สาวใช้ผู้จงรักภักดีต่างพากันวิ่งวุ่นหาหมอฝีมือดีไปทั่วเมืองฉางอัน ทว่าหมอทุกคนที่มาตรวจต่างก็ส่ายหน้าและบอกเป็เสียงเดียวกันว่า... ไร้ทางรักษา
“ระบบ... แกไปล้างสมองหมู ๆ ของแกมาใหม่นะ ถ้าครั้งหน้ายังกล้าแนะนำไอ้สถุลนั่นให้ฉันอีก ฉันจะหาวิธีทำลายแกทิ้งซะ” หว่านฉิงด่าทอระบบอย่างเหลืออด นางตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่เสวนากับมันอีก ทว่าเ้าเสียงนั่นกลับยังคงพูดจ้อแจ้ไม่หยุดจนน่ารำคาญ นางจึงฝืนกายลุกขึ้นเดินออกไปที่ระเบียงด้านนอกห้องพัก เรียกหาดรุณีน้อยสองคนให้เข้ามา
“เหม่ยหลิง ซูเจิน เ้าไปดูพวกนางรำว่าเตรียมการแสดงคืนนี้เรียบร้อยดีหรือยัง อย่าลืมกวดขันพวกพ่อครัวด้วย คืนนี้จะมีผู้สูงศักดิ์มาใช้บริการ ปิดหอในชั้นสี่ให้พวกเขา ห้ามมิให้เื่รั่วไหลไปเป็อันขาด อ้อ... เรียกหมอหญิงไปตรวจดูอาการของสาว ๆ ด้วย ใครร่างกายไม่ไหวข้าให้หยุดพักได้”
คำสั่งของนายหญิงถือเป็ประกาศิต แม้นางจะใจดีกับเหล่าบริวารเพียงใด ทว่ากฎก็คือกฎ นางใช้ความตั้งใจเป็อย่างมาก ในการเปลี่ยนหอนางโลมที่เคยฉาวโฉ่ด้วยความอำมหิตของเ้าของร่างเดิม ให้กลายเป็หอเหมยแดงที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มของคณิกา
นางโลมที่นี่ล้วนเป็หญิงงามที่มีร่างกายสมส่วน แววตาสดใส สะท้อนถึงสุขภาพจิตดีเยี่ยม ส่งผลให้แเื่หลั่งไหลมาใช้บริการอย่างคับคั่งไม่เว้นแต่ละวัน ตลอดระยะเวลาหกเดือนมานี้ หอหงเหมยนับเป็สถานเริงรมย์อันดับหนึ่งแซงหน้า ‘หออู๋จิ้น’ ของพี่สาวไปเสียแล้ว
สาวใช้ในชุดสีเขียวมะกอกทั้งสองติดตามคุณหนูมาจากตระกูลมู่ รับใช้นางมาั้แ่ยังเล็ก จึงเป็ที่ไว้วางใจมากกว่าสาวใช้คนไหน ๆ พวกนางจ้องมองใบหน้าที่ซีดขาวราวคนป่วยด้วยความกังวล “คุณหนู อาการของท่านเป็อย่างไรบ้างเ้าคะ ให้บ่าวเรียกหมอหญิงมาตรวจอีกครั้งดีหรือไม่เ้าคะ?”
“ข้าไม่เป็ไร” หว่านฉิงตอบเสียงเรียบ แม้ในอกจะรู้สึกเหมือนถูกกรีดด้วยคมมีด
“หากมีเื่เร่งด่วนอะไร เรียกหาบ่าวทันทีนะเ้าคะ บ่าวเป็ห่วงเหลือเกิน”
หว่านฉิงพยักหน้าส่ง ๆ อย่างรำคาญ “อื้ม... ข้ารู้แล้ว เ้าไปจัดการงานตามที่สั่งได้แล้วไป”
“เ้าค่ะ”
สาวใช้ทั้งสองถอยห่างและเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้นายหญิงแห่งหอหงเหมยทิ้งตัวลงพิงหมอนอิงเพียงลำพัง
พิษเย็นเริ่มออกฤทธิ์ในอีกหนึ่งชั่วยาม จนร่างบางในชุดสีดอกบ๊วยหวานต้องห่อไหล่ กัดฟันข่มความเ็ปที่ราวกับมีเข็มน้ำแข็งวิ่งพล่านอยู่ในเส้นเื ความเข้มแข็งซึ่งอุตส่าห์ฝืนทนแสดงพังทลายลงในพริบตา แทนที่ด้วยอาการสั่นสะท้านที่รุกรานลึกไปถึงกระดูก
หว่านฉิงขดตัวนอนบนเตียง อาเจียนเป็เืจนแสบคอ ทว่านางไม่อนุญาตให้บ่าวเข้ามาเปลี่ยนผ้าปูที่นอนหรือเข้ามารบกวนนาง แม้แต่สาวใช้คนสนิทที่ยืนรออย่างกระวนกระวาย ก็ต้องวางอ่างล้างหน้าเอาไว้ที่หน้าห้อง
“บ้าเอ๊ย...” นางพึมพำลอดไรฟัน มือสั่นเทาพยายามเอื้อมไปหยิบกล้องยาสูบหยกแดงขึ้นมา
ควันสมุนไพรอุ่นร้อนเป็สิ่งเดียวที่ช่วยบรรเทาความหนาวเหน็บจับขั้วหัวใจ นางยังสามารถเก็บคะแนนได้ทีละห้าสิบคะแนน นางก็ต้องสูบต่อไป...
