ณ หุบเขาปีศาจ
เ้าค้ำฟ้าทรงหารือกับสหายทั้งหลายในขบวนการเสรีโซวาเนียนว่าเบื้องหน้าเพลาอันใกล้นี้ จักต้องมีศึกใหญ่ระหว่างพวกเรากับฝ่ายจอมพลสดมภ์แน่นอนเราห่วงกังวลในสวัสดิภาพของเ้านายเชื้อพระวงศ์ทั้งหลายซึ่งอาจตกเป็ตัวประกันของพวกเผด็จการได้ง่าย ๆจำเราจักต้องหาทางโยกย้ายเ้านายเ่าั้ออกไปจากSouvanna ( โซวันน่า )เสียก่อนเพื่อให้เราทำการใหญ่โดยไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังท่านทั้งหลายมีใครจักอาสาช่วยเราบ้าง
สหายทั้งหลายได้ฟังดังนั้นก็ต่างอาสารับงานสำคัญนี้โดยถ้วนหน้าจึงได้วางแผนแบ่งกำลังออกเป็ฝ่ายต่าง ๆ มีไมตรี โสมสุดา เป็กองหน้ามะลังคะและพวกเป็กองหนุนเหล่าสหายทั้งหลายเตรียมพร้อมประจำตามรายทางที่จะไปออกยังชายทะเลที่มีเรือรอรับไปส่งยังสิงคโปร์ต่อไป
จากนั้นกองกำลังดังกล่าวก็ปฏิบัติการพาเ้านายหนีออกนอกประเทศได้สำเร็จด้วยอำนาจไสยเวทของมะลังคะที่บังตาพวกเผด็จการไม่ให้เห็น
ครั้นหมดห่วงกังวลในความปลอดภัยของเ้านายแล้วดร.บุญดีก็ส่งกองกำลังเสรีโซวาเนียนออกไปขยายฐานปฏิบัติการตามเมืองต่าง ๆโดยมีทหารของมะลังคะติดตามไปคุ้มกันสายละหนึ่งนายส่วนมะลังคะก็ไปถึงเมืองเกษมรัฐธานี อันเป็เมืองใหญ่ติดชายแดนพม่าใกล้ตะนาวศรีของสยาม เขาก็ได้เกลี้ยกล่อมผู้ว่าราชการเมืองให้เห็นแก่การกอบกู้ราชบัลลังก์คืนสู่เ้าค้ำฟ้า อย่าได้ยอมตนเป็ข้ารับใช้จอมเผด็จการขี้ฉ้ออย่างจอมพลสดมภ์เลยเพราะชาวประชาต่างเดือดร้อนกันทุกหย่อมหญ้าผู้ว่าเมืองเกษมรัฐธานีก็ยอมให้ความร่วมมือด้วย และผู้ว่าราชการเมืองอื่น ๆ รวมถึงนายอำเภอส่วนใหญ่ก็ให้ความร่วมมือด้วยดีมีเพียงบางเมืองที่เป็คนของจอมพลสดมภ์ทำการต่อต้าน เช่นที่เมืองพะจอผู้ว่าการเมืองไม่ยอมร่วมมือกับเสรีโซวาเนียนจึงถูกจับมัดแขวนไว้หน้าศาลาว่าการเมือง แล้วให้ประชาชนรุมขว้างไข่เน่าบ้างก้อนหินบ้างจนเปรอะเปื้อน หัวร้างข้างแตก จึงปล่อยตัวไป ผู้ว่าเมืองอื่น ๆที่กระด้างกระเดื่องก็ถูกพวกเสรีโซวาเนียนปราบปรามให้สิ้นพยศจนราบคาบ
ทางฝ่ายมหันต์เมื่อได้รู้ข่าวว่าพวกเสรีโซวาเนียนออกไปปฏิบัติการแย่งชิงมวลชนเพื่อต่อต้านรัฐบาลก็สั่งให้กองทัพบกระดมพลทหารจำนวนสามแสนนาย ออกไปปราบปรามอย่างขนานใหญ่มีทั้งรถบรรทุกทหาร รถถัง ปืนกล ะเิมือ เพื่อฆ่าพวกเสรีโซวาเนียนแบบล้างบาง
