เมื่อความชุลมุนวุ่นวายและฝุ่นควันที่ฟุ้งตลบมากมายจางลงไป ทุกคนที่อยู่บนรถม้าจึงได้พินิจพิเคราะห์ดีๆ เป็ชาวบ้านที่อดอยากไม่มีอาหาร ร่างกายซูบผอม เสื้อผ้าขาดวิ่นสกปรก เนื้อตัวเลอะเทอะเต็มไปด้วยฝุ่น พวกเขาขวางทางไม่ยอมไปไหน บ้างยืนบ้างนั่งอยู่อย่างนั้น พวกเขาก้มคำนับอ้อนวอนขอร้องให้ขบวนของบิดานางหยุดช่วยเหลือพวกเขา บางคนร้องไห้คร่ำครวญ มีเด็กหญิงเด็กชายร่างกายซูบผอมนั่งร้องไห้กระจองอแงอยู่ข้างๆ บิดามารดาตนที่าเ็ฟกช้ำตามตัวจากการยื้อยุดฉุดกระชากและวิ่งรุมเข้ามาขบวนของนางในคราแรกแล้วถูกองครักษ์โต้ตอบกลับไปเมื่อครู่ เห็นแล้วช่างน่าสังเวทใจนัก
เลี่ยงหลิ่งเห็นใจที่พวกเขาเป็ชาวบ้านธรรมดาที่ได้รับผลจากธรรมชาติที่แห้งแล้งแถบชายแดนเหนือแห่งนี้ จึงขอร้องให้บิดาหยุดช่วยเหลือพวกเขา ก่อนออกเดินทางต่อไป พวกนางมีเสบียงมากมายที่ขนมาหลายสิบเกวียน แบ่งให้พวกเขาสักไม่กี่กระสอบคงไม่เป็ไร หม้อชามที่ขนมาไว้สำหรับทำอาหารระหว่างทางให้แก่คณะของพวกเขาก็พอมี
คิดได้ดังนั้นแล้วเลี่ยงหลิ่งจึงรีบสั่งบ่าวไพร่ยกหม้อใหญ่มา 10 หม้อตั้งเตาไฟใช้หินรองเป็ฐานชั่วคราวขึ้น 10 เตา นำข้าวสารข้าวเ้า 2 กระสอบและข้าวสารข้าวเหนียว 1 กระสอบมาบดละเอียดในกระบะใหญ่ของนางที่ทำไว้ใหม่ๆ เตรียมไว้ปลูกผักที่ขนมาด้วยหลายอัน นำผ้าดิบหนารอง 1 ชั้น และนำผ้าขาวบางรองกระบะไว้อีกชั้น ก่อนบดละเอียดข้าวสารเข้าด้วยกันในนั้น แล้วแบ่งใส่หม้อแต่ละใบไว้เท่าๆ กัน 10 หม้อ ทุกหม้อเติมน้ำต้มน้ำซุปให้เดือดรอไว้ก่อนแล้ว เลี่ยงหลิ่งนำกระดูกหมูที่มีเหลือมาหั่นเป็ท่อนพอๆ กันลงต้มน้ำซุปให้ครบทุกหม้อ ปรุงรสจากเครื่องปรุงที่เลี่ยงหลิ่งขนมาจากเมืองหลวงมากมาย
ด้วยเื่กินเป็เื่ใหญ่สำหรับนางหากมาอยู่ชายแดนเหนือ นางยังสั่งให้พ่อค้าส่งเครื่องปรุงรสเหล่านี้มาให้นางทุกเดือนหรือ 2 เดือนครั้ง หากต้องผ่านมาค้าขายตามแถบชายแดนเหนือ ด้วยกลัวขาดแคลนเครื่องปรุงรส อย่างไรมันก็เก็บไว้ใช้ได้นาน ทั้งนางยังใส่เห็ดหอมแห้งมากมาย ใส่เนื้อหมูที่ยังพอมีเหลือจากการให้องครักษ์ไปล่ามาทำอาหารเมื่อวานนี้ นำมาสับละเอียดเป็หมูสับชิ้นเล็กๆ ลงไปทุกหม้อเท่าๆ กัน เพื่อให้ทุกคนได้กินเหมือนกัน แม้มีน้อยแต่ดีกว่าไม่มี
