“กล้องวงจรปิดก็มองไม่เห็นสิ...กินจิดเดียวก็ไม่ได้ เชอะ!” เด็กหญิงย้อนด้วยท่าทีเง้างอนคว่ำปากอย่างคนเอาแต่ใจ ก็เธอโดนขัดใจห้ามไม่ให้กินของอร่อยนี่นา และการลดน้ำหนักคือสิ่งที่เธอไม่เคยโปรดปราน บ่ายเบี่ยงมาได้แสนนานนับเดือน แต่ตอนนี้ต้องถูกคุมเข้มจริง ๆ เด็กน้อยตั้งรับไม่ทันเลยทีเดียว
“อ้าวน้อง! แล้วทำไมไม่รอแดดดี๊ด้วยล่ะ” น้องมะนาวสะบัดตูดเดินหนี โดยไม่ได้สนใจนักรบที่ยืนอยู่ด้านหลัง พร้อมข้าวของพะรุงพะรังเต็มมือ
“ไม่รอค่ะ น้องงอนแดดดี๊แล้ว” เธอหยุดเดินแล้วหันมาตอบโต้ด้วยสีหน้าบูดบึ้ง
“มาช่วยถือของหน่อยสิครับคนสวย”
“ซื้อมาเองก็ถือเองค่ะ...น้องบาย”
“อ้าว งอนเป็นลูกหมูเลยทีนี้ ยัยเปรี้ยวจี๊ดเอ๊ย”
ท่าทางของน้องมะนาวทำเอานักรบส่ายหัวเบา ๆ เขาไม่คิดเลยว่าเด็กน้อยคนนี้จะมีอะไรให้เขาประหลาดใจอยู่เรื่อย ๆ ทั้งคำพูดและการกระทำ บางครั้งก็มีไหวพริบจนเขายังตามไม่ทัน ความเฉลียวฉลาดของเธอนั้นทำเขาเสียหน้ามาหลายครั้งต่อหลายครั้งก็มี
จากคนที่ไม่คิดจะเปิดหัวใจรักใครได้อีก นอกจากสามีที่เสียชีวิตไป บัดนี้หัวใจของคุณแม่น้ำส้มเริ่มมีชีวิตชีวาอีกครั้งเมื่อได้เปิดใจให้กับนักรบ นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่ตามตื๊อเธอตั้งแต่วันแรกที่ได้พบเจอกัน จนผันกลายมาเป็นความผูกพันอันลึกซึ้ง ฝังรากหัวใจไว้กับเขานับวันยิ่งเพิ่มทวี ชีวิตตอนนี้ของเธอมีความสุข เขารับชีวิตที่มีตำหนิของเธอได้ รักและเอ็นดูลูกสาวของเธอ แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับหัวใจที่คงเหลือ เธอพูดกับรูปถ่ายของอดีตสามีด้วยรอยยิ้ม และเขาก็คงหวังให้เธอไม่จมปลักอยู่กับชีวิตอันแสนเศร้าเช่นกัน
“น้องเป็นอะไรคะ ทำไมหน้าบึ้งแบบนั้นเอ่ย” คุณแม่น้ำส้มเอ่ยถาม เมื่อสังเกตอยู่นานลูกสาวก็เอาแต่หน้าบึ้งมองค้อนไปทางนักรบ เธอคิดอยู่ในใจว่าลูกสาวคงไม่พอใจบางอย่างนักรบเป็นแน่ แต่ก็อยากจะถามให้รู้ชัด
“สงสัยเด็กกำลังงอนละมั้ง” นักรบพูดแทรกอย่างเย้าแหย่ แม้จะรู้แก่ใจว่าน้องมะนาวงอนเขาเรื่องอะไร ชานมไข่มุกเป็นเหตุสังเกตได้