สายตาพร่าเลือนทอดมองไปยังประตูที่มีสาวใช้ทั้งสองยืนน้ำตาคลอเบ้าด้วยความเป็ห่วงนายหญิง ทิศทางของห้องรับรองที่หรูหราที่สุด ซึ่งนางสั่งปิดพื้นที่ทั้งชั้นเพื่อเตรียมรับรองแขกผู้สูงศักดิ์ในค่ำคืนนี้ มือบางกระชับผ้านวมผืนหนาบนฟูกนอนไว้แน่น ลึก ๆ ในใจอดไม่ได้ที่จะรู้สึกพรั่นพรึง
ผู้สูงศักดิ์ที่นางได้รับคำสั่งผ่านทางจดหมายลับมาว่าให้พวกเขาสั่งจองห้องพิเศษและกำชับเื่ความลับอย่างเข้มงวด ย่อมมิใช่ขุนนางธรรมดาสามัญ
‘หวังว่าคงไม่ใช่คนของไอ้องค์ชายชั่วนั่นส่งมาซ้ำเติมหรอกนะ หากคืนนี้เกิดเื่วุ่นวาย ในสภาพนี้จะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนไปสู้รบตบมือกับใครไหว’
นางหลับตาลง ข่มใจใช้ทักษะการควบคุมลมหายใจที่เคยพร่ำสอนลูกศิษย์มาปรับใช้ ทว่ามันกลับยากเย็นแสนเข็ญ นางพอจะรับรู้ได้ว่าทั้งพิษร้ายและควันยาสูบต่างรุมเร้าทำลายอวัยวะภายในจนแทบไม่เหลือชิ้นดี
ในห้วงคำนึงที่สติเริ่มเลือนราง หัวสมองของนางพลันนึกย้อนไปถึงวันสุดท้ายของการมีชีวิตในโลกปัจจุบัน...
วันนั้นนางกำลังจะเก็บหนังสือนิยายเล่มหนาเข้ากระเป๋าก่อนเริ่มคาบเรียนกลางแจ้ง ท่ามกลางเสียงเจื้อยแจ้วของเหล่านักศึกษาที่เข้ามารุมล้อม พวกสาว ๆ ถือวิสาสะหยิบฉวยนิยายชื่อดังในมือของนางไปพลิกดูด้วยท่าทางตื่นเต้น...
นิยายเื่นี้กำลังจะถูกดัดแปลงเป็เกมจีบหนุ่มฟอร์มั์แนวฮาเร็ม และแน่นอนว่าโปรเจกต์นี้ต้องไปจดทะเบียนในไต้หวันและฮ่องกงเพื่อเลี่ยงกฎระเบียบที่เข้มงวดของจีนแผ่นดินใหญ่
ทันทีที่นางสิ้นใจตายคาสนามฝึกเพราะหัวใจวายเฉียบพลัน นางลืมตาตื่นขึ้นมาพบว่าตนเองได้กลายเป็มู่หว่านฉิง นางร้ายตัวประกอบที่มีบทบาทเพียงเพื่อเป็สะพานเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างพระเอกทั้งสามกับนางเอกเท่านั้น!