กองทัพของมหันต์เบื้องแรกก็กระจายออกไปยังภูมิภาคต่างๆ แล้วโจมตีโอบล้อมเข้ามาเรื่อย ๆ หากพบเจอชาวบ้านที่ให้การสนับสนุนพวกเสรีโซวาเนียนก็จับยิงเป้าที่หน้าบ้านนั้น ๆ ทันที จนไม่มีใครกล้าต่อต้านทัพของมหันต์ พวกเสรีโซวาเนียนก็ลักลอบโจมตีพลางถอยพลาง แต่เนื่องจากทางเสรีโซวาเนียนไร้อาวุธหนักไว้ต่อกรกับทัพของมหันต์ดร.บุญดีจึงเสนอให้แยกกองกำลังออกเป็สี่กองโอบล้อมพระนครไว้โดยให้ไมตรีและโสมสุดาควบคุมกองกำลังทางด้านเหนือ ดร.บุญดีคุมกองกำลังด้านตะวันออกเ้าค้ำฟ้าคุมกองกำลังฝั่งตะวันตก และมะลังคะคุมกองกำลังทางทิศใต้พร้อมคอยเฝ้าระวังรักษาหุบเขาปีศาจด้วยมะลังคะก็เสนอความเห็นว่า ระหว่างที่เขาไปรักษาการณ์ทางทิศใต้นั้นเขาจะทำพิธีหุงน้ำทิพย์เพื่อเพิ่มอานุภาพของหอกสัตตโลหะให้เข้มขลังสามารถต่อสู้กับอาวุธหนักของฝ่ายมหันต์ได้แต่ต้องใช้เวลาราวสามเดือน แล้วทุกคนก็ต่างแยกย้ายกันออกไปยังทิศทางที่ตกลงไว้
ระหว่างพักทัพในช่องเขาทางตอนเหนือแห่งหนึ่งไมตรีก็นั่งกินข้าวริมธารน้ำกับโสมสุดา เขามองดูเธอแล้วก็ถอนใจหล่อนก็ถามว่าทำไมต้องถอนใจ มีเื่กลุ้มใจอันใดหรือว่าเหนื่อยล้าจากการทำศึกแล้ว ไมตรีว่าเปล่าหามิได้แต่ที่ถอนใจก็เพราะเห็นหน้าตาของโสมสุดามีร่องรอยของความอิดโรยจากเดิมที่เคยเปล่งปลั่งกลับเป็ซูบผอมและคล้ำกร้านจากแดดสาวงามจึงตอบว่าตนเป็ลูกสาวทหารก็ต้องทนรับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้จักให้มานั่งบำรุงความงามเพื่อรอให้ชาติล่มจมก็คงมิใช่คนชื่อโสมสุดาแล้วไมตรียิ้มแล้วบอกว่าผมก็รักที่คุณเป็แบบนี้น่ะแหละ ก่อนจะกุมมือโสมสุดาไว้หล่อนก็โน้มตัวมาซบไหล่ไมตรี แม้จะไร้คำรักอันหวานซึ้งแต่ทั้งคู่ก็รู้สึกว่าชีวิตนี้เขาและเธอคงขาดกันมิได้่ที่ถอนใจก็เพราะเห็นหน้าตาของโสมสุดาาทำไมต้องถอนใจมีเื่กลุ้มใจอันใดหรือว่าเห่ที่ถอนใจก็เพราะเห็นหน้าตาของโสมสุดาาทำไมต้องถอนใจมีเื่กลุ้มใจอันใด หรือว่าเห
กองทัพฝ่ายมหันต์ยังคงรุกคืบโจมตีฝ่ายเสรีโซวาเนียนเข้ามาเรื่อยๆ จากตอนเหนือโอบล้อมมาทางตะวันตกและตะวันออกพวกไมตรีทำได้ก็เพียงลักลอบโจมตีและสกัดกั้นกองทัพข้าศึกให้เดินทางได้ช้าลงเท่านั้น
