า เงยหน้าขึ้น และพยายามเบิกตากลมโตไร้เดียงสาของเขาให้กว้างเพื่อสื่อสารกับอันธพาลคนที่สาม “ลูกพี่ ผมขอคุยกับพี่หน่อย ผมกับเขาไม่สนิทกันหรอก พ่อของผมติดหนี้เขาอยู่แสนหนึ่งเขาจับผมมาเพื่อใช้หนี้ พี่ดูเขาสิ ต่อให้พี่ฆ่าผม เขาก็ไม่สนใจหรอก…”

            อันธพาลคนที่สามรู้สึกปวดหัวกับคำพูดของเหอชูซานจึงตะโกนออกมาอย่างไม่พอใจ “หุบปากซะ ไอ้เวร!”

            ตอนนั้นเองอันธพาลคนที่สามก็คลายแขนออกเหอชูซานจึงเลียนแบบชย่าลิ่วอี เหยียบเท้าของเขาอย่างแรง! ในขณะที่อันธพาลกระโดดด้วยความเจ็บปวดเหอชูซานก็จับแขนของเขาแล้วโน้มตัวลงไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เหอชูซานพยายามทุ่มอันธพาลร่างใหญ่ข้ามไหล่แต่ไม่ค่อยสำเร็จเท่าไรนัก! ทั้งสองคนจึงล้มลงไปกองกับพื้นพร้อมกัน!

            ทั้งคู่กลิ้งไปมาบนพื้นอันธพาลคนที่สามได้รับบาดเจ็บที่ก้นระหว่างล้มลงแต่ก็ยังพยายามกดเหอชูซานไว้และพยายามแทงเขาด้วยมีดเหอชูซานที่ถูกกดอยู่ด้านล่างพยายามขยับแขนและฝ่ามืออย่างยากลำบากเพื่อปัดป้องมีดที่แทงเข้ามายังหน้าอกของเขาแม้ว่าจะสามารถป้องกันได้ แต่แขนของเขาก็ถูกมีดบาดจนมีเลือดไหลออกมา!

            เหอชูซานอดไม่ได้ที่จะร้องด้วยความเจ็บปวด อันธพาลคนที่สามกำลังจะลงมือฆ่าเขาอีกครั้ง แต่จู่ๆมีดก็ถูกกระชากออกไปอย่างแรง!

            ชย่าลิ่วอีพุ่งเข้ามาและคว้าคมมีดด้วยมือซ้ายของเขาเลือดสีแดงสดไหลทะลักอาบตามด้ามมีด! ท่ามกลางดวงตาที่เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจของอันธพาลคนที่สามเขาค่อยๆ ขยับมีดเล่มนั้นออกจากเหนือหัวของเหอชูซานทีละน้อยด้วยสีหน้าเคร่งขรึมในที่สุดเขาก็ดึงมีดออกมาจากมือของอันธพาลคนที่สามได้อย่างช้าๆ

            มีดสั้นที่เปื้อนเลือดหล่นลงพื้นดังเคร้ง!อันธพาลคนที่สามหมอบอยู่บนพื้น เขายกมือที่เคยถือมีดขึ้นมามองอย่างงุนงง แล้วเงยหน้ามองชย่าลิ่วอีเหมือนเห็นผีด้วยความหวาดกลัวทำให้เขาลืมที่จะคิดต่อต้านหรือขัดขืนใดๆ ทั้งสิ้น!

            ภายใต้แสงสลัวของไฟถนนดวงตาของชย่าลิ่วอีเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโมโหเขาหัวเราะออกมาอย่างเย็นชาแล้วกำหมัดที่เปื้อนเลือดแน่น ก่อนจะปล่อยหมัดหนักๆ ใส่ใบหน้าอันธพาลคนที่สามอย่างจัง!

            ในลานจอดรถที่ว่างเปล่ามีเสียง ‘ปัง!’ ดังสนั่นขึ้น!

            หัวของอันธพาลคนที่สามจมอยู่กับพื้นครึ่งหนึ่งของมันถูกฝังลงไปในดินและไม่มีเสียงใดๆ ดังลอดออกมา...

            อันธพาลอีกสองคนที่เห็นชย่าลิ่วอีต่อยเพื่อนของพวกเขาจนสลบไปก็กรีดร้องอย่างน่าเวทนาพวกเขาลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีสุดชีวิต! หญิงตั้งครรภ์และสามีของเธอก็ตกใจจนตัวสั่นและโผเข้ากอดกันกลม!

            เสียงไซเรนของรถตำรวจสายตรวจดังขึ้นมาแต่ไกลชย่าลิ่วอียังคงมีสีหน้าเคร่งขรึม เขาจับแขนของเหอชูซานขึ้นมาดูให้แน่ใจว่าแผลที่ได้เป็นเพียงรอยขีดข่วนเล็กๆจากนั้นเขาก็ดึงเหอชูซานให้ลุกขึ้นมาด้วยการจับคอเสื้อ ปัดฝุ่นออกจากตัวเขาแล้วผลักเขาไปด้านหลัง “ไป!”

