ตอนที่ 59
ร่างของอสรพิษทมิฬสลายเป็นฝุ่นผง มันเป็นเพียงสิ่งที่วงกตแห่งนี้สร้างขึ้น หาใช่สิ่งมีชีวิตที่มีแก่นปราณ ชิงเทียนรู้สึกเสียดายเล็กน้อย เขากำลังขาดแคลนวัตถุดิบกลั่นยา เขาได้ชำแหละชิ้นส่วนของกิ้งก่าเพลิงมาแล้ว แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพออยู่ดี
ชิงเทียนและจิ่วหยวนปิง เดินเข้าไปในม่านแสงสีแดงเพลิงพร้อมกัน แต่กลับกลายเป็นว่า มีเพียงเขาที่เดินผ่านม่านแสงมา บางทีบททดสอบนี้และบททอดสอบต่อๆไป อาจต้องพึ่งพาความสามารถของตนเองเท่านั้น
หุ่นโลหะตัวหนึ่งยืนขวางทางอยู่ มันมีลักษณะคล้ายกับหุ่นโลหะธาตุลมที่เขาเคยพบ เพียงแต่ว่ามันไม่ได้ลอยอยู่บนอากาศ หากศัตรูบินได้ คงเป็นเรื่องที่น่าปวดหัวไม่น้อย เพราะดาบชิงหลงของเขา ยังคงถูกปิดผนึกพลังไว้อยู่
แต่ทว่าเมื่อหุ่นโลหะเริ่มขยับตัว ฝ่าเท่าของมัน สร้างเปลวเพลิงขึ้นมา เพื่อพยุงตัวมันลอยขึ้นจากพื้น ชิงเทียนมีสีหน้าเคร่งเครียดทันที เขาไม่เคยคิดว่าจะสามารถประยุกต์ใช้เปลวเพลิง ในรูปแบบนี้ได้ด้วย
หุ่นโลหะบินมาด้วยความเร็วสูง มันใช้เท้าถีบเข้าที่ใบหน้าของชิงเทียน เขาสัมผัสถึงเปลวเพลิงที่หุ่นโลหะใช้ มันไม่ใช่เพลิงธรรมดา แต่เป็นเพลิงของวิหกอมตะ นี่คือเพลิงชั้นสูง ร่างกายของชิงเทียน ต้านทานเฉพาะเปลวเพลิงที่มีระดับตำกว่า เพลิงอัสนีฟ้าเท่านั้น
ชิงเทียนโค้งตัวไปด้านหลังเพื่อหลบการโจมตี หุ่นโลหะพุ่งผ่านเขาไป เกิดเสียงระเบิดขึ้นที่กำแพงด้านหลัง หุ่นโลหะดีดตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว มือของมันเปลี่ยนรูปเป็นปืนใหญ่ ลำแสงสีแดงถูกยิงออกมา ชิงเทียนใช้ดาบหักเหการโจมตีไว้ได้
‘ดัชนีพิฆาตเทพ 2 ดัชนี เพลิงอัศนีพิโรธ'
นิ้วชี้และนิ้วกลางถูกชี้ไปทางหุ่นโลหะ ชิงเทียนเพิ่งจะสำเร็จเคล็ดวิชา 2 ดัชนีเมื่อไม่นานมานี้ ลำแสงสีขาวแดงหลอมรวมกัน เจาะทำลายส่วนหัวของหุ่นเหล็กจนระเบิดออก ยังดีที่ดาบชิงหลงสามารถปัดการโจมตีได้ ไม่เช่นนั้น ร่างกายคงจะไม่ไร้บาดแผลแน่ เขาเริ่มเป็นห่วงจิ่วหยวนปิง เธอใช้ปราณน้ำแข็งเป็นหลัก ต่อหน้าเพลิงอมตะ น้ำแข็งทุกชนิดล้วนไรความหมาย
ห้องถัดไป เป็นโถงทางเดินทอดตัวยาวออกไปสุดลูกหูลูกตา ไม่มีใครรูัว่ามันมีจุดสิ้นสุดหรือไม่
“เลิกใช้ภาพลวงตากับข้าได้แล้ว มันไม่มีประโยชน์" ชิงเทียนสามารถจำแนกภาพจริงและภาพลวงตาได้อย่างแม่นยำ ภายในห้องมีควันสีชมพูลอยตลบอบอวล มันหลอมรวมกายร่างเป็นหญิงสาวสวมชุดรัดรูป เธอมีเขาสองข้างงอกออกมาจากบริเวณศรีษะ ในมือถือแส้แลดูเหมือนพวกนิยมความรุนแรง
“สายตาดีไม่เบาเลยนะพ่อหนุ่ม"
ชิงเทียนค่อนข้างตกใจ เขาคิดว่ามีเพียงเศษเสี้ยวจิตวิญญานของสัตว์เทวะเสียอีก ที่สามารถพูดคุยตอบโต้ได้ หุ่นอันแสนยั่วยวนของหญิงสาว ปากอวบอิ่มสีแดงเด่นชัด รวมถึงรองเท้าส้นสูง ยิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้เธอหลายเท่า
“เธอเป็นใคร?"