ฝ่ายมะลังคะหลังจากกลับไปที่หุบเขาปีศาจก็สร้างปะรำพิธีหุงน้ำทิพย์มีราชวัตรฉัตรธงกั้นมณฑลพิธี พร้อมเครื่องบัดพลีตามตำราโบราณหอกสัตตะโลหะก็วางไว้ในหม้อต้มใบใหญ่ที่มีว่านยาศักดิ์สิทธิ์นานาชนิดขุนหลวงผู้กล้าก็โอมอ่านมนต์คาถาด้วยสมาธิจิตวันแล้ววันเล่าขณะเดียวกันเด็กในครรภ์ของม่านทิพย์ก็เจริญเติบโตขึ้นเรื่อย ๆม่านทิพย์เริ่มปลูกต้นฝ้ายและต้นหม่อนเลี้ยงไหมเพื่อเตรียมไว้ทอผ้าต่อไป
กาลเวลาผ่านไปจนครบสามเดือนแล้วฝ่ายเสรีโซวาเนียนถูกปิดล้อมไว้ที่ทุ่งสนามไชย ตอนกลางของประเทศอันเคยเป็สมรภูมิมาแต่สมัยโบราณ พวกเขาเริ่มขาดแคลนเสบียงอาหารแต่พวกกองทัพของมหันต์ก็คงรุมล้อมพวกเสรีโซวาเนียนไว้แต่ไม่เคลื่อนไหวอันใดคงหมายใจจะให้พวกไมตรีพากันอดอยากจนต้องยอมแพ้ไปเอง พวกเสรีโซวาเนียนทั้งสามกองทัพจวนเจียนจะเสียทีแก่พวกทัพของมหันต์ก็พอดีมะลังคะมาถึงเขาจึงใช้วิชาเกราะเพชรเนรมิตเสื้อเกราะให้เหล่าทหารและม้าศึกไว้ปกป้องร่างกายเป็เสื้อเกราะแก้วใสน้ำหนักเบาดุจแพรไหม ทว่าแข็งแรงทนทานป้องกันแรงกระแทกและทนไฟได้ด้วย มะลังคะยังเสกหุ่นพยนต์จากกอหญ้าให้เป็พลทหารจำนวนนับพันแล้วเขาก็เสกให้หอกสัตตะโลหะกลายเป็จรวดใช้ขี่ไปบนอากาศ เที่ยวยิงถล่มรถถังรถบรรทุก และปืนใหญ่ของฝ่ายจอมพลสดมภ์ด้วยศรพรหมเทพจนย่อยยับไปสิ้น
เ้าค้ำฟ้าถามมะลังคะว่ามีวิชาดีเช่นนี้ ไฉนจึงไม่นำออกมาใช้ั้แ่แรก ขุนหลวงก็ตอบว่า วิชานี้เป็ของยากที่ใครนึกอยากจะทำก็ทำได้ง่ายดายด้วยจักต้องทำพิธียุ่งยากวุ่นวาย และทำพิธีครั้งหนึ่ง ก็ใช้งานได้หนเดียวถ้าอยากใช้อีกก็ต้องทำพิธีใหม่ เ้าค้ำฟ้าก็ว่า เป็เช่นนี้เอง เข้าใจแล้วและพากันเดินทางกลับไปยังหุบเขาปีศาจ
ในระหว่างที่กองทัพของจอมพลสดมภ์ทำศึกกับพวกเสรีโซวาเนียนนั้นทางสหรัฐอโรมาก็ส่งกองทัพเรือมาปิดล้อมอ่าวเบงกอล และทะเลอันดามันเกิดการสู้รบระหว่างสหรัฐกับกองทัพเรือของไดเกียวเรือดำน้ำสหรัฐยิงจรวดมิสไซล์ถล่มเรือของไดเกียวล่มไปหลายลำทางฝ่ายไดเกียวก็ยิงปืนใหญ่ใส่เรือของสหรัฐเช่นกัน แต่ปืนใหญ่ของไดเกียวเกิดขัดข้องเพราะน้ำมันเครื่องไม่ดีไดเกียวสู้ไม่ได้ จึงเคลื่อนทัพเรือที่เหลือไปยังตะวันออกกลางทางสหรัฐจึงเข้ายึดฐานทัพเรือของไดเกียวที่หาดนิโคบาเสียเป็อันสิ้นสุดอำนาจของไดเกียวในSouvanna ( โซวันน่า )แต่เพียงนี้