            เหอชูซานเชื่อฟังแล้ววิ่งไปยังรถเบนซ์ที่อยู่ไม่ไกลวิ่งไปได้สองสามก้าวก็พบว่าชย่าลิ่วอีไม่ได้ตามมา เขาหันกลับไปมองแล้วเห็นว่าชย่าลิ่วอีเดินกลับไปหาหญิงตั้งครรภ์คนนั้น

            ชย่าลิ่วอีก้มลงหยิบกระเป๋าสตางค์ของหญิงตั้งครรภ์ขึ้นมาจากพื้นจากนั้นก็หยิบบัตรประจำตัวประชาชนออกมาจากข้างใน

            ชย่าลิ่วอีก้มลงมองชื่อบนบัตรประชาชนของเธอแล้วพูดอย่างเย็นชา “คุณชื่อตู้เหม่ยอี๋ใช่ไหม? คุณไม่รู้ว่าใครช่วยคุณไว้แล้วก็ไม่ได้เห็นหน้าผมชัดๆ เข้าใจไหม?”

            หญิงตั้งครรภ์พยักหน้าอย่างรวดเร็วใบหน้าของเธอซีดเผือด เธอกอดสามีของเธอแน่น

            ชย่าลิ่วอีโยนบัตรประชาชนคืนให้เธอแล้วหันหลังเดินกลับไปขึ้นรถอย่างรวดเร็ว

            รถเบนซ์ขับผ่านรถตำรวจไปอย่างไม่ใส่ใจเขาเลี้ยวเข้าไปในตรอกเล็กๆ สองสามซอย ก่อนจะกลับออกมาสู่ถนนใหญ่

            “พี่ลิ่วอี มือพี่!” เหอชูซานพูดด้วยใบหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นเลือดหยดลงบนพวงมาลัยรถ

            “เสียงดังทำไม” ชย่าลิ่วอีขมวดคิ้ว “ในลิ้นชักมีกล่องยา”

            เหอชูซานหยิบกล่องยาออกมา “หาที่จอดรถก่อนเถอะพี่ลิ่วอี ห้ามขอเลือดให้พี่ก่อน”

            “เดี๋ยว! ยังไม่ถึงที่” ชย่าลิ่วอีพูดอย่างหงุดหงิด “จัดการตัวเองก่อน!”

            แผลที่แขนของเหอชูซานดูเหมือนจะยาวแต่จริงๆ แล้วไม่มีอะไรร้ายแรง แค่เช็ดด้วยแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อก็เพียงพอแล้ว ชย่าลิ่วอีขับรถต่อไปอีกหลายช่วงตึกตามคำเร่งของเหอชูซานก่อนจะจอดรถข้างทาง

            เหอชูซานรีบห้ามเลือดและพันผ้าพันแผลที่ฝ่ามือของชย่าลิ่วอีชย่าลิ่วอีเห็นเหงื่อเย็นๆ ผุดขึ้นมาบนปลายจมูกของเหอชูซานก็รู้สึกขบขัน “กลัวไหม?”

            “กลัวครับ” เหอชูซานขมวดคิ้วและพยักหน้า “ถ้ารักษาไม่ดีอาจจะทำให้เส้นเอ็นที่มือเสียหายได้เดี๋ยวเราไปโรงพยาบาลกันเถอะครับ”

            “ไอ้บ้า!” ชย่าลิ่วอีใช้มือขวาตีหัวเขาเบาๆ “ฉันถามว่าเมื่อกี้ตอนที่โดนมีดฟัน แกกลัวไหม!”

            ครั้งนี้เหอชูซานไม่พูดอะไรเขาแค่ก้มหน้าทำความสะอาดบาดแผลให้ชย่าลิ่วอีอย่างระมัดระวัง ทายาให้อย่างดี แล้วพันผ้าพันแผลให้อย่างละเอียดก่อนจะยอมรับเบาๆ “กลัวครับ”

            ชย่าลิ่วอีหัวเราะออกมาแล้วกำลังจะพูดแซวเขาแต่เมื่อได้ยินประโยคถัดไปที่เขาพูดเบาๆ ก็ชะงัก “ผมกลัวว่าพี่จะบาดเจ็บเพราะช่วยผม”

            รอยยิ้มบนใบหน้าของชย่าลิ่วอีแข็งค้าง

            เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะแสร้งทำเป็นตีหน้าผากของเหอชูซานเบาๆ “พูดอะไรบ้าๆพี่ลิ่วอีของแกทำจากกระดาษหรือไง?”