“น้องไม่ได้งอนสักจิดค่ะ” เด็กหญิงให้คำตอบ
“จริงอะเปล่า” ผู้เป็นแม่พูดขึ้น เพ่งสังเกตกิริยาของลูกสาวตัวกลม ที่ตอนนี้ตักอาหารเข้าปากคำโต
“ไม่จริงค่ะ” เด็กหญิงตอบกลับ
“แล้วทีแรกบอกไม่ได้งอน...แล้วสรุปน้องงอนอะไรคะบอกแม่ได้ไหม?” คุณแม่น้ำส้มอมยิ้มกรุ้มกริ่ม จากนั้นจึงถามหาสาเหตุในสิ่งที่ลูกสาวเป็นด้วยน้ำเสียงหวานหยด
“ผมไม่ซื้อของโปรดมาให้เลยงอน” นักรบเอนตัวไปกระซิบน้ำส้ม ถึงสาเหตุที่เด็กหญิงตัวกลมเง้างอนจนใบหน้าบูดบึ้งไม่รับแขก สิ่งที่ได้ฟังทำให้น้ำส้มพยักหน้ารับรู้ และได้ระบายยิ้มอ่อนออกมาด้วยความระอาลูกสาว เรื่องกินสำหรับเธอมันยิ่งใหญ่จริง ๆ
“กินผัดผักแสนอร่อยฝีมือคุณแม่ดีกว่านะคะ แม่ตั้งใจทำเพื่อน้องเลยนะ อยากให้ลูกสาวคนสวยของแม่ร่างกายแข็งแรง” คุณแม่น้ำส้มพูดปลอบทางอ้อม พร้อมกับตักผักใส่จานของลูกสาวด้วยน้ำเสียงแสนอบอุ่น แต่นั่นก็ยังไม่สามารถทำให้น้องมะนาวมีรอยยิ้มได้ จนน้ำส้มหันไปมองหน้ากับนักรบต่างคนต่างยิ้ม
“น้ำส้มอาทิตย์คุณพอจะมีเวลาว่างสักสี่ห้าวันไหม?” จู่ ๆ นับรบก็เอ่ยขึ้น ทำให้น้ำส้มหันไปสนใจ และเด็กน้อยที่นั่งอยู่ไม่ไกลก็เหลือบตามองเป็นระยะ
“ทำไมเหรอคะ?”
“ผมว่าจะพาไปเที่ยวต่างประเทศสักหน่อย...คุณไปดูบอลที่สนามเป็นเพื่อนผมหน่อยสิได้ไหม? อาทิตย์หน้าทีมในดวงใจของผมแข่งด้วยพอดีเลย อยากดูสด ๆ ลิเวอร์พูสักนัด” นักรบขยิบตาส่งสัญญาณ แล้วพูดออดอ้อนกับน้ำส้ม และมีเด็กน้อยคนหนึ่งคอยแอบฟังในสิ่งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองพูดคุยกัน คำว่าต่างประเทศทำให้เด็กหญิงหูผึ่ง เธอได้ยินแต่ในโทรทัศน์จนนึกอยากสัมผัสกับคำนี้ แต่ปฏิกิริยานั้นทำให้นับรบและน้ำส้มเริ่มรู้เท่าทัน คอยสังเกตว่าเด็กหญิงจะมีอาการต่ออย่างไร
“ก็ดีนะคะ ฉันชอบทีมนี้เหมือนกัน ฉันไม่เคยไปอยากจะเห็นบรรยากาศต่างประเทศสักครั้ง...ฉันว่างค่ะแต่ว่าแล้วใครจะดูมะนาวล่ะถ้าฉันไปกับคุณ”
“ก็เอาน้องไปด้วยสิคะ?”