หลังจากพ่ายแพ้ต่อสหรัฐเนื่องจากน้ำมันเครื่องยนต์ในเรือไม่ดี ประเทศไดเกียวก็เลิกทำาหันมาผลิตน้ำมันเครื่องรถยนต์ที่ช่วยให้เครื่องฟิตสตาร์ทติดง่ายออกไปจำหน่ายทั่วโลกจนทุกวันนี้
บรรดานักลงทุนของไดเกียวเมื่อเห็นว่ากองทัพของตนพ่ายแพ้จึงพากันถอนหุ้นถอนทุนที่เคยอุดหนุนจอมพลสดมภ์เสียหมดแล้วเดินทางกลับประเทศของตนไปเป็ผลให้โรงงานและบริษัทห้างร้านต่าง ๆของไดเกียวที่สดมภ์เคยถือหุ้นอยู่ได้รับผลกระทบทางการเงินอย่างหนักจนต้องปิดกิจการลงไปทีละแห่ง ๆ
เมื่อแหล่งทุนที่หล่อเลี้ยงให้จอมพลสดมภ์เสวยสุขมานานหลายปีต้องมลายลงเม็ดเงินที่จะบำรุงบำเรอกามสุขของจอมเผด็จการก็ร่อยหรอลงตามไปด้วยเขาจึงได้เรียกร้องเงินเอากับมหันต์ แต่มหันต์บอกว่ายังไม่มีต้องรอเขาเจรจากับประเทศอารีเซียเสียก่อน ว่าจะยินดีให้ความช่วยเหลือหรือไม่ด้วยเหตุที่อารีเซียกำลังทำาเย็นกันอยู่กับสหรัฐ จึง้าให้Souvanna ( โซวันน่า )เป็รัฐกันชนในภูมิภาคนี้
สัปดาห์ต่อมามหันต์ก็ได้รับคำตอบจากอารีเซียว่ายินดีให้การช่วยเหลือทางด้านอาวุธและงบประมาณแก่มหันต์แต่จะต้องยอมให้อารีเซียใช้Souvanna ( โซวันน่า )เป็ฐานปฏิบัติการต่อต้านสหรัฐด้วย มหันต์ก็ตอบตกลง
เมื่อมหันต์วิเคราะห์ความปราชัยในทุ่งสนามไชยเมื่อคราวก่อนแล้วเห็นว่าฝ่ายตนยังไม่มียอดฝีมือมาไว้ใช้งานสักคนจึงได้สั่งการเบิกตัวนักฆ่ามืออาชีพมาสองคน สำหรับใช้รับมือกับพวกเสรีโซวาเนียน
ณ ตำหนักจันทราพระราชวังอกานันดอ
ชบานั่งทอดอารมณ์อยู่ริมสระน้ำหวนคิดถึงยายมะผู้มีบุญคุณช่วยไถ่ตัวเธอออกมาจากซ่องตอนอายุ 15แล้วส่งไปเรียนวิชาสายลับที่สหรัฐอยู่ 5 ปีจนสำเร็จแล้วไปเรียนวิชาไสยเวทมนต์ดำที่เขมรอีก 5 ปีจนกระทั่งเธอมาเป็เมียเก็บของจอมพลสดมภ์จึงได้ทำเสน่ห์ยาแฝดจนสดมภ์หลงใหลเธออย่างหน้ามืดตามัวถอนตัวไม่ขึ้นเช่นทุกวันนี้
กำลังคิดอยู่เพลินเพลินชบาก็ต้องใเมื่อจอมพลสดมภ์ย่องเข้ามาแหย่เธอจากด้านหลัง
" ว๊าย ใหมดเลย ท่านเล่นอะไรไม่รู้ ถ้าน้องช้อคตายไปจะทำยังไงคะ "ชบาออดอ้อน