            เหอชูซานก้มหน้าลงเงียบๆเขามองผ้าพันแผลหนาๆ ที่พันอยู่บนบาดแผลของชย่าลิ่วอี

            แน่นอนว่าชย่าลิ่วอีไม่ได้ทำมาจากกระดาษแต่เขาก็ได้รับบาดเจ็บถึงสามครั้งเพราะช่วยเขามือขวาของเขาตอนนี้มีแรงแค่พอจะถือตะเกียบได้และในระหว่างการต่อสู้เมื่อครู่ก็แทบจะไม่ยกมือขวาขึ้นมาเลย

            เหอชูซานไม่สามารถกลั้นน้ำตาที่เอ่อคลอได้อีกต่อไปราวกับว่าศีรษะของเขารับน้ำหนักนับพันกิโลกรัมอยู่ เขาค่อยๆ ก้มศีรษะลงช้าๆ แล้วแนบมือที่บาดเจ็บและมีเลือดซึมออกมาตามผ้าพันแผลของลิ่วอีเข้ากับแก้มของเขาด้วยตัวที่สั่นเทา

            ฝ่ามือที่บาดเจ็บและไวต่อความรู้สึกของชย่าลิ่วอีสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆของเหอชูซาน ชย่าลิ่วอีตัวแข็งทื่อ!เหอชูซานแนบแก้มกับฝ่ามือของเขาและพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่าระคนสั่นเครือ “ผมพูดจริงๆ นะ พี่ลิ่วอี ถ้ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกพี่อย่าสนใจผมเลย เป็นเพราะผมไร้ประโยชน์เองการที่พี่ได้รับบาดเจ็บมันทำให้ผมเจ็บปวดกว่าการที่ผมบาดเจ็บเองเสียอีก…”

            มือของชย่าลิ่วอีสั่นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัวทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่าคอของเขาแห้งผากอย่างน่ากลัว เขาอ้าปากค้าง ก่อนจะรู้สึกตัวแล้วรีบดึงมือออกจากแก้มของเหอชูซานอย่างลนลานชย่าลิ่วอีตะโกนลั่น “หุบปาก!”

            “…”

            เหอชูซานปิดปากตัวเองแน่นและเม้มริมฝีปากไม่พูดอะไรต่อในขณะที่ชย่าลิ่วอีใช้มือขวากุมฝ่ามือซ้ายที่เพิ่งถูก ‘บุกรุก’ เขาไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรในตอนนี้ดี นอกจากเสสายตาหันไปมองนอกหน้าต่างด้วยสีหน้าแข็งทื่อ

            ทั้งสองคนต่างเงียบบรรยากาศในรถอึดอัดเหมือนท่อนไม้แห้งที่พร้อมจะหักและลุกเป็นไฟได้ทุกเมื่อชย่าลิ่วอีมองออกไปนอกหน้าต่าง หูของเขาเริ่มร้อนขึ้นทีละนิดเขารู้สึกว่าหน้าอกของเขาร้อนและเริ่มอึดอัดมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ละอย่างที่ไอ้เด็กเวรพูดออกมานี่มันอะไรกันแถมยังเอาหน้ามาแนบกับฝ่ามือเขาแล้วสารภาพความในใจอีก นี่มันหมายความว่าอะไรเขาจะไม่เข้าใจได้อย่างไร?

            เขาไม่อยากจะยอมรับความรู้สึกโกรธเลยแม้แต่น้อยอีกทั้งความรู้สึกราวกับจะบ้าคลั่งที่เห็นเหอชูซานได้รับบาดเจ็บนั่นอีก ไม่สิแม้ว่าเขาจะยอมรับก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร— เหอชูซานเป็นลูกน้องที่เขา ลูกพี่ใหญ่ชย่าเลือกเองกับมือที่เขาควบคุมอารมณ์ไม่ได้ก็เพราะว่าเขาแค่ต้องการปกป้องดินแดนและคนของเขาเท่านั้นเขาไม่ยอมรับว่าเขามีความรู้สึกพิเศษต่อเหอชูซาน มันควรจะเป็นแค่ความรู้สึกของพี่ใหญ่ที่ดูแลน้องชายเท่านั้นเพียงแค่เขารู้สึกว่าเหอชูซานเป็นเด็กที่น่าสนใจและแตกต่างจากคนอื่นเล็กน้อยสำหรับความรู้สึกของเหอชูซาน ในสายตาของเขามันชัดเจนว่าเด็กหนุ่มผมทองคนนี้กำลังเดินผิดทางจึงเอาแต่พูดคำพูดที่ล้ำเส้นและคลุมเครืออยู่อย่างนี้เขาจะไม่ปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปอีกแล้ว!

            หลังจากคิดเรื่องนี้อยู่ครู่หนึ่งด้วยความรู้สึกที่สับสนชย่าลิ่วอีก็หลับตาลง หายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดว่า “ไปซื้อหนิวจ๋ามาให้ฉันหน่อย”

             

    คล้ายกับเรื่องDanger area : เขตก่อการรัก [จบ] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730