หญิงสาวไม่ยอมตอบ เธอเหวี่ยงแส้ฟาดมาทางชิงเทียนอย่างไม่ทันตั้งตัว เขาเอี้ยวตัวหลบ แต่ปลายแส้ก็เปลี่ยนทิศทางกระทันหัน มันฟาดเข้าที่ไหล่ของชิงเทียนจนเกิดแผลลึก
ชิงเทียนรู้สึกเหมือนมีอะไรซึมเข้าไปในร่างกาย ตาของเขาเริ่มพร่ามัว บางทีอาจจะมีพิษบางชนิดเคลือบไว้ที่แส้ก็เป็นได้ เปลวเพลิงสีฟ้าครามห่อหุ้มบาดแผล มันกำลังขับพิษออกมา
ปีศาจสาวแสยะยิ้ม “น่าสนใจจริงๆ แต่คิดว่าฉันจะยืนดูอยู่เฉยๆหรือไง"
แส้ถูกฟาดมาอีกครั้งคราวนี้ชิงเทียนยิงบอลเพลิงขนาดยักษ์เข้าใส่ปีศาจสาว และมันก็ใช้สะกัดการโจมตีได้ ชิงเทียนพยายามเข้าประชิดเพราะแส้จะได้เปรียบในระยะกลาง หากต่อสู้ในระยะประชิด เขาจะเป็นต่อทันที
แส้ในมือของปีศาจสาวกดกลับมากลายเป็นดาบปลายแหลม คล้ายว่าเธอจะรู้ ว่าชิงเทียนคิดอะไรอยู่ ดาบทั้งสองเข้าปะทะกันจนเกิดประกายไฟ แรงปะทะทำให้บรรยากาศแปรปรวน
ปีศาจสาวตนนี้แข็งแกร่งกว่าอสรพิษทมิฬเล็กน้อย ผมของเธอกลายเป็นเปลวไฟอันบ้าคลั่ง ผิวหนังแตกออกจากกันเหมือนพื้นดินที่ขาดน้ำเป็นเวลานาน ภายในรอยแตกมีไอร้อนและเปลวเพลิงปะทุออกมา เขาทั้งสองข้างเปลี่ยนเป็นสีแดง ดุจโลหะที่ผ่านการเผาด้วยความร้อนมานาน
ร่างที่แท้จริงถูกเผยออกมา ดูเหมือนว่าเปลวเพลิงจากร่างปีศาจสาว จะเป็นเพลิงอมตะเช่นกัน แต่ก็ไม่ได้ทำให้ชิงเทียนหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขาเริ่มโจมตีต่อ
“เฉือนจันทร์ ดับดารา"
คมมีดสีฟ้า ฟาดฟันใส่ปีศาจสาว แต่เธอก็ใช้ดาบปลายแหลมป้องกันไว้ได้ ปีกเพลิงงอกออกมาที่กลางหลัง ส่งเธอบินขึ้นไปบนอากาศ ปีศาจสาวยกมือทั้งสองข้างขึ้น พายุเพลิงโหมกระหน่ำเหนือฝ่ามือ จากนั้นเธอก็ขว้างมันมาทางชิงเทียน
พายุเพลิงที่บ้าคลั่งเผาทำลายจุดที่ชิงเทียนยืนอยู่ ผิวหนังรวมถึงเสื้อผ้าบางส่วนถูกเผาไหม้ เขากำลังรูู้สึกอับจนหนทาง การถูกเพลิงที่เหนือชั้นกว่าสะกดข่ม ทำให้เขาเสียเปรียบในการต่อสู้ แต่ทันใดนั้นเองดวงตาของเขา ก็มีแสงสีฟ้าสว่างวาบออกมา เปลวเพลิงของปีศาจสาวดับมอดลงในพริบตา
“อ... อะไรกัน!!" เธอมองดูร่างกายตนเอง ด้วยความตกใจ
ชิงเทียนจะปล่อยโอกาสดีๆเช่นนี้ ให้หลุดมือได้อย่างไร เขาใช้เนตรสะกดเทพ ผนึกการเคลื่อนไหวของปีศาจสาว
‘ดัชนีพิฆาตเทพ 2 ดัชนี เพลิงอัศนีพิโรธ'