" ถ้าน้องตาย พี่ก็จะขอตายตามนะสิจ๊ะแล้วชบามานั่งทำอะไรเงียบๆคนเดียวที่นี่ "
" ก็คิดถึงพ่อแม่ของชบาที่ตายไปน่ะค่ะ ทุกวันนี้ชบาก็เหมือนตัวคนเดียวไร้ที่พึ่ง และยังไม่รู้ว่าท่านจะเบื่อหน่ายจนทอดทิ้งชบาในวันไหนหากท่านสิ้นรักเสียแล้ว ชบาจะไปอยู่ที่ไหน "
" โธ่ คิดมากไปได้ พี่รักชบาที่สุดในบรรดาเมียทั้งหลายเลยนะชบาอยากได้อะไรพี่จะหามาให้ทั้งหมด เชื่อพี่สิ "
" จริงหรือคะ ถ้าชบาอยากได้บ้าน ได้รถยนต์ และก็เครื่องเพชรเครื่องทองหรู ๆล่ะ จะได้จริงหรือเปล่า "
" ได้สิ เดี๋ยวพี่จะสั่งให้คนไปจัดหามาทันทีเลย "
" ไชโย ดีใจจัง พี่ใจดีที่สุดเลย " ชบาก็โผเข้ากอดจอมพลสดมภ์พร้อมหอมแก้มทั้งสองข้างในใจก็ยินดีที่แผนบ่อนทำลายความเข้มแข็งของฝ่ายสดมภ์เริ่มคืบหน้าไปมากแล้ว
อันว่าบรรยากาศในฮาเร็มที่จอมพลสดมภ์ให้เนรมิตขึ้นภายในพระราชวังอกานันดอนั้นประกอบด้วยสระน้ำขนาดใหญ่สำหรับให้บรรดาอนุภรรยาและท่านจอมพลลงไปสรงสนานชำระกายาอย่างสนุกสดชื่นใกล้กันยังมีรูปปั้นหญิงเปลือยแบกคนโฑรินน้ำซึ่งน้ำที่ไหลออกมาจากคนโฑนั้นเป็น้ำสุราอย่างดีไหลลงสู่อ่างรองรับรูปเปลือกหอยขนาดใหญ่และจะมีท่อระบายเอาน้ำสุราที่ล้นให้ไหลกลับไปยังถังเก็บหมุนเวียนอยู่อย่างนี้ตลอดเวลาและที่รอบสระน้ำก็ยังมีฟูกนุ่มนิ่มให้นอนนวดตัวในห้องที่ประดับประดาด้วยแพรพรรณสวยงามลาดพื้นด้วยพรมชั้นดีจากเปอร์เซีย นอกจากนี้รอบ ๆ อาคารภายในวังต้องห้ามนี้ยังมีรางเลื่อนที่เสริฟจานอาหารให้ไหลเลื่อนมาตามสายพานใครนึกอยากจะรับประทานชนิดไหนก็เพียงหยิบจานอาหารนั้นออกมาจากรางเลื่อนก็เป็อันได้ลิ้มรสอย่างสะดวกง่ายดายซึ่งความเลิศหรูอลังการของการเสพสุขเยี่ยงนี้ ล้วนใช้ทุนทรัพย์จากงบประมาณแผ่นดินที่ท่านจอมพลกอบโกยมาจากภาษีของประชาชนทั้งสิ้นนด้วยพรมชั้นดีจากเปอร์เซียู่อย่าง
หลังจากการรบที่ทุ่งสนามไชยเสร็จสิ้นไมตรี และโสมสุดาก็กลับไปยังหุบเขาปีศาจ เพื่อเตรียมตัวออกรบครั้งต่อไปในระหว่างนั้น ดร.บุญดีก็ได้ถ่ายทอดวิชาการใช้อาวุธลับจากที่ได้เรียนมาจากสำนักนินจาในประเทศญี่ปุ่นให้แก่โสมสุดา