ตามเนื้อเื่เดิม องค์หญิงมู่อวี่ แห่งแคว้นเป่ยเหลียงจะถูกส่งตัวมาสมรสเชื่อมสัมพันธ์ในฉางอัน เป็เหตุให้นางเอกได้พบกับรักแรกในอดีตอย่าง หรงเยว่ ซึ่งปัจจุบันเป็แม่ทัพใหญ่ ทว่านางกลับมีพันธะต้องสมรสกับ รุ่ยอ๋อง บุรุษผู้แสนเ็าและขึ้นชื่อเื่การสังหารคนโดยไม่กะพริบตา ระหว่างที่เนื้อเื่กำลังดำเนินไป เกิดเื่วุ่นวายขึ้นในเมืองหลวง ทำให้นางเอกต้องเข้าไปพัวพันกับการสืบสวนคดีพิษและคดีฆาตกรรม โดยมีเสนาบดีหนุ่มอย่าง เยี่ยนเฉิง เข้ามาแทรกกลาง
ในฉบับนิยาย ความสัมพันธ์ของพวกเขากลายเป็รักสี่เส้าที่อีนุงตุงนัง ทว่าในรูปแบบเกม ผู้เล่นสามารถเลือก ‘รูท’ ของพระเอกแต่ละคนได้อย่างอิสระ แต่หากเดินหมากพลาดระหว่างสืบคดี เผลอทำให้พระเอกคนใดไม่พอใจเข้า จุดจบที่รออยู่ก็คือ ‘Bad End’
แล้วนายหญิงแห่งหอหงเหมยเข้ามาพัวพันกับเื่นี้ได้อย่างไร?
ชนวนเหตุเริ่มจากองค์ชายโฉดแห่งเป่ยเหลียง พี่ชายต่างมารดาได้ลักพาตัวนางเอกมาเร่ขายให้กับหอหงเหมย นายหญิงใหญ่คนเดิมเมื่อเห็นสินค้าชั้นเลิศก็เกิดความโลภจนหน้ามืดตามัว สั่งจัดงานประมูลพรหมจรรย์อย่างยิ่งใหญ่ โดยไม่ฟังคำยืนยันฐานะองค์หญิงของมู่อวี่เลยแม้แต่น้อย...
กระทั่งหนึ่งในพระเอกทั้งสามบุกมาช่วยนางเอกถึงหอนางโลม กำจัดนายหญิงตัวประกอบอย่างนางทิ้ง ปิดฉากบทบาทไปอย่างน่าอนาถ
[ตายแล้วก็ไม่เป็ไร โฮสต์ยังสามารถเป็ NPC ระบบจะเปิดโหมดชุบชีวิตให้โฮสต์ทำหน้าที่เฝ้าหอนางโลมต่อไป โฮสต์ไม่ต้องน้อยใจไปนะขอรับ]
หว่านฉิงกัดฟันกรอดจนกรามสั่น เหลือกตามองพื้นที่ว่างเปล่าเหนือศีรษะที่ราวกับจะอ่านจิตใจนางได้ นางตวาดลั่น “นี่แกเป็คนเขียนเกมจีบหนุ่มโง่ ๆ หรือเป็ิญญาเร่ร่อนกันแน่ฮะ ถึงได้ขยันสาปแช่งให้ฉันติดแหง็กอยู่ที่นี่ ไม่ได้ไปผุดไปเกิดน่ะ วัน ๆ นอกจากกวนประสาทแล้วแกเคยช่วยอะไรฉันบ้างไหม?”
[ช่วยเป็เพื่อนแก้เหงาโฮสต์ยังไงเล่า หากไม่มีระบบคอยกวนใจ ชีวิตอันสงบสุขในหอหงเหมยของโฮสต์จะเงียบเหงาเกินไปนะขอรับ]
!!!
นายหญิงใหญ่กรีดร้องเสียงดังอีกแล้ว บ่าวรับใช้ที่เดินผ่านหน้าโถงทางเดินได้ยินเสียงโวยวายด่าทอเข้า พวกเขารีบอันตรธานหายไปจากบริเวณนั้นในทันที
เป็ที่รู้กันดีว่าคุณหนูเล็กหว่านฉิงมิใช่สตรีผู้มีอารมณ์สุนทรีย์นัก นางหงุดหงิดบ่อยเสียยิ่งกว่าการกินข้าววันละสามมื้อ หากวันใดขาดกล้องยาสูบคู่ใจ นางจะอาละวาดหนักจนไม่มีใครกล้าสู้หน้า แม้ว่านางจะบริหารกิจการหอหงเหมยที่ได้รับมรดกตกทอดมาจากมารดาอย่างเป็ธรรม น่าอยู่กว่าหอนางโลมของพี่สาวคนโตอยู่มากก็ตาม