ลำแสงอันทรงพลังถูกปลดปล่อยมากจากปลายนิ้ว พลังของเขาเหลือไม่มากนัก การใช้กระบวนท่าระยะไกล ที่เหมาะสมในตอนนี้ก็คือดัชนีพิฆาตเทพ มันเจาะทะลวงกลางหน้าผากปีศาจสาว ชิงเทียนซ้ำด้วยการพุ่งเข้าไปฟันคอของเธอจนหลุดกระเด็นไปในอากาศ ดวงตาของเธอยังคงเบิกกว้าง เนื่องจากยังคงไม่เข้าใจว่าทำไมเปลวเพลิงของเธอถึงถูกยับยั้ง เธอตายโดยที่ยังหาคำตอบไม่ได้
ชิงเทียนเผยรอยยิ้ม “ดูเหมือนว่าเนตรสะกดสรรพธาตุจะตื่นขึ้นมาแล้ว แม้จะยังไม่สมบูรณ์ก็เถอะ" เนตรสะกดสรรพธาตุ สามารถสะกดธาตุได้ทุกชนิดยกเว้นธาตุแสงและธาตุมืด หากบรรลุถึงจุดสูงสุดจะพัฒนาเป็นเนตรฟ้าดิน ที่สามารถสังหารศัตรู แม้จะอยู่ห่างนับหมื่นลี้
***********************************
บ้านตระกูลเหยา เหล่าแกนหลักต่างอยู่กันพร้อมหน้า พวกเขากำลังนั่งประชุมการือ เรื่องคนร้ายที่เป็นคนสังหารเหงาหมิง ภายในห้องมีจอมอนิเตอร์ ที่กำลังฉายภาพเด็กหนุ่มคนหนึ่งอยู่
“แน่ใจนะว่าไม่ผิดตัว"
คนที่นั่งอยู่หัวโต๊ะพูดขึ้นมา เขาคือเหยาจงเหลียน ท่านชายตระกูลเหยา ขึ้นชื่อด้านความโหดเหี้ยม ในสมัยที่ยังหนุ่มๆ เขาเคยเป็นนักฆ่ามาก่อน และเริ่มต้นทำธุรกิจมืด จนแตกกิ่งก้านสาขาไปทั่วประเทศ สร้างรากฐานอันมั่นคงให้แก่ตระกูล
“มีคนเห็นเขาเดินตามการ์ดเข้าไปในลิฟท์ค่ะ" หญิงวัยกลางคนอธิบาย เธอมีชื่อว่าซ่งเหม่ยเฉิน อีกทั้งยังเป็นแม่แท้ๆของเหยาหมิง เธอมีสายสืบที่คอยเสาะหาข้อมูลกระจายอยู่ทั่วประเทศ และในที่สุดเธอก็พบผู้ต้องสงสัย ที่อาจจะเป็นคนลงมือสังหารลูกชายเธอ
"ตระกูลชิง ฉันจะไม่ขออยู่ร่วมโลกกับพวกมัน!!" เหยาซีตงรู้สึกโกรธแค้นเป็นอย่างมาก เขามี ลูกชายเพียงคนเดียว แต่กลับถูกคนของตระกูลชิงสังหารอย้างเลือดเย็น
“ใจเย็นก่อนพี่ชาย จากสภาพที่เกิดเหตุ คนธรรมดาไม่สามารถทำแบบนั้นได้แน่" เหยาฉีซง ออกความคิดเห็น เขาคือน้องชายของเหยาซีตง และเป็นคนดูแลธุรกิจค้าอาวุธ
ทุกคนในห้องล้วนคิดว่า ที่เหยาฉีซงพูดฟังดูมีเหตุผล แล้วพวกเขาต้องทำอย่างไร ถึงจะรับมือกับสัตว์ประหลาดตนนี้ได้กัน
“ผู้บ่มเพาะ"
ชายชราที่นั่งข้างเหยาจงเหลียนพูดขึ้น เขาเป็นน้องชายของเหยาจงเหลียน ชื่อว่าเหยาจงหยุน ทุกคนในห้องล้วนทำหน้างุนงง พวกเขาไม่รู้ว่าผู้บ่มเพาะที่เหยาจงหยุนพูดถึงคืออะไร
“ฉันเคยพบกับผู้บ่มเพาะมาก่อน มีดและปืนล้วนไม่สามารถทำอะไรพวกเขาได้ ประตูเหล็กหน้าถูกทำลายด้วยการชกเพียงครั้งเดียว อาจจะเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อ แต่ผู้บ่มเพาะมีตัวตนอยู่จริง"