ลักษณะรูปร่างของอาวุธลับนั้นมีสัณฐานคล้ายตัวนกนางแอ่นกำลังอยู่ในท่าเหิรบินเมื่อขว้างออกไปโดนเป้าหมายแล้วก็จะบินกลับมาหาเ้าของได้อย่างน่าอัศจรรย์โสมสุดาหยิบจับอาวุธสีดำเลื่อมเป็มันเงาแวววาวนี้ขว้างออกไปตัดต้นกล้วยอันเป็เป้าซ้อมมือจนชำนาญ ซึ่งลูกสาวฏผู้นี้ก็รู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาดเมื่อยามได้อยู่ใกล้บุรุษผู้นามว่าบุญดีเหมือนได้อยู่ใกล้ญาติผู้ใหญ่ที่คุ้นเคยกันมานับสิบ ๆ ปีทั้งที่เธอก็เพิ่งรู้จักกับเขาไม่ถึงสองปี
ทางฝ่ายประเทศอารีเซียได้โอนเงินงบประมาณมาให้มหันต์จำนวน 500ล้านดอลลาร์และให้มหันต์เตรียมพื้นที่ไว้สร้างฐานทัพอากาศของอารีเซียเมื่อจอมพลสดมภ์ขอส่วนแบ่งจากเงินจำนวนดังกล่าว มหันต์ก็เจียดไปให้แค่ 1 ล้านดอลลาร์ สร้างความไม่พอใจให้จอมพลสดมภ์อย่างมาก
“ไอ้เปรตมึงให้กูมาได้ยังไงแค่ล้านเดียว จะเอาไปเซ่นพ่อมึงหรือฝรั่งมันให้มึงมาตั้งห้าร้อยล้าน มึงจะเก็บไว้ใช้คนเดียวหรือไง” จอมพลก่นด่าใส่รองนายก แต่มหันต์ก็เก็บอาการไว้และกล่าวว่าต้องนำเงินไปใช้ปราบพวกก่อการฏเสียก่อนถ้าเงินเหลือภายหลังจะนำมาให้เพิ่มเติม
เ้าค้ำฟ้าทรงเรียกประชุมแกนนำเสรีโซวาเนียนเพื่อวางแผนจับกุมตัวจอมพลสดมภ์ นายกรัฐมนตรี ซึ่งพำนักอยู่ที่วังหลวงโดยให้ไมตรีโสมสุดา และมะลังคะ ลักลอบเข้าไปในวังยามค่ำคืน
เมื่อถึงราตรีที่นัดหมายทั้งสามคนก็บุกเข้าไปในพระราชวังอกานันดอ มะลังคะใช้มนต์เป่าให้ทหารยามหลับใหลจนพวกเขาเข้าไปใกล้ถึงตำหนักใหญ่อันเป็พี่พักของจอมพลสดมภ์
ฉับพลันก็มีเงาดำสองสายพุ่งเข้ามากระแทกร่างทั้งสามคนลอยถลาไปคนละทิศละทางแล้วเงาดำนั้นก็ปรากฏกายให้เห็น เป็หนึ่งหญิง กับหนึ่งชายฝ่ายหญิงนั้นหน้าตาละม้ายคล้ายกับจะเป็คนจีนส่วนชายนั้นจากการแต่งกายคล้ายคนป่าแถบหมู่เกาะทะเลใต้เมื่อโสมสุดาได้เห็นใบหน้าของหญิงนั้นก็เอ่ยขึ้นว่า
" หลี่ จิงจิง เธอมาทำอะไรที่นี่ "
หญิงนั้นตอบว่า "ไม่ต้องพูดมากฉันรับจ้างมาฆ่าพวกแกเท่านั้น เื่อื่นฉันไม่สน" โสมสุดาจึงว่า "ก็เราเป็ศิษย์สำนักเดียวกันมิใช่หรือ ไยมาเข่นฆ่ากันเองด้วยเล่า "หญิงนั้นก็ฟาดอาวุธเข้าใส่ โสมสุดารับพลางถอยพลาง พร้อมกับบอกให้หลี่จิงจิงหยุดมือแต่สาวนักฆ่าไม่ยอมหยุดอาศัยพลังฝีมือที่เหนือกว่าฟาดฝ่ามือเข้าที่หน้าอกโสมสุดาจนกระอักเืโสมสุดาจึงตอบโต้ด้วยอาวุธลับรูปร่างคล้ายนกนางแอ่นเข้าใส่หลี่จิงจิง