น้ำส้มพูดขึ้นลองเชิง หางตาก็คอยมองกิริยาของลูกสาว เมื่อเธอพูดจบประโยคเสียงลูกสาวก็ดังแทรกทันทีด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น น้องมะนาวมีรอยยิ้มกริ่ม จนทำเอานักรบและน้ำส้มต้องยิ้มตาม เด็กหญิงเอนเอียงง่ายเพียงเพราะสิ่งนั้นมันกระตุ้นความต้องการของเธอ
“แต่ว่าน้องต้องไปโรงเรียนไม่ใช่เหรอ แม่ว่าน้องอยู่กับแม่อรดีไหมจะได้ไปโรงเรียนด้วย”
“น้องอยากไปด้วย...แดดดี๊ขาให้น้องไปด้วยนะคะน้องก็อยากเห็นต่างประเทศเหมือนคุณแม่” น้องมะนาวลงจากเก้าอี้แล้วเดินเข้าไปหานักรบด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ปีนขึ้นไปนั่งตักของนักรบด้วยท่าทีออเซาะ
“หายงอนแดดดี๊แล้วเหรอครับ”
“งอนอะไรคะน้องไม่ได้งอนสักจิดเดียว น้องแค่ขี้เกียจขยับปากพูดเฉย ๆ เอง”
(( (เหรอมะนาว) ))
คำตอบของเด็กหญิงมะนาวตัวกลม ทำให้น้ำส้มและนักรบต้องตอบกลับอย่างไม่คิดเชื่อพร้อมกัน สีหน้าแป้นแล้นของน้องมะนาว ทำเอานักรบถึงกับใจอ่อนยวบ เขาใจจะละลายเพราะเด็กน้อยคนนี้ที่ออดอ้อนด้วยความน่ารัก หลงเธอจนหัวปักหัวปำเสียแล้ว ยิ่งได้อยู่ใกล้นับวันก็ยิ่งสดใสและเอ็นดูมากขึ้นกว่าเดิม
สิ่งที่คิดว่าจะพูดเล่นต้องได้ทำจริงจัง เพื่อให้น้องมะนาวสมหวังในสิ่งที่ปรารถนา ตอนนี้ทั้งสามคนกำลังนั่งเครื่องบินเพื่อไปยังที่หมายคือสนามแอนฟิลด์ เพื่อดูการแข่งขันฟุตบอลนัดสำคัญ การนั่งเครื่องบินทำให้เด็กหญิงตื่นเต้นจนไม่ยอมหลับยอมนอน นั่งเล่นและมองออกไปนอกหน้าต่างในบางครั้ง พูดเจื้อยแจ้วด้วยความสงสัยเกือบตลอดเส้นทาง เว้นก็แต่ช่วงเวลาที่เธอหลับเพราะเหนื่อยล้า ทว่าตื่นขึ้นมาก็ถามมากอยู่ร่ำไปตามประสา
“ใกล้ถึงหรือยังคะแดดดี๊” เด็กหญิงเริ่มพร่ำบ่น ถามวนซ้ำคำเดิมอยู่หลายหน เพราะตอนนี้เธอเริ่มเหนื่อยกับการเดินทางเป็นเวลานานนับสิบกว่าชั่วโมง
“ใกล้แล้วครับ เดี๋ยวเครื่องก็ลงจอดแล้ว” นักรบให้คำตอบ
“เหนื่อยเหรอคะมะนาว” น้ำส้มเอ่ยถามลูกสาวด้วยความห่วงใย เพราะสีหน้าของเด็กน้อยดูล้าและอ่อนเพลีย
“แบบว่าเหมือนเอวน้องจะหัก น้องปวดตูดเวอร์ ๆ เลยค่ะ” น้องมะนาวให้คำตอบ พร้อมกับทำท่าทางประกอบอย่างกับเธอนั้นปวดเมื่อยเหลือแสน
“น้องนั่งสบาย ๆ เลยค่ะไม่ต้องเกร็ง...เดี๋ยวปวดหลังแบบนี้อีก” ผู้เป็นแม่แนะนำ
“อีกแป๊บเดียวก็ถึงแล้วครับ นั่นไงเครื่องกำลังบินลงต่ำแล้ว” นักรบพูดตะล่อมเด็กหญิงที่ตอนนี้สีหน้าเริ่มงอแง เพราะเดินทางเป็นเวลานาน เขาเข้าใจดีว่าเด็กหญิงคงจะเหนื่อยล้า ไม่ได้วิ่งเล่นขยับแขนขาในพื้นที่กว้างอย่างที่เคยทำ