ทุกคนในห้องรู้ว่าเหยาจงหนุนเป็นปรมาจารย์กังฟู แต่สิ่งที่เขาพูดมาดูจะเกินจริงไปหน่อย เหยาฉีซ่งเป็นคนเดียวที่ไม่เคลือบแคลงในคำพูดของชายชรา เขาเชี่ยวชาญการต่อสู้และการใช้อาวุธทุกรูปแบบ ผู้บ่มเพาะที่เหยาจงหยุนพูดถึง ดูจะมีความเป็นไปได้มากที่สุด
“แล้วเราจะจัดการกับเรื่องนี้ยังไงดีครับ" เหยาฉีซงถามออกไป
เหยาจงหยุนเผยรอยยิ้ม “ไม่ต้องห่วง อารู้จักอยู่คนหนึ่ง และเขาแข็งแกร่งมากด้วย" เหยาจงหยุนพบกับขายคนนี้ ระหว่างเดินทางเพื่อฝึกวิชา โดยเขาอ้างว่าเป็นผู้บ่มเพาะพเนจร ที่ถูกขับไล่ออกมาจากสำนัก เหยาจงหยุนได้สัมผัสกับพลังอันมหาศาล ที่ชายคนนั้นแสดงให้ดูมาแล้ว เขาชื่อมั่นว่าเด็กหนุ่มในภาพ ต้องถูกสยบแน่นอน
****************************
หลังจากที่รักษาตัวเสร็จ ชิงเทียนมาหยุดอยู่ที่ประตูบานหนึ่ง หากเดาไม่ผิดหลังประตูบานนี้ คือบททดสอบสุดท้าย เขาอาจจะได้สู้กับเศษเสี้ยวจิตวิญญานของวิหคอมตะก็เป็นได้
ประตูถูกเปิดออก ด้านในเป็นโลกใบเล็ก เมฆมีแดงเพลิงปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า บริเวณโดยรอบ ล้อมรอบไปด้วยภูเขาไฟที่กำลังปะทุ พื้นที่ชิงเทียนยืนอยู่ คือแผ่นหินซึ่งค่อยๆลอยไปบนธารลาวาอย่างเอื่อยเฉื่อย
“ยินดีต้อนรับ ผู้พิชิตประตูแห่งมังกรฟ้า"
วิหคยักษ์สีแดงเพลิงกระพือปีกอยู่กลางอากาศ ตรงหน้าชิงเทียน เสียงที่เปล่งออกมาเป็นเสียงของยิงสาว
“ท่านคือเศษเสี้ยวจิตวิญญานของจูเชวี่ย?" ชิงเทียนเคยได้ยินมาว่า วิหคอมตะไม่มีวันหมดอายุขัย รวมถึงสามารถเกิดใหม่ได้จากเถ้าธุลี
“ุูถูกต้อง ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังคิดอะไรอยู่ ร่างหลักของข้ายังไม่สิ้นอายุขัย เพียงแต่นางกำลังจำศีลอย่างไม่มีกำหนด อยู่ที่ใจกลางของดาวเคราะห์ดวงนี้"
“ข้ามีอีกคำถาม ผู้หญิงที่เข้ามาพร้อมข้า นางเป็นอย่างไรบ้าง" เขายังคงเป็นห่วงจิ่วหยวนปิง และเกรงว่าเธอจะตกอยู่ในอันตราย
“ไม่ต้องห่วง นางปลอดภัยดี ข้าได้ส่งนางออกไปด้านนอกแล้ว.... เอาล่ะ เจ้าพร้อมรับการทดสอบหรือยัง"
ชิงเทียนเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาก็เพื่อสิ่งนี้ เขาปราศจากความกลัว หรือความลังเล “ข้าพร้อมมานานแล้ว"
---------------------------------------
Facebook Fanpage : มารฟ้าพิชิตสวรรค์
https://www.facebook.com/มารฟ้าพิชิตสวรรค์-105158271890771