อาวุธนั้นเฉียดหัวไหล่ของสาวแซ่หลี่ไปแค่รอยแมวข่วนแล้วโสมสุดาก็ล่าถอยออกมา ฝ่ายชายในชุดคนป่า ก็ปล่อยสมุนภูติพรายออกมาต่อกรกับมะลังคะและไมตรีมะลังคะก็ปล่อยหุ่นพยนต์ออกไปสู้ ยิ่งสู้กันไปสมุนของคนป่านั้นก็เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆจนพวกไมตรีต้องล่าถอยออกมาเพราะเห็นว่าเหลือกำลังที่จะสู้
กำเนิดหนูน้อยนาคินมณี
เมื่อกลับไปถึงหุบเขาปีศาจม่านทิพย์กำลังเก็บใบหม่อนไปเลี้ยงตัวไหมในโรงเลี้ยงไหม ก็เกิดอาการเจ็บท้องมะลังคะไปถึงพอดีก็ตรงเข้าประคองเมียรักไปหาหมอ ปรากฏว่าได้กำหนดคลอดบุตรแล้วหมอและพยาบาลก็จัดการทำคลอดให้ เด็กที่คลอดเป็เพศชาย ในขณะนั้น ก็ปรากฏสายรุ้งขึ้นบนท้องฟ้ามะลังคะก็ตั้งชื่อลูกให้ตามความฝันของเมียว่า นาคินมณี แปลว่า แก้วของพญานาค
ณ บ้านพักของบุหงา
เด็กหญิงมะเหมี่ยวนั่งอยู่บนโซฟาเคียงข้างกับบุหงา แล้วจับแขนของพยาบาลสาว ถามว่า “ พี่บุหงา เมื่อไหร่พี่ชะอมจะมาหาหนูสักทีละคะ ”
“ พี่เขางานยุ่ง ต้องช่วยงานท่านนายกไม่ได้เว้นวันหยุดเลย ถ้าพี่เค้าว่างก็จะมาหาหนูเองแหละจ้ะ ” บุหงากอดเด็กหญิงไว้ด้วยความสงสาร แล้วก็นึกถึงคราวที่โรสพาน้องสาวมาให้บุหงาช่วยดูแล
“ พี่ฝากดูแลมะเหมี่ยวหน่อยนะ บุหงา ที่บ้านพัก่นี้มีแต่เื่ยุ่ง ๆ ั้แ่จอมพลท่านมีอนุหลายคนแล้วไม่ได้สงบเลย พี่จะบ้าตายอยู่แล้ว ”
“ วางใจเถอะค่ะ หนูก็อยู่คนเดียวเหงา ๆ มีน้องเหมี่ยวมาอยู่เป็เพื่อนก็ดีเหมือนกัน ”
“ ยายมะก็ไม่รู้หายไปไหน เห็นว่าไปแสวงบุญที่อินเดียกับคณะศรัทธาวัดป่า ไปทีเป็เดือน ๆ ไม่รู้ทำบุญอะไรกัน ” โรสก็บ่นพึมพำกับบุหงา
“ เดี๋ยวถ้ายายกลับมาจะพาหนูไปเยี่ยมยายนะ ” บุหงารับปากกับมะเหมี่ยว
ณเซฟเฮ้าส์ของมหันต์
คืนนี้ก็เป็อีกคืนหนึ่งที่มหันต์มาหาความสำราญจากการร่วมอภิรมย์กับโรส
หลังจากเสร็จกามกิจกันแล้วโรสก็ขอร้องอ้อนวอนให้มหันต์ปล่อยตัวเธอไปแต่มหันต์อ้างว่าจอมพลสดมภ์ยังไม่หมดอำนาจ จึงยังเป็อันตรายต่อชีวิตของโรสเองหากเมื่อใดที่มหันต์ยึดอำนาจจากสดมภ์ได้แล้ว เขาไม่เพียงจะปล่อยตัวเธอเป็อิสระแต่จะให้เธอเป็คุณหญิงของท่านผู้นำอย่างเขาอีกด้วย โรสจึงนิ่งไป