ผ่านไปครู่ใหญ่ โจ๊ก 10 หม้อส่งกลิ่นหอมโชยออกมาให้ชาวบ้านที่ยังนั่งอยู่แทบน้ำลายไหล พวกเขาอดอยาก ไม่ได้กินอิ่มมาหลายวันแล้ว ทั้งไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน เงินทองก็ไม่มี จึงยังวนเวียนอยู่แถวชายแดนเหนือ ใกล้ๆ บ้านเกิดของตน เมื่อเห็นขบวนของท่านแม่ทัพขนข้าวของมาเต็มคันรถจึงอยากขออาหารบ้าง แต่ด้วยความหิวโหยจึงทำให้ขาดสติยั้งคิด พุ่งเข้าไปฉุดดึงรั้งข้าวของลงมาอย่างไม่คิดกลัวในคราแรก แต่พอถูกองครักษ์จัดการพวกเขาจนทำอะไรไม่ได้จึงแต่นั่งร้องไห้คร่ำครวญอยู่เช่นนี้
เลี่ยงหลิ่งให้ทุกคนตั้งแถว 10 แถวตรงด้านหน้าก่อนให้บ่าวไพร่ช่วยกันตักโจ๊กใส่ชามแจกจ่ายให้พวกเขาทีละคนจนเต็มชาม ดีที่นางยังขนจานชามมาไว้มากมาย ด้วยเสียดายหากทิ้งไว้ที่เรือน ทั้งขายไม่ได้ราคา จึงขนมาไว้ใช้ระหว่างทาง หากเสียหายก็ไม่เป็ไร ด้วยจำนวนคนในขบวนของนางมีเยอะเกือบร้อยคนเช่นกัน จึงมีจานชามเพียงพอสำหรับชาวบ้านเหล่านี้
ทุกคนเดินวนเวียนมาตักโจ๊กหลายรอบ ด้วยทั้งอร่อยไม่เคยกินที่ไหนทั้งยังหิวโหยอีกด้วย เลี่ยงหลิ่งทำไว้จนเต็มหม้อทุกใบ ทำให้พอเพียงกับพวกเขาทุกคน เมื่อทุกคนอิ่มหนำสำราญ เลี่ยงหลิ่งจึงให้บิดาออกเดินทางต่อ แต่ก็ยังถูกขวางไว้อีก ทุกคนก้มลงคำนับนางและบิดามารดา ขอร้องให้ช่วยเหลือพวกเขา
“พวกข้าขอติดตามท่านได้หรือไม่ พวกข้าไม่มีที่ไปเลยขอรับ”
ชายร่างใหญ่ผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น เหมือนเขาจะเป็ผู้นำของคนกลุ่มนี้
“พวกข้าจะไปชายแดนเหนือ ที่นั่นแร้นแค้นลำบากนัก คงจะช่วยเหลือพวกเ้าไม่ได้มาก หากต้องมาติดตามข้าไป”
แม่ทัพเลี่ยงกู้เฉิงบอกกล่าวชายผู้นั้นไปอย่างคิดไม่ตก ตัวเขาเองยังไม่รู้ว่าจะเลี้ยงดูผู้ติดตามของเขาได้ดีแค่ไหน เนื่องจากรู้ว่าสภาพผืนดินและอากาศของชายแดนเหนือนั้นแห้งแล้งกันดารมานาน
เลี่ยงหลิ่งเห็นคนเหล่านี้น่าสงสาร ทั้งนางยังคิดจะปลูกพืชผักในที่ดินแปลงใหญ่ของนางอีกมาก จึงคิดว่าอาจจะให้พวกเขามาทำงานช่วยเหลือนางในไร่สวนได้บ้าง
ในชีวิตก่อนนางเรียนรู้ถูกผิดเื่การปลูกพืชผักมากมาย มาครานี้ นางจะทำให้พืชผลของนางงอกเงยกว้างใหญ่ขึ้น และทำให้ฝนที่เคยแล้งของแถบชายแดนเหนือ กลับมาตกต้องตามฤดูกาลได้อย่างแน่นอน หากมีพืชสีเขียวของนางคอยอุ้มน้ำในดินและเจริญเติบโตมากมายหลายร้อยหมู่
“ท่านพ่อให้พวกเขาติดตามไปช่วยข้าปลูกผักทำสวนได้หรือไม่เ้าคะ อย่างไรข้าก็ต้องมีคนงาน พวกเขาไม่มีที่ไป อย่างน้อยให้พวกเขาอยู่เฝ้าไร่สวนข้าก็ได้เ้าค่ะ”
เลี่ยงหลิ่งดึงชายแขนเสื้อบิดาไปมาทำหน้าออดอ้อนกระพริบตาปริบๆ ตามวิธีเดิมของนางที่ได้ผล หากนาง้าสิ่งใดจากบิดา เพียงทำเช่นนี้ บิดานางก็ใจอ่อนยินยอมหมดทุกอย่างแล้ว