โสมสุดาซึ่งได้รับาเ็ก็กลับไปนอนพักรักษาตัวอยู่ที่หุบเขาปีศาจ พลังไอเย็นจากฝ่ามือของหลี่จิงจิงสร้างความปวดร้าวในกระดูกดำไปทั่วสรรพางค์กายของลูกสาวหมอหลงแม้แพทย์ในฐานพยาบาลจะฉีดมอร์ฟีนระงับปวด แต่ก็ช่วยได้ชั่วคราวเท่านั้นดร.บุญดีจึงให้คนไปตามจางไห่จู มาช่วยรักษา
“เป็วิชาพิษสลายกระดูกหากปล่อยเนิ่นนาน กระดูกจะย่อยสลายเป็ผุยผง”
นางโจรแซ่จางกล่าวแล้วก็ถ่ายทอดพลังไอร้อนเข้าไปขับพิษของไอเย็นออกแล้วให้โสมสุดากินยาลูกกลอนที่เธอเตรียมมาให้ อันมีส่วนผสมจากสัตว์มีพิษ 9 ชนิดพิษในกายของสาวหมวยั์ตาแขก จึงค่อยจางคลายลงไปมาก นี่นับเป็ครั้งที่ 3 แล้ว ที่จางไห่จูช่วยชีวิตเธอไว้
ในใจของมหันต์ยังไม่ยอมลดละความพยายามที่จะตามจีบบุหงาแม้เขาจะตามไปหาเธอถึงโรงพยาบาล แต่บุหงาก็ไม่ยอมพูดด้วยและหาทางหลบหลีกไปจนได้
เช่นเดียวกับครั้งนี้ที่เขาไปถามหาบุหงา
“ บุหงาเข้าเวรห้องคลอดอยู่คะท่าน กรุณามาใหม่ภายหลังได้มั๊ยคะ ”เพื่อนพยาบาลนำเรียนท่านรองนายกมหันต์
“ งั้นไม่เป็ไรครับฝากบอกเธอด้วยว่าผมมาเยี่ยม ” มหันต์กลับไปด้วยความผิดหวัง
ต่อมาอีกสองสัปดาห์รัฐบาลอารีเซียก็ส่งเครื่องบินพลีชีพฝูงใหญ่มาพุ่งใส่กองเรือรบของสหรัฐที่จอดลอยลำในอ่าวนิโคบาเปลวเพลิงจากการะเิและกลุ่มควันสีดำกระจายเต็มท้องฟ้าเหนือน่านน้ำแห่งนั้นจนดูราวกับเมืองนรก เรือของสหรัฐก็ล่มจมไปหลายลำทัพเรือสหรัฐต้องล่าถอยไปหลบภัยที่ฟิลิปปินส์ แล้วอารีเซียก็เข้ามาตั้งฐานทัพอากาศในประเทศSouvanna ( โซวันน่า )อย่างเป็ทางการ
ที่ทำเนียบรัฐบาล
มหันต์จับมือแสดงความยินดีกับคณะนายทหารจากอารีเซียในห้องทำงาน
“ ขอแสดงความยินดีกับชัยชนะของกองทัพอารีเซียด้วยพลเอก วลาดิสลาฟ ”
“ ไอก็ขอบใจยูเช่นกันที่ให้เราตั้งฐานทัพในแผ่นดินยู แล้วเราจะครองความยิ่งใหญ่ในโลกร่วมกันเมื่อสหรัฐพ่ายแพ้ต่อเราแล้ว ”
เพิ่งจะดีใจกับชัยชนะของอารีเซียไม่เท่าไหร่มหันต์ก็ได้รับรายงานจากสายสืบว่า พวกเ้าค้ำฟ้าและขบวนการเสรีโซวาเนียนไปตั้งฐานปฏิบัติการลับอยู่ที่หุบเขาปีศาจทางตอนใต้ของประเทศมหันต์จึงสั่งการให้ส่งทหารไปหนึ่งกองพลเพื่อหวังทำลายแหล่งซ่อมสุมของศัตรูให้พินาศ
จบตอนที่ 24โปรดติดตามตอนที่ 25 เด็ดปีกอสูร